บันไดมนุษย์ images by free.in.th
Group Blog
 
All blogs
 

ตะคริว (muscle cramp)

การเป็นตะคริวนั้นคือการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ และตะคริวนั้นสามารถเกิดได้ในทุกๆกล้ามเนื้อ หรือหลายๆกลุ่มของกล้ามเนื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นตรงกล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างจุดยึด 2 จุด



กลุ่มของกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ที่จะเกิดการเป็นตะคริวคือ
- ส่วนน่อง (gastrocnemius)
- ต้นขาด้านหลัง (hamstrings)
- ต้นขาด้านหน้า (quadriceps)
- และอื่นๆเช่น เท้า, มือ, แขน, ท้อง, หรือบริเวณชายโครง

ใครสามารถที่จะเป็นตะคริวได้
ทุกๆคนนั้นอาจจะเกิดอาการเป็นตะคริวขึ้นมาได้ อาการนี้สามารถเกิดในขณะออกกำลังกายต่างๆได้เช่น ว่ายน้ำ เล่นเทนนิส อื่นๆ หรือไม่ก็ตอนที่นั่ง นอน เดิน วิ่ง หรือแม้แต่ตอนนอนก็ตามที

บางคนนั้นมีแนวโน้มที่จะเป็นตะคริว ก็จะเป็นตะคริวอยู่เรื่อยๆเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ

ส่วนคนที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดการเป็นตะคริวมากนั้น อยู่ในกลุ่มพวกที่เจอความร้อนมากๆ, เด็กๆ, ผู้สูงอายุ, คนป่วย, คนอ้วน, คนที่ออกกำลังกายหนักๆ หรือคนที่กินยาบางชนิด

สำหรับนักกีฬาที่ต้องอาศัยความอดทนสูงเช่น วิ่งมาราธอน หรือว่าพวกนักไตรกีฬา หรือว่าพวกที่มีกิจกรรมทางร่างกายอย่างหนัก ก็มีแนวโน้มจะเกิดตะคริวได้สูงเช่นกัน

ผู้สูงอายุนั้นสามารถที่จะเป็นตะคริวได้เนื่องจากว่าสูญเสียมวลของกล้ามเนื้อ และร่างกายก็ยังสูญเสียการตอบสนองของการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิอีกด้วย

สาเหตุ
สาเหตุที่แน่แท้ของการเกิดตะคริวนั้นยังไม่เป็นที่รู้กัน แต่มีความเชื่อว่าเกิดจากการที่ทำการยืดกล้ามเนื้อไม่เพียงพอ และความล้าของกล้ามเนื้อทำให้นำไปสู่ความผิดปรกติของกลไกที่ไปควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อได้

ส่วนปัจจัยอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นสภาวะของร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ การออกกำลังกายหรือทำงานในที่ที่ร้อนมาก, ภาวะการขาดน้ำ หรือว่าจะเป็นการสูญเสียเกลือแร่ และเกลือต่างๆ ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างมากเมื่อออกกำลังกายในที่ที่มีอากาศร้อน การสูญเสียสารอาหารพวกนี้(โปรแตสเซียม,แมกนีเซียม หรือแคลเซียม) อาจจะทำให้เกิดการเป็นตะคริวได้

การป้องกัน
เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดตะคริวในอนาคตนั้น ควรที่จะทำการยืดกล้ามเนื้อก่อนและหลังการออกกำลังกาย

1. Warm Up ต้องทำการยืดกล้ามเนื้อก่อนเสมอ

2. การยืดกล้ามเนื้อน่อง



3. การยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง



4. การยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า



การรักษา
การเป็นตะคริวนั้นสามารถที่จะหายได้โดยที่ไม่ต้องไปพบแพทย์
- ให้หยุดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการเป็นตะคริวนั้น
- ให้ยืดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวนั้นจนกว่าที่กล้ามเนื้อจะคลายตัว
- ให้ประคบด้วยความร้อนบริเวณกล้ามเนื้อที่ตึงตัว หรือความเย็น
ตรงบริเวณที่อ่อนล้า





 

Create Date : 02 ธันวาคม 2551    
Last Update : 19 ธันวาคม 2551 21:45:16 น.
Counter : 2366 Pageviews.  

