Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

วิธีหย่านมลูกง่ายๆ ...ไม่หักดิบ

เคยได้ยินมาหลายคนแล้วค่ะว่าหากให้ลูกกินนมแม่นานๆ แล้วลูกจะติดนม เวลาให้หย่านม เด็กจะเลิกยาก จนแม่บางคนต้องใช้บอระเพ็ดทาที่หัวนมแล้วให้ลูกดูด พอลูกดูดแล้วขม ก็จะเข็ดไม่มาดูดอีก แต่บางคนบอระเพ็ดเอาไม่อยู่เขาใช้อะไรรู้ไหมคะ พริกค่ะ ! โอ้ มายก๊อด เราเป็นผู้ใหญ่ กินพริก ยังซี๊ดซ๊าด ปากร้อนเป็นไฟเลย คิดดูสิว่าเด็กเล็กๆ จะเป็นยังไง มันน่าสงสารมากๆ เลยค่ะ
กันต์นัทธ์คิดว่าเด็กที่ติดนมแม่บางทีเขาก็ไม่ได้ดูดด้วยความหิว แต่เพราะว่าเขาต้องการความอบอุ่นจากอ้อมกอดของแม่มากกว่า จากประสบการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มานานถึง 1 ปี 2 เดือน กันต์นัทธ์ได้สังเกตดูในช่วงที่ลูกอายุได้ประมาณ 12 เดือน น้ำนมของกันต์นัทธ์เริ่มน้อยลง ลองบีบดูก็ไม่ค่อยมี ถ้ามีก็จะเป็นน้ำใสเหมือนน้ำซาวข้าว ลูกก็ยังอยากจะดูด บางทีเคยเห็นลูกแอบมองเราเวลาที่เขาดูดนมอยู่ในอ้อมอก ปากไม่ได้ดูดหรอก แค่งับงับไว้เฉยๆ พอเราก้มดู เห็นเขากำลังมองเราอยู่ เขาเห็นเราเขาก็ยิ้มแฉ่งเลย เพราะฉะนั้นถ้าลูกอยากดูดนมแม่ก็ให้ดูดไปเถอะค่ะ เหมือนเพลงอิ่มอุ่นในท่อนที่ว่า

“ใช่เพียงอิ่มท้อง ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรัก อุ่นละมุ่น ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน”

ลองมาดูวิธีหย่านมแบบละมุ่นละม่อมของกันต์นัทธ์ดีกว่าค่ะ ไม่ทำร้ายจิตใจลูก และช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องทนระบมเจ็บนมจากการที่ลูกไม่ได้ดูดนมด้วย

1. ตั้งเป้าหมายในการให้นมแม่
คุณแม่ควรตั้งเป้าหมายในการให้นมลูกและควรทำให้ได้ตามนั้น กันต์นัทธ์เคยได้ยินมาว่า นมแม่สามารถให้ได้จนลูกอายุ 2 ขวบ แต่บางคนก็ว่าน้ำนมแม่จะมีคุณค่ามากในช่วง 6 เดือนแรกเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว และลูกควรจะได้รับอาหารหยาบเป็นการทดแทน
ใครจะว่ายังไงก็แล้วแต่ โดยส่วนตัวแล้ว กันต์นัทธ์ตั้งใจจะลูกกินนมประมาณ 1 ปี เหตุผลหลักใหญ่เลยก็คือ ประหยัดค่ะ แล้วน้องธัญลูกชายกันต์นัทธ์เขาไม่ชอบดูดนมจากขวด ก็เลยให้เขากินนมแม่ของเราไปเรื่อยๆ ใน 4 เดือนแรกก็ให้กินแต่นมแม่อย่างเดียว พอเดือนที่ 5 ก็เริ่มให้อาหารอื่นเสริมบ้าง แล้วพอเข้าเดือนที่ 6 ก็ให้นมเป็นอาหารเสริมค่ะ

2. ค่อยๆ ลดนมแม่ลงทีละมื้อ !!ข้อนี้สำคัญค่ะ
กันต์นัทธ์ให้ลูกกินนมแม่ตลอดทุก 2 ชั่วโมง จนลูกอายุได้ 10 เดือน ก็เริ่มลดมื้อที่เป็นอาหารหลักลง คือ มื้อเช้า กลางวัน และเย็น ก็ให้ลูกกินอาหารหลักให้อิ่ม แล้วก็เสริมนมแม่ในช่วง 10 โมงเช้า, บ่าย 3 โมง ช่วงหัวค่ำ และก่อนนอน โดยในระหว่างนี้ถ้าลูกมีอาการงอแง หรือเอาหน้ามามุดๆ ที่หน้าอกเรา กันต์นัทธ์ก็จะให้ดูดนมค่ะ ตามใจเขา เข้าใจว่าเขาอาจต้องการความอบอุ่นจากเรา เพราะสังเกตได้จากการที่เวลาเขาดูดนมเขาจะดูดไปมองหน้าเราไป บางทีก็ยิ้มให้ ส่วนเรื่องน้ำนม พอ 10 เดือนแล้ว น้ำนมก็ออกบ้างไม่ออกบ้างกันต์นัทธ์ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าสีของน้ำนมเริ่มไม่เข้มข้นเหมือนแต่ก่อน สีมันออกเหมือนน้ำซาวข้าว แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของลูกกันต์นัทธ์ก็หยวนๆ ค่ะ
จากนั้นในช่วงเดือนที่ 11 ก็ค่อยๆ ลดการให้นมแม่ในช่วง 10 โมงเช้า และบ่าย 3 ลง ในช่วงนี้อาจทดแทนด้วยการให้เขากินขนมหรือนมกล่อง โดยให้เขาหัดใช้หลอดดูด เชื่อไหมค่ะว่าน้องธัญดูดนมจากขวดไม่เป็น แต่เขาจะดูดจากหลอด และดื่มจากแก้วได้ ส่วนการให้นมแม่ในช่วงหัวค่ำและก่อนนอน หรือในเวลาที่เขาเรียกร้องยังควรให้อยู่นะคะ เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่าคุณแม่เปลี่ยนไป
จากนั้นในช่วงเดือนที่ 12 ก็ค่อยๆ ลดการให้นมแม่ในช่วงหัวค่ำค่ะ ในช่วงนี้ถ้าคุณแม่ใจแข็งพอและเริ่มไม่รู้สึกคัดนมแล้วก็ลดมื้อก่อนนอนเลยก็ได้ แต่สำหรับกันต์นัทธ์แล้วกันต์นัทธ์ยังอาลัยอาวรแววตาของลูก และการได้กอดลูกก่อนนอนอยู่ก็เลยยังไม่รีบให้อดนมในมื้อก่อนนอนค่ะ

3. ให้ลูกกินอาหารให้อิ่ม
การให้ลูกกินอาหารให้อิ่มในมื้อหลัก และให้ลูกได้กินขนมและผลไม้ในระหว่างมื้อจะช่วยให้ลูกไม่หิว และไม่โยโยขอนมคุณแม่ดูด ด้วยความอิ่มมันจะทำให้เขาเล่นเพลินจนลืมหัวนมอันอ่อนนุ่มของคุณแม่ ดังนั้นให้ลูกกินให้เต็มที่เท่าที่เขาต้องการ ซึ่งคุณแม่ควรเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์ มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่หวาน ไม่มัน ไม่มีผงชูรส และไม่ควรเป็นขนมขบเคี้ยว เพื่อให้การหย่านมของคุณแม่เป็นไปได้ง่ายขึ้นค่ะ


