Don’t you think that you need somebody – Don’t you think that you need someone – Everybody needs somebody – You are not the only one -- [Gun N' Roses]
    สมองเม็ดถั่ว รั่วๆ มึนๆ ผลความคิดของสมองเล็กๆ ที่เขย่ากรุ๊งกริ๊ง ในหัวกลวงๆ
    Follow Beanybrain on Twitter
Group Blog
 
All blogs
 

เหมาโหล.. ถูกแน่หรือ

เคยได้ยินใช่มั้ยครับ..คุณแม่ผมพูดบ่อย "เหมาโหลถูกกว่า"...

แต่บางอย่างผมว่ามันเหมาไม่ได้นะครับ..สถาณะการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้ยิ่งทำให้ผมคิดเรื่องนี้ชัดเจนขึ้น

ขออนุญาติออกตัวไว้ก่อนนะครับว่า ผมเขียนเรื่องนี้จากความรู้สึกส่วนตัว
ความรู้สึกที่เป้นของผมเอง ไม่ได้ต้องหวังว่าใครจะต้องเห็นด้วยหรือไม่
ความรู้สึกนี้ถูกกลั่นกรองด้วยสมองอันมีเท่าเม็ดถั่ว ความรู้นั้นก็มิได้กว้างไกลไปกว่า
สิ่งที่เจอประจำวันมาเพียง 30 กว่าปี กับเนื้อหาตามหลักสูตรเก็บมาได้ไม่เคยครบถ้วน รวมทั้งการพิมพ์ เขียน ที่ผิดๆถูกๆ

สภาพการณ์ที่เราพบเจอทุกวันนี้ สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ทุกครั้งที่พบเจอคือการเหมาเนี่ยแหละ
การสรุป เหมารวมเรื่องราวแล้วแปะป้ายให้มันอย่างไม่ดูรายละเอียด

ผมไม่สามารถออกตัวได้ว่าผมนั้นเป็นกลาง เพราะผมไม่รู้ว่าตรงกลางคือตรงไหน มันเหมือนขาวกับคำ ใครอาจบอกว่าสีเทาไงอยู่ตรงกลาง แต่เทาก็ไม่ใช่เทาเดียว คนถ่ายรูปอาจรู้ว่ามีสีเทากลาง แต่เทากลางคือเทาไหนเป๊ะๆนั้นก็ยากที่จะบอก

ปัญหาที่เราเห็นกันอยู่นี้ มันมีทางออกมั้ย
ผมไม่รุ้ครับ สมองเม็ดถั่วเขียวอย่างผมคงคิดไม่ได้
แต่การขยายตัวของปัญหานี่แหละที่สำคัญ การทำให้เหลือง แดง เขียว สลิ่ม ลายดอก ทุกๆกลุ่มนี้หายไปคงเป็นไปไม่ได้
แต่คนอื่นๆนั้น น่าจะช่วยให้ปัญหาไม่กระจายได้
คำว่าไม่กระจายของผมคือ การที่ไม่ทำให้ปัญหาการเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ามามีส่วนในการมุ้ง ไม่ทำไห้การทานอาหารกับครอบครัวกลายเป็นเรื่องบาดหมาง ไม่ทำให้เพื่อนรักเลิกคุยกัน ไม่ทำให้การดำเนินชีวิตต้องหมิ่นเหม่กับการมีศัตรูรอบข้าง

ผมว่าเราไม่ควรเหมา เหมาแล้วแปะสี วันก่อนยืนซื้อหมูปิ้งอยู่ มีข่าวการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่คอกวัว
ป้าคนนึงที่ซื้อหมูปิ้งอยู่ก้โพล่งออกมาว่า
"เออดี เอาให้ตายให้หมด บ้านเมืองจะได้เจริญ"
ผมได้ยินแล้วงงครับ เลยถามว่า "ป้าว่าเค้าเลวทุกคนเลยเหรอครับ"
ป้าหันมามองตาขวางแล้วพูดกระแทกกลับมาว่า "อ้าว พูดอย่างงี้แดงใช่มั้ย คนขายนี่ก้แดงล่ะสิ... เลว.. โดนไอ้เหลี่ยมล้างสมอง"...แล้วเดินออกไปเลย ทิ้งผมกะคนขายให้ยืนมึนอยู่

ทำไมการที่ผมแค่บอกว่า เค้าไม่ได้เลวทั้งหมด หรือจริงๆผมบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเลวบ้าง แค่เนี้ยต้องเอาสีมาแปะให้ผม

