All Blog
วันวานที่ผ่านไป
หลังจากหายหน้าหายตาไปนานจากการบิน เดี๊ยนก็ไปสร้างวีรกรรม ณ ต่างแดนเช่นเดิม แต่ก็ไม่ได้อัฟบล็อกเพราะห่วงแต่แบกของกินแทนที่จะเอาเจ้าคอมตัวจิ๋วไปด้วย จะเม๊าท์เป็นภาษาฝรั่งมันก็ไม่มันส์สิคะคุณๆ กลับมาพร้อมหัวใจเหี่ยวๆแต่นมเนิมไม่ได้เหี่ยวตามไปด้วยย่ะ น้ำหนักขึ้นไปหลายกิโลหลังจากสามเดือนผ่านไปเพราะความสุขมันจุกอก แต่ตอนนี้น้ำหนักลดลงสามกิโลในสองอาทิตย์


ไม่ได้ร้องไห้อีกแล้วเพราะไม่อยากเห็นคนรอบข้างเศร้าตามไปด้วย แต่เรายังคุยกันดีอยู่เหมือนเพื่อนรู้ใจคนนึง แต่ถ้าจะให้กลับไปคืนดีหรือคิดเรื่องแต่งงานกับใครอีกคงคิดหนัก อีกอย่างที่หายเศร้าเร็วเพราะได้ยาดีเป็นคนปลอบใจขโยงนึง แต่ไหงยังคงเป็นพี่แขกกับฝรั่งหว่า เดี๋ยวจะหาว่าชอบแต่ของนอกเหมือนที่โดนเพื่อนมันด่า ก็ชาติเดียวกันมันไม่มีเข้ามาในชีวิตสักคนเดียวเลยนี่หว่า เอาเถอะเดี๋ยวแม่คนสวยข้ามแดนจะเล่าเรื่องเมืองนิวยอร์กผ่านอาชีพคนเป็นแอร์ให้ฟังนะ





ก่อนขึ้นไฟล์ก็สายตาไวไปเจอเข้ากับสาวชุดแดงขนาดมินิ มองไปมองมาจะเป็นใครไปได้นอกจากยัยเต่าเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนม.ปลาย สตรีวิทย์ห้องเยอรมัน หล่อนดูเปลี่ยนไปใบหน้าเก๋ไก๋ขึ้นเยอะ พอได้เมาท์พอประมาณก็ได้รู้ว่าตอนนี้เพื่อนเกลอได้เป็นกราวด์ที่ลุฟฮันซ่ามาเกือบ 5 แล้ว เต่าดูอัฟเกรดขึ้นถึงจะไซส์เท่าเดิม แต่งหน้าซะเช้งขนาดแอร์บางคนยังสู้ไม่ได้เลย


ไอ้เรื่องเมคอัฟเนี่ยนะ เดี๊ยนจนปัญญาจริงๆคันปากที่จะบอกเพื่อนร่วมงานหรือรุ่นน้องบางคนให้แก้ไขหน่อย เพราะอีเจ๊แต่งแบบงิ้วหน้าวัดข้างบ้านมากเหมือนมันรับจ๊อบสองที่เลย บอกไปก็หน้าเป็นตูดใส่กรูอีก ทีผู้โดยสารแอบหัวเราะหล่อนไม่อายแต่ชั้นไม่เอาด้วยนะ เลยต้องใช้ยุทธการยืมมือเชือดจากป้าๆเพอร์เซอร์ทั้งหลาย พูดดีๆไม่ชอบต้องรอให้น้ำตาซึมก่อน นี่เป็นหนึ่งในวิธีปราบเด็กสก๊อยค่ะคุณๆ เอาล่ะต่อๆๆๆ








แหม...นั่งเป็นผู้โดยสารนี่มันให้ความรู้สึกดีจริงๆค่ะคุณ ไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งสิ้น แถมไฟล์นั้นคนเกือบเต็มแต่โชคดีเป็นของเดี๊ยนที่ได้นั่งมันคนเดียวสามที่ไปเล้ย เพราะต่อยาวไปถึงอเมริกาเลย


ฟังมิผิดดอกค่า ไฟล์นั้นเดี๊ยนต้องเปลี่ยนเครื่องไปนิวยอร์ก ก่อนกลับมาลาออกให้มันสะใจพี่แขกเล่น สวยไม่พอขอวันหยุดมันเพิ่มมันก็ไม่ให้แถมพูดจาเลวๆด้วยอีก มันก็ต้องเจอแอร์รับจ้างหน้าตาบ้านๆอย่างเดี๊ยนไปลูบคมหอกหักๆของมัน ว่าแต่เดี๊ยนเอาคืนน้อยแล้วนะ ยังมีคนทำมากกว่านี้อีก เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง





ครัวด้านหลังเป็นที่สิงสถิตของลูกเรือรุ่นเดอะ ซึ่งสังเกตได้ว่าไม่เคยมีการปิดม่านเลยนอกจากจะละหมาดหรือแอบทำอะไรสักอย่าง....เป็นที่รู้กัน ถ้าเป็นสายการบินแห่งชาติหรือที่อื่นเขาปิดหมดค่ะคู๊น
อ่ะดูซะให้พอ





