บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ทริปเวียดนาม วันสุดท้าย Dec 10: Hanoi - Bangkok

และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่เวียดนาม วันนี้โปรแกรมก็คือเดินเที่ยวเล่นในตัวเมืองฮานอยแล้วรอขึ้นเครื่องตอนประมาณ 3 ทุ่มกลับบ้าน

วิธีการเดินทางไปสนามบินก็คือให้โรงแรมเรียก taxi ให้ซึ่งทางโรงแรมจะคิด $10 ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเลย ผมก็คิดว่าน่าจะดีนะดีกว่าไปเรียกเอง เป็นล้านด่องแน่เลยคราวนี้

ถ่ายรูปนครแห่งมอเตอร์ไซด์เก็บไว้ก่อนลาจากกันที


ตลาด Dong Xuan ที่นี่ขายของคล้ายๆที่โบ๊เบ้


ผมไม่ได้ซื้ออะไรภายในตลาดนี้ ดูแล้วไม่ถูกใจเลย


ตั้งแต่มายังไม่ได้ถ่ายรูปรถสามล้อถีบเลย อันนี้ผมไม่ได้ลองนั่งครับเสียดายเงิน


Hanoi Opera House อยู่แถวโรงแรม Hilton


สุดท้ายได้ลองกินไอติม ร้านชื่อดัง


สภาพอากาศในวันนี้ก็กลับมาหนาว และลมแรงอีกเหมือนเดิม ทำให้ไปคราวนี้แทบจะไม่มีอารมณ์ออกไปถ่ายรูป หรือเดินเล่นเท่าไหร่ ส่วนใหญ่วันนี้ก็อยู่แถวๆร้านโน่น ร้านนี่ลองกินไปเรื่อยๆ

ตอนขากลับไปสถานบิน รถ taxi มารับตอน 6 โมงเย็นค่อนข้างตรงเวลา และไม่ต้องเสียเงินอะไรเพิ่มด้วยดีจริงๆ
ไปถึงก็เจอ คนไทยอยู่ที่สนามบินเยอะมาก ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่าใครได้ไปเจออะไรกันมาบ้าง

สุดท้ายเครื่อง Delay ได้ขึ้นเครื่องจริงตอนประมาณ 5 ทุ่ม แต่ก็เอาเถอะเหนื่อยแล้ว ยังไงก็เอา

There is so much in the world for us all, if we only have the eyes to see it, and the heart to love it, and the hand to gather it to ourselves.




 

Create Date : 02 มกราคม 2550    
Last Update : 2 มกราคม 2550 17:24:42 น.
Counter : 262 Pageviews.  

ทริปเวียดนาม วันที่แปด Dec 9: Nin Binh - Tam Coc

รถไฟจาก Lao Cai มาถึงฮานอยตอน 05.30 ซึ่งช้ากว่าหมายเดิมไป 1 ชม แต่ก็กลายเป็นข้อดีไป ถ้ามาถึงเร็วกว่านี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน

เมื่อลงรถไฟแล้วก็พบกับเรื่องเดิมๆก็คือมีฝูงชนมาชวนไปนอนตามโรงแรมต่างๆ คราวนี้ผมเข็ดแล้วจะไปหาเองดีกว่า ครั้งนี้ผมไม่ได้จองไว้ก่อนว่าจะนอนที่ไหนด้วยสิ จริงๆแล้วก็มีอยู่ในใจเหมือนกันว่าจะไปพักแถวโบสถ์ St. Josph ผมเดินทางออกจากสถานีรถไฟไปแถวทะเลสาบ เพื่อที่เดินเท้าต่อไปหาโรงแรม โดยที่มีฝรั่งอีก 2 คนร่วมไปด้วยในรถ taxi

คราวนี้เดินทางจากสถานีรถไฟไปแค่ทะเลสาบ มิเตอร์มันขึ้นไปเกือบ 200,000 ดอง แพงมาก ครั้งที่ผมมาแค่ 15,000 ดองเอง พวกผมก็เลยไม่ยอมจ่ายเงิน ทะเลาะกันจะเป็นจะตาย สุดท้ายให้ไปแค่ 100,000 แล้ววิ่งหนีไปเลย

สุดท้ายผมได้เข้าพักที่ โรงแรม Golden Buffalo hotel ในราคาห้องละ $17 ซึ่งก็ค่อนข้างแพง แต่เมื่อผมได้เข้าไปดูในห้องแล้วผมก็ว่า Ok เลยสำหรับคืนสุดท้ายที่เวียดนาม และการบริการของทางโรงแรมแห่งนี้

