Bloggang.com : weblog for you and your gang

Group Blog

 
All blogs

 

ทำอย่างไรให้ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักได้มากขึ้น 25%

เมื่อออกกำลังกาย ก็มีโอกาสที่จะเสียน้ำไปกับเหงื่อและการหายใจได้ครับ และถ้าคุณออกกำลังกาย ทั้งที่ยังขาดน้ำอยู่ คุณก็จะออกกำลังกายไม่ได้นาน เพลีย และมีโอกาสที่จะเกิดตะคริวได้

นั่นเป็นเพราะว่าน้ำช่วยให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ ช่วยในเรื่องของการทำ งานของระบบต่างๆเป็นไปอย่างปกติ ช่วยระบายความร้อน ดังนั้นถ้าขาดน้ำก็จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานไม่ได้เต็มที่

ส่วนใหญ่มักจะดื่มน้ำ "น้อยเกินไป" ด้วยซ้ำระหว่างที่ออกกำลังกาย

มีงานวิจัยครับ ที่พบว่าส่วนใหญ่ แม้แต่ในกลุ่มนักกีฬาก็ยังดื่มน้ำน้อยเกินไป ส่วนใหญ่ดื่มน้ำเพียง แค่ 30% ของปริมาณน้ำที่เสียไปกับเหงื่อเสียด้วยซ้ำ

แล้วคุณต้องดื่มน้ำมากเพียงใด

ประการแรก แนะนำให้คุณดื่มน้ำให้เพียงพอการที่ร่างกายต้องการตลอดทั้งวันก่อนครับ จากสูตร ของ Melton

-ก่อนการออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง ให้ดื่มน้ำ 450 - 600 ซีซี -ก่อนการออกกำลังกาย 15 นาที ให้ดื่มน้ำอีกอีก 240 - 300 ซีซี -และระหว่างการออกกำลังกาย ให้ดื่มน้ำ240 ซีซีทุก 15 นาที

คุณอาจต้องการการดื่มน้ำมากขึ้น ถ้าคุณสูญเสียเหงื่อมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอากาศร้อนและอยู่ กลางแจ้ง

หลายๆคนอาจจะใช้เครื่องดื่มเกลือแร่ระหว่างการออกกำลังกาย แต่ไม่จำเป็นหรอกครับ ยกเว้น แต่ว่าคุณจะไปวิ่งมาราธอน ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ใช้เวลานานเป็น 2-3 ชั่วโมง เพราะคุณจะเสีย เกลือโซเดียมไปกับเหงื่อด้วย (ถ้าคุณออกกำลังกายไม่เกิน 1 ชั่วโมง การเสียเกลือจะไม่มาก ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ แต่ถ้าคุณออกกำลังกายนานขึ้น คุณจะเสียเกลือมากขึ้น เมื่อนั้น เครื่องดื่มเกลือแร่ก็อาจจำเป็นเพื่อป้องกันภาวะเกลือโซเดียมในเลือดต่ำ)

ถ้าคุณดื่มน้ำมากเกินไป !?

เป็นไปได้ครับ แต่ว่ายากมากๆ (อาจต้องดื่มน้ำเป็น 10+ลิตร) ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าโซเดียม ในเลือดต่ำ ซึ่งเกิดจากการที่น้ำที่เป็นตัวทำละลายในกระแสเลือดมากเมื่อเทียบกับเกลือที่มีปริมาณ น้อยในร่างกาย ก็จะทำให้คุณมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลียได้

ดังนั้นถ้าคุณพกแค่กระติกน้ำ ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดโซเดียมในเลือดต่ำได้หรอกครับ

ผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช http://www.thaifittips.com

 

Create Date : 11 กันยายน 2552
Last Update : 11 กันยายน 2552 9:18:32 น.  

ครีมนวดสลายไขมัน สามารถช่วยรักษาเซลลูไลท์ได้จริงหรือ

ครีมนวดสลายไขมัน สามารถช่วยรักษาเซลลูไลท์ได้จริงหรือ แล้วมันคืออะไร

ผมคิดว่าหลายๆท่านคงจะสงสัยเหมือนกับผมใช่ไหมครับ เคยเห็นสถานลดน้ำหนักใช้
กัน แต่เขาก็ไม่ค่อยบอกส่วนประกอบ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร วันนี้ผมจะเปิดเผย
ความลับนี้กันครับ

ครีมนวดลดไขมันใช้หลักการนำยาซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่เซลล์ไขมัน แล้วกระตุ้นให้มี
การสลายไขมันเฉพาะที่หรือที่เรียกว่าเซลลูไลท์ โดยทั่วไปมักจะใช้ยาหรือสมุนไพร
เป็นส่วนประกอบครับ