นี่เป็นซีเนียร์Crew ซี้เดี๊ยนที่คุมแกรี่ด้านหลัง เพราะงั้นเลยโดนจิกไปเม้าท์พลางกินพลางด้านหลังเครื่องตลอดหลายชั่วโมงเลย
และพ่อหนุ่มเหลือน้อยคนนี้เองคุณๆก็จะเห็นอีกทีในนิวยอร์ก และก็เป็นคนที่จัดการหาห้องว่างจากเพื่อนลูกเรือให้เดี๊ยนและพี่สาวตัวกลมไปซุกหัวนอนอยู่สองคืน ไม่งั้นกระเป๋าเราสองพี่น้องคนแบนแต๊ดแต๋ไม่มีอัฐไปช๊อปปิ้งเครื่องประทินโฉมและกกน.ยี่ห้อความลับของเจ๊วิกฯ หรือ Victoria's secret มันทุกวันหรอกเจ้าข้า
(เดินจากโรงแรมไปไม่ถึงห้านาทีเลย ใกล้มาก)


ซื้อจริงๆน่ะไม่เยอะหรอก แต่ไปเดิมชิมลางมันทุกวันที่ว่างเลย แต่น้ำหอมเดี๊ยนก็ไม่ได้ซื้อแถวนี้ดอกค่าเพราะราคามันสูง พวกลูกเรือแขกนิยมไปซื้อร้านขายส่งอีกมุมถนนกันมากกว่า เรียกได้ว่าไม่ต้องต่อราคากันเลยเพราะซื้อกันจนเป็นลูกค้าประจำได้สิทธิพิเศษ และถ้าลองแขกอียิปต์ควักเงินจ่ายแล้วล่ะก็....รับรองว่ามันถูกกว่ากันจริงๆเพราะกิติศัพท์ความงกที่เลื่องลือแค่ไหนคงรู้ๆกันอยู่




นี่เป็นหน้าโรงแรมที่พักในย่านบรอดเวย์ ซึ่งเป็นดงเกาหลี เพราะงั้นก็เลยฟาดอาหารเกาหลีกันแทบทุกมื้อเลย เอร็ดอร่อยสบายท้องกว่ากินอาหารอเมริกันหรือเคบัฟของพี่แขกอียิปต์ริมถนนเมืองมะกันตั้งเยอะ อย่างน้อยก็ไม่ท้องเสียล่ะฟะ ลองมากินสเต๊กแขกแทบทุกมื้อเป็นปีๆแล้วจะรู้ว่าเวลาเข้าไปซิสเล่อร์มันให้ความรู้สึกเยี่ยงไรพี่น้องครับ









สนนราคาห้องเล็กนี้ราคาลูกเรือก็ 250 ดอลล่าห์ต่อคืน อร๊ายยยย ทั้งเล็กทั้งแพง ดีที่ได้อยู่ฟรี มันมีก็ใหญ่กว่านี้หน่อยนึงแต่แหม...ห้องชาวบ้านเค้า
แต่คืนที่สามนี่สิต้องระเห็ดออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว เพราะคุณพี่สาวต้องกลับไปทำงานต่อที่แมรี่แลนด์



หลังจากเดินสำรวจรอบๆก็เจอโรงแรมที่ไม่ไกลนักจากที่เดิม เพราะว่าไม่สะดวกจะไปไกลๆถ้าต้องกลับมาขึ้นไฟล์กลับพร้อมลูกเรือทีมใหม่ โรงแรมสามดาวประมาณ 120 ดอลล่าห์ที่ควักเนื้อจ่าย











สมเป็นเมืองที่ไม่มีการหลับไหล แต่เดี๊ยนเห็นแล้วเสียดายเงินค่าไฟจริงๆให้ตายเถอะ และแล้วอาหารมื้อแรกของคืนนั้นก็เป็นอาหารจีน หลังจากที่เดินจนเกือบจะหลงทางและร้านต่างๆก็จวนเจียนจะปิดแล้ว เราทั้งสามก็เข้าไปในร้านอาหารจีนเล็กๆแห่งนึงที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวราวกับรู้ว่าเราหิวแทบกินยัดทะนานได้




อาหารทุกอย่างที่เราสั่งกันมาไม่มีส่วนประกอบของหมู เพราะเกรงใจบอดี้การ์ดที่ไปด้วย






อันนี้ไม่เกี่ยวกับการตอแหลได้โล่ของเราสองพี่น้องนะ แต่ว่าเฮียเจ้าของร้านประทับใจที่เราทั้งคู่เม้าท์ภาษาจีนกับแกและอาเจ๊แคชเชียร์ศรีภรรยาแกได้ รวมถึงลีลาการใช้ตะเกียบที่แกว่าเราใช้คล่องกว่าแกทั้งที่เมดอินไทยแลนด์เฟ้ย มิใช่จงกั๋วเหริน เลยได้ปฎิทินจีนสิบสองราศีที่แกอุตส่าห์วิ่งไปเอาหลังร้านให้เป็นการตอบแทน

ได้ยินเรื่องนิวยอร์กมาเยอะในทางลบ แต่พอมาสัมผัสวันแรกก็มีเรื่องดีๆซะแล้ว


ตอนแรกเดี๊ยนลืมให้ทิปเพราะคิดว่าเป็นร้านแบบบริการตัวเอง สุดท้ายอาหารที่สั่งก็ต้องขอถุงมาใส่กลับไปกินเนื่องจากสั่งมาเยอะเกินไป
อาเฮียเจ้าของร้านแกก็ดีใจหายกุลีกุจอเอากล่องมาใส่ให้ พร้อมถามว่าอร่อยรึเปล่า เราทั้งหมดตอบพร้อมกันว่า "สุดยอด" แต่กินไม่หมด
เดี๊ยนเลยแอบยื่นให้แกแบบธรรมเนียมแขกไป 5 ดอลล์แต่แกยืนยันไม่รับทิป

แต่ก็ยืนยันให้แกจนได้พร้อมทั้งคราวหน้าจะมาอุดหนุนใหม่ค่า




เล่าต่อคราวหน้านะ




Create Date : 04 มิถุนายน 2551
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 1:53:42 น.
Counter : 252 Pageviews.