วันนี้ผมได้ซื้อทัวร์จากทางโรงแรมเพื่อที่จะไป Nin Binh โดยจะมีให้เลือกว่าจะไป Perfume Pagoda หรือ Tam Coc ผมก็เลือกที่จะไป Tam Coc ในราคาหัวละ $18 ผมก็ไม่รู้ว่ามันแพงหรือเปล่า

รถตู้มารับที่โรงแรมเลย ในรถมีนักท่องเที่ยวคนอื่นอีก แต่ก็ไม่เต็มรถ มีไกด์ชาวเวียดนามพูดภาษาอังกฤษได้อีกคน ไกด์ฝึกหัดอีก 1 คน ผมว่า 2 คนนี้ก็ค่อนข้าง Ok นะเค้าแนะนำอะไรหลายอย่างเลยทีเดียว

ระหว่างทางไปเห็นเค้าขนโลงศพกันแบบนี้เลย


พวกเราไปเยี่ยมชมวัดที่สร้างให้กับกษัตริย์องค์แรกของชาวเวียดนาม


ทางเข้าวัด


วัดอีกรูป...


ศาลาพักร้อน


เดินสักพักก็ไปที่วัดอีกแห่งซึ่งเป็นของกษัตริย์อีกพระองค์


เมื่อดูวัดทั้ง 2 แล้วไกด์ก้อพาเราไปทานข้าวกลางวันกันแถวที่จะลงเรือ

บริเวณท่าเรือ


ถึงเวลาล่องเรือ


ลอดใต้สะพานโค้ง


อันนี้ทุกคนต้องก้มหัวกัน


บรรยากาศแบบนี้โรแมนติกมากเลยครับ


ใครว่าเค้าใช้มือพายเรือกัน


มีถ้ำให้ลอดถึง 3 ถ้ำ


เมื่อถึงปลายทางก็พบกับแม่ค้าขายเครื่องดื่มของกินเล่น


ในระหว่างทางกลับ คนเรือจะเอาสินค้าของเค้ามาขายด้วย อันนี้ทำใจไม่ซื้อลำบาก


เมื่อเสร็จสิ้นทางเดินทาง ก็ถึงเวลากลับตัวเมืองฮานอยกัน ใช้เวลาเดินทางกลับอีก 2 ชมกว่าจะถึง นั่งรถดูวิวไปเรื่อยๆก็ดีครับ

พอดีเลยวันนี้เป็นวันเสาร์เค้าจะมีตลาดนัด กันแถวทะเลสาบ ก็เลยถือโอกาสไปเยี่ยมชมกัน

ร้านขายไส้กรอก ลองมาแล้วใช้ได้ครับ


หน้าตาตลาดนัดวันเสาร์


ปลาหมึกปิ้งก็มีให้เห็นด้วย แต่ครั้งนี้โดนโกงราคาอีกแล้ว


เดินเที่ยวซักพักก็กลับโรงแรมนอน พรุ่งนี้จะได้กลับเมืองไทยแล้ว พูดตามตรงก็อยากกลับแล้วละครับ เหนื่อยกับการโดนโกง




 

Create Date : 01 มกราคม 2550    
Last Update : 1 มกราคม 2550 20:37:49 น.
Counter : 433 Pageviews.  

ทริปเวียดนาม วันที่เจ็ด Dec 8: Sapa - Hanoi

วันนี้เป็นวันที่ท้องฟ้าสดใสที่สุดในทริปเลยก็ว่าได้ ไม่นับรวมเวลาที่ไปอยู่บนภูเขา เพราะว่าบนภูเขานั้นสูงเหนือเมฆไปอีก ผมมีโปรแกรมที่ต้องเดินทางกลับไปฮานอยวันนี้ตอนเย็น ทำให้ผมยังมีเวลาเหลือที่จะเดินสำรวจเมืองซาปาเพื่อที่จะถ่ายรูป