หลักการก็คือ เราทราบว่าไขมันจะสลายไปเป็นพลังงานเมื่อมีการกระตุ้นตัวรับ
อะดรีนาลีนชนิดเบต้าครับ

เมื่อร่างกายหลั่งอะดรีนาลีน จะทำให้หัวใจบีบตัวเร็ว และเพิ่มความดันโลหิต เพิ่ม
พลังงาน เหงื่อออก เป็นระบบอัตโนมัติที่ร่างกายตอบสนองเมื่อเผชิญกับภาวะวิกฤติใน
ยามที่เผชิญกับอันตราย เช่น วิ่งหนีสัตว์ที่จะเข้ามาทำร้าย ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด

อะดรีนาลีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมา จะไปกระตุ้นตัวรับอะดรีนาลีนซึ่งมีอยู่ทั่วร่างกายครับ
ตัวรับอะดรีนาลีนมีอยู่ 2 ชนิดครับ คือแอลฟา กับเบต้า ชนิดแอลฟาจะทำให้ผนัง
หลอดเลือดหดตัว ส่วนชนิดเบต้าจะทำให้หัวใจบีบตัวเร็ว และทำให้เร่งการสลาย
ไขมันเพื่อให้ได้พลังงานด้วยครับ )

ทีนี้ลึกอีกนิดนะครับ ตัวรับอะดรีนาลีนชนิดแอลฟา ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น ตัวรับ
แอลฟา-1 และ ตัวรับแอลฟา-2 การยับยั้งตัวรับแอลฟา-2 ก็สามารถทำให้กระตุ้นการ
สลายไขมันได้เช่นกัน

นอกจากนี้อีกกลไกหนึ่งก็คือการยับยั้งตัวรับอดีโนซีน และการยับยั้งเอนไซม์
ฟอสโฟไดเอสเตอเรสก็สามารถทำให้เกิดการสลายไขมันได้เช่นกันครับ

จากหลักการดังกล่าวนี้ทำให้มีการใช้ยาที่ชื่อว่า aminophyllineซึ่งใช้เป็นยาขยาย
หลอดลม รักษาโรคหอบหืด และถุงลมโป่งพอง นั่นเป็นเพราะว่ายานี้มีผลยับยั้งตัวรับ
อะดีโนซีนครับ ซึ่งจะไปทำให้เกิดการสลายไขมัน

ดังนั้นจึงมีการใช้ยา aminophylline เป็นยาครีมนวดสลายไขมันครับ โดยหวังว่ายาน่า
จะซึมผ่านผิวหนังและไปทำให้เกิดการสลายไขมันใต้ผิวหนัง

แต่ถามว่ามีประสิทธิภาพดีจริงหรือ

มีการทดลองครับได้ทำการศึกษาทั้งผู้ชายและผู้หญิงระหว่าง 21-65 ปี ในคนที่มีดัชนี
มวลกายมากกว่า 27 แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ทายานวด aminophylline ที่รอบเอววัน
ละ 2 ครั้ง และกลุ่มที่ไม่ได้ทายานวด โดยให้รับประทานอาหารที่มีแคลอรี่ 1200 กิโล
แคลอรี่ต่อวันเหมือนๆกัน เป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์

พบว่าในกลุ่มที่ทายานวดลดไขมัน aminophylline มีรอบเอวลดลงเฉลี่ย 11 เซนติเมตร
แต่ผู้ที่ไม่ได้ทายานวดมีรอบเอวลดลงเฉลี่ย 5 เซนติเมตร จึงสรุปว่ายานวดก็เป็นทาง
เลือกที่ปลอดภัยสำหรับการลดไขมันเฉพาะที่ครับ

และมีการทดลองอีกครับ ที่มีการศึกษาในผู้หญิง 52 คน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มแล้วให้
ทายา aminophylline เปรียบเทียบกับยา Endermologie (เป็นชื่อยี่ห้อของผู้ผลิตครีมลด
ไขมันครับ มีส่วนประกอบที่ถูกปกปิดเป็นความลับ)

ผลปรากฎว่าไม่พบความแตกต่าง ในคนที่ได้รับ aminophylline จะมีเซลลูไลท์ที่ต้นขาดี
ขึ้นเพียงแค่ 3 คนจาก 35 คนเท่านั้น และคนที่ได้รับ Endermologie เซลลูไลท์ที่ต้นขาดี
ขึ้นมีเพียง 10 คนจาก 35 คนเท่านั้น