1 comment
ไม่ต้องแต่งงานก็สวยหน้าเด้งเป็นเจ้าสาวได้เฟ้ย

หลังจากร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าเพราะกลายเป็นหม้ายขันหมากซะงั้นก่อนวันแต่งเดี๊ยนอีกไม่ถึงสามเดือนข้างหน้า .......เสียใจจนพูดมิออกดอกพิกุลไม่ร่วงมาหลายเพลา

ตอนนี้ก็กลับมาอยู่บ้านเรา ณ ไทยแลนด์ แดนรถติดได้เกือบหนึ่งอาทิตย์ละ หลังจากหอบเสื้อผ้าแบกตำราไปเรียนภาษาที่เมืองเบียร์ได้สามเดือนเพื่อทบทวนไอ้ที่เรียนมาสิบสองปีสมัยยังเอ๊าะ กะว่าพร้อมเพื่อเริ่มงานใหม่เต็มที่ในยุโรปถ้าย้ายสัมโนครัวไปอยู่เมืองหอนแลนด์


สุดท้ายก็กลับมารักษาแผลใจบ้านเราดีกว่าเพราะนายฝรั่งมันโลเล เดี๊ยนไม่อยากเลี้ยงสามีด้วยลำแข้งถ้าอยู่กันไป ถ้าไม่พร้อมแล้วกระแดะขออีแอร์แต่งงานไมฟะ

ตอนนี้ก็เลยต้องมานั่งตกงาน แถมต้องไปขึ้นศาลฟ้องสายการบินห่วยๆที่ไม่ยอมจ่ายเงินเดือนที่เหลืออีกสองเดือนสุดท้ายอีก


ตอนนี้เซ็งจัด วันๆเลยนั่งขัดผิวให้มันเด้งต้อนรับความเป็นโสดซะหน่อยระหว่างรอเรียกไปเป็นอีแอร์อาหรับที่ซาอุ หรือไม่ก็งานกราวด์ลุฟฮันซ่า
เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็สมัครสอบชิงทุนโลจิสติกมันอีกอันนึง เสียดายแต่กลับมาไม่ทันสัมภาษณ์แอร์แขกอินเดีย มิฉะนั้นคงได้มีลุ้นไปตอแหลอยู่มุมไบพร้อมเพื่อนร่วมรุ่นที่แอ๊ปหลอกแขกสมัครเป็น Inflight Manager ด้วยก็ได้


นับถือจริงๆจะโกงประสบการณ์เป็นแอร์เฟริสคลาสทั้งที
ไหงแม่จุกบี้ศรีอีสานของชั้นดันตกม้าตายกับคำถามเรื่อง Cheese บนไฟล์ได้หว่า เดี๋ยวเจ๊จะอธิบายให้ฟังเรื่องชีส อาหารแซบหลายของบรรดาชาวแขกและพวกฝรั่งดองคราวหน้าละกันนะ ไม่ค่อยได้เสริฟชั้นหนึ่งแต่ก็รู้ย่ะ เพราะอดีตคนข้างตัวนั่งแด๊กเข้าไปทุกวัน และอาหารตูบนไฟล์ก็ชีสทั้งนั้น แถมตอนอยู่เยอรมันตาฝรั่งเศสเพื่อนร่วมชั้นก็ดันเอาเรื่อง
ชีสคอมมองแบร์ มาโชว์อีก


เม้าท์มานานละ นี่แหละรวมสูตรหน้าใสผิวสวยเลือกได้ของเดี๊ยน และเพื่อหุ่นที่ฟิตก้นที่เฟริม


"สูตรขัดผิว"

น้ำมะขามเปียก ,ขมิ้น ,ไพรสด ,นมสด(ตราหมี),น้ำผึ้ง พอกทิ้งไว้ พอเริ่มแห้งก็ถูออกเบา ๆ

ประมาณ 10 สัปดาห์ทำอาทิตย์ละ 1 ครั้ง

แต่ถ้าอยากให้เก็บได้นาน ต้องเอาส่วนผสมทั้งหมดไปต้ม
จากนั้นก็ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วก็ใช้เสร็จ เก็บเข้าตู้เย็น ที่สำคัญ สิวเสี้ยนจะหลุดออกง่าย ถ้าอยากให้หน้านุ่มก็ใส่น้ำผึ้งเยอะหน่อย

นอกจากนั้นยังประยุกต์สูตรนี้เอามาใช้กับโยเกิตร์ หรือผงกาแฟก็ยังได้ ก็คือใส่ทุกอย่างตามเดิมยกเว้นนมสดเท่านั้นแหละ




"สูตรลดต้นแขน"

ยืนขึ้นแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อยชูมือขึ้นเหนือศรีษะแล้วเอียงไ ปทางด้านซ้ายค้างไว้เอียงไปจนรู้สึกว่าต้นขา เอว และต้นแขนตึงแล้วนับ 1- 10
แล้วเปลี่ยนมาทางก้านขวานับ 1-10 แล้วเปลี่ยนมาชุมือขึ้นตรงตรงเหนือศรีษะและก็นับ 1-10 แล้วก็ก้มลำตัวไปทางด้านหน้ายื่นมือไปทางด้านหน้าให้ต้นแขนและช ่วงรักแร้ตึงและนับ 1-10 ทำซ้ำวนไปให้ครบ 10 ซ้ำ

