~ i'm just a drop of rain falling from the sky above ~
Group Blog
 
All Blogs
 

move on...


แปลกดี.. เย็นวันศุกร์ แต่ยังไม่อยากจะกลับบ้านแฮะ..
นั่งทำงานไปเรื่อยๆ เหมือนหลอกตัวเองว่างานเยอะ ต้องรีบทำให้เสร็จ..
ช่วงนี้ ชีวิตเหนื่อยๆ..

โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ เดินทางตั้งแต่วันอาทิตย์ไปโฮจิมินห์ กลับมาค่ำวันอังคาร
วันพุธต้องเดินทางต่ออีกแล้ว.. ไปหลวงพระบาง กลับพฤหัสตอนเย็นๆ
วันศุกร์ก็ต้องตื่นแต่เช้ามาทำงาน..
จริงๆ คืนวันพฤหัสไม่สบาย แต่กินยา นอนพักก็หาย..

ปกติ.. ทั้งเรียน ทั้งทำงาน.. เหนื่อยมาก
แต่เย็นวันศุกร์ทีไร ก็จะคอยดูเวลา.. เสมอ.. เมื่อไหร่จะเลิกงาน..
แต่เย็นวันศุกร์คราวนี้ ไม่เหมือนทุกที..
เหมือนใจจะคอยยืดเวลาออกไป.. สักหน่อยก็ยังดี..

หนึ่งสัปดาห์แล้วนะ.. ที่เฝ้าหวังว่าอะไรที่หายไป.. จะกลับมาเหมือนเดิม
แต่ตอนนี้.. เวลานี้.. คงต้องเลิกหวังเสียที..
ชีวิตต้องก้าวเดินต่อไป.. อยู่คนเดียวมาก็นาน.. ทำไมจะอยู่ต่อไปไม่ได้..
บทเรียนคราวนี้สอนให้รู้ว่า.. ไม่มีใครรักเราจริง เท่าพ่อกับแม่..
แม้พ่อกับแม่จะไม่อยู่กับเราแล้วก็ตามที..
คิดถึงตรงนี้แล้วทำไมต้องแอบมีน้ำตาด้วยก็ไม่รู้เนอะ.. อือม..

เราต้องเข้มแข็ง.. อ่อนไหวได้ แต่อย่าอ่อนแอ..
ไม่มีใครรัก ก็รักตัวเองสิ.. ไม่เห็นยาก..

พรุ่งนี้.. เราจะตื่นแต่เช้า.. ชีวิตต้องดำเนินต่อไป..
ขอบคุณ..
ขอบคุณ..
ขอบคุณ..
..แล้วเราก็จะก้าวเดินต่อไป..

...




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2550    
Last Update : 19 ตุลาคม 2550 21:27:54 น.
Counter : 132 Pageviews.  

my celebrity lookalikes


อิอิ แอบไปเห็นบล็อกของบ้านข้างๆ เขาเล่น
เลยอดใจแอบไปลองเล่นมั่งไม่ได้..

หนุกดีเหมือนกันแฮะ...








 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2550 18:50:50 น.
Counter : 155 Pageviews.  

the entrance and norah head lighthouse



ฮ่าๆๆๆ หลังจากดองบล็อกได้ที่แล้ว หวานๆ เค็มๆ กำลังดี
ก็ได้ฤกษ์มาอัพบล็อกดีกว่า... ขุดเอาเรื่องเก่าๆ มาอัพ อิอิ

วันนี้รักสัตว์.. เพราะฉะนั้น เอาเรื่องเที่ยวที่ไปดูการให้อาหารนกกระทุงมาอัพดีกว่า

จะมีที่ไหนเล่า... ถ้าไม่ใช่ the entrance ที่ได้ชื่อว่าเป็น
'the pelican capital of australia' เชียวนะ สิบอกให้...
ตื่นแต่เช้า ลัลล้า.. เตรียมอาหารการกิน (ประหยัดกว่าซื้อ)
มุ่งหน้าขึ้นเหนือ สู่แถบ cental coast ของรัฐ new south wales
ใช้เวลาแป๊บเดียวก็ถึงล่ะ อยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่จากซิดนี่ย์
อากาศก็พอเย็นๆ แต่ลมพัดแรงชะมัด..
แถวนี้จะมีทะเลสาบใหญ่บิ๊กบึ้ม ชื่อว่า tuggerah lake
โดนโอบล้อมจากผืนแผ่นดิน มีทางออกเชื่อมทะเลติ๊ดเดียว
ไอ้ตรงนี้แหละที่การแสดงให้อาหารนกกระทุง (pelican feeding) จะเริ่มต้นขึ้น





