Group Blog
 
All blogs
 
*** การเจริญมรณัสสติ ***




พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒.ทุติยปัณณาสก์] ๓.ยมกวรรค ๔. ทุติยมรณัสสติสูตร



๔. ทุติยมรณัสสติสูตร



ว่าด้วยการเจริญมรณัสสติ๑ สูตรที่ ๒



[๗๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ คิญชกาวสถาราม

ในนาทิกคาม ณ ที่นั้นแล

พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า

ภิกษุทั้งหลาย มรณัสสติที่บุคคลเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก

มีอานิสงส์มากหยั่งลงสู่อมตะ๒ มีอมตะเป็นที่สุด

มรณัสสติที่บุคคลเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก

หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด เป็นอย่างไร



คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อกลางวันผ่านไป กลางคืนย่างเข้ามา

พิจารณาดังนี้ว่า ‘ปัจจัยแห่งความตายของเรามีมากแท้

คือ งูพึงกัดเราก็ได้ แมงป่องพึงต่อยเราก็ได้ หรือตะขาบพึงกัดเราก็ได้

เพราะเหตุนั้น เราพึงตาย เราพึงมีอันตราย๓ นั้นเราพึงพลาดหกล้มก็ได้

ภัตตาหารที่เราฉันแล้วไม่พึงย่อยก็ได้ ดีของเราพึงกำเริบก็ได้

เสมหะของเราพึงกำเริบก็ได้ ลมมีพิษดังศัสตราของเราพึงกำเริบก็ได้

พวกมนุษย์พึงทำร้ายเราก็ได้ หรือพวกอมนุษย์พึงทำร้ายเราก็ได้

เพราะเหตุนั้น เราพึงตายเราพึงมีอันตรายนั้น’



ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า

‘บาปอกุศลธรรมที่เรายังละไม่ได้ ซึ่งจะพึงเป็นอันตรายแก่เราผู้จะตายใน

เวลากลางคืนมีอยู่หรือไม่’ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า

‘บาปอกุศลธรรมที่เรายังละไม่ได้ ซึ่งจะพึงเป็นอันตรายแก่เรา

ผู้จะตายในเวลากลางคืนยังมีอยู่’

ภิกษุนั้นควรทำความพอใจความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น

ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะ

ให้มีประมาณยิ่งเพื่อละบาปอกุศลธรรมเหล่านั้น



บุคคลผู้มีผ้าที่ถูกไฟไหม้ หรือมีศีรษะที่ถูกไฟไหม้ ควรทำความพอใจ

ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย

สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่ง

เพื่อดับไฟที่ไหม้ผ้าหรือไฟที่ไหม้ศีรษะนั้น แม้ฉันใด

ภิกษุนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกันทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่เถิด

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อกลางคืนผ่านไป กลางวันย่างเข้ามา

พิจารณาเห็นดังนี้ว่า ‘ปัจจัยแห่งความตายของเรามีมากแท้

คือ งูพึงกัดเราก็ได้ แมงป่องพึงต่อยเราก็ได้ หรือตะขาบพึงกัดเราก็ได้

เพราะเหตุนั้น เราพึงตาย เราพึงมีอันตรายนั้นเราพึงพลาดหกล้มก็ได้

ภัตตาหารที่เราฉันแล้วไม่พึงย่อยก็ได้ ดีของเราพึงกำเริบก็ได้

เสมหะของเราพึงกำเริบก็ได้ ลมมีพิษดังศัสตราของเราพึงกำเริบก็ได้

พวกมนุษย์พึงทำร้ายเราก็ได้ หรือพวกอมนุษย์พึงทำร้ายเราก็ได้

เพราะเหตุนั้น เราพึงตาย เราพึงมีอันตรายนั้น

’ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงพิจารณาเห็นดังนี้ว่า

‘บาปอกุศลธรรมที่เรายังละไม่ได้

ซึ่งจะพึงเป็นอันตรายแก่เราผู้จะตายในเวลากลางวันยังมีอยู่หรือไม่’

ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า ‘บาปอกุศลธรรมที่เรายังละไม่ได้ ซึ่งจะพึง

เป็นอันตรายแก่เราผู้จะตายในเวลากลางวันยังมีอยู่’


ภิกษุนั้นควรทำความพอใจความพยายาม ความอุตสาหะ

ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะ

ให้มีประมาณยิ่ง เพื่อละบาปอกุศลธรรมเหล่านั้น

บุคคลผู้มีผ้าที่ถูกไฟไหม้ หรือมีศีรษะที่ถูกไฟไหม้ ควรทำความพอใจ

ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น ความไม่ท้อถอย

สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่งเพื่อดับไฟที่ไหม้ผ้า

หรือไฟที่ไหม้ศีรษะนั้น แม้ฉันใด ภิกษุนั้นก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ควรทำความพอใจ ความพยายาม ความอุตสาหะ ความขะมักเขม้น

ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้มีประมาณยิ่ง

เพื่อละบาปอกุศลธรรมเหล่านั้น


ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า ‘บาปอกุศลธรรมที่เรายังละไม่ได้

ซึ่งจะพึงเป็นอันตรายแก่เราผู้จะตายในเวลากลางวันไม่มี’

ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้มีปีติและปราโมทย์นั้นแล

ตามสำเหนียก ใน กุศลธรรมทั้งหลายทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่เถิด

ภิกษุทั้งหลาย มรณัสสติที่บุคคลเจริญทำให้มากแล้วอย่างนี้แล

ย่อมมีผลมากมีอานิสงส์มาก หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด เป็นอย่างนี้แล




{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า :๓๘๗ }


พระสุตตัตนตปิฎก อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์]
๒. มหาวรรค ๙. อกุสลมูลสูตร

๙. อกุสลมูลสูตร

ว่าด้วยรากเหง้าของอกุศล

[๗๐] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย อกุศลมูล

(รากเหง้าของอกุศล) ๓ ประการนี้

อกุศลมูล ๓ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. อกุศลมูล คือ โลภะ (ความอยากได้)

๒. อกุศลมูล คือ โทสะ (ความคิดประทุษร้าย)

๓. อกุศลมูล คือ โมหะ (ความหลง)



{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๐ หน้า :๒๗๕ }






Create Date : 14 มีนาคม 2556
Last Update : 14 มีนาคม 2556 10:52:59 น. 0 comments
Counter : 558 Pageviews.

รักดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นามแฝง ชื่อ รักดี

ชอบดอกไม้ รักหมา

ไม่รังเกียจแมว

ไม่อาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อยู่กับปัจจุบัน

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ไม่กังวลหรือเป็นทุกข์

กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง












Friends' blogs
[Add รักดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.