4. อย่าให้ลูกเห็นคุณแม่ เมื่อถึงเวลาให้นม
หากลูกเป็นเด็กขี้อ้อนเห็นหน้าคุณแม่ก็อยากจะดูดนม หรือ ต้องดูดนมก่อนนอนถึงจะหลับได้ กรณีอย่างนี้น้องธัญก็เป็นเหมือนกันค่ะ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ลูกใกล้จะนอน คุณแม่ต้องหายตัวไป อย่าให้ลูกเห็นเด็ดขาด เพราะหากลูกเห็นคุณแม่ ก็จะนึกขึ้นได้และอ้อนขอกินนมอีก แต่ถ้าสุดวิสัยก็ให้กินไปเถอะค่ะ อย่าใจแข็งให้ลูกร้อง น่าสงสารค่ะ ให้คิดว่าค่อยเริ่มใหม่พรุ่งนี้ก็ได้

5. ให้คนอื่นช่วยดูลูกแทนคุณแม่
ต่อเนื่องจากข้อ 4. ค่ะ เมื่อคุณแม่อันตธานหายตัวไป (นอน) แล้ว คราวนี้ก็เป็นบทบาทของคนอื่นที่จะต้องช่วยดูแลลูกแทนคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็น ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา เกณฑ์กันมาให้หมดค่ะ แต่ถ้าไม่มีใคร ก็คนข้างๆ ตัวนั่นแหละ ก็คุณสามียังไงล่ะคะ ให้คุณพ่อของลูกช่วยเล่นเป็นเพื่อนลูกสักระยะนึง ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ ยกตัวอย่าง หากลูกคุณร้องกินนมในช่วงก่อนนอน ในสองวันแรกก็ให้คุณพ่อเล่นกับลูกไปจนลูกหลับ ถ้าผ่านไปได้แสดงว่าลูกไม่ได้หิวในช่วงเวลานี้ และในวันที่สามให้คุณพ่อเล่นกับลูกสักพักแล้วคุณแม่ลองแวะมาเล่นด้วย ถ้าลูกเห็นหน้าแล้วร้องจะกินนมให้ใจแข็ง แล้วเบี่ยงเบนเป็นกินน้ำ กินนม หรือ เล่นอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าแทน แล้วให้ตัวไปให้คุณพ่อเอาลูกนอน วันที่สี่ ที่ห้า ให้ทำเหมือนสองวันแรก คือให้คุณพ่อเหมาดูลูกคนเดียว ทำอย่างนี้สลับกันกันไป แต่ไม่กำหนดตายตัวนะคะ ว่าจะต้องทำแบบนี้เป๊ะ ให้คุณแม่ลองยืดหยุ่นดูเอาเองค่ะ

สำหรับกันต์นัทธ์ใช้วิธีข้างต้นได้ผลมาแล้ว แต่มีผลข้างเคียงดังนี้ค่ะ
คือ ตอนที่เราหายตัวไม่ให้ลูกเห็นหน้าทำดึกไปหน่อย คือกันต์นัทธ์จะหายตัวขึ้นข้างบนประมาณ 3 ทุ่ม (21.00 น.) แล้วลูกเขาจะเล่นกับพ่อเขารอเรา เล่นรอเราไปเรื่อยๆ จนน๊อกหลับป๊อกไปเอง แล้วกว่าจะหลับเองได้ ปาไป 4 ทุ่ม (22.00) ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่ดึกสำหรับเด็กค่ะ ไม่ดี จนเดี๋ยวนี้เขาก็ติดนอนประมาณ 4 ทุ่มค่ะ แก้ไม่หาย เพราะฉะนั้นแนะนำให้คุณแม่รีบหน่อย พยายามจัดการให้ลูกหลับให้ได้ 3 ทุ่มน่าจะดีค่ะ

5 วิธี หย่านมลูก...ไม่หักดิบ ลองเอาไปทำดูนะคะ ได้ผลยังไงก็เม้นมาเล่าให้ฟังบ้าง และขอให้สุขภาพดีทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ

เขียนโดย : กันต์นัทธ์


เขียนเพิ่มเติม 10 พ.ย. 2552


ตอบคำถาม จากความคิดเห็นของคุณผู้อ่านที่น่ารักค่ะ

ต้องขอขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นนะคะ กันต์นัทธ์ไม่ได้เข้ามาอัพเดททุกวัน ตอนนี้มีโอกาสได้เห็นความคิดเห็นต่างๆ มีมากมาก จึงขอโอกาสนี้ตอบคำถาม เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาเหมือนกัน ในวาระต่างๆ ได้เข้ามาอ่านกันค่ะ

มีคุณแม่ท่านนึงถามมาว่าจะใช้บอระเพ็ด ทำยังไง
เรื่องนี้กันต์นัทธ์ไปถามจากคนมีประสบการณ์มา เขาบอกว่า ให้ใช้ก้านบอระเพ็ดที่เป็นหนามๆ นำมาล้างให้สะอาด และนำมาตำให้แหลก เอาน้ำบอระเพ็ดที่ได้มาทาให้รอบฐานนมค่ะ พอลูกดูดนมก็จะขมและไม่กล้ามาดูดอีก บอระเพ็ดที่ใช้ก็หน้าตาประมาณนี้ค่ะ







วิธีนี้ขอเป็นวิธีสิ้นคิดในกรณีที่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะคะ แล้วอย่าลืมว่า เมื่อลูกร้องไห้เพราะขมนมแล้วก็อย่าลืมปลอบประโลมคุณลูกด้วยนะคะ อาจจะบอกว่า

“โอ๋....คนดีของแม่ เป็นอะไรไปจ๊ะ น้ำนมแม่ไม่อร่อยแล้วเหรอ ว๊า...ไม่เป็นไรนะ ลองกินนมกล่องนี้ล้างปากหน่อยดีไหม ”

แล้วคุณแม่ก็เอานมกล่องหรือนมชงก็ได้มาให้ลูกดื่มล้างปาก แต่ต้องเร็วหน่อยนะ เพราะลูกกำลังขมอยู่ เลยแนะนำให้เป็นนมกล่องจะได้เร็วค่ะ เอานมกล่องมาเทใส่แก้ว ไม่ต้องบังคับให้ลูกดูดจากหลอดนะคะ เพราะเด็กที่ดูดนมแม่เป็นประจำ เขาจะไม่ชินกับการที่ต้องดูดจากอย่างอื่น ให้หาหลอดอื่นที่ปลายหลอดไม่แหลม เพราะถ้าเป็นหลอดจากกล่องนมปลายมันจะแหลมทิ่มปากลูก แล้วพาลไม่ชอบดูดนมจากหลอด
เน้นไม่ต้องให้ลูกดูดจากหลอด แต่เปลี่ยนเป็นให้คุณแม่ ใช้มือกดปลายหลอดดูดน้ำนมขึ้นมาแล้วไปป้อนให้ลูกกินแทนเพื่อเป็นการล้างปากค่ะ



วาดไม่ค่อยสวย แต่น่จะเข้าใจนะคะ


วิธีนี้จะเป็นการฝึกให้ลูกดูดของเหลวจากหลอดโดยมีคุณแม่ช่วยเหลือในเบื้องต้นค่ะ เพราะลูกออกแรงดูดไม่มาก ก็ได้กินนมแล้ว เพราะลักษณะการดูดนมจากหลอดจะแตกต่างจาการดูดจากอกคุณแม่ การดูดนมจากอกลูกจะดูดสั้นและแรง แต่การดูดจากหลอดลูกจะต้องดูดยาวและไม่ต้องออกแรง ดังนั้นต้องค่อยๆ ฝึกค่ะ