การแสดงนี้มีทุกวันตลอดปี ไม่มีหยุด ก็นะ... หยุดก็หิวจิ
เวลาเดียว บ่ายสามโมงครึ่ง...
เหตุที่ต้องมีการแสดงนี้ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าจะไว้ใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเดียวนะ
แต่ว่าเหตุผลก็คือว่า เผื่อมีนกบาดเจ็บ จะได้จับมารักษาซะ (เป็นคนดีจิงๆ น่านับถือ)

เนื่องจากว่าเราไปถึงกันเร็ว... ก็เลยนั่งๆ นอนๆ เดินเที่ยว
กินลมชมวิวไปทั่ว





ที่นี่มีนกกระทุงเยอะจริงๆ ด้วยแหละ จับกลุ่มกันเป็นฝูง
ตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เพิ่งเห็นตัวจริง ก็คราวนี้แหละ ตัวใหญ่กว่าที่คิดเยอะเลยอ่ะ
ปากก็แหลมมากๆ เกิดโดนจิกขึ้นมานี่คงเอาเรื่องเหมือนกันนะ





ที่ชอบอยู่อย่างเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ออสเตรเลียก็คือ
เขาจะจัดบริเวณที่ท่องเที่ยวให้น่าเดินเล่นอ่ะ มีสวนตรงนี้นิด
มีการตกแต่งตรงนี้หน่อย ทางดงทางเดินก็ทำอย่างดี





นอกจากนั้นก็พยายามจะส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ
โดยการจัดการแสดงบ้าง ออกร้านบ้าง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
อย่างวันนี้ก็เป็นการแสดงดนตรีของทหารเรือ(มั้ง)
ไม่ค่อยได้สนใจหรอก แดดมันร้อนอ่ะ.. แค่เดินไปดูๆ แล้วก็ถ่ายรูป





พอใกล้ได้เวลา.. ก็เริ่มไปจับจองที่นั่ง
มันจะเป็นลานครึ่งวงกลมเล็กๆ เว้นที่ตรงกลางไว้สำหรับพวกนกๆ โดยเฉพาะ
พวกนกๆ นี่ก็รู้เวลานะ พอสามโมงกว่าๆ ก็เริ่มออๆ เข้ามากันละ
ยืนกันหน้าสลอนเลยทีเดียวเชียว





เมื่อได้เวลาเจ้าหน้าที่ก็จะค่อยๆ โยนปลาไปทีละตัว
ตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง เพื่อให้ได้กินกันครบ
ระหว่างนั้น ก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนคอยดูว่า มีนกบาดเจ็บหรือเปล่า
ก็จะพยายามแยกมันออกมา เพื่อให้อาหาร จะได้ไม่ต้องแย่งกะตัวอื่น





ให้กันสักพัก ประมาณครึ่งชม. ได้มั้ง (ไม่ได้ดูเวลาอ่ะ)
ระหว่างนั้นก็มีการรับบริจาคสำหรับกองทุนพิทักษ์นกกระทุง(เดาเอา)
กิจกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมโดยธุรกิจแถวๆ นั้นแหละ
มิใช่จากรัฐบาลแต่อย่างใด (ฟังมาอีกที ผิดถูกไม่รู้นะ อิอิ)
แต่เราว่า มันก็คงจะ น้ำพึงเรือ เสือพึ่งป่า แหละ
ได้กิจกรรมนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยว คนมาเยอะ ร้านค้าก็น่าจะขายดีขึ้น





เสร็จจากงานนี้ ระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
ก็จัดการแวะอีกที่ท่องเที่ยวซะเลย งานนี้ไปดูประภาคารกัน...