ความรุนแรง การเหมาแบบนี้มันกลับทำให้ปัญหาขยายวงกว้าง

จากสมองอันน้อยนิดของผม ผมรู้สึกว่า คนเรา ต้องหาสีแปะตัวเองส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ต้องการแปลกแยก ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม คล้ายๆกับการเชียบอล

แต่ปัญหาก้คือ การเลือกสี ไม่เหมือนเลือกเชียทีมบอล ตรงที่ ทีมบอลมีจุดประสงค์เดียวกันทุกทีมคือ แชมป์ เราอาจเป้นคนไม่ดุบอล ไม่เข้าใจบอล แต่เอาวะ เลือกซักทีม อาจเลือกเหมือนเพื่อนจะได้เฮกับเค้าได้ หรือเลือกไม่เหมือนจะได้ดุแตกต่าง แล้วจะได้ดูบอลกับเพื่อนๆได้ ไม่โดดเดี่ยว

แต่กีฬาสีบ้านเราไม่เป้นอย่างงั้น แต่ละสี แต่ละกลุ่มมีจุดหมายมากกว่าหนึ่ง มีเรื่องราวร้องเรียน ไม่พอใจมากกว่าหนึ่ง การกระทำของแต่ละกลุ่ม สำหรับผม ผมไม่เห็นว่ามีข้างไหนถูก 100% การเอาสีมาแปะแบ่งข้างกันนั้น คุณเห็นด้วยกับเค้าทุกเรื่องเหรอ หรือการเอาสีแปะชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ 100% มันถูกแล้วเหรอ

จะดีกว่ามั้ย ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนในการเป้นสมาชิกที่สร้างสรรค์ของสังคมนี้ หากคุณลองถอยออกมา แล้วมองความคิดของแต่ละกลุ่มอย่างแยกส่วน
เหมือนการที่คุณเข้าร้านอาหารซักร้าน คุณก้คงจะบอกได้ว่าที่นี่อาหารบางอย่างอร่อย ไม่อร่อยอย่างไร ที่ไม่อร่อยเพราะอะไร เค้มไป หวานไป ของไม่สด แต่ก็มีบางจานอร่อยใช่มั้ย หรือถ้าวิเคราะห็ครบถ้วนแล้วมันไม่อร่อยซักอย่างก็ว่ากันไป แต่ไม่ใช่ว่า อาหารเค้าขาย 10 อย่าง กินไปสองอย่าง หรือที่แย่กว่าคือ ได้ยินคนอื่นบอกมาว่า สองอย่างนี้ไม่อร่อย ก็"เหมา" ไปว่า อาหารร้านนี้ไม่ได้เรื่อง!! พอมีใครมาบอกว่า อาหารบางอย่างในร้านนั้นอร่อย ก็ว่าเค้าว่า เป้นเพื่อนเจ้าของร้านบ้าง จ้างมาโฆษณาบ้าง ลิ้นไม่มีรสนิยมบ้าง โดนหลอกบ้าง ทั้งๆที่ความอร่อยของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน

แต่ถ้าหากเป็นร้านที่ดัง ร้านที่ลงหนังสือหรูหรา อันนี้บางคนก้จะ "เหมา" ไปอีกว่า อาหารจะต้องอร่อยทุกอย่าง ทั้งๆที่ไม่เคยไปชิม ไปวิเคราะห์ใดๆ หรือถึงแม้บางครั้งได้ไปชิมแล้วมันรถชาติแปร่งๆ ก็อาจจะโทษตัวเองซะอีกว่า เอ... ลิ้นเราผิดปกติรึปล่าว...

นี่คืออีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า สื่อมีอิทธิพลมาก ตราบใดก็ตามที่บ้านเรายังไม่มีสื่อที่นำเสนอเรื่องราวและแนวคิดแบบวิเคราะห์ พยายามวางตัวเป็นกลาง (แม้ไม่ต้องกลางเป๊ะ) แต่อย่างว่า สื่อเองก้ไม่อยากถูกแปะสี รวมถึงสายบังคับบัญชาที่ต้องทำตามหน้าที่ ตอนนี้เลยกลายเป้นว่า มีสื่อสองแบบ คือ ฝ่ายนู้น กับฝ่ายนี้ พยายามทำให้คนแปะสีของตนมากที่สุด เมื่ออยู่คนละช่อง คนดุก็รับได้ทีละข้าง ยิ่งทำให้การ "เหมา" เกิดได้ง่ายขึ้น

เพียงแค่ผมเขียนความคิดส่วนตัวของผมอย่างงี้ ก็คงมีคนแปะสีให้ผมแล้วล่ะ..
เอาเถอะ จะรอวันสีหมด กรูจะคอยดูม๊อป topless... วี๊ฮี๊ว...




