Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

แนะนำ e-book การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีโดยแพทย์

แนะนำ e-book การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีโดยแพทย์




เปิดเผยวิธีการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี และช่วยปกป้องเงินที่คุณหามาด้วยความยาก
ลำบาก... ให้พ้นจากบริษัทอาหารเสริมลดน้ำหนัก ที่ใช้วิธีการตลาดแบบต่างๆ ล่อลวงและ
สูบเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ของคุณ ถึงเดือนละกว่า 1000-10000 บาทซ้ำแล้ว ซ้ำอีก
ตลอดไป

ขอแนะนำ "อ้วนศาสตร์" โดย นพ. ปิติ นิยมศิริวนิช

อ้วนศาสตร์ เป็น คู่มือการเผาผลาญไขมันที่มีอัดแน่น ได้ด้วยเทคนิคการลดไขมันหนา
มากถึง 400 หน้า ซึ่งจะช่วยให้คุณลดไขมันส่วนเกินในร่างกายได้โดย ที่ไม่ต้องพึ่งยา
หรืออาหารเสริมและเสียเงินซ้ำแล้วซ้ำ อีก ...อีกต่อไป และตลอดไป

เนื้อหาภายในนี้ครบถ้วนตั้งแต่กลไกการทำงานของร่างกาย ยุทธวิธีการเผาผลาญไขมัน
ซึ่งสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติ จากที่บ้านและจากตลาดใกล้บ้าน ตลอดจนการ
รักษาทางการแพทย์ตั้งแต่การใช้ยาจนไปถึงการผ่าตัด

ข้อมูลหนังสือ

เนื้อหาในอ้วนศาสตร์ จะครอบคลุมหัวข้อต่างๆดังต่อไปนี้
ตอนที่ 1 ไขมันวิทยา

ในตอนนี้จะทำให้คุณเรียนรู้ "ความลับของร่างกายที่ช่วยให้คุณผอม"
ข่าวดีครับ คุณจะได้เปรียบในการลดน้ำหนักมากขึ้น ถ้าคุณรู้จักร่างกายของคุณ และ
ให้กลไกของร่างกายของคุณ ช่วยให้คุณลดความอ้วนลงได้ครับไขมันวิทยา

ตอนที่ 1 : ประวัติศาสตร์ชาติพันธ์มนุษย์กับความอ้วน ความอ้วนเริ่มต้นที่ตรงไหน
เรียนรู้วิวัฒนาการของอาหารตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคปัจจุบันที่ทำให้คุณ
อ้วน

ไขมันวิทยา ตอนที่ 2: กลไกแห่งความหิวอิ่ม เรียนรู้สู่วิธีการควบคุมความรู้สึกหิวและ
ความรู้สึกอิ่ม ได้แม้ว่าคุณจะไม่เคยรู้สึกอิ่มมาก่อน

ไขมันวิทยา ตอนที่ 3: จากปากถึงทวารหนัก เรียนรู้การทำงานในระบบการทำงานของ
อาหาร การย่อยและการดูดซึม และเรียนรู้ว่าร่างกายเปลี่ยนอาหารที่คุณรับประทานเป็น
ไขมันได้อย่างไร

ไขมันวิทยา ตอนที่ 4: ระบบฮอร์โมนในร่างกาย เรียนรู้ว่าร่างกายนำไขมันมาเผาผลาญ
ให้เกิดพลังงานได้อย่างไร

ไขมันวิทยา ตอนที่ 5: ความสุขกับการรับประทานอาหาร มีอะไรที่ทำให้คูณรับประทาน
อาหารมากขึ้น เรียนรู้วิธีการรับประทานอาหารซึ่งกระตุ้นความสุขได้นานๆ แต่ไม่สะสม
ไขมัน

ไขมันวิทยา ตอนที่ 6: จิตวิทยาในการลดน้ำหนัก ค้นหาว่าทำไมเราจึงลด-ละ-เลิกอาหาร
ต้องห้ามไม่ได้ เรียนรู้วิธีการเลือกรับประทานอาหาร โดยไม่ต้องฝืนความรู้สึกความรู้สึก
ในการงดรับประทานอาหารที่คุณชื่นชอบอีกต่อไป

ไขมันวิทยา ตอนที่ 7: กล้ามเนื้อ โรงงานเผาผลาญพลังงานชั้นเยี่ยม เรียนรู้วิธีการเพิ่ม
การเผาผลาญมากขึ้นถึง 500-1000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน โดยการนั่งอยู่เฉยๆ

ไขมันวิทยา ตอนที่ 8: อย่าให้ไขมันทำลายชีวิตคุณ เรียนรู้กลไกที่จะนำไปสู่โรค
เบาหวาน โรคไขมันและโคเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
ขาดเลือด แม้ว่าคุณไม่ใช่แพทย์และอื่นๆอีกมาก

ตอนที่ 2 แผนปฎิบัติการลดไขมัน
ในแผนปฎิบัติการลดไขมัน จะทำให้คุณได้เรียนรู้ เทคนิคการลดไขมัน ที่สามารถนำไป
ปฏิบัติได้จริง ด้วยตนเองจากที่บ้าน และแผนโภชนาการจากตลาดใกล้บ้านคุณ
ส่วนหนึ่งของตอนนี้จะช่วยให้คุณ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 1: ฉันต้องลดน้ำหนักหรือไม่ เรียนรู้วิธีการประเมิน
ปริมาณไขมันในร่างกาย และภาวะสุขภาพของคุณเองอย่างง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 2: เรียนรู้การตั้งเป้าหมายที่สามารถทำให้คุณมีพลังใจ
ในการก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ และสร้างแรงขับดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างไม่มี
ขีดจำกัด