ดังนั้นการศึกษานี้จึงไม่เชื่อว่าครีมนวดลดไขมันจะมีประสิทธิผลในการรักษา
เซลลูไลท์ครับ

แต่ว่าไม่ได้มีแต่ aminophylline เท่านั้นที่นำมาใช้เป็นครีมนวดสลายไขมันเท่านั้นนะ
ครับ

ยังมีการใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นๆ เช่น Yohimbine (ยับยั้งตัวรับอะดรีนาลีน ชนิดแอลฟา-
2 ) และ isoproterenol (กระตุ้นตัวรับอะดรีนาลีนชนิดเบต้า) ครับ ในแต่ละบริษัทอาจ
ใช้ส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่ากว่า 1 อย่างก็แล้วแต่สูตรของบริษัทผู้
ผลิต แต่การศึกษานั้นยังไม่มากพอที่จะบอกผลลัพธ์จากการใช้ครีมนวดสลายไขมันที่มี
ตัวยาเหล่านี้

ดังนั้นจะเห็นได้ว่ายังมีข้อมูลที่ขัดแย้งกันอยู่ในเรื่องของครีมนวดสลายไขมันครับ ยัง
ต้องการการวิจัยที่มากกว่านี้ และโดยปกติทั่วไปคอร์สสลายไขมันมักจะรับประกัน
ผลลัพธ์ 100% ซึ่งมันไม่จริง ซึ่งก็เหมือนกับเอาเงินไปวัดดวง และอาจได้ประโยชน์ไม่
คุ้มกับจำนวนเงินที่จ่ายไป มีความเสี่ยงที่จะใช้ไม่ได้ผล

วิธีนี้เหมาะสำหรับการลดไขมันเฉพาะที่เท่านั้นนะครับ ซึ่งเป็นเรื่องของความสวยงาม
มากกว่าการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ

แต่ถ้าคุณต้องการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแล้ว วิธีนี้ไม่เหมาะครับ และไม่ได้เป็นวิธีการที่
สร้างเสริมสุขภาพหรอกครับ

ผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช http://www.thaifittips.com

 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 15:26:26 น.  

รับมือกับความหิว : เคล็ดที่จะช่วยให้อิ่ม

ในการลดน้ำหนัก คุณต้องมีวิธีจัดการกับความหิวครับ

รับประทานใยอาหาร
มีหลักฐานมากมายครับ ที่ใยอาหารช่วยลดความหิวได้ ผักและผลไม้ ข้าวซ้อมมือ ธัญพืชซึ่งมี
ใยอาหารมากจะมีแคลอรี่ที่ต่ำ ร่วมกับมีน้ำในอาหารมาก ซึ่งจะช่วยให้คุณอิ่ม

ซุปใสระงับหิว
การรับประทานซุปใสจะช่วยให้รับประทานแคลอรี่โดยรวมได้น้อยลง แต่ผมแนะนำว่าไม่ควร
ใช้ซุปข้นนะครับ ให้พยายามปรุงซุปแคลอรี่ต่ำและใยอาหารสูงด้วยครับ

สลัดผักก่อนอาหาร
มีการศึกษาครับที่ว่าคนที่รับประทานสลัดในปริมาตร 3 ถ้วยตวง (แคลอรี่ไม่เกิน 100
กิโลแคลอรี่) ก่อนรับประทานอาหาร จะช่วยให้รับประทานแคลอรี่น้อยลงได้ 12% และเมื่อ
รับประทานสลัดผักในปริมาตร 1 ถ้วยตวงครึ่ง จะช่วยให้รับประทานแคลอรี่ได้น้อยลง 7% ผม
แนะนำให้ใช้ผักที่มีแคลอรี่น้อยทำสลัดนะครับ เช่น แครอท มะเขือเทศ ผักชี แตงกวา กระ
หล่ำปลี (แนะนำว่าไม่ควรใช้เครื่องปรุงที่มีแคลอรี่สูงนะครับ) ให้ระวังเรื่องน้ำสลัดด้วยครับ

ส้มลดความหิว
มีการวิจัยครับ ว่าผลไม้ที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำมากและแคลอรี่ต่ำนั้นช่วยให้อิ่มเร็วครับ เช่น
ส้ม

ดื่มนมไขมันต่ำ
นมมีโปรตีนอยู่ 2 ชนิดครับ คือ Whey (เวย์) กับ Casein (เคซีน) ในส่วนของโปรตีน Whey จะ
ช่วยระงับความหิวได้ แต่ผมแนะนำให้เลือกนมที่ไขมันต่ำนะครับ เช่นนมพร่องมันเนย หรือนม
ขาดมันเนย