 

Create Date : 20 เมษายน 2553    
Last Update : 20 เมษายน 2553 12:59:31 น.
Counter : 197 Pageviews.  

มันไม่แน่หรอกครับ...

การกระทำของคนคนหนึ่ง อาจไม่ตรงกับสิ่งที่เค้าคิด เค้าเชื่อ
อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในสายตาทุกๆคน
แต่ปัจจัยมากมายภายในจิตใจ เบื้องหลังความคิด ตัวตน สิ่งแวดล้อมใต้ก้นบึ้งของมนุษย์คนหนึ่ง
อาจทำให้ใครคนนั้น เลือกที่จะทำสิ่งใดสิ่งนั้น

Blog นี้ไม่การเมืองครับ เบื่อหน่าย ไม่เห็นทางออก
ไม่ใช่ทางออกของประเทศ เรื่องใหญ่ขนาดนั้นสมองเม็ดถัวเขียวอย่างผมคิดไม่ได้หรอกครับ
ทางออกที่ผมว่าไม่เห็น คือทางออกที่ผมเองอยากให้เป็น ผมมองไม่เห็น
ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น เป้นที่รู้กันมานานแล้วว่า ระบบต้องดีก่อน ถ้าระบบดี มันจะนำทางองค์ประกอบต่างๆไปได้
เมื่อระบบมีปัญหา มันก้พาให้มีปัญหากันไปหมด ... โอย... ไหนว่าจะไม่การเมือง... หยุดดีกว่า

กลับมาต่อ..เรื่องที่เปิดไว้

เถียงไม่ได้หรอกครับ ทุกคนทำไปโดยมีเหตุผล ผมไม่เชื่อว่าใครจะทำอะไรได้โดยไม่มีเหตุผล
เพียงแต่มันเป็นเหตุผลที่คนอื่นยอมรับหรือปล่าว
ต่างคนต่างปัจจัย ต่างกรรมต่างวาระ
คนอื่นไปตัดสินไม่ได้หรอกครับว่า ปัจจัยนู้นนี้สำคัญมากน้อยกว่าอันอื่น
เด็กถือไอติม ไม่มองทาง เดินตกท่อ ผู้ใหญ่ก็จะถามว่า ทำไมไม่มองทาง อันตรายรู้มั้ย
แข้งขาหักไปทำยังไง... เด็กบอกไม่รู้ครับ ห่วงไอติม
ไอติมนั้นเค้าอยากกินมาหลายวัน เก็บตังวันละบาทสองบาท ซื้อมาได้ นาทีนั้นไม่สนใจอย่างอื่นแล้วครับ
โลกจะแตกกุก็มองแต่ไอติม
เด็กผิดมั้ย.. ไ่ม่ผิด
เด็กโง่มั้ย... ไม่โง่
เด็กเห็นแก่กินมั้ย... ไม่ใช่หรอก
หากไม่ใช่วันนี้เด็กจะตกท่อมั้ย... ไม่แน่..
เพียงแต่ถ้าเด็กคนนั้นซื้อไอติมใหม่วันพรุ่งนี้ เค้าก็จะมีปัจจัยในการตัดสินใจกระทำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง คือระวังตกท่อ
แต่เค้าจะตกอีกมั้ย...ไม่แน่ครับ

อ้าวแล้วทำไมผู้ใหญ่ไม่เป้นอย่างนั้น... คุณแน่ใจแล้วเหรอ
ผู้ใหญ่อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ คุณเองก็อาจเป็นอย่างนั้นได้... รึคุณจะเถียง...
ปัจจัย ณ เวลานั้นๆ อาจไม่เหมือนตอนนี้ คุณอาจทำเหมือนที่เด็กทำก็ได้

อีกครั้งย้ำว่า ไม่การเมืองนะครับ....




 

Create Date : 29 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 15:03:49 น.
Counter : 183 Pageviews.  

จริงๆด้วย ต้องดูกันดีๆ

23 เม.ย. 52 จาก Space

-------------------------------------

ข่าวคราวป้า Susan ออกมาหลายกระแสมากมาย

ดี เลว จริง หลอก รัก เกลียด

นี่แหละหนา ยิ่งย้ำความจริงในโลกนี้ว่า การดูคนแค่เพียงผ่านนั้นผิด

แต่ถึงดูลึกอย่างไรก็ยังไม่แน่ว่าจะถูก

ก็ดูกันไปครับ คนดี คนเลว มันวัดกันยาก

ผมเชื่อว่าผู้ร้ายฆ่าร้อยศพก็เคยให้อาหารหมา...