ชื่อว่า norah head lighthouse นะ.. อยู่ไม่ไกลจาก the entrance เท่าไหร่
เป็นประภาคารที่สร้าง(หมายถึงมีความคิดให้สร้างนะ) โดย edward hargraves
เหตุเพราะมีเรือล่มมากมายเหลือเกินในบริเวณนี้
ก็เลยสร้างซะ อ้อ.. เขาเป็นเจ้าของที่ดินด้วยแหละ เรื่องของเรื่อง เลยสร้างได้





ตัวประภาคารสร้างตั้งแต่ปี 1903 แล้วล่ะ เพิ่งครบร้อยปีไปไม่กี่ปีก่อนนี่เอง
เป็นประภาคารสุดท้ายที่สร้างในรูปแบบของ james barnet
โดยใช้คอนกรีตบล็อกหล่อสำเร็จ ก่อจากฐานแล้วค่อยๆ สร้างสูงขึ้นไป





เดินลงมาตามทางเดินเข้าสู่ตัวหาด..
โอ้แม่เจ้า.. สวยอ่ะ.. ไม่ได้สวยในแง่น่าเล่นนะ
แต่ว่าสวยแบบ.. โบราณๆ อ่ะ เหมือนสมัยโลกล้านปี





มันเป็นหาดทรายที่มีหินเป็นก้อนบ้าง เป็นแผ่นบ้าง สลับไปสลับมา
แต่ละก้อน แต่ละแผ่น เป้งๆ ทั้งน้าน.. ยื่นเข้าไปในทะเล
สลับกับแอ่งน้ำ ที่มีตะไคร่จับเต็มพรืดไปหมด..
ไม่แปลกใจเลย ทำไมเรือถึงได้มาอับปางแถวนี้
ก็หินเพียบซะขนาดนี้





วิวมันกว้างมาก ไกลสุดลูกหูลูกตา
สเกลของหินก็ใหญ่มาก.. เรือก็ไม่มีสักลำ คนก็ไม่มี
เลยทำให้เหมือนหลุดไปอยู่หาดยุคดึกดำบรรพ์จริงๆ นะ...





ชอบจิงๆ เลยอ่ะ.. นี่ถ้าไม่ติดว่าแดดแรงจนตัวดำนะ..
จะสำรวจให้เยอะกว่านี้...
แต่คิดไปคิดมา.. แค่นี้แหละ พอแล้ว กลับบ้านดีกั่ว อิอิ







 

Create Date : 29 มีนาคม 2550    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2550 18:13:26 น.
Counter : 503 Pageviews.  

cherry picking at young


ฮ่าๆๆๆ หลังจากห่างหายไปนานนนนนนนนนนน...
จนโดนขู่ว่า ถ้าไม่มาอัพบล็อก จะโดนเอารูปมาลงประจาน
ก็เลยรีบๆ มา... ตอนแรกก็คิดว่าจะอัพเรื่องอะไรดี
เวลามีน้อย เอาเป็นว่าอัพเรื่องสั้นๆ ดีกว่า อิอิ

... ไปเก็บเชอร์รี่ที่เมืองยัง ...
(ชื่อเหมาะกับเจ้าของบล็อกมากมาย เอิ๊กๆๆๆๆ)

นัดกันตั้งแต่เช้าตรู่... ตรู่แบบว่า เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลยอ่ะ
เรื่องของเรื่องคือ มัวแต่เล่นเกมอยู่น่ะสิ
พอรู้ตัวอีกทีก็... นะ... สายเกินกว่าจะนอนแล้ว เลยเล่นต่อมันซะเลย จนเช้า

บึ่งรถไปกันห้าคน(แต่คนขับมีคนเดียว)
ตอนแรกว่าจะไม่งีบแล้วเชียว(เกรงใจคนขับน่ะ)
แต่มันหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว

ตื่นมาอีกที ก็ใกล้จะถึงแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ
ไอ้ฟาร์มที่ตอนแรกตั้งใจจะมา มันดันไม่เปิด
เลยแวะเอาฟาร์มใกล้ๆ แถวนั้นแทน
ก็คิดๆ อยู่ตามประสาคนไม่เคยมาว่า.. เอ.. แล้วจะเก็บกันยังไง
หรือจะจอดรถเดินดุ่มๆ เข้าไปเด็ดกินเลยดีมั้ย...
แต่เอ๊ะ.. ทำไมมองไป คนที่กำลังเด็ดๆ อยู่เขามีถังสีเขียวกันทุกคนเลยล่ะ...