รับประทานไขมันให้น้อย แต่ไม่ใช่ตัดออก
เมื่อเรารับประทานไขมัน จะมีการสร้างฮอร์โมนที่มีชื่อว่าเลปตินครับ ซึ่งเป็นข้อดีที่ว่าการ
รับประทานไขมันช่วยให้เราอิ่มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้เรารับประทานไขมันได้ในปริมาณ
ที่มากนะครับ ผมแนะนำให้เลือกไขมันไม่อิ่มตัวและไขมันปลาอยู่ ไขมันไม่อิ่มตัวและไขมัน
ปลาช่วยให้เราอิ่มได้มากกว่าไขมันอิ่มตัวจากสัตว์อีกครับ

ถั่วเหลืองมีประโยชน์
ถั่วเหลืองให้ทั้งโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตครับ ซึ่งจะช่วยให้เราอ่ม ความจริง นม
ถั่วเหลืองก็เป็นอาหารว่างที่ดีในการทีจะช่วยให้เราอิ่มได้ด้วยครับ

เคี้ยวช้าๆ
ในการรับประทานอาหาร คุณต้องให้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีในการเดินทางของสัญญาณและ
ฮอร์โมนไปยังสมองจึงจะรู้สึก "อิ่ม"ครับ ถ้าคุณรับประทานเร็วเกินไป กว่าสัญญาณจะไปถึง
สมอง กว่าจะรู้สึกอิ่ม คุณก็กินเข้าไป 3 จานเข้าไปแล้ว!!

ดังนั้นครับ ให้เคี้ยวช้าๆ จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มในขณะที่รับประทานอาหารไปด้วย

ผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช http://www.thaifittips.com

 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 26 กรกฎาคม 2552 16:27:14 น.  

อันตรายของสมุนไพรและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

ในขณะนี้มีสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามีสรรพคุณสามารถลดน้ำหนักได้เพียงแค่
รับประทานเท่านั้น ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่จะหวังให้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆใช้ฤทธิ์ทางยา
ในการจัดการกับปัญหาน้ำหนักที่เกิน

ปัญหาน้ำหนักเกินส่งผลเสียต่อสุขภาพครับ และเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาโรค
หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน ดังนั้นจึงได้พยายามหาวิธีในการลดน้ำหนักต่างๆมากมาย

ยาลดน้ำหนักมีผลข้างเคียงอยู่มากครับ แม้จะอยู่ในความดูแลของแพทย์ ด้วยเหตุนี้อาหาร
เสริมลดน้ำหนักจึงอยู่ในฐานะ "ทางเลือก" ในการลดน้ำหนัก ด้วยเหตุนี้เองธุรกิจอาหารเสริม
จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกลื่อนไปหมด

มีการใช้แต่โฆษณาโหมกระหน่ำบอกแต่ในด้านดี แต่ขณะที่ผลเสียของผลิตภัณฑ์นั้นถูก
ปกปิด

ด้วยการบอกกับผู้บริโภคว่าไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตราย แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

ความจริงโทษของอาหารเสริลดน้ำหนักที่คุณควรระลึกไว้

อันตรายจากอาหารเสริมลดน้ำหนักอาจไม่พบในส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ แต่ว่าอาจ
เกิดปฎิกริยากับยาที่คุณรับประทานอยู่ หรือทำปฎิกิริยากับสมุนไพรอื่นที่คุณ
รับประทานอยู่ (สมุนไพร A + ยา B = อันตราย C)



สมุนไพรที่มีการใช้มามากกว่าพันปี ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงความปลอดภัย


สมุนไพรในการลดน้ำหนักไม่สามารถทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างถาวรได้
หรอกครับ ตราบใดที่คุณยังไม่เปลี่ยนลักษณะการรับประทานอาหารและออกกำลัง
กาย ซึ่งต้องทำไปจนตลอดชีวิต แต่อาหารเสริมจะสอนให้คุณซื้อ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้ว่า
จะลดน้ำหนักได้ แต่ก็เป็นเพียงการชั่วคราวเท่านั้น เพราะถ้าคุณกลับไปมีลักษณะ
พฤติกรรมเช่นเดิม ท้ายที่สุดคุณก็จะอ้วนอีกครั้ง



คุณภาพของสมุนไพรลดน้ำหนักขึ้นกับผู้ผลิตครับ ว่ามีการปนเปื้อนมากหรือน้อยเพียง
ใด หรือมีปริมาณอันน้อยนิดจนไม่มีประสิทธิผลในการลดน้ำหนัก หรือปริมาณมาก
เกินไปจนก่อให้เกิดผลข้างเคียง