จัตุรัสดาวในวันท้องฟ้าใส ด้านหลังเป็นเทือกเขาฟานซิปาน


จักรยานขายข้าวโพดคั่วและลูกโป่งใกล้ๆจัตุรัส


เป็นร้านรวงที่สร้างตามขั้นบันได แถวนี้มีร้านขายของที่ระลึกและตลาดซาปา


มีร้านตัดผมเปิดให้บริการข้างทาง ตัดกันให้เห็นๆเลย


ป้าขายดอกไม้ข้างถนน


ธนาคารซึ่งกำลังมีชาวเขากำลังเข้าไปทำธุรกรรม


เมื่อเดินเล่นในบริเวณเมืองกันสักพักแล้ว(ซึ่งไม่ได้ใหญ่อะไรมาก) ผมก็ไปเยี่ยมชมภูเขา Ham Rong ที่นี่เป็นของเอกชนซื้อที่ไว้ แล้วปรับปรุงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่นี่สามารถเดินไปได้ไม่ไกลจากจัตุรัสเลย ค่าเยี่ยมภูเขาแห่งนี้ 20,000 vnd เท่านั้นครับ

ที่นี่ผมเปรียบได้เป็นสวนนงนุช แต่ไม่ใหญ่เท่า แต่ก็สามารถใช้เวลาชมและถ่ายรูปที่นี่ได้หลายชั่วโมงเลยก็ว่าได้ครับ

ร้านขายชาบนภูเขา Ham Rong


จุดชมวิวดูเทือกเขาฟานซิปาน


จุดนี้สามารถมองเห็นเมืองซาปาได้ครับ


มีร้านขายชาวางชุดน้ำชาตามโต๊ะหิน น่ารักดีครับผมชอบมากเลย ชาที่นี่ก็เป็นชาสมุนไพรซะส่วนใหญ่(แพงเหมือนกัน)


ชุดชาอีกรูป


อีกรูปคับ


วิวข้างในครับ


เส้นทางเดินไปเยี่ยมชมส่วนต่างๆภายในภูเขา


วิว...


1 ในร้านอาหารของเค้าครับ


ผมใช้เวลาเดินเล่นอยู่บนภูเขาจนเลยเที่ยง แล้วถึงลงมากินข้าวข้างล่าง และก็ได้ไปพบร้านอาหารร้านหนึ่ง เค้าไม่ได้ขายอาหารพื้นเมือง แต่เป็นอาหารฝรั่งและ Beakery แต่ที่สำคัญร้านนี้เป็นร้านที่ฝึกอบรมชาวเขาให้มีงานทำ สอนทำอาหารต่างๆ ชื่อร้านก็คือ Baguette & Chocolat ที่สำคัญที่สุดเค้ายังมีที่พักด้วย ดีจริงๆเลย

ร้านอาหารที่น่าจะช่วยกันอุดหนุน


ผมได้มีโอกาสลองกินไข่ปิ้งด้วย


ส่วนวิธีการกลับไปเมือง Lao Cai นั้นผมก็ติดต่อกับทางโรงแรมที่พักเค้าก็ไปติดต่อรถมาให้ ก็คือรถตู้เหมือนเดิมแหละครับ ราคาก็อยู่ที่ 25,000 d ต่อคน แต่เขาจะวนรถไปรับคนจนเกือบจะเต็มคัน

และเมื่อนั่งรถตู้ไปถึงสถานีรถไฟ Lao Cai รถตู้จะไปปล่อยคนในรถตามร้านอาหารที่มีการ Contact กับคนขับเอาไว้แล้ว จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรทีจะเข้าร้านอาหารเพื่อกินข้าวเย็นกันก่อน ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องร้านอาหาร ผมว่าก็ร้านไหนก็เหมือนกัน

เมื่อถึงเวลารถไฟใกล้จะออกคนก็จะเยอะมากเลย ไม่รู้มาจากไหน คราวนี้ผมได้เพื่อร่วมห้องเป็นฝรั่ง Aussie 2 คนก็ยังโชคดีครับเพราะว่าคุยกันสนุกดี




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2549    
Last Update : 2 มกราคม 2550 17:25:16 น.
Counter : 454 Pageviews.  

ทริปเวียดนาม วันที่หก Dec 7: Fansipan summit

มุ่งสู่ยอดเขา

ในที่สุดก็ผ่านค่ำคืนอันเหน็บหนาวมาได้ ลมแรงมากตลอดทั้งคืนเลย ทำให้ผมคิดว่าพวกม้งที่อยู่บนภูเขาแห่งนี้เค้าช่างอดทนกับสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ดีกว่าพวกฝรั่งตัวใหญ่ๆเสียอีก พวกฝรั่งเห็นที่ไรก็ไปนั่งตากแดดใส่เสื้อผ้าดีๆทำตัวให้อบอุ่น ส่วนพวกม้งเสื้อผ้าก็ไม่ได้หนาและดีกว่าเลย แต่ก็ยังวิ่งเล่นสนุกสนานไม่สะทกสะท้านไปกับลมหนาว