หรือ ถ้ารีบมากๆ ก็ลองให้ลูกดื่มเอาจากแก้วเลยค่ะ เป็นวิธีที่ง่ายอีกวิธีหนึ่ง ที่ลูกจะได้ล้างปากและให้ลูกได้ดื่มนมอื่นด้วยค่ะ


จากที่อ่านความคิดเห็นต่างๆ แล้ว ส่วนใหญ่ก็คือ
-ลูกไม่กินอาหารจากแหล่งอื่น
-ลูกกัดหัวนมจนเจ็บระบม


ในประเด็นแรก คือ ลูกไม่กินอาหารจากแหล่งอื่น ข้อนี้สำคัญ คือ ถ้าลูกกินไม่อิ่มเขาก็จะร้องขอกินนมคุณแม่ที่เคยทำให้เขาอิ่ม นึกภาพออกไหมคะ ถ้าท้องเขาอิ่มแล้วบางทีเขาก็เล่นเพลินจนลืมนึกถึงนมคุณแม่ได้ก็อาจจะทำให้อดนมาคุณแม่ได้ในบางมื้อ แต่เมื่อเขาหิวสิ่งแรกที่เขานึกถึงก็คือคุณแม่นั่นเอง

อันดับแรกที่คุณแม่ต้องถามตัวเอง คือ
ให้ลูกกินอะไร ?
คุณแม่ควรเลือกอาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก ซึ่งเรื่องนี้กันต์นัทธ์ได้รวบรวมในเรื่อง 1008 เมนูอาหารค่ะ (ตั้งชื่อเวอร์ไปหน่อย แบบว้าข้อมูลมีเยอะ แต่ยังไม่มีเวลาโพสค่ะ เลยมีไม่มาก ส่วนใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารเด็ก) ลองเลือกให้หลากหลาย

ถ้าลูกฟันยังไม่ขึ้นก็บดให้ละเอียด อาจใส่ซีอิ้วให้เค็มๆ หอมๆ บ้างก็ได้ เมื่อทำอาหารเด็กเสร็จ คุณแม่ควรชิมทุกครั้งว่ามีรสชาติเป็นยังไง ไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่จืด และไม่ร้อนจนเกินไป ไม่ต้องซีเรียสว่าลูกกินขี้ปากแม่ไม่ดี เดี๋ยวมีเชื้อโรค กินให้เขาดูเป็นตัวอย่างเลยก็ได้ว่ากินได้นะ แม่ก็กิน อร่อยด้วย

ถ้าลูกฟันขึ้นแล้วก็ให้เขากินอาหารในแบบที่ผู้ใหญ่กินนั่นแหละ แต่ต้องคอยดูให้เขาเริ่มต้นกินด้วยชิ้นเล็กๆ ก่อน อาหารที่ว่าก็ เช่น ไส้กรอก แฮม ไก่ทอด KFC แฟรนส์ฟาย พวกนี้คุณแม่ต้องทำให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน ใช้มือบีบ บี้ เอาน่ะ ดีที่สุดแล้ว อาจจะจิ้มซอสให้เขารู้ความแตกต่างก็ได้ หรือจะเป็น โดนัส เพรสเซล คุ้กกี้ ขนมปัง หรือ ช็อกโกแลต สาหร่ายทอด ก็ดีค่ะ ลองดูนะคะ

เข้มงวดกับการกินของลูกเกินไปหรือเปล่า?
บรรยากาศในการกินของลูกก็สำคัญนะคะ ให้เขาร่วมวงการกินอาหารบนโต๊ะอาหารที่มีผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะด้วยจะดีมากค่ะ ลูกจะได้เห็นพฤติกรรมการกินอาหารของผู้ใหญ่ และเขาอาจจะอยากกินขึ้นบ้างก็ได้ค่ะ และหากเขาอยากกินอะไรก็ให้เขาลองไปเลยค่ะ อย่าไปเข้มงวดว่าของผู้ใหญ่ลูกกินไม่ได้

และหากเขาอยากกินอะไร ไม่ต้องซีเรียสว่าจะต้องใช้ช้อนตักป้อนให้ลูกหรอกค่ะ แค่คุณแม่ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร แล้วใช้มือฉีกเนื้อไก่ชิ้นเล็กๆ ป้อนเขาปากลูก หรือลองยัดใส่ปากไปเลยค่ะ เพราะบางทีลูกอาจไม่กล้ากินอะไรแปลกๆ ก็ลองยัดเข้าไป ถ้าเขาได้ลิ้มรสแล้วเขาอาจจะชอบและขออีกก็ได้ เน้นให้ใช้มือป้อนให้ลูกเลยนะคะในช่วงแรกที่ลูกเริ่มกินอาหาร กันต์นัทธ์คิดว่ามือเป็นสัมผัสที่อ่อนนุ่มเหมือนหัวนมแม่นะค่ะ เพราะกันต์นัทธ์เคยสังเกตจากลูกของตัวเอง คือ แรกๆ เราให้เขากินช้อนเขาก็ไม่ค่อยกินเหมือนกัน แต่พอคุณยายเอามือจับของกินเข้าปาก ตอนแรกเรายังแอบทำคิ้วขมวดไม่พอใจว่า ทำไม ไม่ใช้ช้อน ใช้มือสกปรก (แบบว่าคุณยายมีหมาตัวสนิทอยู่ใกล้ๆ เราก็กลัวว่าจะจับหมาแล้วเอามือมาป้อนของกินให้ลูกเรา) แต่มองไปที่ลูกปรากฎว่าเคี้ยวตุ้ยๆ เลยค่ะ

ยอมรับไหมค่ะคุณแม่ ว่าบางทีเราก็วิตกจริตเกินไป กลัวโน้น นี่นั่นไปซะทุกเรื่อง กลัวสกปรก กลัวเชื้อโรค สารพัด เราต้องมั่นใจและปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติค่ะ เราทำชีวิตปกติยังไง ก็ให้เด็กเขามีส่วนร่วมด้วยในทุกๆ เรื่อง ให้โอกาสเขาเลือก ในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาน่าจะกินได้ ให้เขาลอง แม้เราจะคิดอยู่แล้วว่าเขากินไม่ได้ ก็ควรให้เขาลอง ถ้าสิ่งนั้นไม่เป็นอันตราย เช่น ลูกอม ไม่ควรเป็นอย่างยิ่งให้เด็กลอง

ประเด็นที่สอง คือ ลูกกัดหัวนมจนเจ็บระบม
ข้อนี้ก็เป็นไปได้ทั้งที่หิวและลูกไม่หิว ซึ่งเมื่อเขาดูดไปแล้ว เขาอาจจะหมั่นเขี้ยว หรือ คันฟันของเขา ในกรณีอย่างนี้ควรทำให้เขารู้ว่าคุณแม่เจ็บที่เขากัด ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่คุณแม่จะได้สอนให้เขารู้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่าทนค่ะ ย้ำว่าอย่าทน ซึ่งเราก็จะเจ็บ โดยที่เขาก็ไม่รู้ เป็นหน้าที่ของคุณแม่ที่จะต้องสื่อสารกับลูกค่ะ คุยกับเขา หรือแสดงออกว่าถ้าเขากัดให้เราเจ็บเขาจะไม่ได้ดูด อย่างของกันต์นัทธ์คือมันจะเป็นไปโดยอัติโนมัติค่ะ ถ้าไม่มีสติ เราเจ็บเราก็จะเผลอตีก้นเขาไปป้าบนึง แรงบ้าง ไม่แรงบ้าง เขาก็จะตกใจเหมือนกันและเขาจะปล่อย บางทีเผลอตีแรงลูกร้องไห้ เราก็กอดและปลอบว่า
“แม่ขอโทษแม่ไม่ได้ตั้งใจ หนูกัดแม่ แม่เจ็บ แม่เลยเผลอตีหนู หนูอย่ากัดแม่ซิ นะ แม่จะได้ไม่เจ็บ นะ ไม่กัดแล้วนะ“