คำมั่นสัญญาของบริษัทผู้ผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก มักแฝงด้วยอคติ มักจะทำให้ผู้
บริโภคเกิดความต้องการและซื้อครับ



ท้ายที่สุด แม้ว่าผลิตอาหารเสริมจะอ้างว่าเป็นสมุนไพรจากธรรมชาติ 100% หรือผ่าน
อย. ก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% ผมยกตัวอย่างเช่น KAVA KAVA หรือ Ephedra ที่เป็น
ส่วนประกอบที่อยู่ในอาหารเสริมลดน้ำหนักและผ่านอย. ต่อมาภายหลังพบว่าทำให้
เกิดตับอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ จนถูกถอนออกจากตลาดในภายหลัง ซึ่งผลเสีย
เกิดจากผู้บริโภคแล้ว แต่อย.(ของสหรัฐ) เพิ่งมาทราบภายหลัง

 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 25 กรกฎาคม 2552 15:21:43 น.  

หน้าท้องที่แบนราบ ไม่ใช่การ sit up อย่างเอาเป็นเอาตาย

ความจริงคือ ไม่มีท่าออกกำลังกายเพื่อลดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ครับ การ Sit Up เพียงอย่าง
เดียวนั้นไม่สามารถลดไขมันที่หน้าท้องได้

การออกกำลังกายแบบเผาผลาญจะค่อยๆลดไขมันส่วนเกินตามตำแหน่งต่างๆทั่วทั้งร่างกายครับ


นอกจากนี้คุณยังต้องพยายามให้พลังงานที่คุณได้รับจากอาหารน้อยกว่าพลังงานที่คุณใช้


ตัดน้ำอัดลมทิ้ง ให้ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว น้ำอัดลม 1 กระป๋องมีพลังงานไม่ต่าง
กับข้าว 1 จานด้วยซ้ำครับ

รับประทานอาหารปริมาณน้อยลงในแต่ละมื้อ แต่รับประทานให้ถี่มากขึ้น เพื่อลดความหิว
และเร่งการเผาผลาญ

พยายามค่อยตัดแคลอรี่ให้น้อยลง 100-200 กิโลแคลอรี่ทีละน้อย ทีละน้อยครับ


ในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง คุณต้องบริหารกล้ามเนื้อที่มีชื่อว่า Rectus Abdominis ครับ

หน้าที่ของกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis คือ งอลำตัว



ดังนั้นท่าที่บริหารกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis ที่ดีคือท่า Crunch เพราะท่า Crunch คือท่างอลำ
ตัวโดยตรง

แต่ท่า Sit Up เป็นท่าบริหารกล้ามเนื้อ Psoas ซึ่งมีหน้าที่งอสะโพกครับ ไม่ใช่งอลำตัว ดังนั้น
การ Sit Up จึงเป็นบริหารที่ไม่ตรงจุด เพราะเวลาที่คุณ Sit Up คุณจะงอลำตัวแค่เพียงช่วงแรก
ของการออกแรง หลังจากนั้นคุณงอสะโพกเป็นหลักครับ



ถ้าคุณต้องการกล้ามเนื้อหน้าท้องที่สวยงามนั้นไม่ง่ายครับ คุณต้องผสมผสานทั้งการออกกำลัง
กายแบบเผาผลาญ การรับประทานอาหาร และที่สำคัญคือความต่อเนื่องครับ

อย่าลืมว่าไม่มีท่าออกกำลังกายเพื่อลดไขมันเฉพาะที่ครับ

ผู้เขียนบทความ: ปิติ นิยมศิริวนิช http://www.thaifittips.com

 

Create Date : 23 กรกฎาคม 2552
Last Update : 24 กรกฎาคม 2552 8:19:13 น.  

1  2  3  4  5  6  

กันต์นัทธ์

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

กันต์นัทธ์ แปลว่า ผูกพันด้วยความรัก

ค้นหาข้อมูลในบล็อกกันต์นัทธ์


แจกฟรี !! e-book

♥ โปรแกรมออกกำลังกายโดยแพทย์ ♥

♥ รวม ฟรี !! E-BOOK ♥

โปรแกรม Acrobat Reader 9
Acrobat Reader 9 Program
โปรแกรม Foxit READER
Foxit READER Program
โปรแกรมดูทีวีออนไลน์
TV and Radio online Program
โปรแกรมดูดวง
Mahamodo
โปรแกรมไล่ยุง
Antimosquito



counter free hit unique web
 
Friends' blogs
[Add กันต์นัทธ์'s blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.