วันนี้เราตื่นกันตอน 6 โมงเช้าโดยมีนัดกันว่าจะปีนขึ้นยอดตอน 7 โมง แต่เอาเข้าจริงแล้วเริ่มเดินตอน 7.30 มัวแต่นั่งกิน pancake เป็นอาหารเช้า แถมยังสาระวนกับภาระกิจส่วนตัวก่อนเดินทาง

วันนี้ท้องฟ้าสดใส ต้อนรับกับการเดินทาง


ระหว่างทางก็พบกับแพะภูเขา 2 ตัว


เส้นทางเดินบนภูเขา


เมฆประหลาดสวยดีครับ


ทะเลหมอกบนพื้นที่ข้างล่าง แสดงว่าถ้ายังอยู่ในเมืองก็อาจจะไม่เห็นท้องฟ้าสีครามได้วันนี้


การเดินบนสันเขา เค้าจะทำรั้วสีเขียวคล้ายๆกับกระบอกไม้ไผ่ครับ


ไม่ใช่จะมีแต่เดินบนสันเขา จะต้องเดินผ่านป่าไผ่ทางค่อนข้างชันอีกต่างหาก


เส้นทางป่าไผ่บนความเลอะเทอะ


ชันๆ เลอะๆ


เมื่อเกือบจะสิ้นสุดทางเดินทางอันทรหด 4 ชมจากที่พักเราก็เกือบจะถึงยอด


ยอดเขายังต้องใช้เวลาเดินกันอีกครับ


สูงสุดบนอินโดจีน ผมใช้ทั้งหมด 4.30 ในการเดินมาถึงจุดนี้ ในที่สุดที่ทำได้แล้ว


วิวโดยรอบ ไม่มีสิ่งไหนสูงกว่าเราแล้วตอนนี้


อีกรูปสำหรับวิวของบน


ผมกินข้าวกลางวันกันข้างบนนี้ และพวกเราก็รีบเดินลงกันเลย โดยที่แผนการก็คือต้องเดินลงไปถึงข้างล่างสุดเลย ไม่ใช่ไปตรงที่พวกเรานอนกัน งานนี้เหนื่อยอีกแล้ว

สันเขาบนทางลง




พวกเราใช้เวลาเดินลงมาถึงข้างล่างอีก 5 ชมรวมเดินกันวันนี้ 9.30 ชม ถึงจะเหนื่อยก็ประทับใจครับ พวกเรามาถึงข้างล่างกันตอน 6 โมงเย็นแล้วเราก็มารับเราไปส่งที่ซาปากัน ดีใจมากที่ทำได้และก็ปลอดภัยครับ




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2549    
Last Update : 24 ธันวาคม 2549 11:11:47 น.
Counter : 364 Pageviews.  

ทริปเวียดนาม วันที่ห้า Dec 6: ขึ้นภูเขา ฟานซิปาน

Fansipan 2Days 1 night
เหตุผลที่ผมมาเวียดนามคราวนี้ ไม่ใช่เพราะต้องการดูศิลปะวัฒนธรรม วิวทิวทัศน์ หรือเดินชมความน่ารักของชาวเขาแต่อย่างใด ผมต้องการที่จะมาพิชิตยอดเขาฟานซิปาน

ผมใช้เวลาในการหาข้อมูล สำหรับ trip นี้อยู่ประมาณ 6 เดือน แต่ก่อนผมไม่รู้เลยว่าที่เวียดนามมียอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีน จนผมได้ไปดูรายการทีวีรายการหนึ่งทำให้อยากจะเดินตามรอยนั้น

ผมเลือกซื้อ package พิชิตยอดเขาแบบ 2 วัน 1 คืนในราคาคนละ $50 (ถ้าไปกันหลายคน เค้าบอกลดได้ครับ)
แต่ถ้าเอาแบบ 3 วัน 2 คืนราคา $65 ครับ

เช้าวันที่เดินทางอากาศดีกว่าวันก่อนมาก แต่ก็ยังมีหมอกอยู่ แต่ก็เริ่มจะเห็นท้องฟ้าสีครามบ้างแล้ว

ในทริปนี้เค้าจะมี ไกด์ชาวม้งพูดภาษาอังกฤษได้ 1 คน และลูกหาบชาวม้งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้อีก 1 คน สำหรับลูกหาบจะแบกอาหารและถุงนอนให้แค่นั้น ส่วนอย่างอื่นๆเช่นน้ำดื่ม snack เสื้อผ้า ต้องแบกเองครับ

