Group Blog
 
All blogs
 
*** เทวดาทูลถาม พระพุทธเจ้าตรัสตอบ ( 6 ) ***



พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๕

พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค



อันธวรรคที่ ๗

นามสูตรที่ ๑

[๑๗๘] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่งทั้งปวงที่ยิ่งขึ้นไปกว่าสิ่งอะไรย่อมไม่มี

สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร ฯ


[๑๗๙] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ชื่อย่อมครอบงำสิ่งทั้งปวง สิ่งทั้งปวงที่ยิ่งขึ้นไปกว่าชื่อไม่มี

สิ่งทั้งปวงเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือชื่อ ฯ



จิตตสูตรที่ ๒


[๑๘๐] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรย่อมนำไป อันอะไรหนอย่อมเสือกไสไป

โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร ฯ


[๑๘๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันจิตย่อมนำไป อันจิตย่อมเสือกไสไป

โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือจิต ฯ




ตัณหาสูตรที่ ๓

[๑๘๒] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรหนอย่อมนำไป อันอะไรหนอย่อมเสือกไสไป

โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคืออะไร ฯ


[๑๘๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันตัณหาย่อมนำไป อันตัณหาย่อมเสือกไสไป

โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่งคือตัณหา ฯ





สัญโญชนสูตรที่ ๔

[๑๘๔] เทวดาทูลถามว่า

โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องประกอบไว้ อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น

เพราะละขาดซึ่งธรรมอะไรจึงเรียกว่านิพพาน ฯ


[๑๘๕] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น

เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงเรียกว่านิพพาน ฯ




พันธนสูตรที่ ๕

[๑๘๖] เทวดาทูลถามว่า

โลกมีอะไรหนอเป็นเครื่องผูกไว้ อะไรหนอเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น

เพราะละเสียได้ซึ่งอะไร จึงตัดเครื่องผูกได้หมด ฯ


[๑๘๗] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูกไว้ วิตกเป็นเครื่องเที่ยวไปของโลกนั้น

เพราะละตัณหาเสียได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้หมด ฯ




อัพภาหตสูตรที่ ๖

[๑๘๘] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรหนอกำจัดแล้ว อันอะไรหนอล้อมไว้แล้ว

อันลูกศรคืออะไรเสียบแล้ว อันอะไรเผาแล้วในกาลทุกเมื่อ ฯ


[๑๘๙] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันมฤตยูกำจัดแล้ว อันชราล้อมไว้แล้ว อันลูกศรคือ ตัณหาเสียบแล้ว

อันความอยากเผาให้ร้อนแล้วในกาลทุกเมื่อ ฯ


อุฑฑิตสูตรที่ ๗

[๑๙๐] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรหนอดักไว้ อันอะไรหนอล้อมไว้ โลกอันอะไรหนอปิดไว้

โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร ฯ


[๑๙๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันตัณหาดักไว้ อันชราล้อมไว้ โลกอันมฤตยูปิดไว้โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์ ฯ




ปิหิตสูตรที่ ๘

[๑๙๒] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรหนอปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร โลกอันอะไรหนอดักไว้

อันอะไรหนอล้อมไว้ ฯ


[๑๙๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันมฤตยูปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์ โลกอันตัณหาดักไว้อันชราล้อมไว้ ฯ





อิจฉาสูตรที่ ๙

[๑๙๔] เทวดาทูลถามว่า

โลกอันอะไรผูกไว้ เพราะกำจัดอะไรเสียจึงจะหลุดพ้น เพราะละอะไรได้ขาด

จึงตัดเครื่องผูกได้ทุกอย่าง ฯ


[๑๙๕] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

โลกอันความอยากผูกไว้ เพราะกำจัดความอยากเสียได้จึงหลุดพ้น

เพราะละความอยากได้ขาด จึงตัดเครื่องผูกได้ทั้งหมด ฯ


โลกสูตรที่ ๑๐

[๑๙๖] เทวดาทูลถามว่า

เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมชมเชยในอะไรโลกยึดถือซึ่งอะไร

โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอะไร ฯ



[๑๙๗] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

เมื่ออายตนะ ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะ ๖

โลกยึดถืออายตนะ ๖ นั่นแหละโลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะ ๖ ฯ


จบ อันธวรรค ที่ ๗
_________________________



ฆัตวาวรรคที่ ๘



ฆัตวาสูตรที่ ๑

[๑๙๘] เทวดานั้น ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว

ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

ฆ่าอะไรหนอจึงอยู่เป็นสุข ฆ่าอะไรหนอจึงไม่เศร้าโศก

ข้าแต่พระโคดมพระองค์ชอบฆ่าอะไรซึ่งเป็นธรรมอันเดียว ฯ


[๑๙๙] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ฆ่าความโกรธเสียได้จึงอยู่เป็นสุข ฆ่าความโกรธเสียจึงไม่เศร้าโศก

แน่ะเทวดา พระอริยเจ้าทั้งหลาย สรรเสริญการฆ่าความโกรธ ซึ่งมีรากเป็นพิษ

มียอดหวาน เพราะฆ่าความโกรธนั้นเสียแล้วย่อมไม่เศร้าโศก ฯ




รถสูตรที่ ๒

[๒๐๐] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นสง่าของรถ อะไรหนอเป็นเครื่องปรากฏของไฟ

