|
|
|
ดูอึแล้วรู้โรค
อึบอกอะไรให้เรารู้บ้างเกี่ยวกับสุขภาพของเรา ทำไมเราถึงถูกสอนให้ทานผักและผลไม้มากๆ ทำไมอาหารไทยมักจะมีผักเป็นส่วนประกอบเสมอ อึลอยหรืออึจมคุณเคยสังเกตอึของคุณหรือไม่ ลองสังเกตดูอึให้เป็นนิสัยเพราะมันจะบ่งบอกถึงสุขนิสัยในการกินและสุขภาพของเจ้าของอึได้เป็นอย่างดี
อึ หรือ อุจจาระ นั้น ถือเป็นเรืองธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เชื่อหรือไม่ว่าการสังเกตสีของเจ้าสิ่งปฏิกูลที่ปลดปล่อยออกมานั้น สามารถสะท้อนถึงสุขลักษณะของร่างกายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินหรือแม้กระทั้งการพยากรณ์ว่า คนๆ นั้นมีสิทธิ์ป่วยเป็นโรคอะไรได้บ้าง
ดูหน้าก็รู้ใจ แต่ดูอึแล้วรู้โรค
อัจฉรา พรไพศาลสกุล นักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทได้แนะเคล็ดในการสังเกตที่ง่าย ซึ่งแยกแยะตามลักษณะรูปร่างของ อึ ออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
แบบที่หนึ่ง ลอยฟู่ฟ่องเพราะกินของดี แบบนี้ถือว่าเยี่ยมที่สุด อึชนิดนี้จะลอยน้ำ บานตัว อาจมีสีเขียวขี้ม้า เนื่องจากเจ้าของรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เข้าไปเยอะ เช่น ข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ ไม่มีกลิ่นเหม็น เพราะตกค้างในลำไส้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ก้อนอึจะกระจายตัวไม่เป็นก้อนยาวๆ ถ่ายได้ง่าย ไม่ต้องออกแรงเบ่งมาก และมักจะถ่ายเป็นเวลา ช่วงเวลาถ่ายระหว่างวัน เฉลี่ยแล้ววันละ 1-3 ครั้ง
แบบที่สอง อึชนิดเหนียวหนับจับตัวเป็นก้อน อึแบบนี้จะมีกลิ่นเหม็นมาก เพราะตกค้างในลำไส้มานานกว่า 2-3 วัน ซึ่งสิ่งที่ถ่ายออกมาจะไม่ใช่ของที่รับประทานเมื่อวาน มักจะเป็นสิน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำเลยทีเดียว บางครั้งอาจถึงขนาดเป็นครีมจับเป็นคราบตามโถชักโครก โดยมากแล้วพบว่าคนที่ถ่ายเป็นลักษณะนี้จะถ่ายแค่วันละ 1 ครั้ง หรือไม่ก็หลายวันถ่ายที และใช้เวลาค่อนข้างนานในการถ่าย บอกถึงการรับประทานที่แย่มากๆ ของเจ้าของ มักชอบรับประทานแต่ฟาสต์ฟูด เนื้อสัตว์ซึ่งย่อยยาก ขนมหวาน ไขมัน แป้งขัดขาว หรือข้าวขาวที่ไม่มีเส้นใย สำหรับใครที่เป็นแบบนี้ จะต้องรีบปรับพฤติกรรมการรับประทานโดยด่วน ไม่เช่นนั้นลำไส้จะสะสมอาหารที่ย่อยยาก และปล่อยให้ตกค้างเอาไว้นาน จนเกิดคราบสกปรกและเป็นพิษต่อเลือด เมื่อท้งไว้นานเชื้อจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้เจ็บป่วยง่าย ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่จะเป็นริดสิดวงทวาร โรคภูมิแพ้ อาการปวดหัวเป็นประจำ ปวดข้อ ท้องอืด และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ อันเนื่องมากจากการท้องผูกเป็นประจำและในระยะยาวมีแนวโน้มจะอายุสั้น เนื่องจากการรับประทานที่ผิดสุขลักษณะ
แบบสุดท้าย จะเป็นการผสมผสานคุณลักษณะของทั้งสองอย่างไว้ คือ อึเป็นก้อน จมน้ำ มีกลิ่นน้อยำม่รุนแรง บ่งบอกได้ว่าเจ้าของรับประทานผักบ้างแต่อยู่ในปริมาณที่ไม่เพียงพอ มักถ่ายวันละ 1 ครั้ง ใช้เวลาถ่ายประมาณ 10 นาที ซึ่งนับว่าทรมานเอาการ แต่ก็ยังดีกว่าเก็บเอาไว้ในร่างการหลายๆ วัน ในบางรายที่อึแข็งมากๆ บางทีตอนอึ เลือดไม่ออก แต่มันอาจจะออกอยู่ในลำไส้ ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบข้างในได้มากเช่นกัน ถ้าใครถ่ายออกมาเป็นเลือด แสดงว่าลำไส้ของเราทำท่าว่าจะแย่แล้ว
นอกจากนั้น การได้ขับถ่ายทุกวันยังถือเป็นการ detox ไปในตัว ช่วยทำให้ดูอ่อนกว่าวัย เพราะร่างการไม่มีสารตกค้างใดๆ และจะได้ผลดียิ่งขึ้นหากทำควบคู่ไปกับการออกกำลังการอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป ดื่มน้ำสะอาดมากๆ รวมถึงการทำสมาธิฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ ซึ่งจะทำให้ได้ล้างพิษครบทั้ง 5 ทาง คือ เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ปอด น้ำเหลือง ทั้งนี้ หากอยากทราบว่าของที่รับประทานเข้าไปแล้วจะใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะกลายมาเป็นอึ ให้ลองรับประทานงาดำหรือเมล็ดทานตะวันโดยไม่ต้องเคี้ยว แล้วลองสังเกตก้อนอึดูว่าเมื่อไหร่จะมีงาออกมาพร้อมอึ ซึ่งอาหารแต่ละอย่างก็จะแตกต่างกันไป เช่น ข้าวกล้องกับผัดผักอยู่ได้ ครึ่งวันหรือ 1 วัน ข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง อยู่ได้ 1-2 วัน ข้าวขาหมู อยู่ได้ 2-3 วัน เป็นต้น
ที่มา : ผู้จัดการรายวัน ฉบับ 22 มิ.ย. 47
|
|
| |
|
|