นิ้วหัวแม่เท้าเอียง (Bunion)

โดยปกติแล้วเวลาเดินนิ้วหัวแม่เท้าจะต้องงอประมาณ 75 องศา ก่อนที่เท้าจะก้าวพ้นพื้น แต่ถ้านิ้วหัวแม่เท้าไม่สามารถงอในลักษณะที่ช่วยเป็นแรงส่งได้ ก็จะเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นที่หัวแม่เท้า ซึ่งเป็นอาการเจ็บนิ้วเท้าที่พบได้มากแบบหนึ่ง ลักษณะของโรคนี้เกิดเนื่องมาจากที่โคนของนิ้วหัวแม่เท้ามีการอักเสบ ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ ทำให้นิ้วหัวแม่เท้าที่อักเสบนั้นเอียงไปทับนิ้วเท้าใกล้เคียง



สาเหตุ
สาเหตุที่นิ้วเท้าอักเสบนี้สามารถที่จะเกิดจากโรคไขข้ออักเสบ จากกรรมพันธ์ หรือจากการเรียงตัวผิดของกระดูกนิ้วเท้าก็ได้ แต่ถึงกระนั้นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เป็นกันมาก ก็คือการใส่รองเท้าที่มีลักษณะบีบให้นิ้วเท้ามาทับกันเป็นเวลานานๆ เช่นรองเท้าของผู้หญิง และส่วนมากแล้วโรคนี้มักพบในผู้หญิงเป็นส่วนมาก

อาการ
• ผู้ที่เป็นจะมีอาการปวดตรงบริเวณนิ้วที่เป็น และอาการจะเป็นมากขึ้นในขณะที่สวมใส่รองเท้า

การดูแลรักษา
โรคนี้สามารถที่จะป้องกันได้โดยที่ไม่สวมใส่รองเท้า ที่มีลักษณะบีบตรงส่วนหัวมากเพราะจะทำให้นิ้วเท้ามาเกยกัน และจะพัฒนาเป็นโรคนี้ในที่สุด แต่ถ้าในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเท้าเอียง (Over pronation) นั้น ผู้ป่วยมีความจำเป็นที่ต้องใส่แผ่นรองรองเท้า เพื่อที่จะช่วยปรับระดับของเท้าให้เป็นปกติและลดอาการอักเสบของนิ้วหัวแม่เท้า

สำหรับการดูแลรักษาผู้ที่เป็นโรคนี้แล้ว แพทย์อาจจะทำการฉีดยาแก้อักเสบให้และใช้วิธีการประคบให้หายปวด แต่ในกรณีที่เป็นถึงขั้นรุนแรง อาจจะต้องทำการผ่าตัด จัดเรียงกระดูกเสียใหม่ ซึ่งวิธีนี้จะเสียเวลาในการพักฟื้นพอสมควร


เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเท้าอื่นๆ


โครงสร้างของเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-03-2007&group=11&gblog=1


เจ็บเอ้นร้อยหวาย


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=29-03-2007&group=11&gblog=2


เท้าแบน


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-03-2007&group=11&gblog=3


โรครองช้ำ/เจ็บฝ่าเท้า/เจ็บส้นเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=06-04-2007&group=11&gblog=4






 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 23:00:17 น.
Counter : 4608 Pageviews.  

โรครองช้ำ เจ็บส้นเท้า/ฝ่าเท้า


การเจ็บส้นเท้าหรือผ่าเท้านั้นอาจจะมีได้จากหลายสาเหตุ สิ่งหนึ่งก็คือการเจ็บส้นเท้า/ผ่าเท้าที่เกิดจากเส็นเอ็นใต้ผ่าเท้าอักเสบหรือฉีกขาด

สาเหตุของการเจ็บส้นเท้า/ฝ่าเท้า
เป็นการอักเสบของเส้นเอ็น (Plantar fascia) ที่เชื่อมต่อระหว่างส้นเท้ามาที่ส่วนโค้งถึงฝ่าเท้า