และถ้าลูกเผลอกัดอีก ถ้ารู้สติก็ให้ตบก้นเขาเบาๆ เป็นการเตือนให้เขารู้ว่าแม่เจ็บแล้วนะ แล้วก็พูดบอกเขาด้วยว่า
“หนูกัดอีกแล้ว แม่เจ็บนะลูก”

หรือไม่ก็หายางกัดสำหรับเด็กมาให้เขากัดก็ได้ค่ะ

แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ลูกหย่านมนะคะ วิธีที่ช่วยได้ดีที่สุด คือ ทำให้เขาอิ่ม และเล่นกับเขาให้เพลิน อาจดูการ์ตูน ดู CD เสริมทักษะ ให้เขาลืม ก็น่าจะได้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

กันต์นัทธ์

 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2552 10:44:01 น.  

วิธีเล่นกับลูกดัวย "เงามือ"

การเล่นเงามือจะช่วยรฝึกในเรื่องจินตนาการให้กับลูก ฝึกให้เขาใช้ความคิดในการมองภาพที่มีแต่โครงร่าง ทั้งยังเป็นการฝึกเรื่องการพูดให้กับเขาด้วย เพราะเมื่อเขาเห็นภาพเงา เขาก็จะพูดออกมา
การเล่นเงามือจะเล่นตอนกลางวันกลางแจ้งก็ได้ หรือจะเล่นในห้องที่มีแสงสลัวๆ ก็ได้
กันต์นัทธ์จะเล่นกับลูกตอนก่อนนอนค่ะ เล่นแล้วก็หลับไปเลยทั้งแม่ทั้งลูก
มาดูกันนะคะว่าสองมือของเราสามารถสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง

1. รูปเป็ด



2. รูปกวาง


3. รูปหน้าคน


4. รูปกระต่าย


5. รูปนก


6. รูปแพะ


7. รูปช้าง


8. รูปเป็ด ไก่ หรือ นกฟลามิงโก้ ก็แล้วแต่จินตนาการนะคะ


9. หมูป่า


10. หมีดำ

 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 11:42:23 น.  

วิธีเล่นกับลูก วัย 1 –2 ขวบ

นอกจากการหาของเล่นตามพัฒนาการให้ลูกเล่นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังต้องให้ความใส่ใจในการเล่นกับลูกด้วยนะคะ เพราะจะเป็นการช่วยเสริมจินตนาการของลูกให้ลูกรู้สึกสนุกสนานเพราะมีคนเล่นด้วย ทั้งยังให้เขารู้สึกอบอุ่นที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ชิดกับเขา ซึ่งก็มีวิธีง่ายๆ แบบไม่ต้องลงทุนมากเพียงแต่อาศัยจินตนาการของคุณพ่อคุณแม่เท่านี้ก็สามารถเล่นกับลูกได้อย่างสนุกกับทั้งครอบครัวเลยเชียวค่ะ
ลองมาดูวิธีเล่นกับลูกของกันต์นัทธ์สิค่ะ แล้วลองเอาไปใช้ดู ส่วนใครมีไอเดียเด็ดๆ ในการเล่นกับลูกที่นอกเหนือจากนี้อีกก็ช่วยแนะนำด้วยนะคะ บอกตามตรงค่ะว่าบางทีก็เล่นจนหมดมุขแล้วเหมือนกัน

1. เล่นจ๊ะเอ๋
อันนี้เบสิกค่ะ การจ๊ะเอ๋แบบธรรมดาๆ ที่เอามือปิดตาแล้วผายมือจ๊ะเอ๋ เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็คงจะเคยเล่นกับลูกกันอยู่แล้ว ก็ลองเปลี่ยนโดยที่เอามือปิดแล้วพูด “จ๊ะ” ดังๆ แล้วปิดอยู่อย่างนั้นรอดูอาการของลูก เพราะเขาจะคิดว่าอีกไม่นานเดี๋ยวแม่ก็จะเปิดตามา เมื่อเห็นว่าแม่ไม่เปิดตาสักทีเขาก็จะเป็นคนเอามือมาเปิดเอง ทีนี้ให้คุณแม่เปิดมือและพูดว่า “เอ๋” ดังๆ และหากจะเล่นกันต่อ ทีนี้ตอนปิดตาก็แกล้งปิดไม่มิดแบบให้มีช่องว่างเหลือแต่ลูกตา แล้วก็ส่ายหัวไปมา บอก “จ๊ะ” แล้วก็รีบยื่นหน้าไปใกล้ๆ ลูก มองตาเขา เปิดมือออก แล้วบอก “เอ๋” เท่านี้ก็เรียกเสียงหัวเราะจากลูกได้แล้วค่ะ

2. เล่นซ่อนแอบ & วิ่งไล่จับ
กันต์นัทธ์จะชอบเล่นกับลูกโดยวิ่งให้มีเสียงดัง “ตับ ตับ ตับ” แต่ไม่ใช่กระทืบเท้านะคะ วิ่งให้เท้ากระทบกับพื้นแล้วมีเสียงดังกว่าปกติเท่านั้นค่ะ เป็นการปลุกเร้าให้ลูกตื่นตัว (ไม่ใช่ตื่นกลัวนะคะ) ทำให้เขาวิ่งหนีเรา และเราก็วิ่งไล่เขา แต่หากเขาวิ่งโผเข้าหาเรา เราก็ต้องแกล้งวิ่งหนีเขา แล้ววิ่งให้เป็นวงกลม ผลัดกันไล่ เราไล่ลูกบ้าง ให้ลูกไล่เราบ้าง วิ่งวนสักพักพอเริ่มมึนก็วิ่งไปตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน ให้คุณแม่วิ่งไปหลบตามมุมเสา รอให้ลูกวิ่งมาถึงก็ “จ๊ะเอ๋” ใส่ลูกเลย แล้วอย่าเพิ่งหยุด วิ่งต่อไปที่ห้องอื่น ให้ลูกวิ่งไล่หาเรา หรือถ้าในบ้านมีเสากลางบ้านก็วิ่งวนรอบเสา หลบตามมุมเสาแล้ว “จ๊ะเอ๋” ลูก เล่นจนว่าจะเหนื่อยหรือลูกหยุดเล่นไปเองค่ะ
ขอบอกว่ากันต์นัทธ์เล่นแบบนี้กับลูกแล้วสนุกมากและก็เหนื่อยมากด้วย เพราะเราทำเป็นวิ่งเร็วๆ และฉวัดเฉวียนไปมา ให้ลูกเห็นแล้วตลก ลูกของกันต์นัทธ์ก็จะหัวเราะตลอดเลย เราเองก็หัวเราะ พูดไปหัวเราะไปวิ่งไป โอย...เหนื่อยค่ะ แต่ก็สนุกดี