ผมเชื่อว่าพระเกจิก็เคยตบยุง...

ทุกอย่างอยู่ที่มุมมอง ทุกอย่างอยู่ที่เราวัดค่าการกระทำจากด้านใด

ถ้าเรายังยอมรับความจริงตรงนี้ไม่ได้

ทีมบอลธรรมศาสตร์ปีหน้า คงต้องใส่สีเขียว!!!!




 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 29 เมษายน 2552 14:12:41 น.
Counter : 186 Pageviews.  

ป้า Susan ขอบคุณครับ

20 เม.ย. 52 จาก Space

------------------------------

นานๆได้โอกาสนั่งเขียนที
ตอนแรกยังกะว่าวันนี้เขียนออกมาเป็นเรื่องการเมืองแน่ๆ
เพราะมันมีอะไรต่ออะไรเกิดขึ้นเยอะเหลือเกินในช่วงสงกรานต์แสนพิเศษปีนี้

แต่เมื่อเช้าได้รับเมลพร้อมลิงค์ที่ไปสะกิดต่อมอื่นๆของผมเข้า

มีใครเคยได้ยินชื่อ Susan Boyle มั้ย ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยได้ยิน

พอคลิ๊กตามลิ๊งค์เข้าไป ก็ได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนึง เป็นป้าๆ หน้าตาบ้านๆ ยืนอยู่บนเวที่ Britains Got Talent
เผื่อใครไม่รู้ รายการนี้ก็ประมาณดันดาราภาคฝรั่ง เพียงแต่ใหญ่โตกว่าของเฮีย VT ปากจุ๋มจิ๋มของเรามากมาย

เอาเถอะ ก่อนจะพูดต่อ ลองเข้าไปดูก่อนมั้ย

http://www.youtube.com/watch?v=RxPZh4AnWyk

ที่หน้าสนใจไม่ใช่รายการ ที่หน้าสนใจคือตัวป้า susan คนดู กรรมการปากคม และที่สำคัญคือจิตใจของเราเอง

เห็นมั้ยสีหน้าคนดูตอนเห็นป้าแกออกมา เห็นมั้ยสีหน้าทุกคน แม้แต่ตัวผมเองตอนที่ป้าแกบอกว่าอยากเป็นนักร้องอาชีพ

เห็นมั้ย สีหน้า แววตา อารมณ์ของป้าเค้าตอนที่คนนับพันทำหน้าเยาะเย้ยใส่

ป้าไม่กลัว ป้าไม่แคร์ ป้ายังหมุนเอวโชว์อีกต่างหาก

เห็นมัยตอนป้าร้องจบวรรคแรก เห็นสีหน้าทุกคนมั้ย

โอเค ป้าแกเก่ง นั่นหน้าทึ่งพอแล้ว แต่ที่ผมประทับใจอย่างแรงคือ

สิ่งที่อยู่ในใจป้า ที่ป้ายิงมันออกมาทางสายตาและคำพูด

ป้าไม่กลัวที่จะเป็นตัวเอง ไม่เสแสร้ง ไม่ยอมให้ใครใช้แค่สายตาและคำพูดมาทำลายโอกาสที่ป้าฝัน

ป้าร้องประโยคแรกออกไป ไม่ได้หวังจะตบหน้าคนที่เยาะเย้ยป้า

ป้าแค่ร้องอย่างที่ป้าอยากจะร้องมาตลอด

สายตา สีหน้าป้า ไม่ได้มีความสะใจที่ได้ตบหน้าคนทุกคนที่เย้ยแกมาตลอดครึ่งชีวิต

ป้ามีความสุขมากขึ้นในทุกประโยค ดูป้ามีความสุขมากๆที่ทุกคนมีความสุขที่ได้ฟังแกร้อง

ร้องจบ แกทำท่าจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่ากรรมการจะว่ายังไง อาจด้วยความตื่นเต้น แต่ผมว่านาทีนั้นแกไม่ใส่ใจแล้วมากกว่า

แค่เสียงปรบมือ ป้าก็อิ่มแล้ว

ผมดูแล้วน้ำตาซึม ไม่ใช่เพียงเพราะเสียงที่สุดยอดของแก

แต่มันเป็นความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกผิด รู้สึกสุข