และทีนี้มาลดต้นขากันบ้างเน้อ


ยืนหาที่จับที่อยู่ด้านหน้า ให้ที่จับอยู่ระดับเอวถึงอก เริ่มใช้มือจับที่จับยกขาซ้ายไปทางด้านหลังค้างไว้ให้ต้นขา สะโพก และเอวมีความตึง นับ 1-10 และเปลี่ยนเป็นห้านขวาทำสลับกันไปให้ครบ 10 ทั้งสองข้าง






"สูตร 3วัน ผิวสวย ลดพุง"

มื้อเช้า นมสด1แก้ว

มื้อเที่ยงสุกี้ผัก ผัก ๆๆๆ ไม่มีหมู ไก่ นะคะ

มื้อเย็น โยเกริต 1 ถ้วย

พยายามทำให้ครบ3วันนะคะ สู้ๆๆๆ





"8 วิธีสวยด้วยน้ำผึ้ง"

1. นำน้ำผึ้ง 3 ช้อนผสมกับน้ำส้มสายชูหมักแอ๊ปเปิ้ล (หรือ Apple Vinegar) 3 ช้อนชา ผสมน้ำเปล่า 1 แก้ว ดื่มทุกเช้าหลังตื่นนอนและระหว่างมื้อเป็นประจำทุกวัน จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและสดชื่น

2. หน้าแห้งแตกเป็นขุย สาวที่มีผิวหน้าแห้งกร้านเหมือนอีสานแล้ง ควรทำเป็นอย่างยิ่ง นำไข่แดง 1 ฟอง และน้ำผึ้ง 1ช้อนผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

3. น้ำผึ้งสยบสิ้วเสี้ยนบนใบหน้า หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นนำกล้วยหอมครึ่งลูก บดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก น้ำผึ้งมีเอนโซม์ที่ทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นนุ่มนวลขึ้น และยังบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ด้วย

4. ผมหยาบกระด้างเกินเยียวยา ต้องลองสูตรนี้ หลังสระผมเสร็จ นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมผมแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมคุณจะนิ่มและเงางามดุจเส้นไหม

5. ใครที่นอนไม่หลับ ผสมน้ำผึ้งกับน้ำอุ่น หรือนมร้อนดื่มก่อนนอน จะช่วยให้คุณหลับสบายขึ้น

6. สครับหน้าแบบง่าย ๆ เพียงนำน้ำผึ้งผสมกับแอ๊ปเปิ้ลมาปั่นรวมกัน ทาให้ทั่วใบหน้า พร้อมกับนวดเบา ๆ ความหยาบของแอ๊ปเปิ้ลจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้ออกไปให้ผิวหน้า สดใสเปล่งปลั่งขึ้น

7. สูตรไล่ตีนกาออกจากหน้า นำแครอท 1 หัวเล็กมาปอกเปลือกและปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที ริ้วรอยตีนเป็ดตีนกาทั้งหลายจะค่อย ๆ โบยบินออกจากหน้าของคุณในเร็ววัน

8. เสียงใสเหมือนระฆังเงิน หากใครเกิดอาการเจ็บคอ รู้สึกคอแห้งเสียงแหบร้องราคาโอเกะไม่สนุกละก็ เพียงผสมน้ำมะนาว 1 ลูก + น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ + น้ำเดือด 2 ช้อนโต๊ะ จิบบ่อย ๆ แก้เจ็บคอ แต่หากกินไม่หมดก็นำมาทาหน้าได้ด้วย ทาทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผิวหน้าจะขาวใสและเต่งตึงขึ้นทันตาเห็น

ขอให้หุ่น สวยสุภาพดีกันถ้วนหน้าจ้า เดี๋ยวเพิ่มสูตรก้นสวยกับอกเด้งคราวหน้าละกันนะ วันนี้เดี๊ยนง่วงเพิ่งกลับมาจากบางแสน ขนลุกไม่หาย
ชายหาดอะไรฟะแมลงสาปเยอะเป็นบ้าตอนกลางคืน เหมือนหน้ารามเป๊ะเลย โอ๊ยยยย...กลัวอ่ะ



***ให้เครดิตเต็มๆกับห้องโต๊ะเครื่องแป้ง จากพันธ์ทิพย์นะ



Create Date : 16 พฤษภาคม 2551
Last Update : 25 พฤษภาคม 2551 2:56:35 น.
Counter : 292 Pageviews.

4 comment
Class presentation

"Benimmregeln für das Land des Lächeln"






Thailändische Dame mit der traditionalen Kleidung












Durchschnitt Vorstellung :

  • Thailand liegt im Südostasian.



  • Es gibt 71 Städte.



  • Die Hauptstadt ist Bangkok, wo der 27ste größte Stadt der Welt mit 10.230.622 Einwohnern.



  • Insgesamt hat Thailand eine Fläche von 513.115 km²



  • Die offizielle Sprache ist Thai.




Thailändische Bevölkerungszahl ungefähr 60 Milionen.






Die nationale Religion ist Buddhismus.





