ไม่รู้ข้างหน้า จะเป็นอย่างไร
แล้ว- -โรงเรียนหนู หายไปไหน?
แล้ว- -โรงเรียนหนู หายไปไหน?วันเสาร์ที่ผ่านไป แฟนผมเล่าให้ฟังว่ามีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคู่นึง(เขาเป็นแฝด)โทรมาหาและบอกว่าวันก่อนลูกๆ อยากไปที่โรงเรียนศิลปะอีกก็บอกไปว่าโรงเรียนศิลปะของหนูปิดไปแล้วเขาก็ไม่เข้าใจ และอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจจนทนรบเร้าไม่ได้ และเขาบอกว่าปิดยังไงจะขอไปดู ไม่ได้เรียนก็ให้ไปเห็นโรงเรียนก็ยังดีผมฟังแล้วก็ยิ้มอย่างดีใจว่าเด็กตัวน้อยๆ เดี๋ยวนี้รู้จักพูดแต่แม่เขาเล่าให้ฟังอีกว่าพอพาไปเห็นโรงเรียนเท่านั้นเองร้องให้กระจองอแงหนักไปกันใหญ่เพราะโรงเรียนไม่มีอีกแล้วเหลือแต่ฝ้าเพดานและสถานที่โล่งๆไม่เหลือเค้าเดิมให้พอนึกออกอีกว่าตรงนี้เคยเป็นห้องอะไรแล้วตรงไหนที่หนูเคยเรียนและห้องพักครูที่หนูกินน้ำอยู่ตรงไหนผมฟังก็สะท้อนสะเทือนใจ ในความไร้เดียงสาของเด็กน้อยเพราะก่อนนั้นวันนึงผมและลูกก็เดินไปดูมาเหมือนกันผมมองแล้วใจหายนิดนึงลูกก็ถาม และบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าที่นี่เคยเป็นโรงเรียนของพ่อแล้วมันหายไปได้ยังไงหมดเลยผมก็บอกลูกไปว่า นั่นสิหายไปหมดเลยแต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวพ่อจะทำมันขึ้นมาใหม่ให้สวยและสนุกเหมือนเดิมเลยผมฟังเรื่องเล่าแล้วอยากฝากบอกคุณแม่ของลูกศิษย์ไปว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวครูจะทำมันขึ้นมาใหม่ให้สวยและสนุกเหมือนเดิมเลย 'ระจัน26-มกราคม 2552
ค่อยนับพรุ่งนี้นะพอพ่อ
คืนก่อนลูกสาวผมบ่นว่านอนไม่หลับง่วงแต่นอนไม่หลับ อย่างไรก็ไม่หลับแม่เขาปวดหัวหลับไปก่อนหน้านี้นานแล้วไฟปิดมืดหมดแล้วเหมือนกันผมนอนคุยเล่นกับลูกไปเรื่อยตั้งแต่เรื่องเพื่อนที่โรงเรียนเขาเรื่องแองเจิลแอนด์เดอะบีซี่ ที่เขาแต่งเพื่อเอาไปเล่นกับเพื่อน เรื่อง พอคคาโยที่เขาเกือบลืมไปแล้ว เรื่อง วันพีชที่เขาชอบมากเวลาเลยเที่ยงคืนไปแ้ล้วผมจึงบอกว่า ลูก พอพ่อมีแม่แกะร้อยตัวนะอยากข้ามขอนไม้ไปใต้ร่มไม้ ลูกช่วยนับสักหน่อยลูกก็ถามว่า ร้อยตัวเหรอพอพ่อผมตอบว่าใช่ ร้อยตัว ค่อยๆ นับนะ นับในใจลูกผมเงียบไปพักใหญ่ แต่เขายังไม่หลับครู่นึงก็บอกว่าครบแล้วพอพ่อผมบอกว่า มีลูกแกะอีกสองร้อยตัวอยากตามแม่แกะไปด้วยนะค่อยๆ ให้ลูกแกะข้ามขอนไม้ตามแม่ไปด้วยนะแต่ต้องนับช้าลงเพราะลูกแกะตัวเล็กนับไวไปลูกแกะจะข้ามขอนไม่ได้ลูกก็เงียบไปพักนึง แล้วก็บอกว่านับมากจะเจ็บคอไหมพอพ่อผมบอกว่านับในใจไม่เจ็บคอหรอกแล้วก็เงียบไปพักนึงอีกครั้งแล้วก็ถามว่า ถ้าเขาง่วงและหลับไปก่อนค่อยนับพรุ่งนี้นะพอพ่อ ผมก็บอกไม่เป็นไรหรอกแล้วลูกก็ม่อยหลับไป ผมก็ผลอยหลับตาม24-12-2551ระจัน
เมื่อโลกหมุนให้เราเจอ โลกก็หมุนให้เราจาก