อย่างที่น้องAmanda กรรมการสาวคนนั้นบอก

เราแย่จัง ไม่ใช่เฉพาะกับที่คิดกับป้า Susan

แต่การเป็นคนที่ตัดสินคนแค่เพียงมองผ่าน มันเป็นสันดานที่ติดตัวคนทุกคน มากน้อยต่างกัน

การได้ดูป้าครั้งนี้เหมือน wake-up call อีกครั้ง

ผมว่าคนเราต้องการ wake-up call แบบนี้้นานๆครั้ง คอยเตือนให้เราลดดีกรีต่างๆลง

สังคมเรา สังคมไทย จะน่าอยู่ขึ้นกว่านี้ครับ




 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 29 เมษายน 2552 12:49:01 น.
Counter : 179 Pageviews.  

ร้านไอติม

9 ก.ย. 51 จาก space

---------------------------

เอาอีกแล้ว... หายไปนานไม่อัพ space ... มาทีก็บ่นที

ก็แค่เบื่อ เบื่อหลายๆอย่าง เบื่อคนอยากเอาชนะ
บางคนอยากเอาชนะจนลืม ลืมว่าเมื่อชนะแล้วจะยืนยินดีอยู่บนอะไร
ชัยชนะจากสงคราม ไม่เคยจบลงด้วยความสวยงาม
คนที่ชนะอยู่บนซากความพินาศ มันดีอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้ที่พยายามอยากได้ชัยชนะนั้น ยังไม่รู้เลยว่า
ตนเองจะสร้างเมืองใหม่อย่างไรบนซากพินาศเหล่านั้น

เคยดูเด็กตีกันมั้ย เด็กสองคนชื่อแว่นกับโต ทั้งสองคนอยากได้ไอติม...
แต่ไอติมมีแท่งเดียว ลูกค้าประจำโต๊ะนึงในร้านไอติมซื้อให้โต เพราะเห็นว่าน่ารักดี
โตก็ว่า เขาได้ไอติมนี้มาก่อน
แว่นก็ว่า โตนั้นอ้วนแล้วแถมเป็นเด็กไม่ดี ไม่ควรได้กินไอติม
ทั้งสองคนเถียงกันเอง แว่นบอกให้โตวางไอติม
โตบอกว่าโตไม่วาง โตได้มาแล้วทำไมต้องวาง

ยืนเถียงกัน แว่นยืนขวางหน้าร้านไอติม ผู้จัดการร้านเดินออกมาบอกว่าให้หลบไปหน่อย มันขวางหน้าร้าน
แว่นบอกว่าไม่หลบ จนกว่าจะได้ไอติม... อ้าว... ซะงั้น

ผู้จัดการร้านก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกเด็ก
ทั้งโตทั้งแว่นบอกว่าจะไม่ต่อยกัน เพราะทั้งสองคนบอกว่าตัวเองเป็นเด็กดี
แต่ยืนเถียงกันไปซักพักก็มีเด็กสองสามคนวิ่งมาตบหัว โตกับแว่น
แต่ทั้งสองคนไม่มีใครยอมรับว่า เด็กพวกนั้นเป็นเพื่อนของตัวเอง

เถียงไปพักใหญ่ ไอติมแท่งเดียว อากาศก็แสนร้อน มันก็ละลายครับ ละลายไปเรื่อยๆ
ร้านไอติมที่จะเป็นที่ๆทั้งสองคนสามารถซื้อไอติมได้ ก็โทรม เลอะเทอะ
คนที่จะมาอุดหนุน ก็ไม่กล้าเข้า เพราะเด็กสองคน ยืนเถียงกันเป็นเดือน
ไม่ไปเรียนหนังสือ ไม่ไปช่วยพ่อแม่ทำงาน

ไอติมในมือก็ละลายจะหมดแล้ว ไอติมในร้านก็จะบูด
เพราะเจ้าของร้านต้องปิดร้าน เพราะไม่มีลูกค้าเข้า

ไม่อยากให้บ้านเรากลายเป็นร้านไอติมเลย... น่าเบื่อหน่าย
ไม่ชอบทั้งแว่น ไม่ชอบทั้งโต

กูแค่เป็นลูกค้าร้านไอติมนี้ ทำไมกูต้อง เดือดร้อนด้วย

ทำไมต้องมาทำลายร้านไอติมกรูด้วย

.... อ้อ ลืม... ผมไม่ชอบกินไอติม....




 

Create Date : 29 เมษายน 2552    
Last Update : 29 เมษายน 2552 12:47:37 น.
Counter : 212 Pageviews.  

1  2  3  4  

คิด (KID)
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add คิด (KID)'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.