Von der lokalen Produktionen zu der weltbeühmten Ausfuhr





Jasmin Reiz



Exotische Früchte




Durien




Rambutan






Mangostien





Longan und Longgong





Pomelo








Tamarinde




Mafüng





Kokospalme






Drachenfrucht






Populäre leckeren Rezepte








Tom Yum Koong






Käng-Somm oder Sauere Suppe mit der Krabbe und Gemüse






Süßes sauere Hühnchen







Grüne Currie mit Fischball











Papayasalat













Kra-Praow-Kai oder gebratene Hühnchen mit Paprika und Basilikum







Meeresfrüchtensalat









Fleischsalat








Tom Kha Kai oder Hühnchen Suppe mit Kokonußmilk und Zitronen







Singha Bier,das ein berühmtestes Bier in Thailand.





Der nationale Sport






Boxen












WAS DARF/ SOLL/ KANN/ MUSS MAN IN THAILAND MACHEN?
bzw sagen & was night?




Kleidungen :

  • Tragen Sie Ihre "BH" immer , wenn Sir auswärts gehen!!









Das Wetter ist zwar heiß, aber tragen Sie mehr Kleidungen!!!!







  • OHNE SANDALEN bei offiziellen Gelegentheit !!








  • Küssen Sie sich bitte NICHT in Publikum!!












  • Umarmen Sie sich AUCH NICHT!!!



















  • Hand in Hand ist möglich aber nicht in die vorne der Eltern, VORSICHTIG!!!












  • Während der Unterhaltung mit den Lehrern,sollten Sie nicht stehen mit den sitzenden älteren Leuten.







Mönche :

  • Die Frauen dürfen den Mönchen night direkt etwas geben.



  • Sie dürfen sich night auf die Bank mit den Mönchen setzen und dürfen auch nicht berühren,dadurch zerstören Sie ihr



  • Die erste Bank von der Tür in einem Bus ist immer für die Mönche.










Der König und das nationale Volkslied :



Der König ist der große Held der Thai. Sie werden sehen, dass sein Portrait wirklich überall hängt: auf der Straße und bei den Tempeln.



  • Scherze über ihn sind wirklich tabu.



  • Wenn Sie ins Kino gehen dann beginnt die Vorstellung erst nachdem das Volkslied zu Ende ist und der Promotionsfilm für den König gelaufen ist. Auch müssen alle stehen während das Volkslied läuft.



  • 2 Mal pro Tag,um 8 Uhr morgens and um 6 Uhr abends können Sie das Volkslied überall hören,dann sollten Sie still stenhen und erwarten für 2 Minuten wie die andere Leute.


















Müll :

  • Darf man etwas nicht auf den Boden wegwerfen, sonst muss man 2000 Baht oder 40 Euro für die Strafe bezahlen.



*** Sollten Sie jemendem etwas werfen oder mit Füße auf etwas zeigen. DAS IST SO GROB UND UNHÖFLICH.




เซ็ง, เฮ้อ, เบื่อ, boring, emoticon



Danke schön für Ihre Aufmerksamkeit.



Create Date : 16 เมษายน 2551
Last Update : 17 เมษายน 2551 19:25:29 น.
Counter : 783 Pageviews.

0 comment
เวลาที่เหลืออยู่
และแล้วก็มาถึงโค้งสุดท้ายของอาชีพที่เคยใฝ่ฝัน
สองปีเต็มของการเป็นนางบำเรอบนกำปั่นแขกเหาะรุ่นบุกเบิก
ทุกซอกทุกรูของกรุงไคโร เดี๊ยนเดินกรุยกรายจากที่หลงทางสะเปะสปะจนอีแขกร้านไอติมมะม่วงที่ตารีสสแควร์จำหน้าได้ บวกกับความงกที่ไม่ค่อยอยากเสียเงินค่าแท็กซี่กลับโรงแรมเอง เรื่องของเรื่องคือรำคาญที่ต้องฟังตาคนขับแท๊กซี่บ่นตลอดทางโก่งค่าแท็กซี่ กระทั่งโดนทิ้งลงข้างทางเปลี่ยวๆ อีแอร์ก็ลองมาแล้ว



ทุกวันนี้กระโดดขึ้นรถโรงแรมแล้วนั่งรถเมล์กลับคนเดียวสบายใจดี ค่ารถสิบกว่าบาทก็ไม่ต้องปวดหัว แต่นี่ต้องลองผิดลองถูกมาพักนึงแล้วนะ เดี๊ยนตกรถมาก็บ่อยอยู่เพราะถ้ารถติดไม่ก็วันดีคืนดีคนขับรถมันก็เปลี่ยนเส้นทางซะดื้อๆงั้นแหละ ไอ้เวร.....



คราวหน้าเป็นไฟล์สุดท้ายของเดี๊ยนแล้ว เป็นการสั่งลากรุงไคโรถิ่นเก่าเป็นครั้งสุดท้าย คราวหน้ากรูจะกลับมาอย่างนักท่องเที่ยวเฟ้ย
มีแต่คนทักว่า "ยังไม่เข็ดไคโรอีกเหรอแก"



มันชินซะแล้ว อย่างที่บอกทุกรูที่นี่อีแอร์ตะลุยมาเกือบหมดแล้ว ใครไม่ช๊อปอีแอร์ช๊อปกระจายสินค้าแขก ก็เลือกเอาที่มันสินค้าท้องถิ่นแต่แฟชั่นยุโรปสิยะ เมดอินไชน่าก็ไม่ต้องเอามันกลับมาทวีปเดิม นักท่องเที่ยวพลาดกันมาเยอะแล้ว