เมื่อโลกหมุนให้เราเจอ โลกก็หมุนให้เราจากลูกศิษย์วัยเยาว์ของผมคนนึงเดินเอาถุงขนมพร้อมนิทานมายื่นให้แล้วบอกว่า สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะครูแล้วฝากนิทานไปให้ลูกคุณครูด้วยผมรับมาแล้วยิ้มพร้อมขอบคุณและถามว่า ทำไมรีบให้จังเลยอีกตั้งหลายวันกว่าจะปีใหม่เขาตอบว่า อีกหลายวันก็จริงแต่หนูจะมาเรียนกับครูอีกแค่สองครั้ง(โรงเรียนผมจะปิดตัวเองสิ้นปีนี้แล้วจะไปเปิดใหม่อีกสามเดือนข้างหน้าในที่อื่นซึ่งเขาตามไปเรียนไม่ได้)แล้วสองครั้งนั้นไม่รู้หนูจะมีธุระต้องไปไหนจนทำให้ไม่สามารถมาเรียนได้อีกหรือเปล่าผมพยักหน้ารับ แล้วก็บอกว่่าไม่เป็นไร ถึงเราจะไม่ได้เจอกันอีกก็ขอให้อย่าลืมวิชาที่ครูสอนไปหมั่นฝึกตนเรื่อยๆ แล้วจะชำนาญและผมก็ถามชื่อจริง นามสกุลจริงของลูกศิษย์อีกครั้ง (ปกติผมเรียกแต่ชื่อเล่น)และจดไว้กันลืมบอกเขาไปว่าที่ถามทวนเพื่อ เผื่อในอนาคตอีกสิบปียี่สิบปีข้างหน้า เกิดบังเอิญหนูมีชื่อเสียงขึ้นมาครูจะได้จำหนูได้เพราะถ้าเวลานานไปขนาดนั้น หนูก็โตขึ้นครูอาจจะจำหน้าไม่ได้อีก และครูก็แก่ลงกว่านี้เรื่องราวรายละเอียดอาจจะผ่านหายไปตามเวลาจันทร์ 15 -ธันวาคม -2551ระจัน
การเลี้ยงลูกเป็นศิลปะ และมันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดๆ (สัมภาษณ์)
คุณพ่อ คุณอัษฎางค์ สถิรปัตติ (คุณอัษ) นักธุรกิจคุณแม่ นงนพา สถิรปัตติ (คุณแจง) แม่บ้านด.ญ.แพรวนภา สถิรปัตติ (kim, แพรว)ด.ญ.พราวนภา สถิรปัตติ (dee-dee, พราว)อนุบาลแย้มสอาด หลักสูตรอินเตอร์ อนุบาล 3 ...............................................................................เวลาไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวแจงก็จะต้องพกกระดาษและดินสอไปด้วยเสมอๆ เพราะลูกๆ จะชอบมากเหมือนเราได้มีกิจกรรมในยามว่างทำกันด้วยและที่สำคัญคุณครูที่โรงเรียนก็ชมมาค่ะ ว่าทั้งแพรวและพราวทำงานศิลปะสวยขึ้นมากเลยค่ะ...............................................................................การเลี้ยงลูกสักคนให้ได้ดีอย่างใจของพ่อแม่นับว่าเป็นงานยากและท้าทายอย่างยิ่งเป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่สิ่งหนึ่งของชีวิตพ่อและแม่และยิ่งถ้าแก้วตาดวงใจมาเป็นคู่แล้ว(แฝด)ภาระกิจในการ ฟูมฟัก ถนอม แก้วตาดวงใจน้อยๆ นี้ คงหนักอึ้งขึ้นแน่นอนนี่จึงเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจที่โรงเรียนสอนศิลปะพิชชานำมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่าน ผู้ปกครอง ทั้งที่ลูกกำลังอยู่ในวัยเดียวกับพี่น้องคู่นี้หรือลูกโตแล้วหรือกำลังตั้งท้องจะมีลูกในอนาคตบทสนทนาสั้นๆ ที่จะนำเสนอต่อไปนี้หวังว่าคงจะมีประโยชน์ต่อมุมมองในการเลี้ยงดูลูกๆนะคะร.ร.