ก่อนจะลุยฟาร์ม แว่บไปถามๆ ก่อนจะดีมั้ย (เดี๋ยวโดนจับโยนออกมา)
ก็ได้ความว่า ไอ้ถังสีเขียวๆ น่ะ เขาไว้ใช้ใส่เชอร์รี่
เสร็จแล้วก็เอามาชั่ง คิดเป็นกิโลๆ เหมือนตลาดน่ะแหละ
เพียงแต่งานนี้เราเก็บกันเอง เลือกกันเอง ตาดีได้ ตาร้ายเสีย...



ก่อนจะออกศึก ก็ต้องมีการเตรียมการรบกันก่อน
คนดูแลฟาร์มบอกว่า เวลาเด็ด ให้โน้มกิ่งมันลงมา
(ต้นมันจะเป็นคล้ายกิ่งหลายๆ กิ่งยื่นขึ้นไปบนฟ้า)
แล้วเด็ดเอาก้านมันออกมาด้วย(เพื่อให้เก็บได้นานขึ้น)
แต่อย่าเด็ดเอาก้านใหญ่(รู้สึกเขาจะเรียกว่า "บัด" นะ ถ้าจำไม่ผิด)ติดมา
เพราะจะทำให้มันไม่ยอมออกผลเชอร์รี่ตรงนั้นอีก



แล้วก็ถึงเวลาตลุย..
แรกๆ ก็เงอะๆ งะๆ นิดหน่อย... แต่พอผ่านไปได้สักพัก
ก็คล่องล่ะทีนี้ เด็ดเอาๆ กันเลยทีเดียว...
แต่เอ๊ะ เด็ดมาก็เยอะ ทำไมในถังมีนิดเดียว...
หุหุ... ก็เด็ดมาใส่ปากน่ะสิ ถามได้ ฮ่าๆๆๆๆ
(ก็เขาไม่ได้ห้ามชิมนี่นา ก็เลยชิมใหญ่เลยจิ กลัวได้ลูกไม่อร่อย)



เด็ดไปชิมไป มันก็อร่อยดีอยู่หรอกนะ
เพียงแต่ว่า แดดร้อนชิบเป๋งเลย...
เด็ดเบื่อๆ ก็พักถ่ายรูปเล่นมั่ง(เก็บไว้ดูเอง เพราะมันตลก อิอิ)
วิวสวยมากเลยอ่ะ จะว่าไป



เมื่ออิ่มท้อง เอ้ย..ไม่ช่าย.. เมื่อสมควรแก่เวลา
ก็ได้ฤกษ์ขยับขยายออกจากฟาร์มเสียที
ไม่รู้คนดูแลฟาร์มจะคิดหรือเปล่าว่า พวกนี้นี่ มาก็นาน ทำไมเก็บได้นิดเดียวเอง...

ไหนๆ ก็มาแล้ว แวะดูตัวเมืองยังหน่อยดีกว่า...
เห็นว่ามีงงมีงานอะไรเกี่ยวกับเชอร์รี่ด้วยนี่...
ตัวเมืองก็เล็กๆ เงียบๆ เหมือนชนบทเมืองฝรั่งทั่วไป
แวะโบสถ์แถวนั้นด้วย เพราะสวยและดูสงบดี
(ไปถ่ายรูปเล่น ไม่ใช่อะไรหรอก)



รู้สึกเหมือนปราสาทในนิยายเลยอ่ะ



จากนั้นแวะศูนย์บริการการท่องเที่ยวซะหน่อย
ที่นี่ดีอย่าง จะมีศูนย์พวกนี้คอยให้ข้อมูลข่าวสาร
เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องเชอร์รี่จริงๆ นะ จะบอกให้
ไม่เชื่อดูป้ายต้อนรับสิ...