คราวที่แล้วเดี๊ยนขอระบายความเครียดด้วยการออกไปเดินเลือกเสื้อโค้ทคนเดียว








อย่างที่เห็น แทบทุกร้านพอๆกันสนนราคาตัวละตั้งแต่ 280 ปอนด์ ไปจนถึง 500 ปอนด์ ถ้าเป็นแบบผ้าคลุมไหล่ขนาดใหญ่มีขนเฟอร์ก็จะถูกหน่อย ประมาณ 150 - 230 ปอนด์ เท่าที่บอกนี่คือข้อมูลจากร้านทั่วไปตามถนนแหล่งช๊อปปิ้งนะ ถ้าไปตามห้างใหญ่ๆก็ตัวละเป็นหมื่นบาท อันนี้อีแอร์ขอติดดินหน่อยดีกว่ามิได้มีว่าที่สามีเป็นคนพิมพ์แบ๊งค์นิ










ตอนนี้ไอ้ตัวเล็กกลับมาจากแดนมังกรเป็นที่เรียบร้อย ถึงตาเดี๊ยนเปลี่ยนเวรไปตะลอนชีวิตนักเรียนนอกบ้าง ก่อนลาออกอีแอร์ดัดหลังสายการบินแขกด้วยการขอตั๋วบินฟรีไปยุโรปสองสายการบินและบินไปตะลุยราตรีที่นิวยอร์กก่อนสั่งลา เอาให้คุ้ม นอกจากนั้นยังเบิกค่าทำฟันรอบใหม่และทำเรื่องรับเงินเคลมค่ากระเป๋าเดินทางที่หายได้มาสามร้อยดอลล่าห์ แต่ว่าพูดถึงมันก็ไม่คุ้มกับการรอคอยมาห้าเดือนและของที่อุตส่าห์เลือกซื้อหายไปยกกระเป๋าแบบนั้น



สรุปว่าเดี๊ยนจ่ายค่าตั๋วไปกลับบินตรงกรุงเทพ-อัมสเตอร์ดัม-กรุงเทพ ราคา 1910 บาทจากสายการบินเคแอลเอ็ม และตั๋วกันเหนียวอัมสเตอร์ดัม-กรุงเทพ ราคา 1440 บาทจากต้นสังกัด ยังแปลกใจอยู่ว่าทำไมขากลับอย่างเดียวไหงมันแพงจังฟะ อีกทั้งต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ถิ่นเดิมไคโรอีก


ที่มันดูยุ่งยากและถูกแทบใจหายเพราะว่ามันเป็นตั๋วสแตนบายน่ะสิยะ ถ้าคนเต็มหล่อนก็อดขึ้นว่าง่ายๆ



เที่ยวนี้อีแอร์ต้องแบกชุดเจ้าสาวเป็นสุ่มอันเบ้อเริ่มไปด้วย เพราะอยากเสร่อถ่ายรูปเอ้าท์ดอลแบบประหยัดแต่เน้นวิวสวยกับเขาบ้าง

คงทุลักทุเลแต่กรูสู้ตายเฟ้ย




ช่วงนี้ยุ่งอยู่กับหนุ่มหัวเกรียนหน้าหล่อ เพอร์เซอร์แอร์อิตาลีที่ตามเดี๊ยนมาจากแดนฟาโรห์ ไม่ใช่อะไรก็มัวแต่ตะลุยซื้อของกับคุณชายจนเข็ดการช๊อปปิ้งไปอีกนาน
ไม่เคยเห็นผู้ชายซื้อของได้ทั้งวันทั้งคืนต่อราคาไม่บันยะบันยังขนาดนั้นนอกจากพี่แขกเลยให้ตายเหอะ






Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2551 3:39:25 น.
Counter : 224 Pageviews.

3 comment
วีซ่าเชงเก้น......เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา
ตอนนี้สติล่องลอย อดนอนมาข้ามวันข้ามคืน

เก้าโมงเช้าวานนี้เดี๊ยนออกจากบ้านไปบินรูทปักกิ่ง เครื่องออกบ่ายโมงตรงแต่กว่ารถลูกเรือจะถึงสนามบินก็เล่นเอาใจหายใจคว่ำเพราะรถบัสเกิดดับเอาดื้อๆกลางถนนถึงสองครั้ง บรรยากาศในรถเล่นเอาอีแอร์เหงื่อแตก
สจ๊วตแขกจักแร้เปียกไปตามๆกัน



แต่โซนหน้าที่นักบินและเพอร์เซอร์นั่งกันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่พวกข้างหลังแอร์รถเจ๊งโบ๊ะก็โบกพัดกันเข้าไป แดดส่องอีกกรู



กว่าจะกลับมาอีกทีก็โน่น ปาเข้าไปเที่ยงคืนสิบห้านาที
ลูกเรือที่รับกลับมาจากปักกิ่งก็โอเค เพราะเดี๊ยนเป็นคนพามาจากไฟล์ไคโรเมื่อวันก่อน ผู้โดยสารก็ประมาณสองร้อยสี่สิบกว่าคนในชั้นประหยัดซึงน้อยกว่าตอนขาออกจากกรุงเทพ
แต่ไม่เรื่องมากและชักสีหน้าเท่า อีแอร์เลยไม่เครียดเท่าไหร่