พิชชา การมีลูกแฝดนั้นต้องการการเลี้ยงดูแบบใดแม่แจง การมีลูกแฝดนั้นความยุติธรรมต้องมาเป็นอันดับแรกเลยค่ะเริ่มตั้งแต่แจงเริ่มตั้งครรภ์น้อง ทั้งแจงและพี่อัษจะเริ่มหาหนังสือมาศึกษากันเลยค่ะ เรียกได้ว่าค่อนข้างที่จะเลี้ยงลูกตามตำราเลยค่ะ แต่พอคลอดเขาออกมาแล้ว เราก็ต้องปรับวิธีการเลี้ยงเพื่อให้เข้ากับรูปแบบของครอบครัวเรา เพราะถึงแม้ว่าแพราวและพราวจะเป็นฝาแฝดที่หน้าตาและรูปร่างเหมือนกันมากๆ แต่ในด้านิสัยใจคอค่อนข้างแตกต่างกันมากและเราทั้งสองคนก็เลี้ยงเขาแบบให้มีความเป็นตัวของตัวเองเราจะไม่จับลูกให้แต่งตัวเหมือนกันเป๊ะแต่แจงจะให้ลูกเลือกเสื้อผ้าเองค่ะเพราะแพรวนั้นจะชอบสีออกโทนชมพู หวานๆพราวนั้นชอบโทนสีฟ้าสีออกขรึมๆร.ร.พิชชา วิธีปฏิบัติกับลูกแฝดคุณแจงและคุณอัษเน้นด้านใดบ้างคะแม่แจง-พ่ออัษ เราจะเน้นความยุติธรรมมาเป็นอันดับแรกค่ะทุกอย่างต้องเท่าเทียบกัน ทั้งเรื่องอาหารทั้งเรื่องของเล่นแจงจะเน้นและปฏิบัติให้เขาทั้งสองเห็นเลยละค่ะว่าแม่นับทุกอย่างทุกชิ้นให้ลูกเท่าๆ กันเขาทั้งสองจะรับรู้ได้ว่าแม่ยุติธรรมและให้ความรักแก่เขาทั้งสองเท่าเทียมกับ แจงจะบอกรักกันทุกวันทั้งระหว่างคุณแม่คุณพ่อและลูกๆรวมถึงแสดงความรักกันด้วยการหอมแก้มเขาทั้งสองคนเราจะหอมแก้มและบอกรักเขาทั้งสองทุกวันซึ่งมันได้ผลนะคะเพราะลูกๆ จะมีความมั่นคงทางจิตใจมาก และเขาก็จะเป็นเด็กที่เชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเราด้วยคือแจงอยากจะบอกคุณพ่อคุณแม่ทุกๆคนว่าเราอย่าลังเลที่จะแสดงความรักกับลูกๆ ของเราค่ะร.ร.พิชชา ที่บ้านมีกฎระเบียบอย่างไรให้ลูกๆ ปฏิบัติบ้างคะแม่แจง-พ่ออัษ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันประมาณสามถึงสี่ขวบเราจะให้ลูกทำอะไรๆ ให้เป็นเวลา ตรงต่อเวลาทุกอย่างเราจะให้พี่เลี้ยงบันทึกไว้ในสมุดบันทึกประจำตัวทั้งของแพรวและพราวเลยว่าให้นมน้องเวาลาไหนอาบน้ำน้องเวลาไหน เข้านอนกี่ทุ่ม เด็กทั้งสองคนนี้จึงเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีระเบียบแบบแผนในชีวิต มันเป็นผลดีทั้งตัวพ่อแม่และเป็นผลดีทั้งตัวลูกๆ ด้วย จนตอนนี้ทั้งสองอายุห้าขวบกว่าๆ แจงไม่ต้องเตือนแล้วว่าเขาต้องทำอะไรตอนไหนบ้าง เพราะมันติดเป็นนิสัยของทั้งคู่แล้วเช่นก่อนนอนทั้งคู่จะเดินไปหยิบหนังสือที่แต่ละคนชอบมาหนึ่งเล่มเพื่อให้แจงอ่านให้ฟังก่อนนอน พออ่านจบแจงจะร้องเพลงกล่อมเขาทั้งสองคนนอนซึ่งแจงรู้สึกว่ามันเป็นความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ร.ร.พิชชา เวลาลูกๆ ทำผิดคุณพ่อคุณแม่มีวิธีการลงโทษอย่างไรบ้างคะพ่ออัษ ผมใช้วิธีนับเลขเลย นับ 1-5 ให้เขารู้สึกตัวว่าต้องปรับพฤติกรรมนะหรือไม่ก็จับให้นั่งสมาธิ ทำ TIME-OUTต่ำสุด 5 นาที 10 นาที 15 นาทีตามแต่วัยในขณะนั้นของเขาอย่างช่วงนี้เขา 5 ขวบกว่า ผมก็ให้เวลา 15 นาทีส่วนเรื่องการลงโทษด้วยการตีนั้นมีน้อยมากผมไม่ค่อยใช้วิธีการตีลูกครับ แต่ในขณะเดียวกันถ้าลูกทำดีผมก็จะชม อาจจะมีการให้ดาวทำดีได้ดาว รวบรวมได้เท่าไหร่ แล้วให้รางวัลแต่จะไม่ให้พร่ำเพรื่อแม่แจง แม่แจงจะมีกฎประจำบ้านค่ะ ครูคือ 1. ต้องแบ่งปันกัน 2. มีอะไรต้องคุยกัน3. ไม่ทะเลาะกัน แจงมีกรอบให้ลูกอยู่ในใจค่ะแต่กรอบของแจงจะเป็นกรอบที่กว้างๆ ไม่บังคับจิตใจกันเกินไปแต่ก็ต้องอยู่ในกรอบนะคะร.ร.