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 3: ทำไม 95% ของการอดอาหารไม่เคยสำเร็จ และ
ยุทธวิธีที่ทรงพลัง 8 ประการที่คุณสามารถลดไขมันในร่างกายคุณได้โดยที่ไม่ต้องอด
อาหาร

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 4: แผนที่ไปสู่ความสำเร็จ รู้ว่าเราอยู่ตรงไหนแล้วเรา
กำลังจะทำอะไรอยู่ และกลวิธีการปรับวิธีการที่คุณใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 5: แคลอรี่: พื้นฐานที่จำเป็นในการลดน้ำหนัก กฎแห่ง
การทรงพลังงาน และวิธีการที่จะให้คุณกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคนหนึ่งใน
ครอบครัว

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 6: ความลับของการปรับวิธีการรับประทานอาหาร ที่
ช่วยเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นเครื่องจักรที่ช่วยในการเผาไขมันส่วนเกินในร่างกายของ
คุณ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 7: ความลับของการปรับสัดส่วนสารอาหารประเภท
ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม ซึ่งช่วยลดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 8:ไขมันดี-ไขมันเลว เพิ่มพลังงาน-เพิ่มการเผาผลาญ
ไขมัน และลดโคเลสเตอรอลในเลือดด้วยวิธีการรับประทานอาหารไขมันที่ถูกต้อง ถูก
ปริมาณ และถูกเวลา

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 9: โปรตีน สารอาหารซึ่งช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ เร่ง
การเผาผลาญพลังงาน แม้ในยามที่คุณนอนหลับ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 10: คาร์โบไฮเดรต ศัตรูที่เป็นอุปสรรคในการลดความ
อ้วน ? หรือ สารอาหารที่จำเป็นที่ร่างกายต้องใช้ในการเผาผลาญ เรียนรู้วิธีการ
รับประทานคาร์โบไฮเดรตซึ่งลดการสะสมของไขมัน

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 11:ไขปริศนาว่าอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ หรือ Low Carb
Diet สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 12: น้ำ สิ่งสำคัญในการลดน้ำหนัก จริงหรือไม่ที่การดื่ม
น้ำช่วยเพิ่มการเผาผลาญ

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 13: แผนโภชนาการแบบ “อ้วนศาสตร์” แผน
โภชนาการอาหารแบบท้องถิ่นที่ถูกพัฒนาตามแบบฉบับ”อ้วนศาสตร์” ซึ่งคุณสามารถ
หาวัตถุดิบได้เอง แม้จากในตลาดใกล้บ้าน

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 14: อาหารเสริม อาหารเพื่อสุขภาพ จำเป็นหรือไม่
เรียนรู้ความลับที่บริษัทผู้ผลิตอาหารเสริม อาหารเพื่อสุขภาพ ไม่อยากให้คุณรู้

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 15: การออกกำลังกายแบบเผาผลาญ เรียนรู้ว่าทำไมจึง
เพิ่มการเผาผลาญไขมันดีกว่าวิธีการอดอาหาร

แผนปฎิบัติการลดไขมัน ตอนที่ 16: ออกกำลังกายแบบสร้างกล้ามเนื้อ ทำอย่างไรให้
ร่างกายเพิ่มการเผาผลาญร่างกายได้ แม้ในขณะที่คุณพักผ่อน และอื่นๆ อีกมาก

การรักษาทางการแพทย์
อ้วนศาสตร์ จะไม่มีทางสมบูรณ์ ได้เลยถ้าปราศจากตอนที่ 3 การรักษาทางการแพทย์
ตั้งแต่การใช้ยา จนไปถึงการผ่าตัด ในตอนนี้คุณจะรู้ว่าในทางการแพทย์ จะมีวิธีการ
ช่วยเหลือคุณอย่างไร
บ้าง

การรักษาทางการแพทย์ ตอนที่ 1: เรื่องยาลดน้ำหนัก วิธีการขี้โกงในการลดน้ำหนัก

การรักษาทางการแพทย์ ตอนที่ 2: ศัลยกรรมเพื่อการลดน้ำหนัก เมื่อไม่มีวิธีการอื่นอีก
แล้ว!?

การรักษาทางการแพทย์ ตอนที่ 3: การลดไขมันเฉพาะที่ Mesotherapy และ
Carboxytherapy หนทางลดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่

คลิ้กเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ

http://www.thaifittips.com/t.php?a=471444

 

Create Date : 19 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 6:37:59 น.  