หลังจากสอบถามแล้ว ได้ความว่า ไอ้งานที่ว่า มันคงไม่มีอะไรเท่าไหร่(แล้วเท่าไหนฟะ)
เลยตัดสินใจไม่แวะแล้ว ไปดูโรงงานทำแยมเชอร์รี่ดีกว่า
บึ่งรถไปไม่นาน ก็ถึง



โรงงานก็เล็กๆ น่ารักดี ห้องปฏิบัติการเขาเป็นกระจก
เพื่อให้นักท่องเที่ยวดูวิธีการทำงานด้วย...
แต่เจ๊หมวกเขียว(คนที่ยืนหันหลังให้ ตรงกลางรูป) แกคงรำคาญนะเราว่า
เพราะเห็นแกหันมามองตรงกระจกก็หลายทีอยู่
พลางทำหน้าประมาณว่า เฮ้อ..ไอ้พวกนี้ ไม่เคยเห็นสาวโรงงานเหรอวะ อิอิ



สักพัก ก็กลับออกมามือเปล่า(ก็จนนี่ ไม่มีเงินซื้อของ)
ปิ๊กบ้านดีกว่า.. เดี๋ยวจะค่ำ
ขอบอกว่า วิวระหว่างทางสวยมากๆ เหมือนภาพวาดเลย
ถึงจะดูแห้งๆ หน่อยก็เหอะ..
เสียดาย อยากแวะถ่ายรูปเหมือนกัน แต่เกรงใจคนขับ หุหุ
แล้วก็อย่างเคย... แอบงีบอีกแย้วววว
ขอโต๊ดด้วยนะ คุณคนขับ ไม่ได้ตั้งใจนะ มันหลับเอ๊งงงง







 

Create Date : 14 ธันวาคม 2549    
Last Update : 14 ธันวาคม 2549 8:31:55 น.
Counter : 366 Pageviews.  

from manly to palm beach - daytripper tour!

___________________________________________________

ได้ฤกษ์ดี เพิ่งตกงานมาหยกๆ ประกอบกับอากาศสุดสัปดาห์นี้เป็นใจ
กระไหนเลย... แบกเป้ลากผ้าใบใส่แว่นดำ ไปเที่ยวทะเลดีกว่า
ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่อากาศนี่เอาแน่เอานอนไม่ได้
บางวันก็เย็นซะ แถมลมแรงอีกตะหาก...
แต่บางวันก็ร้อนตับแลบ เช่นวันเสาร์อาทิตย์นี้ เป็นต้น

ไปค้างบ้านเพื่อนตั้งแต่คืนวันศุกร์ เพราะจะเริ่มออกเดินทางจาก westmead
นั่งเรือชมแม่น้ำ parramatta ซะ...



งานนี้วางแผนไว้แล้ว ว่าคงจะซื้อตั๋วแบบ daytripper แน่ๆ
เพราะเราจะตะลุยให้ครบระบบขนส่งของที่นี่เลยล่ะ ตั้งแต่รถไฟ เรือ ยันรถเมล์เลย
ไอ้ตั๋วที่ว่านี้ใช้ได้ในหนึ่งวัน ขึ้นอะไรก็ได้ที่บอกมาข้างต้น ภายในตัวซิดนี่ย์ กี่รอบก็ได้ คุ้มสุดๆ

เริ่มอย่างแรกด้วยการนั่งรถไฟแบบเบาะๆ หนึ่งสถานีจาก westmead ไป parramatta
เพราะจะต้องไปนั่งเรือ ferry ที่นั่น...



กะว่าจะนั่งเรือรอบสิบโมง เลยว่าจะไปถึงสักก่อนเก้าโมงครึ่ง ด้วยกลัวคนจะแน่น
เพราะวันนี้วันเสาร์ แถมอากาศโปร่งและร้อนเช่นนี้ คนคงน่าจะเยอะ
แต่ก็ผิดคาด ไปถึงคนแทบไม่มีเลย พอได้เวลาขึ้นเรือ คนก็ไม่ถึงกับเยอะมาก (คงไปกันแต่เช้า หุหุ)



ริมข้างทางแม่น้ำที่นี่ ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่
ไม่เหมือนบ้านเรา ที่จะมีชีวิตริมน้ำให้เพลินตาเพลินใจ.. ก็เลยแอบงีบสักเล็กน้อย
ใกล้จะถึง circular quay (ต้องต่อเรือเพื่อไป manly) ค่อยออกมาถ่ายรูป



ฟ้าใสมากๆ แต่ถ้าเป็นหน้าหนาว ฟ้าจะสวยกว่านี้อีก เพราะจะเป็นสำน้ำเงินเข้มกว่านี้
harbour bridge วันนี้เลยงามจริงๆ



เรือก็จะเทียบท่าที่ circular quay แล้ว ตัวเมืองจริงๆ ก็มีเท่าที่เห็นแหละ
ซิดนี่ย์ ไม่ได้ใหญ่โตมากมายอะไรเท่าไหร่..