3. เล่นผ้าห่ม
เล่นแบบนี้ต้องเล่นบนที่นอนค่ะ เพราะเผื่อหกล้มหกลุกไปลูกจะได้ไม่บาดเจ็บค่ะ วิธีเล่นไม่มีอะไรยากค่ะ แค่เอาผ้าห่มมาคลุมตัวลูก ผ้าห่มก็จะปิดหน้าปิดตาเขา เขาก็จะเดินโซซัดโซเซล้มลุกคลุกคลานหาทางออก ลูกชายกันต์นัทธ์เล่นแบบนี้แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเลย (ไม่รู้ตลกอะไรเหมือนกัน) แต่เด็กบางคนอาจไม่ชอบก็ไม่ต้องไปเล่นกันเขานะคะ
สำหรับกันต์นัทธ์พอเล่นแบบนี้ชักเบื่อ กันต์นัทธ์ก็เอาผ้าห่มมาคลุมตัวเองโดยที่ไม่ให้ลูกเห็นตัว แล้วก็เอามือที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่มไปจับตัวเขา โดยที่เขายังไม่เห็นตัวเรา เขาก็หัวเราะ และพยายามจะเปิดผ้าห่มหาเราให้เจอ เราก็นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น รอให้ลูกเปิดผ้าห่มให้ค่ะ บางทีก็แกล้งพูดว่า “ช่วยด้วย น้องธันช่วยแม่ด้วย” ให้ลูกมาช่วยเราค่ะ (แต่ขอบอกบางทีลูกก็ไม่ช่วยค่ะ แถมยังนั่งทับที่ตัวซ้ำเข้าไปอีก บางทีเดินเหยียบตัวไปเฉยเลย)

4. เล่นวาดรูป
อันนี้กันต์นัทธ์ชอบเล่นกับลูกมาก เพราะเราเป็นคนชอบวาดรูป วาดไม่ค่อยสวยหรอกค่ะ แต่ด้วยใจรักก็ชอบวาดโน้นวาดนี่ให้ลูกทายว่าเป็นอะไร อย่างช่วงแรกๆ ก็จะวาดรูปสัตว์ให้ลูกทายว่าเป็นตัวอะไร ต่อมาก็วาดรูปสิ่งของ อย่างเสื้อ กางเกง โต๊ะ เก้าอี้ ฯลฯ ให้ลูกตอบว่าเป็นอะไร ลูกตอบได้ก็ปลื้มเลยค่ะ เพราะว่าเด็กในช่วงอายุ 1-2 ขวบ เขายังพูดไม่เก่งเท่าไหร่ เขาต้องประมวลผลจากรูปที่เราวาดไม่ค่อยสวย แต่พอดูรู้เรื่อง ไปเป็นคำศัพท์ในคลังสมองน้อยๆ ของเขา บางทียังวาดไม่ทันเสร็จแค่วาดเป็นโครงๆ เขาก็ตอบได้แล้ว เราก็ดีใจค่ะ อย่างรูปที่วาดบ่อยๆ ก็จะเป็นโดเรม่อน พอเริ่มวาดวงกลมเป็นหัว วาดวงกลมเป็นตา ลูกตอบได้แล้วว่าเป็น “ม่อน” คือลูกเขาเรียนรู้ลักษณะลายเส้นและจำการวาดของเราได้ เป็นการฝึกให้เขาใช้ความคิดค่ะ
นอกจากการวาดรูปแบบธรรมดาที่ใช้ดินสอ ปากกา สีไม้ สีเทียน เขียนลงบนกระดาษแล้ว ทีนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจไม่ชอบนักที่เห็นลูกน้อยเริ่มเอาอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณให้ไปเขียนตามพื้น ผนังบ้าน หรือสิ่งของต่างๆ ที่คุณหวงแหน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเล่มโปรด โต๊ะทำงาน เตียงนอน โซฟา และอะไรอีกหลายอย่างที่เจ้าตัวน้อยจินตนาการอยากจะให้มีลวดลาย พ่อแม่หลายคนคงเคยดุ และทำโทษลูกในเรื่องนี้มาบ้าง บางคนอาจเก็บอุปกรณ์ขีดเขียนทุกอย่างให้พ้นมือเด็ก อย่าเช่นนั้นเลยค่ะคุณพ่อคุณแม่ กันต์นัทธ์คิดว่าการที่ลูกเขาชอบขีดชอบเขียนน่ะดีแล้ว เพราะเป็นการฝึกให้ลูกมีจินตนาการฝึกให้เขามีอิสระในขอบเขตที่กำหนดด้วย
อย่างไร?
กันต์นัทธ์สังเกตจากลูกชายของตัวเองค่ะ “น้องธัน” ช่วงแรกๆ ที่กันต์นัทธ์ให้ดินสอหรือปากกาไปเริ่มขีดเขียนก็ให้เขาเขียนกับกระดาษ ก็กระดาษ A4 ธรรมดาที่เหลือใช้ในสำนักงาน เอาให้เขาเขียน ใหม่ๆ เขาก็ดีใจ ก็ขีดเขียนลงกระดาษใหญ่เลย จนเมื่อเขาเขียนเต็มแผ่นแล้วและเขาไม่รู้จะเอากระดาษได้ที่ไหน เขาก็จะเริ่มเขียนบนพื้น พอเราเห็นเราก็สอนว่าที่พื้นไม่ได้นะ ต้องเขียนที่กระดาษ เดี๋ยวแม่ไปเอากระดาษมาให้นะ พยายามบอกกับเขาค่ะ หนังจากนั้นน้องธันก็ไม่เขียนที่พื้นแล้ว แต่ไปเขียนตามผนังแทนค่ะ พอเราเห็นเราก็บอกเขาอีกว่า อย่าเขียน มันเลอะเทอะ เขาก็งอแงนะคะ โกงอยู่พักนึง แต่กันต์นัทธ์ไม่ยอมค่ะ ก็ต้องเบียงเบนหากระดาษมาให้ ทีนี้เอามาให้เยอะๆ เลยค่ะ 4-5 แผ่นเลย และบอกเขาว่า นี่ไงแม่เอากระดาษมาให้แล้วเยอะแยะเลย ไม่ต้องไปเขียนที่ผนังหรอก คอยบอกเขาค่ะ
ยังค่ะ น้องธันยังไม่หยุดเขียนผนัง กันต์นัทธ์สังเกตเห็นว่า การเขียนลงบนกระดาษมันมีข้อจำกัดตรงที่มันมีจุดสิ้นสุด คือลากเส้นได้นิดเดียวก็สุดขอบกระดาษแล้ว บางทีลูกอาจจะอยากเขียนอะไรแบบที่ไม่มีขอบเขตก็ได้ พอดีกับเคยเห็นลูกเอาพู่กันทาสีมาเล่น ทีนี้ก็เลยเกิดไอเดีย เอากระป๋องมาใส่น้ำเปล่า เอาพู่กันมาอันนึง ให้เขาออกไปเล่นข้างนอก โดยการเอาพู่กันจุ่มน้ำวาดรูปบนพื้นปูนค่ะ น้องธันชอบใจใหญ่เลยค่ะ ไม่เลอะเทอะด้วย แล้วก็ยังได้เปลี่ยนรูปแบบการวาดรูป ให้เขาสนุกกับการขีดเขียนด้วยค่ะ
ต่อมากันต์นัทธ์เห็นว่าการเล่นเขียนด้วยน้ำมันแห้งเร็ว เขียนลวดลายอะไรไป แป๊ปเดียวก็หายหมดแล้ว จึงไปซื้อสีชอล์คมาเขียนค่ะ เขียนที่พื้นเลย มีสีสันและล้างออกไม่ยากค่ะ ลองดูผลงานสิคะ นี่เป็นรูปที่กันต์นัทธ์วาดเล่นกับน้องธัน ส่วนใหญ่ก็กันต์นัทธ์แหละค่ะที่วาด ส่วนลูกเขาจะทำได้แค่เอาสีมาระบายไปมา และคอยบอกให้เราวาดตามที่เขาต้องการ
กันต์นัทธ์คิดว่าอย่างไรก็ดีค่ะ ทำให้เรามีกิจกรรมระหว่างกัน และเป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะการเรียนรู้ให้กับเขา ฝึกให้เขามีจินตนการและมีสมาธิค่ะ ที่สำคัญหลังจากเล่นแบบนี้แล้วลูกไม่เขียนอะไรซี้ซั้วเลยค่ะ เวลาเขาอยากจะเขียนแล้วไม่มีกระดาษเขาก็จะวิ่งมาขอกระดาษจากเราเองเลยค่ะ ขอยังไงน่ะเหรอค่ะ เขาวิ่งมาหาและบอกว่า “แม่ะ..ดาด ดาด”

