คาร์บ๊อกซี่ (Carboxy) คิดดีๆ ก่อนทำ

คุณสาวๆ ที่คิดจะไปลดความอ้วนด้วยวิธีคาร์บ๊อกซี่ฟังกันต์นัทธ์ก่อนค่ะ ก็อย่างที่เขียนในเรื่องก่อนๆ นะคะ ว่ากันต์นัทธ์ทำอย่างไรถึงสามารถผอมได้ ลองผิดลองถูกมาหลายวิธีเหมือนกันค่ะ และหนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การไปทำคาร์บ๊อกซี่ อ่านแค่นี้แล้วอย่าเพิ่งสรุปนะคะว่าทำแล้วจะทำให้ผอมหุ่นดีได้ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ ค่อยๆ อ่านไปให้จบก่อนนะคะ

คาร์บ๊อกซี่คืออะไร
คาร์บ๊อกซี่ คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นผิวหนัง โดยผ่านเข็มที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตร)
เขาว่ากันว่า การฉีดคาร์บ๊อกซี่จะช่วยลดไขมันเฉพาะที่ เพราะเจ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ว่าเนี่ยจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันหรือเซลลูไลท์ทำให้มันสลายตัวกลายเป็นของเหลวที่จะขับออกมาทางเหงี่อและปัสสาวะ

ผลที่ได้ ก็จะทำให้ช่วยลดสัดส่วนในบริเวณนั้น และช่วยทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น สามารถลดรอยแตกลายและผิวเปลือกส้มได้

ได้ยินอย่างนี้แล้วคุณสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนคงอยากจะรีบแห่กันไปทำเลยไช่ไหมค่ะ แต่!! อ่ะ อ่ะ ช้าก่อนค่ะ นั่นคือข้อดีที่ เขาว่ากันว่า เท่านั้นค่ะ มันยังมีข้อเสียที่กันต์นัทธ์จะเล่าให้รู้กันค่ะ

ตอนนั้นกันต์นัทธ์ตัดสินใจไปทำคาร์บ๊อกซี่เพราะคิดว่าอยากผอมเร็วๆ แล้วคนที่เขาไปทำแล้วบอกว่าเห็นผล ก็เลยตัดสินใจไปทำที่คลินิกของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

การทำคาร์บ๊อกซี่จะทำเฉพาะส่วนหรือทำทั้งตัวก็ได้ค่ะ และจะทำเป็นครั้งหรือทำเป็นคอร์สก็ได้อีกเช่นเดียวกัน แต่ถ้าทำเป็นคอร์สค่าใช้จ่ายโดยรวมก็จะถูกกว่า กันต์นัทธ์เลือกทำทั้งตัวมีค่าใช้จ่ายดังนี้ค่ะ(ราคานี้เป็นราคาเฉพาะที่กันต์นัทธ์ไปทำมาเท่านั้นนะคะ ที่อื่นอาจจะถูกกว่านี้หรือแพงกว่านี้ก็ได้ค่ะ)

1 คอร์สสามารถทำได้ 6 ครั้ง ราคา 10,000 บาท


กันต์นัทธ์รู้สึกว่ามันมากไปก็เลยลงแค่ครึ่งคอร์ส
ทำ 3 ครั้ง จ่ายไป 5,000 บาท

จากนั้นก็ไปขึ้นเขียง (เอ๊ย! เตียง) เจ้าหน้าที่เขาก็เอาเข็มที่บอกว่ามีขนาด 0.3 ทิ่มไปที่พุงสองจุด ตอนเข็มทิ่มเข้าไปไม่ค่อยเจ็บหรอกค่ะ แต่ตอนที่เขาปล่อยก๊าซนี่สิ สุดยอด! มันเจ็บมากเลย (ขนาดหาข้อมูลมาก่อนนะ เขาบอกว่ามันจะรู้สึกตึงๆ ผิวนิดหน่อย) มันก็ถูกนะมันรู้สึกตึงๆ ผิว แต่มันตึงมากและรู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอก
กันต์นัทธ์มองไปที่เขาฉีด โอ้โห!! มันพองขึ้นเหมือนลูกโป่งเลย นึกภาพสิคะ เหมือนตัวเราเป็นลูกโป่งให้เขาสูบก๊าซเข้าตัวเรา ตัวเราก็ค่อยๆ พองขึ้น พองขึ้น แล้วระหว่างที่พองขึ้นเนี่ยแหละค่ะ เจ็บสุดๆ แบบเหมือนอยากจะระเบิดให้ได้ เจ็บขนาดนี้กันต์นัทธ์ทำไงรู้ไหม กันต์นัทธ์ไม่ทนหรอกค่ะ ร้องโวยวายตลอด เจ้าหน้าที่เขาก็ดีนะคะ เขาก็ช่วยพูดช่วยคุยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย มันก็พอช่วยได้บ้างค่ะ

ในใจตอนนั้นพยายามนึกอย่างเดียว ‘สวย สวย หุ่นดี หุ่นดี’
พอจุดนี้เสร็จ เขาจะให้พักสักพักหนึ่งจนกว่าเราจะพร้อมและไอ้ที่มันพองๆ ก็จะค่อยๆ ยุบไปค่ะ จากนั้นก็จะฉีดต่อที่เอว 2 จุด เพราะเมื่อกี้สลายไขมันบริเวณหน้าท้อง ตอนนี้ที่เอว เพราะสลายไขมันด้านหลัง ก็เจ็บอีกแล้วครับท่าน
จากนั้นก็ฉีดที่ต้นขาทั้ง 2 ข้าง เสร็จแล้วฉีดที่น่องทั้ง 2 ข้าง แล้วก็มาที่ต้นแขนทั้ง 2 ข้าง เป็นอันเสร็จค่ะ สรุปแล้วทั้งตัวก็ฉีด 10 จุด ด้วยกัน เฮ้อ…กันต์นัทธ์โล่งอกเลยค่ะเสร็จสักที
พอฉีดเสร็จก็ไม่มีแอฟเฟ็คอะไรค่ะ ที่มันพองเหมือนลูกโป่งก็จะยุบ เพราะก๊าซมันได้เข้าไปแทรกซึมในชั้นผิวหนังแล้ว สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ

สรุป การฉีดทั้งตัว
1. หน้าท้องด้านหน้า 2 จุด ลดเซลลูไลท์บริเวณหน้าท้องและพุง และอาจรวมถึงหน้าอกด้วย ถ้าไม่ผูกสายยางกันก๊าซไว้ ต้องระวังนะคะถ้าไม่อยากให้อกแบน ถ้าเจ้าหน้าที่เขาลืมเอาอะไรมาผูกที่ใต้ราวนมก็เตือนเขาด้วย เพราะอย่าลืมว่าหน้าอกของผู้หญิงเราก็มีไขมันอยู่ด้วย

2. หน้าท้องด้านหลัง 2 จุด ลดเซลลูไลท์ที่ด้านหลัง หรือไขมันที่มันเป็นห่วงยางอยู่รอบพุง และรวมไปถึงที่สะโพกด้วย

3. ต้นขา 2 จุด ลดเซลลูไลท์ตรงบริเวณขาอ่อนและสะโพกช่วงล่าง

4. น่องขา 2 จุด ลดเซลลูไลท์ที่น่อง

5. ต้นแขน 2 จุด ลดเซลลูไลท์ที่ต้นแขน ที่ห้อยยานเป็นเหนี่ยง

รวมทั้งหมดเป็น 10 เข็มจ้า

เจ็บขนาดนี้แล้วผลที่ได้เป็นยังไง?
หลังจากไปฉีดมาแล้ว กันต์นัทธ์ก็โหมออกกำลังกายด้วย เพราะเจ้าหน้าที่เขาบอกให้ทำควบคู่กับการออกกำลังกายแล้วจะเห็นผลเร็ว ไอ้เราคิดว่าไหนๆ ลงทุนไปแล้วก้ต้องทำให้เห็นผล ก็เลยพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างที่จะช่วยให้ลดได้สุดฤทธิ์
และสิ่งที่รู้สึกได้ในอาทิตย์แรกเลยรู้สึกว่าผิวหน้าท้องกระชับขึ้น และคนที่ทำงานก็ทักกันว่าผอมลง ปีกที่ด้านหลังแต่ก่อนเคยมีก็ไม่มีแล้ว
แล้วที่แฮปปี้สุดๆ คือ สามารถขุดกางเกงเก่าๆ สมัยก่อนท้องมาใส่ได้ (ไม่ต้องซื้อใหม่ ประหยัดไป)
อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอานิสงของการฉีดคาร์บ๊อกซี่หรือการโหมออกกำลังกายกันแน่

สรุปแล้วในคอร์สนี้กันต์นัทธ์ทำไป 2 ครั้ง แล้วไม่ติดต่อกันด้วยขอบอก คือโดยปกติแล้วทำพวกนี้จะต้องทำให้ได้ติดต่ออาทิตย์ละครั้งถึงจะเห็นผลดี แต่กันต์นัทธ์กลัวเจ็บ ฉีดครั้งที่ 2 เว้นไป 2 อาทิตย์ถึงไปทำอีก ก็เจ็บอีก (ยังไม่ชิน) เหลืออีกครั้งเดียวเลยไม่ไปทำเลย ไม่ไหวค่ะ เจ็บ นึกแล้วต้องขอยกนิ้วให้กับสาวๆ ที่สามารถทำได้ครบคอร์สจริงๆ เลยค่ะ อันนี้มันก็ทำให้เขาสวยได้สมใจนะคะ

ดังนั้น พิจารณาให้ดี ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีความอดทนสูง มีความอยากสวยมากถึงมากที่สุด ไม่มีเวลาออกกำลังกาย และขี้เกียจ วิธีนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเหมือนกันค่ะ
แต่… หากคุณไม่มีความสามารถขนาดนั้น ก็อย่าไปทำเลยค่ะ ไม่อยากให้เสียเงินเปล่าๆ (เหมือนกันต์นัทธ์ ขาดทุนไปครั้งนึง) หรือไม่ก็ลองไปทดลองทำเป็นครั้งไม่ต้องทำเป็นคอร์ส ถ้าลองแล้วทนได้ก็ค่อยสมัครเป็นคอร์สค่ะ จะได้ไม่ขาดทุน
ยังไงซะเราสามารถลดความอ้วนเองได้ แบบไม่ต้องเสียเงินค่ะ แค่เพียงตั้งใจเท่านั้นเอง แต่อย่างว่าคนเราถ้าไม่ได้เสียเงินแล้วมักจะไม่มีแรงบันดาลใจใช่ไหมค่ะ คุณสาวๆ

ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ลดความอ้วนให้สำเร็จนะคะ แล้วลองดาวน์โหลด e-book ♥ โปรแกรมออกกำลังกายโดยแพทย์ ♥
ไปอ่านดูนะคะ

ข้อมูลเพิ่มเติม update 04/09/2009
หลังจากได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์บ๊อกซี่ กันต์นัทธ์ได้ไปเจอข้อมูลที่เว็บ http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20070926034212AAgYrGV ซึ่งมีข้อมูลในบางส่วนน่าสนใจมาก อยากให้นำมาพิจารณาก่อนการตัดสินใจค่ะ

รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหา วิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นการลดไขมัน และเซลลูไลท์เฉพาะจุดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซตัวนี้ในทางการแพทย์ใช้ฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้อง ทาง รพ.ศิริราช เองก็เคยนำมาทดลองใช้เหมือนกัน แต่ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ผลที่ได้ทำให้ดีขึ้นนิดหน่อย ไม่เห็นผลทันที ต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง

ก็จัดว่าเป็นเครื่องมือ หรือวิธีการ หนึ่งที่ช่วยสลายไขมัน และเซลลูไลท์ใต้ผิวหนังแบบชั่วคราว ไม่ใช่วิธีการที่ถาวรเหมือนกับการออกกำลังกาย และควบคุมปริมาณอาหาร

ความจริงก่อนที่จะฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เคยมีการฉีดสารเคมีเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่เนื่องจากมีบางคนไปฉีดแล้วแพ้ ถึงขั้นฟ้องร้องกัน จึงได้ยกเลิกไป สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมีคุณสมบัติสลายตัวได้อย่างรวดเร็ว

แต่การฉีดคาร์บ๊อกซี่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ทำให้เกิดจ้ำเลือดเป็นรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด เนื่องจากเส้นเลือดฝอยแตก ที่น่ากลัวคือ หากฉีดในปริมาณมาก แล้วก๊าซถูกดูดซึมเข้าไปในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดฟองก๊าซไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจได้ แม้กรณีนี้จะพบได้ไม่มากก็ตาม

ถ้าถามว่าควรจะไปฉีดดีหรือไม่ ก็ต้องย้อนถามกลับว่า คุณจะไปฉีดทำไม เพราะเหตุผลอะไร ถ้าคุณบอกว่า ก็หนูอ้วน มีไขมัน และเซลลูไลท์ อยากสวย ก็ต้องบอกว่า การรักษามีหลายวิธีนะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ก็เหมือนกับการเดินทางกลับบ้านคุณอาจกลับได้หลายทาง แล้วแต่ว่าจะเลือกทางไหน วิธีนี้อาจเสียค่าใช้จ่ายสูง และเป็นวิธีการชั่วคราว ถ้าคุณมีเงินแล้ว อยากจะทำก็ไม่เป็นไร เพราะคงไม่มีใครไปห้ามได้ แต่ถ้าไม่มีเงินแล้วไปทำ ถามว่าคุ้มหรือไม่คุ้มก็ควรชั่งน้ำหนักและตัดสินใจดู แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเทคนิคใหม่ เดี๋ยวนี้คนไหนมือไวก็ให้บริการก่อน ทั้ง ๆ ที่บางครั้งสังคมยังไม่มีความรู้ด้วยซ้ำ อะไรก็ตามที่เป็นกระแสคงอยู่ไม่นาน

สนใจอ่านเพิ่ม ที่นี่ค่ะ http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20070926034212AAgYrGV

 

Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 4 กันยายน 2552 9:30:07 น.  

10 ท่ากระชับหุ่นสุดเด็ด

10 ท่าเอง ขอบอกว่าได้ผลทุกท่า แต่ต้องทำให้ได้รวมกันทุกท่าอย่าต่ำกว่า 100 ครั้งนะคะ สู้ สู้ นะคะ

ท่าที่ 1





ท่าที่ 2 ท่านี้บังคับค่ะ ต้องทำให้ได้อย่างน้อย 50 ครั้งเพื่อกระชับหน้าท้อง



ท่าที่ 3



ท่าที่ 4



ท่าที่ 5 ท่านี้ก็ด้วยค่ะ บังคับต้องทำนะคะ



ท่าที่ 6 ท่านี้ก็ด้วยค่ะ บังคับต้องทำนะคะ



ท่าที่ 7



ท่าที่ 8



ท่าที่ 9



ท่าที่ 10




แจกฟรี !! e-book โปรแกรมออกกำลังกาย โดยแพทย์

Mail มานะคะที่ rabye99@yahoo.com โดยใช้ Subject ว่า "ขอ e-book" แล้วกันต์นัทธ์จะส่งให้ทุกคนเลยค่ะ


 

Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 19 ตุลาคม 2551 6:11:54 น.  

ลดน้ำหนักสบายๆ สไตล์ กันต์นัทธ์



1. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
- การออกกำลังกายแบบแอโรบิค
- การออกกำลังกายแบบเฉพาะส่วน

การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (ข้อมูล : ฟังจากคำบอกเล่าของคุณหมอ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัย)

คือการออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย ให้กล้ามเนื้อมีการตื่นตัวในทุกส่วน เช่น การเต้นแอโรบิค การวิ่ง การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน เป็นต้น แต่การออกกำลังกายแบบนี้จะต้องออกอย่างหนักจึงจะมีการเผาผลาญไขมัน ที่เรียกว่า burn ได้ อย่างการวิ่ง ก็ต้องวิ่งเร็วๆ ในเวลาที่ไม่ต่ำกว่า 30 นาที อย่างนักกีฬา จะสังเกตได้ว่านักกีฬาจะต้องออกกำลังกายกันอย่างหนักมาก เพราะฉะนั้นพวกนี้จะไม่ค่อยมีไขมัน แต่ร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นกล้ามเนื้อแทน ดังนั้นหากออกกำลังกายมากไปก็อาจทำให้กล้ามเนื้อโตเป็นกล้ามแขนกล้ามขาได้ ซึ่งสำหรับคนปกติอย่างเราๆ แล้วมันก็จะดูไม่สวย จึงควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคนี้อย่างพอเหมาะ ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เป็นการออกเพื่อกระตุ้นการสูบฉีดของหัวใจ เพื่อให้กล้ามเนื้อตื่นตัวก็พอค่ะ
ส่วนตัวแล้วกันต์นัทธ์จะออกกลังกายแบบแอโรบิคด้วยการวิ่งสายพานในตอนเช้าวันละ 15 นาทีค่ะ บางคนอาจจะบอกว่าน้อย ถูกค่ะ มันก็ไม่มากอะไร แต่แค่นี้มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะคะ เอาไม่ต้องมากพยายามทำให้ได้ทุกวัน แต่จะพักบ้างออกแค่ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็ถือว่าหยวนค่ะ (เพราะกันต์นัทธ์ก็ไม่ได้ขยันออกทุกวันเหมือนกัน) ออกแบบนี้อยู่ประมาณ 1 เดือน เห็นผลค่ะ

การออกกำลังกายแบบเฉพาะส่วน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วค่ะ ว่าเป็นการออกเฉพาะส่วน เพื่อต้องการลดไขมันหรือเพิ่มกล้ามเนื้อในบางจุดของร่างกาย การออกแบบนี้ข้อดีคือ ไม่ทำให้ร่างกายโดยรวมเหนื่อยมากนัก แต่จะต้องออกแรงกับกล้ามเนื้อในจุดที่เราต้องการ และเป็นการแก้ปัญหาสัดส่วนแบบเฉพาะเจาะจง เช่น มีหน้าท้องยื่น ก็ให้ออกกำลังแบบลดหน้าท้องโดยเฉพาะ หรือลดต้นแขน ต้นขา เป็นต้น ส่วนข้อเสียก็คือมันจะไม่ได้การออกกำลังกายแบบองค์รวม คือ ไม่ได้กระตุ้นการสูบฉีดของหัวใจมากนัก
แนะนำก็คือ สำหรับคุณแม่ที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก ช่วงแรกๆ ให้ออกกำลังทั้งสองแบบควบคู่กันไป อย่างตอนเช้าวิ่ง 15 – 20 นาที ตอนเย็นก็ออกแบบลดหน้าท้องซัก 15 – 20 นาที ทำอย่างนี้จนคุณเริ่มรู้สึกว่าผอมลงไปบ้างแล้ว ก็ให้ลดเหลือแต่การออกแบบเฉพาะส่วนค่ะ เพราะเชื่อแน่ว่าคุณแม่หลายคนต้องประสบกับปัญหาหน้าท้องยื่นแน่นอนก็มาขยันออกกำลังลดเป็นจุดๆ ไป
แต่หากมีเวลามากก็ออกไปเถอะค่ะ ทั้งสองแบบนั่นแหละ เพราะยิ่งออกก็ยิ่งดีค่ะ

2. ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง
ปกติแล้วคนเรากินอาหาร 3 มื้อ โดยมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ดังนั้นไม่ว่าคุณจะมีความอดทนในการลดความอ้วนยังไง แต่คุณต้องคิดไว้เสมอว่า “เรื่องสุขภาพร่างกายของคุณนั้นสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง” อย่าเคร่งครัดจนเกินไป จนดูเหมือนเป็นการทำร้ายตัวเอง
ร่างกายคนเรายังไงก็ยังต้องการอาหารมาเป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ ดั่งรถที่น้ำมันหมดถ้าไม่เติมน้ำมันแล้วรถจะวิ่งต่อไปได้อย่างไร ฉันใดก็ฉันนั้นอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อเริ่มต้นของเช้าวันใหม่ คุณควรกินตามปกติเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในการเลี้ยงสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกาย และเพื่อให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กันต์นัทธ์เป้นคนหนึ่งที่เคยลดปริมาณอาหารในมื้อเช้า แล้วมันแย่มาก แย่ที่มันทำให้สมองตื้อ ปวดหัว คิดอะไรไม่ออก ร่างกายรู้สึกไม่มีเรียวแรง ไม่มีพลังในการทำงาน บางทีหิวมากมือสั่นขาสั่นไปเลยก็มี จนคิดว่าเป็นแบบนี้ไม่ดีแน่ เลยปลี่ยนวิธี โดยการกินมื้อเช้าในปริมาณปกติหรือเท่าที่อยากกิน (เช้าๆ คุณคงไม่อยากกินอะไรมากหรอก กันต์นัทธ์รู้) แล้วลดปริมาณลงในมื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยเฉพาะมื้อเย็นคุณควรกินอาหารหลักให้น้อย และเน้นไปกินพวกผลไม้แทนค่ะ