ผู้ป่วยจะมีอาการปวดส้นเท้าตรงด้านล่างของเท้า โดยที่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ช่วงวัยกลางคนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เนื่องจากเส้นเอ็นจะมีความยืดหยุ่นน้อยลง และแผ่นไขมันที่ช่วยรองรับส้นเท้าบางลงนั้นเอง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆที่ทำให้เป็นโรคนี้คือ
• ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกิน และผู้ที่เป็นโรคอ้วน
• ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
• พวกนักวิ่ง หรือผู้ที่ต้องใช้เท้ามากๆ
• ผู้ที่เป็นโรคเท้าแบน หรือว่าผู้ที่มีส่วนโค้งของเท้ามาก
• หรือการใส่รองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้า

อาการของการเจ็บส้นเท้า/ฝ่าเท้า
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดส้นเท้า หรือส่วนโค้งของเท้า และจะมีลักษณะเจ็บคล้ายๆกับมีของแหลมมาทิ่ม กล้ามเนื้อน่องจะมีอาการเกร็ง อาการจะเป็นมากในตอนเช้าหลังจากที่ตื่นนอน และจะเริ่มดีขึ้นเมื่อมีการบริหารฝ่าเท้า หรือบางครั้งอาการปวดจะมีขึ้นเมื่อยืนนานๆ ในกรณีที่เป็นมาก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตลอดทั้งวัน

การวินิจฉัยโรค
ผู้ป่วยจะถูกให้ยืนและเดินเพื่อที่จะตรวจสอบลักษณะของเท้า พร้อมกับที่ผู้ป่วยจะถูกซักประวัติทางสุขภาพต่างๆ, กิจกรรมการออกกำลังกาย, ประวัติการเจ็บป่วย, ช่วงเวลาของการปวดเท้าเช้าหรือเย็นหรือตลอดเวลา

การป้องกันและการรักษา
โรคนี้ไม่ถึงกับเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ควรได้รับการรักษาเนื่องจากกระทบการเทือนต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย การรักษาสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ แต่ทั้งนี้ไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาโรคนี้ ผู้ป่วยอาจจะต้องหายๆวิธีรวมกันดังนี้

• การพัก
หยุดกิจกรรมที่ต้องทำการใช้เท้านานๆ สามารถที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดนี้ได้ รวมไปถึงการวิเคราะห์ถึงสภาพกิจกรรมหรือร่างกายที่ผ่านมาว่า มีส่วนทำให้เป็นโรคนี้ได้หรือไม่เช่นน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น หรือการฝึกวิ่งที่หักโหมมากเกินไป

• ใช้ Ice Packs



เป็นการใช้ความเย็นช่วยในการรักษาการอักเสบของเส้นเอ็น โดยนำ Ice packs เข้าไปประคบฝ่าเท้าหลังการทำกิจกรรมการยืดกล้ามเนื้อ เป็นเวลา 10-15 นาที

• ทำการยืดกล้ามเนื้อ และออกกำลังกายส่วนเท้า

การออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาอาการรองช้ำได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 อย่างก็คือ

1. การยืดกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเป็นการยืด plantar fascia ligament และเส้นเอ็นร้อยหวาย (Achilles tendon)
2. การทำให้กล้ามเนื้อส่วนเท้าและข้อเท้าแข็งแรงขึ้น

ข้อแนะนำ: การออกกำล้งการบางอย่างทำให้อาการรองช้ำนี้เป็นมากขึ้น เช่นการวิ่ง เนื่องจากว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่มีแรงไปกระทำกับบริเวณเท้าอย่างต่อเนื่องนานๆ ทำให้ plantar fascia ligament ยังคงอักเสบอยู่นั้นเอง

ตัวอย่างของการยืดกล้ามเนื้อและการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมีตามข้างล่างนี้

ออกแรงดันกำแพงโดยที่ขาข้างที่ต้องการที่จะทำการยืดอยู่ด้านหลัง ให้ขาอีกข้างหนึ่งที่อยู่ด้านหน้างอ โดยที่ให้ส้นเท้าทั้ง 2 ข้างอยู่บนพื้น