นี่ก็... ไม่มาไม่ได้นะ ไม่งั้นไม่ถึงซิดนี่ย์ ออกจะเป็นสัญลักษณ์ซะขนาดนี้
ฟ้าใสมากมาย...
นึกถึงโฆษณาเครื่องครัวตราหัวม้าลายอ่ะ ที่เค้าเอากะทะมาทำเป็น opera house
ช่างคิดมากๆ เอิ๊กๆๆๆ (หลายคนคงเกิดไม่ทันล่ะสิ เสียใจด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ)



ตัวเรือก็ใหญ่โต กว้างขวาง ใหม่เอี่ยมดีนะ
แต่ไม่มันส์เท่าตอนนั่งเรือด่วนที่แม่น้ำเจ้าพระยาเลย.. เฮ้อ



นั่งแป๊บๆ ก็ถึง manly ละ... โห คนเป็นล้านเลยแหละ
มีแต่ฝาหรั่งทั้งนั้นเลย ผู้ชายก็ถอดเสื้อโชว์หุ่นกันให้ควั่กไปหมด ผู้หญิงก็สายเดี่ยวกระโปรงสั้น
แต่ละคนเดินกันไม่กลัวแดดเลยแฮะ...



ทะเลที่นี่คลื่นจะแรง.. เหมาะแก่การเล่น surf
จะเล่นน้ำก็ได้ แต่เล่นได้ตรงที่เขาทำสัญลักษณ์ปักธงไว้ให้ เพื่อความปลอดภัย
มี lifeguard ประจำอยู่แทบจะทุกหาดเลยด้วย...

แต่สังเกตนะ... ฝาหรั่งชอบมาชายหาดเพื่ออาบแดด
นอนกันให้สลอนไปหมดเลย... ไม่กลัวดำกันเล้ยยยย
ชายหาดก็จะมีระเบียบเรียบร้อยมาก แล้วก็สะอาดด้วย
การดูแลรักษากินขาดบ้านเรา แต่ความสวยงาม บอกตรงๆ บ้านเราสวยกว่าเยอะ



เดินชมให้ทั่วๆ จากเหนือหาดจรดท้ายหาด... ภาพที่เห็นก็นะ.. เดิมๆ ฝาหรั่งอาบแดด



หลังจากกินข้าวที่ห่อไปด้วยเรียบร้อยแล้ว
(อาหารข้างนอกแพงอ่ะ.. ห่อไปกินประหยัดกว่าเยอะ เพื่อนทำด้วย ไม่ได้ทำเอง อิอิ สบาย)
ก็นั่งรถเมล์สองต่อไป palm beach ซึ่งอยู่เหนือสุดของซิดนี่ย์
นั่งกันจนเมื่อยเลย... แบบว่า นั่งเอาให้คุ้มค่าตั๋ว เอิ๊กๆๆๆ



หาดแต่ละที่ ก็คล้ายๆ กันไปหมด...
มีไอ้ต้นเนี้ย ปลูกก่อนถึงหาด.. ทรายสีส้มอ่อนๆ ทะเลสีน้ำเงิน แล้วก็... ฝาหรั่งอาบแดด..



นั่งๆ นอนๆ กินขนมที่ palm beach ได้สักพัก ก็กระโดดขึ้นรถเมล์กลับตัวเมือง



ระหว่างทางกระโดดลงรถเมล์ แวะหาด new port ตอนตะวันจะตกดิน...
แล้วก็.. บาย บาย.. ชายหาดทางเหนือ

วันหน้าฟ้าใหม่ ฟ้าใส คงจะได้เที่ยวแบบ daytripper tour อีกนะ... คุ้มจริงๆ อิอิ

___________________________________________________




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2549    
Last Update : 15 ตุลาคม 2549 15:48:19 น.
Counter : 411 Pageviews.  

1  2  3  

raindrops keep falling
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add raindrops keep falling's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.