5. เล่นติดสติ๊กเกอร์พลาสติก
พูดถึงเรื่องจินตนการที่ลูกชอบขีดเขียนของต่างๆ ในบ้านให้เกิดลวดลาย เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงไม่ชอบให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดมีรอยขีดเขียนที่ไม่สวยงามแน่ๆ ลองไปซื้อแผ่นสติ๊กเกอร์พลาสติกมาสิคะ เป็นแผ่นสติ๊กเกอร์ที่ไว้ใช้ติดกับวัสดุผิวเรียบทุกชนิด แผ่นละ 20-30 บาทเองค่ะ มันไม่ใช่สติ๊กเกอร์กระดาษนะคะ แกะออกมาแล้วไม่เป็นรอยค่ะ ซื้อไว้เล่นกับลูกสนุกดีค่ะ แล้วยังทำให้พื้นผิวต่างๆ มีลวดลาย สวยงาม ไม่จำเจค่ะ ลองดูตัวอย่างนี้สิคะ

นี่จริงๆ แล้วเป็นเก้าอี้สีฟ้าเรียบๆ ค่ะ พอเอาสติ๊กเกอร์มาติดก็สวยไปอีกแบบเหมือนกันค่ะ หรือบางที่ก็สามารถนำไปติดที่พื้นหรือที่ฝาผนังก็ได้ค่ะ ลองดูนะคะ แล้วจะพบว่าตัวเราเองก็มีจินตนาการไม่แพ้เด็กเหมือนกันค่ะ

6. เล่นเงามือ
อันนี้ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่จะทำให้ลูกตื่นตาตื่นใจไปกับจินตนาการได้อีกแล้วค่ะ กันต์นัทธ์จะชอบเล่นกับลูกตอนจะเข้านอน เพราะว่าจะต้องเปิดไฟให้มีแสงสลัวๆ แล้วพอเล่นไปเล่นมาจะได้หลับไปเลย ไม่ยากค่ะ ลองเอาตัวอย่างในลิ้งค์นี้ ไปเล่นกับลูกนะคะ

7. เล่นเต้นบอกอวัยวะต่างๆ
อันนี้ฝึกให้ลูกรู้จักกับอวัยวะต่างๆ แบบไม่น่าเบื่อและจำเจ ด้วยการร้องเป็นเพลงค่ะ เคยได้ยินจากไหนไม่รู้เพลงที่มีเนื้อร้องว่า “หัว ไหล่ ตูด” กันต์นัทธ์ก็เอาเพลงนี้มาประยุกต์ร้องกับลูก โดยการให้ลูกนอนบนที่นอน จากนั้นก็จับที่ข้อมือเขา ร้องที่อวัยวะตรงไหนก็จับตรงนั้น กันต์นัทธ์ร้องอย่างนี้ค่ะ (ออกจะมั่วหน่อยนะคะ)

หัว ไหล่ ตูด จับที่แขน ละมาจับที่ขา ละมาจับที่คอ ละหัว ไหล่ ตูด
หัว ไหล่ ตูด จับที่คิ้ว ละมาจับที่ตา ละมาจับที่หู ละหัว ไหล่ ตูด
หัว ไหล่ ตูด จับที่จมูก ละมาจับที่ปาก ละมาจับที่แก้ม ละหัว ไหล่ ตูด
......

ร้องอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ล่ะค่ะ จนกว่าจะเหนื่อยหรือหมดมุข
มีอีกเพลงนึงค่ะ เป็นเพลงภาษาอังกฤษ มีเนื้อร้องดังนี้ค่ะ

Head…Shoulder Knee and Toe…Knee and Toe
Head…Shoulder Knee and Toe…Knee and Toe
Eyes and Ears and Month and Nose
Head…Shoulder Knee and Toe…Knee and Toe


เป็นการร้องอย่างง่ายๆ ฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษค่ะ อย่าลืม ! เวลาร้องก็ให้ชี้ที่อวัยวะส่วนนั้นด้วยนะคะ

8. เล่นจ้ำจี้
กันต์เล่นอันนี้ เพราะว่าตอนนั้นลูกงอแงและหมดมุขที่จะเล่นอะไรแล้ว จะเล่านิทานลูกก็ไม่ฟัง จะวาดรูปลูกก็ไม่ยอม ไม่รู้จะทำยังไง เลยเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะกับลูก กลายเป็นว่าลูกชอบค่ะ ให้ร้องไปจิ้มนิ้วไปใหญ่เลย

9. เล่นแมงมุมขยุ้มหลังคา
อันนี้ก็เอาไว้เล่นเวลานึกอะไรไม่ออกอีกเหมือนกันค่ะ แต่ลูกก็ชอบนะคะ ง่ายๆ ทุกคนน่าจะทำเป็นอยู่แล้ว เอามือข้างหนึ่งมาจับเนื้อบนหลังมืออีกข้างหนึ่ง แล้วร้อง

แมงมุมขยุ้มหลังคา แมวกินปลาหมากัดกระพุ้งก้น


10. เล่นออกกำลังกาย
เป็นกิจกรรมที่คุณแม่สามารถเล่นไปกับลูกได้ค่ะ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าหากเล่นกับลูกก็อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรจากการออกกำลังกายนะคะ
เรื่องนี้มีอยู่ว่า กันต์นัทธ์อยากจะลดหน้าท้อง ก็ต้องออกกำลังกาย ท่านอนราบแล้วยกขาทั้งสองข้างขึ้นลง แต่พอออกไปได้ 3-4 ครั้ง เจ้าตัวเล็กที่อยู่แถวนั้น ก็เข้ามายุ่งวุ่นวายอยู่เรื่อยเชียว เราก็ว่าไล่ให้ไปเล่นกับพ่อเขา ลูกก็ไม่ยอมยังคงป่วนกับการออกกำลังกายของกันต์นัทธ์ แรกๆ ก็โมโห (ก็อยากหุ่นดีซะหน่อย เจ้าลูกตัวดีก็คอยขัดขวางซะเรื่อยเชียว) พอที่นี้เห็นท่าว่าลูกไม่ไปแน่ก็เลยชวนให้เขามาออกกำลังกายด้วยกันซะเลย กันต์นัทธ์ให้ลูกช่วยโยนขาให้ แล้วก็นับ หนึ่ง สอง สาม ... ดังๆ เป็นการสอนเรื่องตัวเลขไปในตัว ลูกก็ช่วยโยนขาอยู่สิบกว่าครั้ง พอเขาเหนื่อยเขาก็ไปเล่นอย่างอื่น (ฮิ ฮิ) เท่านี้ก็ได้ผลค่ะ เราก็ออกกำลังกายได้ตามสบาย


10 ข้อ ลองดูนะคะ ใครมีอะไรเด็ดๆ กว่านี้ คอมเม้นเล่าให้ฟังบ้างนะคะ



 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2551 20:01:55 น.  