ยืนด้วยฝ่าเท้าโดยให้ปลายเท้าอยู่บนบันไดขั้นที่สูงกว่า และพยายามนำส้นเท้ายืดลงด้านล่างของขั้นบันได้ให้ได้มากที่สุด



ใช้ผ้าหนาๆสอดไปใต้ฝ่าเท้าในท่าที่นั่งยืดขา ค่อยๆดึงผ้าจนกระทั่งรู้สึกตึงๆฝ่าเท้า



การทำการยืดนี้จะมีทั้งการยืดเส้นเอ็น plantar fascia(ดูจากรูปแรก) และทั้งการยืดกล้ามเนื้อน่อง มีงานวิจัย (Journal of orthopaedic and sports physical therapy, april 2008) ออกมาว่าการยืดเหล่านี้จะเป็นการช่วยทำการอาการปวดทุเลาลงไปได้ในเวลา 2-4 เดือน อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อน่องอีกด้วย

การยืดกล้ามเนื้อนี้สามารถทำได้ 3 นาทีต่อครั้ง เป็นเวลา 3 ครั้งใน 1 วัน หรือว่าจะเป็น ครั้งละ 20 วินาทีทำ 5 ยก ทำวันละ 2 ครั้งก็ได้

• ใช้แผ่นรองรองเท้า



การใช้แผ่นรองรองเท้าที่ดีนั้นจะช่วยลดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้ากระทำกับเข้ากับพื้นรองเท้า ในกรณีที่ใช้แผ่นรองรองเท้าที่ทำแค่เฉพาะเท้าของผู้ป่วยนั้น ก็จะยิ่งช่วยลดแรงกระแทกได้

การใช้แผ่นรองรองเท้านี้จะสามารถช่วยอาการปวดให้ทุเลาลงได้ภายใน 3 เดือน แต่ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่สำหรับการใช้แผ่นรองรองเท้านี้ ว่าสามารถจัดการกับอาการปวดได้ในระยะยาว (Journal of orthopaedic & sports physical therapy, april 2008)


ถ้าวิธีข้างต้นยังไม่สามารถที่จะทำให้อาการปวดส้นเท้าหายไปได้ แพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้วิธีดังต่อไปนี้
• ใช้ Night Splints



เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เท้าของผู้ป่วยอยู่ในตำแหน่งปรกติในเวลานอน และจะทำให้ช่วยขบวนการในการ
รักษาตัวเองของเส้นเอ็น เป็นไปได้เร็วขึ้น และเมื่อผู้ป่วยตื่นขึ้นในตอนเช้าจะช่วยลดความเจ็บปวด
ของส้นเท้าลง แต่ว่าผู้ป่วยจะรู้สึกอึดอัดเวลานอนเมื่อใช้ Night Splints เนื่องจากมีลักษณะที่เทอะทะ

ควรพิจารณาในการเลือกใช้ Night Splints ว่าผู้ป่วยควรจะมีอาการมามากกว่า 6 เดือนแล้ว สำหรับระยะเวลาในการใส่ก็ประมาณ 1-3 เดือน ชนิดของ Night Splints นี้ยังไม่ปรากฏรายงานว่าอันได้ดีกว่ากัน

• ฉีด corticosteroids
เป็นการใช้ยารักษาการอักเสบของเส้นเอ็น (Anti-inflammatory agents) แต่วิธีนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์
• ใช้ Iontophoresis
เป็นการใช้ไฟฟ้าที่แรงดันต่ำเข้าไปกระตุ้นที่เนื้อเยื่อ

• ฝ่าตัด
การฝ่าตัดจะถูกใช้เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆแล้ว แต่ว่าอาการปวดก็ยังคงอยู่ แต่วิธีนี้ไม่ค่อย
จะนำมาใช้ในการรักษาเท่าไหร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการ และคำวินิจฉัยของแพทย์

ทำอย่างไรไม่ให้อาการปวดกลับมา
• ดูแลไม่ให้มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
• พยายามไม่ใช้ขามากเกินไป หรือว่าต้องอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
• ใช้รองเท้าที่พอดีกับเท้า และใช้แผ่นรองรองเท้า