3. งดอาหารพวกแป้ง และไขมัน ของหวานก็ด้วย
ลดอาหารในแต่ละมื้อลง แล้วคุณหันไปกินอาหารระหว่างมื้อมากขึ้นเป็นการชดเชย อันนี้มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะคะ มันก็เหมือนกับคุณไม่ได้ลดนั่นแหละ แต่กันต์นัทธ์เข้าใจค่ะว่าคุณถูกลดปริมาณอาหารลงนี่หน่า มันก็ต้องหิวเป็นธรรมดา คุณก็กินได้ แต่...คุณควรเลือกกินซะหน่อยค่ะ จากที่เคยกินของว่างเป็นไก่ทอด เฟรนส์ฟาย คุกกี้ ช๊อกโกแล็ต ขนมเค้ก มันทอด เผือกทอด เลย์ ทวิสตี้ ฯลฯ ก็ควรเปลี่ยนซะ เปลี่ยนมากินผลไม้แทน อ๊ะ อ๊ะ แต่ก็ต้องเลือกผลไม้ด้วยนะคะ อย่างทุเรียน เงาะ มะม่วงสุก นี่ก็ต้องห้ามเหมือนกัน
กรณีนี้หยวนได้หากอยากกินจริงๆ ก็กินนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอก็พอค่ะ
ลดความอยากลงให้ได้ค่ะ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

4. กินยาระบายอ่อนๆ บ้าง อาทิตย์ละครั้ง
อันนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ ไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร คือกันต์นัทธ์คิดว่าไขมันที่ทำให้เราอ้วนนั้นมันมีอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย เนื่องจากว่าเวลาเรากินอาหารเข้าไปแล้วไม่ได้ถูกนำมาใช้ (อย่างในตอนท้อง) ไม่มีการเผาผลาญพลังงานเหล่านั้นออกไปจากร่างกายในรูปของเหงื่อ หรือของเสียต่างๆ ทางปัสสวะ หรืออุจจระ ร่างกายก็จะเอาไปเก็บไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ลำตัว แขนขาใหญ่ขึ้น หรือ แม้แต่ใบหน้าก็ใหญ่ขึ้นด้วย อย่าว่าแต่ลักษณะทางกายภาพภายนอกเลย ภายใน ตับ ไต ลำไส้ กระเพาะอาหาร เหล่านี้ก็ล้วนมีไขมันสะสมอยู่ทั้งนั้น
ตอนกันต์นัทธ์ลดความอ้วนกินของที่มีฤทธ์เป็นยาระบายก็รู้สึกว่ามันช่วยได้ดีในระดับหนึ่งเลยค่ะ ทำให้รู้สึกโล่งท้องดี ทำง่ายๆดังนี้เลยค่ะ

สูตรพริกไทยดำป่น
ส่วนผสม
ซื้อพริกไทยดำจากตลาดมาห่อหนึ่ง ห่อละไม่เกิน 20 บาท
ซื้อแคปซูลขนาด เบอร์ 0 จากร้านขายยาทั่วไป ห่อหนึ่งราคา 30 บาท มีประมาณ 100 แคปซูลค่ะ
วิธีทำ
นำพริกไทยดำมาบดให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น ก็จะได้ผงพริกไทยดำ จากนั้นก็นำมาบรรจุลงในแคปซูล เท่านี้เองค่ะ เรียบร้อยแล้ว แล้วคุณกินแค่วันละ 1- 2 เม็ด ตอนไหนก็ได้ ถ้าให้ดีก็กินพร้อมอาหาร มันก็เหมือนคุณกินพริกไทยดำกับกับข้าวนั่นแหละ เพียงแต่คุณไม่ต้องซี๊ดซ๊าดกับความเผ็ดของมัน

ยาน้ำระดมพล
อันนี้หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ กันต์นัทธ์จะชอบใช้วิธีนี้มากกว่าเพราะสะดวก ยาน้ำระดมพลเป็นยาแก้กษัย ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย กินไปแล้วจะช่วยระบายได้ดีมาก เหมือนเป็นการล้างพิษเลย จะถ่ายหลายรอบหน่อย แต่ไม่ปวดทรมาน

5.ดูรูปเก่าๆ สมัยเมื่อครั้งยังหุ่นสวยสร้างกำลังใจ
หากกำลังใจเริ่มถดถอย คุณควรเสริมสร้างกำลังใจให้แข็งแกร่งด้วยการนำรูปเก่าสมัยที่คุณยังผอมและสวยสะพรั่ง มานั่งพินิจพิจารณาและหวนรำลึกถึงความหลังของเหตุการณ์แต่ละรูปว่ามีความประทับใจยังไง ซึ่งมันอาจจะช่วยให้คุณมีกำลังหึกเหิมในการลดน้ำหนักได้มากขึ้น ด้วยเพราะอยากย้อนกลับไปสวยเหมือนเก่า
กันต์นัทธ์ก็เคยค่ะ ท้อแท้และขี้เกียจ ไหนจะงานประจำ ไหนจะลูก มีเรื่องมากมายต้องทำ เลยทำให้ขี้เกียจฟิตร่างกาย บางทีก็ปล่อยปละละเลยมาเป็นอาทิตย์ ไม่ออกกำลังกายเลย แล้ววันหนึ่งไปเห็นรูปเพื่อนเก่าใน hi5 แล้วอิจฉามากค่ะ(พวกนี้มักจะยังไม่แต่งงานและยังไม่มีลูก) เลยรู้สึกว่าต้องฟิตอีกครั้งให้ได้ ต้องผอม ต้องผอม เผื่อมีงานเลี้ยงรุ่นจะได้สวยสู้เขาได้

ยังไงก็ลองดูนะคะ ขอให้ประสบความสำเร็จในการลดหุ่นกันทุกคนค่ะ

 

Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 1 ตุลาคม 2551 14:21:45 น.  