ผมเดินทางไปสุดเริ่มด้วยรถแบบนี้ครับ


แผนที่การเดินทาง


เส้นทางในวันนี้ก็ยังแฉะ และอากาศหนาวเหมือนเดิมเลย


เส้นทางที่ปกคลุมไปด้วยหมอก


หมอกยังไม่จาง


ต้นไม้หักข้างทาง


ดอกไม้ป่า


ถ้าไม่มีหมอกน่าจะเห็นวิวภูเขา


ต้องเดินข้ามสะพานไม้ด้วย


ต้องมีเดินข้ามแม่น้ำแห้งๆด้วย


เส้นทางช่วงแรกๆ จะเป็นป่ารก มองไม่ค่อยจะเห็นท้องฟ้า


อยู่ๆก็เดินไปพบที่พักแรมของชาวบ้านที่ออกมาหาของป่า เป็นการเอาไม้ไผ่มามัดด้วยกันหาเศษใบไม้มารองนอน แล้วหาผ้าใบมาปิดกันลม


ใช่ว่าจะมีแต่ทางเดินสบายๆ ทางชันๆก็มีเยอะครับ


วิวทิวทัศน์ช่วงที่เดินพ้นป่า


ใบไม้เปลี่ยนสีก็มีบ้าง


โปรแกรมสำหรับวันนี้ก็คือมานอนที่พักกินข้าวกลางวัน จริงๆแล้วที่นี่ไม่ใช่ที่พักสำหรับในโปรแกรมปกติ ที่จริงควรจะต้องเดินขึ้นไปอีกครับ

เหตุผลสำหรับการนอนที่นี่คือ ถ้าขึ้นไปนอนที่สูงขึ้น อากาศจะหนาวมากกว่านี้ และพวกเราก็ไม่ได้มีเต็นท์มาด้วย ข้อดีของการนอนตรงนี้คือมีที่พักที่ดีกว่าเต้นท์ ข้อเสียคือพรุ่งนี้ต้องเดินกันอย่างบ้าละห่ำ

ใช้เวลา 2 ชมสำหรับมาตรงจุดนี้ ยังไม่ทันเหนื่อยเลย


โรงครัวของที่นี่ครับ


คืนนี้นอนหลบหนาวที่นี่ครับ


มาถึงจุดทานข้าวกลางวัน มีคนดูแลอยู่ที่นี่ 2 คนเป็นคนดูแล้วสถานที่คนหนึ่ง อีกหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้

อากาศบนนี้มีแดดออกแล้ว ดีใจมากเลย มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ดีเลยครับ อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่สูงด้วยก็ได้ แต่ในช่วงที่มีเมฆมาบังแสงอาทิตย์นั้นหนาวมากครับ ลมยังแรงอยู่ก็ยิ่งเพิ่มความหนาวเข้าไปอีก

โฉมหน้าไกด์ ขณะกำลังประกอบอาหารกลางวัน


อาหารเหมือนกับที่ตอนไปเดินเยี่ยมหมู่บ้านเลย


เมื่อทานข้าวเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวๆที่พักโดยมีลูกหาบเป็นผู้นำทางคราวนี้ ไกด์ขอตัวไปเตรียมอาหารเย็น


ระหว่างทางเดินเล่นเจอควายป่า 2 ตัว ตื่นเต้นดีต่างมองหน้ากัน


วิวบนเนินเขาในวันท้องฟ้าใสวันแรกตั้งแต่มาเวียดนาม


ลูกหาบของเราครับ


วิวอีกรูปแล้วกัน


ตอนเดินกลับที่พักเจอม้าป่าอีก 2 ตัว


วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารเย็นนี้


หุงข้าวด้วยหม้อแบบนี้


ไกด์ทำมันฝรั่งทอดให้กินแก้หิวด้วย


Spring roll


ผัดผัก


อาหารสุดเยอะ สำหรับทุกคนด้วยฝีมือไกด์


สุดท้าย...


สรุป

  • แนะนำว่าไปซื้อ package ต่างๆที่ซาปาได้ครับ ไม่ต้องไปจองก่อนจากที่ไหนๆเลย เพราะว่าจะได้ราคาที่ถูกกว่า และจะได้ดูสภาพอากาศในตอนที่อยู่ซาปาด้วย ว่าเหมาะกับการทำกิจกรรมนั้นหรือไม่




     

    Create Date : 19 ธันวาคม 2549    
    Last Update : 20 ธันวาคม 2549 0:20:21 น.
    Counter : 539 Pageviews.  

1  2  

ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.