หมายเหตุจากผู้เขียน

หลังจากที่ผมได้เขียน topic นี้เอาไว้ใน blog นานพอสมควรแล้ว ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่ค่อยมีใครสนใจอ่านเท่าไหร่ แต่ในทางกลับกันนั้นผมได้พบว่ามีคนเป็นโรครองช้ำนี้อยู่มากทีเดียว ผมจึงได้ตัดสินใจที่จะ update blog อันนี้ไปเรื่อยๆเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยอ และเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่เป็นโรคนี้

สำหรับผู้อ่านที่มีวิธีการรักษา หรือรู้จักคลีนิคดีๆ หรือว่าอุปกรณ์ใดๆก็ตาม สามารถที่จะ post ลงได้ครับ ทั้งนี้สำหรับผู้อ่านขอให้ใช้วิจารณญาณเองก็แล้วกัน ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยทั้งสิ้น

และสำหรับทางท่านที่ต้องการให้วินิจฉัยอาการทางนั้น ผมจะขอบอกว่ามันออกจะยากเกินไปนิดหนึ่ง ผมขอแนะนำว่าให้ไปปรึกษาแพทย์โดยตรงดีกว่า เพราะว่าโรคนี้อาการมันไม่ใช่แค่เขียนเล่าแล้วจะบอกได้ว่าเป็นหรือไม่ครับ

ขอเป็นกำลังใจในผู้ป่วยทุกท่านหายไวๆนะครับ





เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเท้าอื่นๆ

โครงสร้างของเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-03-2007&group=11&gblog=1


เจ็บเอ้นร้อยหวาย


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=29-03-2007&group=11&gblog=2


เท้าแบน


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-03-2007&group=11&gblog=3


นิ้วหัวแม่เท้าเอียง


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=11-04-2007&group=11&gblog=5






 

Create Date : 06 เมษายน 2550    
Last Update : 13 มีนาคม 2552 21:33:48 น.
Counter : 65896 Pageviews.  

เท้าแบน



เท้าแบนเป็นความผิดปกติของฝ่าเท้าแบบหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีส่วนอุ้งเท้าน้อยกว่าลักษณะเท้าที่ปกติ อาการของโรคนี้มีทั้งไม่แสดงการปวดออกมา สามารถที่จะวิ่งระยะทางไกลๆได้เหมือนคนปกติ หรือมีแบบทั้งส่งผลให้มีอาการปวดฝ่าเท้าในเวลาเดินได้

สาเหตุของการมีอุ้งเท้าแบน
อุ้งเท้าแบนนั้นสามารถมีได้ทั้งแต่เกิด หรือว่าจะเกิดขึ้นตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้ โดยที่ถ้ามีอาการเท้าแบนตั้งแต่เกิดนั้นสาเหตุจะมาจากลักษณะผิดปกติทางกายภาพของเด็กคนนั้นๆ ตรงบริเวณกระดูกเท้า หรือเส้นเอ็นร้อยหวาย หรือทั้ง 2 ที่

สำหรับอาการเท้าแบนที่เกิดกับผู้ใหญ่นั้นจะมีสาเหตุมาจาก อายุที่มากขึ้น กล้ามเนื้อและเอ็นร้อยหวายนั้นมีสภาพที่หย่อนยาน ทำให้มีผลกระทบไปถึงเส้นเอ็นที่ไปช่วยเกิดเป็นอุ้งเท้าเสื่อมสภาพ

อาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากการมีเท้าแบน
• จะมีอาการเมื่อยง่าย หรือมีอาการปวดตรงบริเวณส้นเท้าหรืออุ้งเท้า
• เป็นโรคข้อเท้าเสื่อม หรือโรครูมาตอยด์

การดูแลรักษาเท้าแบน
สำหรับคนที่เท้าแบนแต่ไม่มีอาการเจ็บปวดนั้น และไม่มีอาการที่แทรกซ้อนอย่างอื่น ไม่จำเป็นจะต้องทำการรักษาใดๆหรือใส่อุปกรณ์พิเศษใดๆ แต่ถ้ามีอาการเจ็บปวดนั้นอาจจะจำเป็นต้องใช้วิธีการรักษา
• พัก
• ใช้ Ice packs
• ใส่รองเท้าที่ฟิตพอดี หรือสั่งตัดรองเท้าที่เฉพาะตัว
• ใส่แผ่นรองรองเท้าที่ช่วยค้ำจุนอุ้งเท้า หรือที่ดีก็ควรจะใส่แผ่นรองรองเท้าที่ตัดเฉพาะตัว
• ฉีดยาแก้อักเสบ
• นวด
• การผ่าตัด