บันทึกคนผอมที่เคยอ้วน

ความเดิมแบบอ้วนๆ ของกันต์นัทธ์
อ่อ ลืมบอกไปว่าน้ำหนักตัวกันต์นัทธ์เป็นอย่างไร มาเขียนเป็นคุ้งเป็นแคว ใครๆ ก็เขียนได้ อยากนำเสนอดังนี้ค่ะ

- กันต์นัทธ์ ตอนยังไม่ท้อง น้ำหนัก 45 กิโลกรัม
- ตอนท้องน้ำหนักขึ้นโดยเฉลี่ยเดือนละ 2 กิโลกรัม
- เดือนสุดท้ายก่อนคลอดน้ำหนัก 69 กิโลกรัม
- น้ำหนักขึ้นเกือบ 24 กิโล !!
- ตอนคลอด ลูกหนัก 3.6 กิโล
- หลังคลอดได้ 1 สัปดาห์ น้ำหนัก 63 กิโล

ปัจจุบันกันต์นัทธ์หนักอยู่ที่ 48 – 49 ค่ะ ก็ลดลงมาได้ประมาณ 15 กิโล หลังจากคลอดค่ะ กันต์นัทธ์ใช้เวลาในการลดจริงประมาณ 3 เดือน ถึงลดมาได้ขนาดนี้ ตอนนี้ลูกอายุได้ 1 ขวบ 9 เดือน ก็ออกจะช้าไปหน่อยกว่าจะผอมได้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะกันต์นัทธ์ให้นมลูกนานถึง 1 ปี 2 เดือน ช่วงนั้นไม่กล้าลดจริงจังกลัวไม่มีนมให้ลูกกิน พอลูกหย่านมปุ๊บก็พยายามลดทันทีเลย น้ำหนักก็ลดลงเรื่อยๆ ค่ะ
ดังนั้นพยายามเข้านะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เคยผอม หุ่นดี มาก่อน คุณทำได้อย่างแน่นอนค่ะ เพราะสรีระดั่งเดิมคุณเป็นแบบนั้น โดยคุณต้องอาศัยความอดทนและความพยายามในการลดน้ำหนักหน่อยนะคะ
ไม่ค่ะ! ไม่ต้องลงทุนอะไรทั้งนั้นคุณทำเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องซีเรียส แต่ต้องจริงจังกับมัน ทำถูกวิธีแล้วจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับร่างกายทั้งสิ้น ไม่เหมือนกินยาลดความอ้วนค่ะ
อย่าให้ความอ้วนมาบันทอนความมั่นใจของคุณเลยค่ะ กันต์นัทธ์เข้าใจความรู้สึกค่ะ ช่วงที่อ้วนแทบไม่อยากถ่ายรูปเลย เพราะถ่ายออกมาแล้วเห็นพุงยื่นออกมาแล้วรู้สึกแย่จัง
มาลดความอ้วนกันเถอะ คุณแม่ สู้ สู้ !!

ว่าจะไม่โพสรูปแต่อดไม่ได้ อยากเป็นกำลังให้ให้คนที่ลดความอ้วนทุกคนดูค่ะว่ากันต์นัทธ์สามารถทำได้จริงๆ ลองดูนะคะ



นี่รูปตอนยังไม่ท้องค่ะ เพรียวบางเลย




นี่คือรูปตอนที่คลอดมาแล้ว 2 เดือนค่ะ คนที่ยืนข้างๆ นี่คุณแม่ค่ะ เป็นไงค่ะ หุ่นพอฟัดพอเหวี่ยงเหมือนเป็นพี่น้องกันเลยใช่ม้า ถ่ายเมือตรุษจีนปีที่แล้วค่ะ




นี่คือรูปที่เพิ่งลดไปได้ 1 เดือนค่ะ (เริ่มผอมลงแล้ว) ถ่ายเมื่อตรุษจีนปีนี้ที่เพิ่งผ่านมาค่ะ


ส่วนรูปตอนปัจจุบันที่ถ่ายเต็มตัวยังไม่มีค่ะ ไม่ค่อยได้ถ่าย มีแต่ถ่ายจากมือถือก็ไม่ค่อยชัด
สู้ สู้นะคะ สาวๆ ผู้รักสวยรักงาม

 

Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 1 ตุลาคม 2551 14:20:29 น.  

1  2  3  4  5  6  

กันต์นัทธ์

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

กันต์นัทธ์ แปลว่า ผูกพันด้วยความรัก

ค้นหาข้อมูลในบล็อกกันต์นัทธ์


แจกฟรี !! e-book

♥ โปรแกรมออกกำลังกายโดยแพทย์ ♥

♥ รวม ฟรี !! E-BOOK ♥

โปรแกรม Acrobat Reader 9
Acrobat Reader 9 Program
โปรแกรม Foxit READER
Foxit READER Program
โปรแกรมดูทีวีออนไลน์
TV and Radio online Program
โปรแกรมดูดวง
Mahamodo
โปรแกรมไล่ยุง
Antimosquito



counter free hit unique web
 
Friends' blogs
[Add กันต์นัทธ์'s blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.