เอาใจคนและอดทนกับคนอื่นนี่เหนื่อยนะคุณ ยิ่งเจอคนก้าวร้าวเอาแต่ใจตนเองด้วยแล้วแทบตบะแตกเลยจริงๆ เพราะว่าหนึ่งต่อห้าสิบ
จะให้เราใส่ใจหรือจะให้แกล้งลืมอยู่ที่ตัวคุณ และอารมณ์อีแอร์ด้วย
ปกติจะใจดีนะ
แต่อะไรที่วิริสมาหรา สันกลาคีรีมากๆเหมือนอยู่พระราชวังที่บ้านเดี๊ยนก็ไม่เอาด้วย




กี่สิบช่วงโมงแล้วเนี่ยที่ยังไม่ได้นอน ตอนนี้บ่ายสองของอีกวันนึงแล้ว
เดี๊ยนเพิ่งลากสังขารกลับมาจากสถานทูตเยอรมัน


ไม่รอให้ถามแต่ขอสาระแนตอบว่าก็ไปขอวีซ่าอ่ะดิ
ไม่ได้ไปติดใจยามหน้าสถานทูตหรอก ถึงเดี๊ยนจะชอบเครื่องแบบ
แต่กรณีนี้ กรูขอเลือก เข้าใจ๋



เปลี่ยนจากชุดทำงานเป็นชุดคุณป้าแว่น รอเวลาสักสามชั่วโมงได้สัปหงกไปหน่อยเดียวก็ต้องโบกรถไปหน้าสถานทูตที่สาธรใต้แล้ว



เอกสารสามชุดหนาๆที่เตรียมไปประกอบด้วย
ฟอร์มขอวีซ่า (โหลดมาจากเวป) , รูปถ่ายสองนิ้วจำนวนสองใบ , ใบตอบรับเข้าเรียนของสถาบันสอนภาษา, ใบประกันสุขภาพ,
ใบรับรองทางการเงินของตัวเอง, ใบรับรองการทำงานที่ระบุรายรับชัดเจน,
สำเนาหนังสือเดินทาง , สำนองใบจองตั๋วเครื่องบิน



นอกนั้นก็มีเอกสารเพิ่มเติมที่เตรียมไปเองกันเหนียวแล้วก็ต้องใช้หมดทุกอันประกอบไปด้วย GD หรือใบรายชื่อลูกเรือที่เดินทางในไฟล์นั้นๆ
(เดี๊ยนเอาของไฟล์อัมสเตอร์ดัมล่าสุดสองไฟล์ไป) ,
สำเนาบัตรประจำตัวลูกเรือ พร้อมสำเนาใบอนุญาติการบิน, ทรานสคริปของมหาลัย (เอาที่จบป.ตรีวิชาเอกภาษาเยอรมัน), ประกาศนียบัตรภาษาเยอรมันที่เคยเรียนในเกอเธ่ตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2005 ,
ทะเบียนบ้าน (เป็นอย่างเดียวที่ไม่มีใครขอเดี๊ยนดูเลย....แป่ว),
สมุดบัญชีส่วนตัวและสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินเดือน



ที่สำคัญคือจดหมายภาษาอังกฤษทางการที่เดี๊ยนร่างเอาไว้
อธิบายเหตุผลของการขอวีซ่าครั้งนี้และชี้แจงหลักฐานของการเดินทางแต่ละครั้งที่ไม่เคยต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศในเครือเชงเก้นในฐานะลูกเรือ
เพราะเคยโดนให้เขียนอธิบายตอนไปทำเรื่องขอวีซ่าให้พ่อแม่ที่บ้านไปเยือนแดนกังหันลมที่สถานทูตฮอลแลนด์
โดยที่ตัวเองไม่ได้ขอวีซ่าแต่มีชื่อในใบจองตั๋วเครื่องบิน อีกทั้งเจ้าบ้านที่เชิญก็เป็นพ่อของเจ้าตัวดีคู่หมั้นเดี๊ยนเอง ตอนนี้เลยเตรียมตัวมาดี



อีแอร์เดินเข้าไปเปิปคนแรกของช่อง 12 ตั้งแต่ยังไม่มีคนจนเจ้าหน้าที่ผู้หญิงสาวๆชาวไทยมา

ก็โดนซักซะเดี๊ยนเครียดเลยเพราะเจ๊แกจะเอาใบยืนยันการขอพักร้อนให้ได้ ไม่ก็ใบลาออก ( ถ้าออกก่อนจะได้วีซ่าชีวิตก็จบเห่ซิยะ เดี๊ยนเดินทางด้วยตั๋วฟรีนะจะบอกให้ เดี๋ยวอีแขกก็ยกเลิกตั๋วขึ้นมาเดี๊ยนก็ต้องควักกระเป๋าอีกหลายหมื่นสิยะใครจะยอม )



สุดท้ายเจ๊แกก็หายไปสักพัก แล้วกลับมาพร้อมกับนายฝรั่งหนวดเฟิ้มหน้าละม้ายคล้ายพ่อของเพื่อน
กล่าวทักทายเดี๊ยนเป็นภาษาเยอรมันว่า Guten morgen พร้อมประโยคเยอรมันอีกเป็นกระบุงโกย

เดี๊ยนก็ทักตอบพร้อมหัวเราะแก้เก้อ ไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์แต่ว่าภาษาเนี่ยถ้าไม่ได้ใช้นานๆก็คืนอาจารย์ไปหมดแล้วค่ะคุณขา
ขอตอบเป็นอังกฤษแทนแล้วกัน