เรื่องที่เกี่ยวกับเท้าเรื่องอื่นๆ

โครงสร้างของเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-03-2007&group=11&gblog=1


เจ็บเอ้นร้อยหวาย


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=29-03-2007&group=11&gblog=2


โรครองช้ำ/เจ็บฝ่าเท้า/เจ็บส้นเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=06-04-2007&group=11&gblog=4


นิ้วหัวแม่เท้าเอียง


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=11-04-2007&group=11&gblog=5






 

Create Date : 30 มีนาคม 2550    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 22:50:07 น.
Counter : 4482 Pageviews.  

อาการเจ็บเอ็นร้อยหวาย

เอ็นร้อยหวายนั้นภาษาทางการแพทย์เรียกว่า “Achilles tendon” เป็นเส้นเอ็นประเภทหนึ่งที่เชื่อมต่อระหว่างส้นเท้ากับกล้ามเนื้อน่องส่วนล่าง (lower calf muscle) กล้ามเนื้อที่ขานี้เป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและทรงพลังที่สุดของร่างกาย ซึ่งทำให้เอ็นร้อยหวายนี้มีขนาดใหญ่และแข็งแรงที่สุดในบรรดาเส้นเอ็นทั้งหมด

การหดตัวของกล้ามเนื้อน่องจะไปดึงเอ็นร้อยหวาย ซึ่งจะไปกดฝ่าเท้าลงล่าง ขบวนการทำเช่นนี้ก่อให้เกิดกิจกรรมของเราก็คือ การยืนด้วยปลายเท้า, การเดิน, การวิ่ง, การกระโดด หรืออื่นๆที่ใช้ฝ่าเท้าควบคุม

น้ำหนักของคนเรานี้มีผลต่อแรงที่เข้าไปกระทำต่อเอ็นร้อยหวาย ในบางครั้งแรงต่างๆที่เข้ากระทำต่อเอ็นร้อยหวายนี้มีมากถึง 3-12 เท่าของน้ำหนักตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมหรือว่าสถาวะแวดล้อมด้วยเช่น การวิ่ง Sprint จะมีแรงที่กระทำต่อเอ็นร้อยหวายมากกว่าการเดินปรกติ




โดยที่อาการเจ็บนี้จะเกิดขึ้นจากแรงต่างๆที่กระทำเข้ามาที่เอ็นร้อยหวาย อายุที่เพิ่มมากขึ้นและการเพิ่มความหนักของกิจกรรมที่ทำก็มีส่วนทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ในทางการแพทย์นั้นการเจ็บของเอ็นร้อยหวายนั้นจะมีอยู่หลายประการด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะไปเกิดตรงบริเวณไหนของเส้นเอ็นและลักษณะของการอักเสบ

สาเหตุของอาการเจ็บ
การเจ็บเอ็นร้อยหวานนี้จะเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน และอาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุรวมๆกัน

• การใช้งานมากเกินไป
การเพิ่มกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากเกินไปหรือหนักเกินไปในเวลาอันสั้น ไม่ได้มีการฝึกซ้อมหรือ
เตรียมพร้อมให้ดีก่อนมีโอกาสเจ็บเอ็นร้อยหวายได้เช่น การวิ่งหรือเดินที่ยาวเกินไป เร็วเกินไป หรือการ
วิ่งขึ้นเขาหรือทางที่ชัน

• ความผิดปรกติของเท้า
ลักษณะทางกายภาพของเท้านั้น ก็มีส่วนทำให้เจ็บเอ็นร้อยหวายได้ เช่น การที่ขายาวสั้นไม่เท่ากัน หรือเท้าที่เอียง (over/under pronation) หรือการที่มีกล้ามเนื้อน่อง สั้น ตึง เกินไป หรือไม่แข็งแรง