พิชชา การเรียนศิลปะมีผลต่อเด็กๆ อย่างไรบ้างคะแม่แจง มีผลมากค่ะ ทั้งด้านร่างกายและอารมณ์เลยค่ะ เพราะทั้งแจงและพี่อัษมีความคิดตรงกันว่าศิลปะเป็นสิ่งที่สวยงามและสำคัญต่อชีวิตประจำวันของลูกๆ รวมถึงทั้งแพรวและพราวก็มีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วยเมื่อสมัยก่อนที่จะมาเรียนที่พิชชาแพรวและพราวจะไม่ค่อยมีสมาธิกับสิ่งที่ทำหรือไม่ค่อยนิ่งแต่หลังจากมาเรียนแล้วแจงและพี่อัษรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทั้งแพรวและพราวค่ะ อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนคือเรื่องกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงขึ้นของน้อง เทคนิคการลงสีของทั้งคู่ที่เปลี่ยนไปมีความตั้งใจในการวาดรูปมากขึ้น อย่างเช่นเวลาไปทานอาหารในร้านระหว่างที่เรารออาหารกัน ถ้าเป็นในสมัยก่อนลูกๆ จะซนๆ กันแต่เดี๋ยวนี้แจงจะพกกระดาษและดินสอไว้สองชุดระหว่างรอก็หยิบขึ้นมาให้ลูกๆ นั่งขีดเขียนการ์ตูนเล่นกันซึ่งมันได้ผลมากค่ะเด็กๆ จะนิ่งและไม่ซนเลยหรือเวลาไปเที่ยวกันทั้งครอบครัวแจงก็จะต้องพกกระดาษและดินสอไปด้วยเสมอๆเพราะลูกๆ จะชอบมาก เหมือนเราได้มีกิจกรรมในยามว่างทำกันด้วยและที่สำคัญคุณครูที่โรงเรียนก็ชมมาค่ะว่าทั้งแพรวและพราวทำงานศิลปะสวยขึ้นมากเลยค่ะร.ร.พิชชา แม่แจงและคุณพ่อมีข้อความดีๆฝากถึงคุณพ่อ คุณแม่ท่านอื่นๆ บ้างมั้ยคะแม่แจง อยากให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ ให้ความสำคัญกับลูกๆให้มากๆ ค่ะ แจงคิดว่าไม่มีอะไรมาสำคัญกับลูกๆ เท่ากับคุณพ่อคุณแม่คะถึงเด็กๆ จะมีพี่เลี้ยง แต่พี่เลี้ยงก็สามารถเลี้ยงลูกเราได้แค่ร่างกายค่ะส่วนเรื่องจิตใจและทัศนคติเป็นเรื่องที่พ่อและแม่ต้องดูแลค่ะแจงบอกลูกๆ เสมอว่าพ่อแม่คือคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของหนูเราเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ ทั้งเพื่อนของลูกได้ แจงจะไม่ใช้อารมณ์ที่รุนแรงหรือเกรี้ยวกราดกับลูกแต่จะใช้วิธีอธิบายให้เข้าใจเพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน และที่สำคัญถ้าแม่รู้สึกว่าแม่ทำผิดกับลูก แม่จะกล่าวคำขอโทษลูกก่อนเสมอ เราต้องลดทิฐิของตัวเราเองด้วยค่ะพ่ออัษ ผมคิดว่าการเลี้ยงลูกเป็นศิลปะครับ มันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดๆทั้งสิ้น ยิ่งใหญ่กว่าการเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ผมรู้สึกว่าลูกทำให้ผมและแจงเก่งขึ้นอะไรที่เราคิดว่าเราทำไม่ได้เราก็ทำได้เราอดทนมากขึ้นตอนแรกคิดว่าจะเลี้ยงลูกแฝดทีเดียวสองคนไม่ได้ เราก็ทำได้ และมั่นใจว่าเราทำได้ดีในระดับหนึ่งผมบอกกับแจงเสมอว่าเราต้องขอบคุณแพรวและพราวที่ทำให้เราทั้งสองคนเก่งขึ้นมุ่งมั่นขึ้นในการที่เราจะดูแลเขาและผมก็ต้องขอบคุณแจงด้วยครับที่เขาเสียสละทุกๆ สิ่ง ทุกๆ อย่างในการดูแลลูกๆ ครับhttp://pitchaart-school.blogspot.com/
Location :
[Profile ทั้งหมด]