เกร็ดนมแม่ สำหรับคุณแม่มือใหม่

น้ำนมแม่มีความสำคัญต่อลูกน้อยมากเรื่องนี้เป็นที่รู้ดีกันอยู่แล้ว แต่จะมีแม่สักกี่คนที่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ นั่นอาจเป็นเพราะคุณแม่มือใหม่มีความเชื่อที่ผิดๆ ที่เป็นเหมือนกำแพงกั้นระหว่างความจริงที่ถูกต้อง เช่น นมน้อยเพราะหน้าอกเล็ก, สงสารลูกไม่อยากให้ลูกร้องนานเพราะหิว, คิดว่านมสำเร็จดีกว่าหรือดีพอพอกับนมแม่ ฯลฯ ทั้งๆที่คุณแม่ทั้งหลายต่างรู้ดีว่านมแม่นั้นมีประโยชน์ต่อลูกน้อยขนาดไหน แต่ก็ยังผลักไสลูกของคุณให้ไปหานมผสมที่เป็นผลิตภัณฑ์จากวัว คุณรู้ไหมการที่คุณให้นมขวดลูกกินนั้นเป็นการพลาดโอกาสที่คุณและลูกจะได้สานสัมพันธ์และทำความรู้จักใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกคุณ ยิ่งคุณให้ลูกกินนมขวดบ่อยเท่าไหร่มันก็จะยิ่งดึงคุณให้ห่างจากลูกมากเท่านั้น
จากการที่ได้เคยคุยกับคุณแม่มือใหม่หลายๆ คน รวมทั้งจากประสบการณ์ของดัวเอง สามารถบอกได้ว่าคุณแม่ส่วนใหญ่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถเลี้ยงได้ก็จะบอกว่า “น้ำนมไม่มี” ซึ่งแรกๆ ส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยมีกันทั้งนั้นแหละ เพราะถ้าคุณได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วไม่มีทางที่มันจะไม่มี เนื่องเพราะโดยหลักการธรรมชาติแล้วผู้หญิงมีลูกทุกคนสามารถผลิตน้ำนมให้ลูกกินได้ ยกเว้นแต่ผู้ที่เป็นโรค หรือไม่สบาย

ทลายกำแพงความคิดเก่าๆ
ขั้นแรก ต้องมีความมั่นใจอย่างแรงกล้าว่าจะต้องเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้เป็นระยะเวลากี่ปี กี่เดือนก็ว่าไป เพราะโดยธรรมชาติแล้วคุณแม่สามารถให้นมลูกได้ถึง 2 ปี เรื่องหน้าอกเล็กไม่ใช่ปัญหาสำหรับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพราะตัวดิฉันเองก็หน้าอกเล็กเหมือนกัน แต่สามารถให้นมลูกได้ 7 เดือนแล้ว เพียงแต่คุณต้องให้ลูกดูดบ่อยๆ เท่านั้นเอง ถ้าระหว่างที่ลูกดูดแล้วน้ำนมยังไม่มาแล้วลูกร้อง คุณต้องอดทนแข็งใจสักนิดนึง ปล่อยให้ลูกดูดไปร้องไปสักพัก ถ้าไม่ไหวจริงจริงค่อยชงนมให้ แต่ถ้าระหว่างที่ดูดไปได้ไม่นานเขาหลับไปก็ให้กระตุ้นที่แก้มโดยใช้นิ้วด้านฝ่ามือสะกิดที่แก้มเบาๆ พอให้เขารู้สึกตัว เขาก็จะขยับปากดูดต่อ หากขั้นแรกยังไม่สำเร็จน้ำนมยังไม่ค่อยไหลอีกก็มาลองปรับดูในขั้นต่อไปค่ะ

ขั้นที่สอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ห้ามปล่อยให้ตัวเองหิวเด็ดขาด และอย่าเพิ่งห่วงสวยลดความอ้วน เพราะกระบวนการผลิตน้ำนมต้องใช้อาหารที่เรารับประทานนี่แหละเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพ อย่าลืมที่จะกินผักและผลไม้ให้มากๆ ด้วย ระวังจะท้องผูก อาหารที่โบราณเขาว่าเป็นสูตรเด็ดในการเพิ่มน้ำนม ก็คือ แกงเลียง หรือ ผัดพริกขิง เนี่ยแหละกินเข้าไป ช่วยได้จริงๆ จะเป็นแกงเลียงหัวปลี ก็ยิ่งดีใหญ่ และที่สำคัญอย่างยิ่งยวด คือ ต้องดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ควรดื่มน้ำอุ่นจัดๆ หน่อยจะช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น แต่การดื่มน้ำอุ่นจัดมากๆ บ่อยๆ ก็ไม่ค่อยดีต่อลำคอ ก็เอาเป็นว่าดื่มจัดบ้าง อุ่นบ้างสลับกันไปนะคะ การดื่มน้ำอุ่นเนี่ยในช่วงแรกๆ ควรดื่มให้ตลอดเลย ไม่ควรดื่มน้ำเย็นเลย ตัวฉันเองตอนนี้ลูก 7 เดือนแล้วยังดื่มน้ำอุ่นอยู่เลย ซึ่งมันเห็นผลชัดเจนมาก หากดื่มน้ำอุ่นจัดๆ น้ำนมจะพุ่งปรี๊ดเลย ผิดกับถ้าดื่มน้ำธรรมดาหรือดื่มน้ำเย็นน้ำนมจะไม่ค่อยพุ่ง

ขั้นที่สาม หากทำตามสองขั้นข้างต้นแล้วน้ำนมยังไม่ค่อยไหลอีก นั่นอาจเป็นเพราะคุณให้ลูกดูดน้อยไป หรือไม่ลูกคุณก็อาจจะไม่ค่อยชอบนมแม่เพราะไหลช้าชอบนมขวดมากกว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องใช้ตัวช่วย คุณอาจต้องหาเครื่องปั๊มนมมาช่วยคุณ เพื่อให้ภารกิจการเป็นแม่ของคุณสำเร็จตามที่คุณได้ตั้งใจไว้ เครื่องปั๊มนมมีหลายประเภทหลายแบบ คุณสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของคุณได้ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. ที่ปั๊มนมแบบปั๊มมือ
แบบนี้มีราคาถูก หาซื้อง่าย แต่ขอบอกว่าการใช้งานนั้นยาก ใครที่คิดจะลองซื้อมาลองก่อนขอบอกว่าคุณแทบจะไม่ได้อะไรจากไอ้เจ้าที่ปั๊มนมแบบนี้เลย เพราะว่าเวลาปั๊มจะเจ็บมือ เมื่อยมือ และบางยี่ห้อก็เจ็บหัวนมด้วย เพราะมันดึงหัวนมแรง
2. เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบบพกพา (แบบ mini electric)
แบบนี้ดิฉันไม่เคยใช้ รู้แต่ว่าสะดวกกว่าเจ้าตัวที่ปั๊มมือ แต่ก็มีราคาที่แพงกว่า แต่ก็ยังถูกกว่าเครื่องปั๊มนมไฟฟ้า เพราะมีขนาดที่เล็กกว่า แบบนี้พกพาไปไหนสะดวก ราคาก็ยังไม่แพงมาก แต่ก็มีปัญหาการใช้งานที่ไม่ค่อยทน เพราะตัวมอเตอร์จะเป็นมอเตอร์ขนาดเล็กใช้งานแบบหนักหน่วงไม่ได้ ตัวมอเตอร์จะเสียก่อน ถ้าคิดจะไว้ปั๊มแก้คัดหน้าอก หรือให้นมลูกไม่นาน หรือไว้ในนมลูกตอนเราไม่อยู่สักพัก ใช้รุ่นนี้ก็เหมาะสมดี
3. เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า
แบบนี้จะราคาแพงที่สุด แต่ก็ใช้งานง่าย ใช้งานได้นาน และสามารถขายต่อได้เมื่อเลิกใช้แล้ว ดิฉันใช้เครื่องปั๊มนมแบบนี้แล้วรู้สึกถูกใจมาก จะมีทั้งแบบปั๊มเดี่ยวและปั๊มคู่ ไม่เจ็บหัวนม มีระดับความแรงสามารถปรับได้ตามความต้องการ หากคุณตั้งใจจะให้นมลูกเป็นปี โดยที่คุณต้องไปทำงานด้วย รุ่นนี้เหมาะมากที่จะช่วยให้คุณนำไปปั๊มที่ทำงานแล้วทำ stock น้ำนมเก็บไว้ให้ลูกกิน

พยายามดูนะคะคุณแม่มือใหม่ทุกท่าน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกเรา และน้ำนมแม่นี่แหละค่ะดีที่สุดแล้ว

เขียนโดย : กันต์นัทธ์

 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551
Last Update : 8 ตุลาคม 2551 15:40:13 น.  

40 สัปดาห์กว่าจะคลอด : ไม่มีประจำเดือน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

ไม่มีประจำเดือน ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

เลือดประจำเดือน คือการที่เยื่อบุโพรงมดลูกลอกตัวออกมา เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงทุกคนจะต้องมี
แต่หากประจำเดือนไม่มาเป็นปกติล่ะ? อย่านิ่งนอนใจ คิดว่าสบายดีนะคะ เพราะนั่นคือภัยเงียบที่กำลังคืบคลานมาหาคุณโดยไม่รู้ตัว
กันต์นัทธ์เป็นคนหนึ่งที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ คือ ปีปีนึงมีประจำเดือนประมาณ 3-4 ครั้ง เรียกได้ว่า 3-4 เดือน มีประจำเดือนมาครั้งหนึ่ง เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่อายุประมาณ 15 แล้ว ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก คิดว่าสบายดี ไม่มีประจำเดือนมาให้เลอะเทอะทุกเดือน แต่ถ้าเดือนไหนมานะ คุณเอ๊ย...ปวดท้องแบบสุดสุด (สุดของเรานะ)
ต่อมาตอนอายุประมาณ 24-25 เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ร่างกายเราไม่ปกติ ไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไป ถึงจะรู้สึกดีกับการไม่มีประจำเดือนอย่างไร กันต์นัทธ์ก็รู้ได้ว่าคงเริ่มมีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน จึงเริ่มไปปรึกษาหมอ หมอก็ให้ยาคุมมากิน หมอบอกว่าถ้ากินแล้วยังไม่มาให้ไปปรึกษาหมอสูติ กันต์นัทธ์กินหมด 1 แผง ประจำเดือนก็มา พอไม่กินก็ไม่มา แต่กันต์นัทธ์เลือกที่จะไม่กินยาคุม และหันไปกินยาประเภทบำรุงมดลูกแทน พวกสตรีเพ็ญภาคและปอซัวเอี้ยบ๊อ ก็พอได้ผลบ้าง กินบ้างหยุดบ้างเป็นช่วงๆ ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์และเวลาในการไปซื้อ เพราะยาปอซัวเอี้ยบ๊อหาซื้อยากไม่ได้มีตามร้านขายยาทั่วไป
ต่อมาอายุ 27 กันต์นัทธ์ก็ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์ ปีถัดมาก็ท้อง เมื่อนั้นถึงได้รู้ว่าทำไมประจำเดือนเราถึงมาไม่ปกติ ตอนนั้นท้องยังไม่รู้ตัวเลย เพราะว่าประจำเดือนหายไป 6 เดือน ถ้าให้นับอายุครรภ์ก็ต้องท้อง 6 เดือนแล้ว แต่ไม่มีทางเป็นไปได้เลยเพราะท้องยังเล็กอยู่ หมอจึงอัลตราซาวด์ดูว่ามีอายุครรภ์เท่าไหร่ ก็ปรากฎว่าท้องได้ 10 สัปดาห์ ก็ประมาณ 2 เดือนครึ่ง แล้วตอนนี้แหละจึงได้พบเนื้องอกในมดลูก มีขนาดประมาณ 4 ซม. หมอบอกว่าเนื้องอกนี้ถ้าโชคร้ายก็จะมีผลกับเด็กในครรภ์ เพราะมันอาจเติบโตขึ้นและแทงเข้าไปในครรภ์ทำให้แท้งได้ คุณหมอบอกว่าตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เลยกับก้อนเนื้ออันนี้ นอกจากรอและคอยติดตามอย่างใกล้ชิด จะผ่าก็ผ่าไม่ได้เพราะมีเด็กอยู่ แต่คุณหมอก็ยังพูดให้รู้สึกดีว่า ยังโชคดีที่ยังท้องได้ เพราะในกรณีอย่างนี้โอกาสที่จะท้องมีน้อย ตอนนั้นกันต์นัทธ์ก็กังวลเหมือนกัน แต่ก็คิดซะว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ถ้ามีบุญจะมีลูก ลูกก็คงจะแคล้วคลาดได้เกิดมาเป็นลูกเรา
หลังจากนั้น 5 เดือน หมอให้อัลตร้าซาวด์ดูอีกครั้ง ปรากฎว่าก้อนเนื้องอกลดลงเหลือ 2 ซม.!! เป็นข่าวดีมาก คุณหมอบอกว่าเพราะครรภ์ลูกไปกดทับก้อนเนื้องอกเลยทำให้ไอ้ก้อนเนี้ยมันค่อยๆ ยุบลง ก็เรียกได้ว่าโชคดี ทำให้หมดกังวัลไป แต่ระหว่างนี้ก็ยังมีอีก 2 เรื่องที่ทำให้ต้องกังวลอีกในการท้องครั้งนี้
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ส่วนเนื้อหาในตอนนี้จะขอสรุปว่า หากประจำเดือนของคุณผู้หญิงมาไม่ปกติ มาบ้างไม่มาบ้าง ก็อย่านิ่งนอนใจนะคะ เพราะคุณอาจเสี่ยงกับการมีก้อนเนื้องอกในมดลูก หรือ ไม่เช่นนั้นอาจเป็นก้อนช๊อคโกแลต ซีส ก็ได้ ยังไงต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะมันอาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ หากมีอะไรสักอย่างไปกระตุ้นให้มันเกิดเชื้อ ทางที่ดีคุณควรไปพบสูตินารีแพทย์ ตรวจดูเพื่อหาทางป้องกันดีกว่าค่ะ

เขียนโดย : กันต์นัทธ์

 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551
Last Update : 28 กันยายน 2551 5:55:38 น.  

1  2  

กันต์นัทธ์

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

กันต์นัทธ์ แปลว่า ผูกพันด้วยความรัก

ค้นหาข้อมูลในบล็อกกันต์นัทธ์


แจกฟรี !! e-book

♥ โปรแกรมออกกำลังกายโดยแพทย์ ♥

♥ รวม ฟรี !! E-BOOK ♥

โปรแกรม Acrobat Reader 9
Acrobat Reader 9 Program
โปรแกรม Foxit READER
Foxit READER Program
โปรแกรมดูทีวีออนไลน์
TV and Radio online Program
โปรแกรมดูดวง
Mahamodo
โปรแกรมไล่ยุง
Antimosquito



counter free hit unique web
 
Friends' blogs
[Add กันต์นัทธ์'s blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.