อะไรหนอเป็นสง่าของแว่นแคว้น อะไรหนอเป็นสง่าของสตรี ฯ


[๒๐๑] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ธงเป็นสง่าของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฏของไฟ

พระราชาเป็นสง่าของแว่นแคว้น ภัศดาเป็นสง่าของสตรี ฯ




วิตตสูตรที่ ๓

[๒๐๒] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้

อะไรหนอที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้

อะไรหนอเป็นรสดีกว่าบรรดารสทั้งหลาย

คนมีชีวิตเป็นอยู่อย่างไร นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ ฯ



[๒๐๓] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ศรัทธาเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างประเสริฐของคนในโลกนี้

ธรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วนำความสุขมาให้

ความจริงเท่านั้นเป็นรสที่ดียิ่งกว่ารสทั้งหลาย

คนที่เป็นอยู่ด้วยปัญญานักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวว่ามีชีวิตประเสริฐ ฯ




วุฏฐิสูตรที่ ๔

[๒๐๔] เทวดาทูลถามว่า

บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น สิ่งอะไรหนอประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป

อะไรหนอประเสริฐ บรรดาสัตว์ที่เดินด้วยเท้า

ใครเป็นผู้ประเสริฐบรรดาชนผู้แถลงคารม ใครเป็นผู้ประเสริฐ ฯ


[๒๐๕] เทวดาผู้หนึ่งแก้ว่า


บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ข้าวกล้าเป็นประเสริฐ บรรดาสิ่งที่ตกไป

ฝนเป็นประเสริฐ บรรดาสัตว์ที่เดินด้วยเท้า เหล่าโคเป็นประเสริฐ

บรรดาชนผู้แถลงคารม บุตรเป็นประเสริฐ (เพราะไม่กล่าวร้ายให้มารดาบิดา) ฯ



[๒๐๖] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ความรู้เป็นประเสริฐ

บรรดาสิ่งที่ตกไป อวิชชาเป็นประเสริฐ

บรรดาสัตว์ที่เดินด้วยเท้า พระสงฆ์เป็นประเสริฐ

บรรดาชนผู้แถลงคารม พระพุทธเจ้าเป็นประเสริฐ ฯ




ภีตสูตรที่ ๕

[๒๐๗] เทวดาทูลถามว่า

ประชุมชนเป็นอันมากในโลกนี้ กลัวอะไรหนอ มรรคาที่ดีแท้

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยเหตุมิใช่น้อย ข้าแต่พระโคดมผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน

ข้าพระองค์ขอถามถึงเหตุนั้น ว่าบุคคลตั้งอยู่ในอะไรแล้วไม่พึงกลัวปรโลก ฯ



[๒๐๘] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ มิได้ทำบาปด้วยกาย

อยู่ครอบครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา

เป็นผู้อ่อนโยน มีปรกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทราบถ้อยคำ

ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ๔ อย่างเหล่านี้ ชื่อว่าผู้ดำรงในธรรม ไม่ต้องกลัวปรโลก ฯ




นชีรติสูตรที่ ๖

[๒๐๙] เทวดาทูลถามว่า

อะไรหนอย่อมทรุดโทรม อะไรไม่ทรุดโทรม อะไรหนอท่านเรียกว่าทางผิด

อะไรหนอเป็นอันตรายแห่งธรรม อะไรหนอสิ้นไปตามคืนและวัน

อะไรหนอเป็นมลทินของพรหมจรรย์ อะไรไม่ใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง

ในโลกมีช่องกี่ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาค

ไฉนข้าพระองค์จะรู้ความข้อนั้นได้ ฯ


[๒๑๐] พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า


รูปของสัตว์ทั้งหลายย่อมทรุดโทรม นามและโคตรย่อมไม่ทรุดโทรม

ราคะท่านเรียกว่าทางผิด ความโลภเป็นอันตรายของธรรม

วัยสิ้นไปตามคืนและวัน หญิงเป็นมลทินของพรหมจรรย์

หมู่สัตว์นี้ย่อมข้องอยู่ในหญิงนี้

ตบะและพรหมจรรย์ทั้งสองนั้น มิใช่น้ำแต่เป็นเครื่องชำระล้าง

ในโลกมีช่องอยู่ ๖ ช่องที่จิตไม่ตั้งอยู่ได้ คือความเกียจคร้าน ๑

ความประมาท ๑ ความไม่หมั่น ๑ ความไม่สำรวม ๑ ความมักหลับ ๑

ความอ้างเลศไม่ทำงาน ๑

พึงเว้นช่องทั้ง ๖ เหล่านั้นเสียโดยประการทั้งปวงเถิด ฯ







Create Date : 09 เมษายน 2556
Last Update : 9 เมษายน 2556 9:10:39 น. 0 comments
Counter : 481 Pageviews.

รักดี
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




นามแฝง ชื่อ รักดี

ชอบดอกไม้ รักหมา

ไม่รังเกียจแมว

ไม่อาลัยในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

อยู่กับปัจจุบัน

และทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ไม่กังวลหรือเป็นทุกข์

กับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง












Friends' blogs
[Add รักดี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.