• ใช้รองเท้าไม่ถูกต้อง
รองเท้าเองก็มีส่วนทำให้เกิดอาการเจ็บเอ็นร้อยหวายได้เช่นเดียวกัน เช่นการใช้รองเท้าที่ผิดประเภทไม่เหมาะสมกับกีฬาที่เล่น หรือการใส่รองเท้าส้นสูง

• ผลแทรกซ้อนเนื่องจากการใช้ยา

• อุบัติเหตุ
อุบัติเหตุต่างๆนั้นมีส่วนทำให้เกิดการบาดเจ็บได้เช่นกัน

อาการของการเจ็บเอ็นร้อยหวาย
ผู้ที่เจ็บเอ็นร้อยหวายนั้นจะรู้สึกปวดบริเวณเส้นเอ็น และเจ็บบริเวณส้นเท้า บางครั้งก็รู้สึกเจ็บเมื่อพยายามงอเท้า ในบางกรณีที่เส้นเอ็นฉีกขาดนั้น ผู้ป่วยอาจจะไม่สามารถที่จะงอเท้าขึ้นได้เลย

การป้องกันและการรักษา
วิธีการที่ดีที่สุดในการป้องกันการบาดเจ็บนั้นคือต้องให้กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นบริเวณนั้นได้ถูกฝึกให้สามารถรับแรงต่างๆที่จะเกิดขึ้น
• การยืดกล้ามเนื้อน่องและเส้นเอ็นร้อยหวาย
ในการป้องกันการบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายนั้น จะต้องทำการยืดกล้ามเนื้อตรงส่วนบริเวณกล้ามเนื้อน่อง หรือ
บริเวณเอ็นร้อยหวายโดยตรง



• หลีกเลี่ยงกิจกรรม High impact ต่างๆ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมเช่น การวิ่งขึ้นเขา การกระโดด โดยมิได้เตรียมพร้อมร่างกายตรงส่วนนั้นให้พร้อ
มเสียก่อน

เมื่อมีการบาดเจ็บเกิดขึ้นแล้ว นอกจากการทำการยืดกล้ามเนื้อ หรือพักกิจกรรมส่วนนั้นแล้วยังสามารถลดความเจ็บปวดได้จาก

• Ice packs
ใช้ประคบตรงส่วนที่ปวด และเปลี่ยนกิจกรรมไปทำอย่างอื่น ที่มีผลกระทบต่อเอ็นร้อยหวายน้อยกว่า
เช่นการว่ายน้ำ ขี่จักรยาน

• การเลือกใช้รองเท้าและถุงเท้าให้เหมาะสมกับกิจกรรมเหล่านั้น
• การใส่เฝือก
การใส่เฝือกจะถูกใช้เมื่อเส้นเอ็นเกิดการฉีกขาด เฝือกจะถูกใช้ไม่ให้ขาไม่ต้องเคลื่อนไหว เพื่อที่จะให้การรักษาตัวเองเร็วขึ้น
• การผ่าตัด
จะถูกเลือกใช้เมื่อเส้นเอ็นมีการฉีกขาดเช่นเดียวกับการใส่เฝือก แต่การผ่าตัดจะใช้เวลาในการรักษาตัว
เร็วกว่าการใส่เฝือกถึงกระนั้นการผ่าตัดก็ควรจะถูกใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น



เรื่องที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

โครงสร้างของเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=28-03-2007&group=11&gblog=1


เท้าแบน


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=30-03-2007&group=11&gblog=3


โรครองช้ำ/เจ็บฝ่าเท้า/เจ็บส้นเท้า


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=06-04-2007&group=11&gblog=4


นิ้วหัวแม่เท้าเอียง


http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=radioarms&month=11-04-2007&group=11&gblog=5






 

Create Date : 29 มีนาคม 2550    
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 22:44:06 น.
Counter : 12881 Pageviews.  

1  2  

ลานสน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ตราบที่ยังมีความฝัน ตราบนั้นก็ยังเดินหน้าสู้ต่อไป
Custom Search
Friends' blogs
[Add ลานสน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.