ลุงหนวดแกก็แย้งว่าเดี๊ยนพูดได้ทำไมไม่พูด เรียนมาตั้งเยอะนี่นาจบเอกภาษาเยอรมันอีกต่างหาก เดี๊ยนก็เลยว่านั่นอ่ะปริญญาใบที่สอง
ถึงจะเรียนเยอรมันมาสิบปีแล้วแต่ก็ยังได้เท่าที่เห็น คนพูดอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
เพราะฉะนั้นก็เลยอยากไปเรียนที่เยอรมันไงยะ

( ใครจะเรียนเกอเธ่ได้นานยืดเยื้อเท่าชั้นหากันไม่ได้ง่ายๆนะเนี่ย
แต่ไม่ใช่ว่าเรียนแล้วจะพูดไม่ได้กันนะ
เมื่อก่อนเดี๊ยนพูดรัวได้ขนาดรับจ๊อบเป็นล่ามได้ตอนเป็นนักศึกษาก็แล้วกัน เกือบได้เป็นตัวแทนไปสอบภาษาเยอรมันโอลิมปิกตอนมัธยม
ตอนนี้ความสามารถในการพูดหายหมดเพราะทิ้งไปนานเลยเป็นปมด้อยในใจมาจนถึงปัจจุบันให้ตายเถอะ)



ลุงแกถามว่าเกอเธ่ที่เมืองไทยก็มีทำไมต้องไปด้วย
เดี๊ยนก็เลยตอบว่าเรียนเกอเธ่มาหกปีแล้ว เฮียถามต่อว่าเรียนล่าสุดตอนไหน


ครั้งสุดท้ายเรียนปี 2005 ที่สถาบันเกอเธ่ที่อินโดนีเซีย
น่าน....แอบโง่แต่กรูโกอินเตอร์นะเฟ้ย



เจ้าหน้าที่คนอื่นเลยมามุงดูเดี๊ยน
ตอนที่โดนย้ายไปสัมภาษณ์ห้อง 10 ก็มีตามมาอีกแหนะ
อาจเป็นกรณีแปลกที่บินไปอัมสเตอร์ดัมแล้วไปเรียนอยู่ที่เยอรมันสองเดือนก่อนจะกลับมาอยู่ฮอลแลนด์อีกเดือนนึง

ทีนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมจดหมายเชิญและเอกสารรับรองจากทางอำเภอไปเพราะจะเป็นภาษา Dutch ทั้งหมด
แต่เอาไปขอวีซ่าที่ประเทศเยอรมันนี มันจะฮาไปไหมพี่น้อง


เฮียฝรั่งก็รับฟังโดยดีหลังจากตั้งคำถามเดี๊ยนว่า มีแฟนที่ฮอลแลนด์ทำไมไม่เรียนภาษา Dutch ไปเลยมาเรียนเยอรมันทำไม แล้วเจอกันที่ไหนไปทำอะไรที่นั่น
มีเพื่อนที่ฮอลแลนด์เยอะไหม
คนท้องถิ่นหรือว่าคนอินโด



อีแอร์ก็เลยตอบว่าเจอกันที่อินโดนีเซียตอนเดี๊ยนเป็นนักเรียนทุน
เพื่อนที่นั่นก็เพื่อนสมัยเรียนทั้งนั้นแหละพวกฮอลแลนด์เต็มไปหมดเลย


พลางย้อนแกว่า อันตัวเดี๊ยนยังไม่ได้แต่งงานพ่อแม่มีอันต้องจับถุงถ่วงน้ำแน่ถ้าไปอยู่กับฝรั่งมังค่า เพราะฉะนั้นเลยเลือกมาเรียนที่พรมแดนเยอรมัน
เวลาที่เหลือจะไปเจอแฟนก็เป็นผลพลอยได้
แล้วก็ไปเรียนเพื่อตัวเองไม่ได้ไปเพื่อใคร วันหยุดคุณชายวางแผนจะนั่งรถไฟข้ามประเทศมาหาเดี๊ยนทุกอาทิตย์ คราวละ ห้าสิบยูโรค่ารถ ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมงจากบ้าน

ดังนั้นถึงเลือกมาเรียนที่ดุสเซลดอฟไง



อีกอย่างเดี๊ยนมีบ้านของตัวเองที่เมืองไทยแล้วก็จะแต่งงานเดือนสิงหานี้แล้วด้วย มัดจำค่าโรงแรมไปแล้วยังไงก็ต้องกลับมางานแต่งแน่

( อันนี้อีแอร์ตอแหล ยังเลือกแพคเกตงานเลี้ยงไม่ได้เลยค่า
เพียงแต่อาทิตย์นี้กำลังจะไปจองห้องที่โรงพยาบาลสงฆ์ )



สุดท้ายหลังจากเวียนเฮดกันพอควร เฮียฝรั่งก็อนุมัติวีซ่าให้แต่ขอให้มารายงานตัวที่สถานทูตหลังจากกลับมาแล้วห้าวันที่ช่องเดิมนี้
จ่ายตังค์สองพันเก้าร้อยสี่สิบบาท มะรืนมารับวีซ่า

ขอระบายความอึดอัดด้วยการกรี๊ดดังๆทีนึง กดดันกรูดีนัก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แห่กๆๆ กรึกๆๆ เป็นลม




อีกสี่เดือนเจอกันรับรอง......งานนี้สนุกแน่








Create Date : 22 มกราคม 2551
Last Update : 23 มกราคม 2551 13:15:46 น.
Counter : 519 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics