All Blog
แก้มปริ
พักนี้ได้วันหยุดเยอะเป็นพิเศษ ซึ่งปกติเดี๊ยนจะได้อยู่นิวาสสถานตัวเองมากสุดก็ไม่เกิน 4 วัน แต่คราวนี้ดับเบิ๊ลมาเป็น 8 วันเลย งงกับชีวิตไม่หาย


คราวนี้จะเหลือกี่ตังค์ล่ะเนี่ย มีเพื่อนร่วมงานมาเพิ่มก็ดีล่ะค่าแต่ว่ามาร่วมแชร์ตารางบินด้วยนี่ก็ไม่ค่อย Happy เท่าไหร่ จะให้เดี๊ยนตบยุงอยู่บ้านก็ไม่หนุกหนานเท่าที่ควร


ว่าจะหาอะไรทำฆ่าเวลาสักหน่อย แต่ไปๆมาๆก็ไม่เลวเหมือนกันที่ได้หยุดยาวๆแบบนี้ เพราะนายตัวดีของเดี๊ยนจะมาเยือน Thailand เร็วๆนี้ พ่อคุณมาแบบโปรแกรม 3 เดือนซะด้วย รู้สึกปลอกคอมันกระตุกๆไงก็ไม่ทราบ


ว่างๆก็พรางคิดโปรแกรมท่องเที่ยวกรุงเทพฯกับทะเลสวยๆ หาดทรายขาวๆซะหน่อย
คาดว่าน้ำหนักคงขึ้นมาอีกหลายกิโล เพราะหวานใจร่างยักษ์และเดี๊ยนมีนิสัยอย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ
อยู่อย่างยาจกไม่ว่า ขอให้ได้กินอย่างราชาเป็นพอ


ไฟล์ที่แล้วมีอันสยิวกิ้วจากขนมจีบหลังไฟล์จากหนุ่มผู้โดยชาวสวิส ถ้าไม่หล่อเด้งเดี๊ยนคงไม่แอบหยิวขนาดนี้
ซีนนี้เป็นของเดี๊ยน หลังจากโดนรัศมีความขาวของสาวแอร์นางอื่นดับมานาน ก่อนหน้านั้นยังไม่วายโดนผู้โดยสารชาวไทยหลายท่านถาม

ผดส "หนูเป็นคนจังหวัดอะไรจ๊ะ"

นังแอร์ "คนกรุงเทพฯค่า"

ผดส "คนกรุงเทพฯทำไมดำจัง"

นังแอร์ "เอ่อ...." ขอโทษ ผิดไปแล้ว


ห่อเหี่ยวทั้งไฟล์เพราะไอ้เรื่องดำๆนี่แหละ ปลอบใจตัวเอง สงสัยคงพักร้อนอยู่พัทยานานไปหน่อย แดดมันแรงนะพี่น้อง



เรื่องที่ทำให้ยิ้มได้นอกจากแกล้งน้องเด็กอ้วนตุ้นนุ้ยชาวจีน ที่หน้าตาละม้ายคล้ายดาราเด็กของวัดเส้าหลินแล้ว (เดี๊ยนอยากได้น้องเค้ากลับบ้านมาก น่ารักน่าหมั่นเคี้ยวดีแท้ แต่เจอเดี๊ยนแกล้งตลอดไฟล์เลยวิ่งกระเจิง ฮิๆๆๆ เจอทีไรจับยัดน้ำโค้กทุกที) ก็เจอพี่ฝาหรั่งผมยาวหน้าหล่อนายนี้ชมว่าสวยที่สุดในบรรดาแอร์ทั้งหมดบนไฟล์เลย (แน่สิยะ บนนี้มีแต่ป้าแก่ทั้งนั้นเลย บินมา 11-25 ปีขึ้นทั้งนั้นเลย)


กลับบ้านเหนื่อย แต่อารมณ์ดีค่า



Create Date : 21 สิงหาคม 2549
Last Update : 21 สิงหาคม 2549 19:11:06 น.
Counter : 261 Pageviews.

2 comment
ขนาดกินเลือกยังเกือบไม่รอด

หายหน้าหาตาไปพักหนึ่งด้วยสุขภาพไม่อำนวย ไม่ใช่ด้วยโรคชราอย่างที่หลายคนแอบเม้าท์


เดี๊ยนโดนหามเข้าโรงหมอที่เมืองสฟิงค์โน่น สาเหตุก็จากอาหารเป็นพิษล่ะค่า อะไรจะซวยบรมขนาดนี้ ค่าอาหารก็มิใช่ถูกๆนะคุณๆเมื่อรวมภาษีและค่าบริการอีก 22 เปอร์เซ็นต์


ก็เอะใจตั้งแต่แรกที่เจอขนสัตว์ ที่ละม้ายคล้ายขนวัวอยู่ในชามสลัดของเดี๊ยนแล้ว อีตาผู้จัดการร้านเห็นเดี๊ยนบรรจงหยิบออกมาจากจาน ก็ทำทีเดินมาดูแล้วก็หยิบขนเส้นนั้นต่อไปจากมือเดี๊ยนราววิ่งผลัด 100 เมตร อีแอร์ก็เป็นงง "สรุป ให้กรูกินต่อใช่มะ"




โฉมหน้าอาหารจานนรกที่ชื่อว่า Tabouleh ที่ทำเดี๊ยนเกือบสิ้นลาย ณ ต่างแดน


วันนั้นก็กะจะไม่ทานเพราะมีนัดหนุ่มไปทานข้าวช่วงค่ำ แต่มันค่ำไปหน่อยเลยรอไม่ไหว ก็คุณพี่แกชอบนัดทานข้าวเย็นซะหลัง 4 ทุ่มนี่คะ เวลาไทยก็ราวตี 2 เข้าไปแล้ว ถ้าเป็นสาวอื่นก็คงหลับตาไปทานไปล่ะค่ะ


ช่วงเวลาหลัง 4 ทุ่มไปแล้วเป็นเวลาที่หนุ่มๆสาวๆจะนัดกันไปทานข้าวเย็นหรือไปเที่ยวตามผับหรือสถานที่ต่างๆที่เพิ่งจะเปิดให้เค้าช่วงนั้นพอดี เค้าก็จะอยู่ดิ้นกันจนตี 4 ร้านปิดแหละค่าไม่เว้นแม้กระทั่งร้านอาหารจานด่วนหรือร้านเสื้อผ้าที่ปิดเร็วกว่านี้หน่อย แต่ตี 2 เดี๊ยนยังเห็นมีลูกค้าอยู่เลยนะ ซึ่งต่างจากเมืองไทยที่ร้านรวงต่างๆปิดเร็วเหลือเกิน


เดี๊ยนทานข้าวเย็นเสร็จก็ยืนรอรถเมลล์สายประจำ แต่คราวนี้เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แววให้เห็น

ผู้คนเดินผ่านไปมาคนแล้วคนเล่า สายตาไม่ว่าจากคนเดินถนนหรือคนใช้รถประจำทางทั่วไปก็จะจับจ้องลงมาที่เดี๊ยนและซันนี่ที่ขาวโพรนเปล่งประกายจากชุดที่ใส่ รวมถึงผิว (ไม่ใช่ผิวเดี๊ยน) แสดงความเป็นสาวเอเชียเพียง 2 หน่ออยู่มุมถนนแห่งนั้น (ตัวแทนจากชาติยุ่นและมาเลย์ประมาณนั้น)


รอแล้วรอเล่าพลางร้องเพลงจากเอ็มพีโฟร์ที่พกมาด้วยจนแบตเกือบหมด

จนทนไม่ไหวต้องเรียกแท๊กซี่กลับโรงแรม ในราคา 10 ปอนด์ซึ่งไม่มีการกระเง้ากระงอดขอทิปเพิ่มอย่างเคย ทำให้รู้สึกว่า "รู้อย่างนี้เรียกรถกลับเองตั้งนานแล้ว"


ช่วงค่ำก่อนเวลาดินเนอร์ เดี๊ยนได้รับโทรศัพท์จากหนุ่มสจ๊วตที่เคยบินด้วยกันโทรมาทักทายตามอย่างคนรู้จักที่เคยไปเที่ยวเป็นกลุ่มด้วยกันที่กรุงเทพฯ หนุ่มนายนี้มีชื่อเรียกว่า Nezar เดี๊ยนเรียกแกว่า "หนูนิสาร์" เป็นหนุ่มหน้าตาดีคนนึงเชียว และตาคนนี้แหละที่พาเดี๊ยนไปวุ่นวายกับตำรวจที่ประตูน้ำเพราะเข้าใจผิดเรื่องธรรมเนียมการซื้อขายของ เล่นเอาเดี๊ยนมึนหัวตุ๊บๆไปหลายชั่วโมงเลย



นายคนนี้นัดเดี๊ยนมาเจอด้านหน้าของโรงแรมเพื่อทักทายกันไม่กี่นาที เพราะเผอิญผ่านเข้ามาทำธุระในสนามบิน ซึ่งก็ตรงกับเวลาที่เดี๊ยนนัดทานข้าวกับอีกหนึ่งหนุ่มไว้ เดี๊ยนก็เลยตกปากรับคำไปทานดินเนอร์อาหารทะเลวันถัดไปกับนายนิสาร์ โดยที่เวลาต่อมาเดี๊ยนก็ไปตกปากรับเป็นเพื่อนทานมื้อค่ำหนุ่มหัวเกรียนร่างใหญ่เวลานี้อีกแถมพ่วงด้วยนัดดื่มกระชับมิตรกับพี่โคไลอทและกัปตันเคนย่าอีก

ถ้าไม่เข้าโรงพยาบาลซะก่อนสงสัยคงแบนแต๊ดแต๋อยู่ใต้ล้อรถไฟแหงๆ


เล่าให้ฟังขนาดนี้ก็อย่าคิดว่าเดี๊ยนสตอร์เบอร์รี่นะคะ ถ้าถามเดี๊ยนก็ไม่เคยปิดว่ามีนัดกับใครบ้างเพราะไม่ใช่ความลับ บินต่างบ้านต่างเมืองเบื่อจะแย่ถ้าไม่ได้ออกไปไหนหรือมีเพื่อนฝูงไว้ปรึกษาพูดคุย


แต่ที่แปลกกว่าที่อื่นก็ตรงที่เพื่อนที่หาได้มักจะเป็นหนุ่มๆน่ะสิ ไม่มีที่แอบสาวเหมือนสายการบินแห่งชาติเราซะด้วย เพราะฉะนั้นถ้าจะคบกันเป็นเพื่อนฝูงก็เรียกได้ว่าต้องดูซะละเอียดยิบเชียวว่าไว้ใจได้หรือเปล่า

งานนนี้อีแอร์และเพื่อนฝูงเหนื่อยโคตร เจอคนดีๆก็อยากจะไหว้งามๆเชียว ถ้าไม่ดีแป๊ปเดียวลวดลายก็จะออก คราวนี้ก็เอาขาเขี่ยมันไปไกลๆอย่าไปเสียดายเลยค่ะ เพื่อนใหม่ๆดีๆร่วมอาชีพยังมีข้างหน้าอีกเยอะ


ก่อนเวลาทานข้าวเดี๊ยนรถไฟก็ชนกันหนึ่งตู้มซะแล้ว สารถีออกอาการหน้าบูด พูดจาแดกดันจนเดี๊ยนพาลทานข้าวไม่ลง (ก็ตี 2 นะเฟ้ยเวลาบ้านฉัน)

ประกอบกับอาการท้องบวมและมวนท้องโดยไม่ทราบ
สาเหตุ คืนนั้นเดี๊ยนก็ไม่เป็นอันนอนเพราะอาการปวดท้องกำเริบมากขึ้น จนในที่สุดเกือบสว่างประมาณ ตี 4 เดี๊ยนก็เริ่มอาเจียน และมีอาการปวดอย่างรุนแรง


ทนจนถึงเช้าเดี๊ยนก็โทรสายด่วนถึงหนุ่มๆทั้งหลายและวานสาวแอร์ร่วมชาติหนึ่งนางไปซื้อยาตามรายชื่อที่ได้รับจากพี่อี๊ด โคไพลอทหนึ่งหนุ่มในใจเดี๊ยนที่ผู้พิสมัยสาวผิวสี (คงจำกันได้)


รอจนยาออกฤทธิ์อยู่ 2 ชั่วโมงก็ทนไม่ไหวต้องเรียกสารถีเจ้าประจำพาไปโรงหมอของสายการบิน ซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนเพราะเคยไปแค่หนเดียวสมัยเพิ่งตรวจร่างกายเข้าทำงานใหม่ๆ


เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าทำไมหนอชาวบ้านชาวช่องอียิปต์เค้าถึงไม่ค่อยอยากออกไปไหนกันก่อนตะวันตกดิน


แดดตรงหัวตอนเที่ยงวันที่ส่งบรรยากาศความร้อนเพิ่มทวีคูณเข้าไปทุกหนทุกแห่ง รวมถึงภายในรถยนตร์ที่มักวิ่งโดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ ด้วยสาเหตุที่เครื่องรถสู้กำลังความร้อนของแดดที่เผาไม่ได้


เดี๊ยนจากที่อึดอัดหายใจไม่ออกก็ยิ่งรู้สึกทรมานมากๆกับอากาศที่ร้อนระอุอีกทั้งจากลมร้อนที่พัดเข้ามา


แม้พ่อคุณจะช่วยเปิดแอร์ในรถให้แต่เดี๊ยนก็ยิ่งสุกเข้าไปอีกกับลมร้อนๆกว่าปกติที่ผ่านออกมายังช่องแอร์

อยากร้องไห้ก็ร้องไม่ออกค่ะ รู้สึกอยากกลับบ้านมากๆแต่ก็ต้องเอาใจสู้ให้ตัวเองหาย เพราะไม่ได้รับอนุญาติให้กลับบ้านโดยไม่ต้องทำงานหรือนั่งแบบผู้โดยสาร

ที่อื่นจะเป็นแบบนี้รึเปล่าเดี๊ยนไม่แน่ใจ แต่พอรู้ว่ามีทางเลือกแค่หายป่วยให้ทันภายในคืนนี้เพราะต้องบินกลับเมืองไทย หรือไม่ก็ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่ไคโรต่อไปอีก 2 วันโดยไม่มีเพื่อนร่วมชาติให้ไถมาม่าเลย เพราะเจ๊ๆแกขนกระเป๋านั่งเครื่องเป็น Extra Crew ไปเยอรมันนีทั้ง 2 นาง หนุ่มทั้งหลายก็มีไฟล์บินต่อ ครั้นจะกัดฟันอยู่ต่อก็คงไม่มีปัญหาหาอาหารลงท้องได้ด้วยตัวเอง ลำพังเดินไปเข้าห้องน้ำรอบที่ 20 ยังไม่ไหวเลย


หมอหนุ่มอาหรับท่าทางอารมณ์ดีตรวจเดี๊ยนและสั่งยาให้หลายขนานรวมถึงฉีดยาบรรเทาอาการปวดให้ ได้ยินก็เครียดสิคะ เพราะก่อนหน้านั้นได้ยินกิติศัพท์จากสาวแอร์ที่ป่วยก่อนหน้าเดี๊ยนว่าโดนให้น้ำเกลือแล้วเอาเข็มแทงเลือดกระจาย เพราะคุณพี่ไม่บันยะบันยังแถมยังหัวเราะเยาะและฝากแผลเป็นไว้ที่ท้องแขนสาวแอร์ของเราอีก

ถึงคราวตัวเองเดี๊ยนก็หน้าตาบอกบุญไม่รับทั้งไม่ไว้ใจ แถมกลัวเจ็บอีกต่างหาก นอกจากนั้นยังเป็นอึ้งที่บุรุษพยาบาลแกเอาสำลีแห้งๆเปล่าๆขย้ำๆเช็ดๆไปที่ท้องแขนเดี๊ยนราวกับจะปลุกเชื้อโรคให้ตื่นรึยังไงนี่แหละ พลันก็ดันหน้าเดี๊ยนซะหลายแล้วทิ่มจึ๊กลงไป แล้วก็เอาอีสำลีอันเดิมให้เดี๊ยนกดไว้


คราวนี้อัดเชื้อโรคเข้าไปในแผลกรูอีก


ค่าหมอและค่ายาฉีดก็ไม่ต้องเสียอัฐ แต่ค่ายานี่หมอสั่งนี่สิคะ รับผิดชอบเองล้วนๆถึงสายการบินจะเป็นเจ้าของโรงพยาบาล เดี๊ยนอึ้งกับสวัสดิการณ์แบบนี้จนพูดไม่ออก แต่งานนี้หนุ่มสารถีคนดีนอกจากจะฝ่าลมร้อนๆขับรถจากบ้านรับส่งเดี๊ยนร่วม 2-3 ชั่วโมงแถมยังจ่ายค่ายาและพาไปซื้อยารวมถึงเสบียงกรังต่างๆระหว่างทางกลับ ทำให้รู้สึกดีมากๆที่อย่างน้อยเราก็มีเพื่อนแท้ในยามลำบากเหมือนกัน แถมดูแลเราดีกว่าเพื่อนร่วมชาติที่บินด้วยกันซะอีก เดี๊ยนน้อยใจเหมือนกัน แต่ไม่อยากพูดถึงแล้ว


คืนนั้นเรียกได้ว่าโชคดีมากที่ไม่ถึงกับคลานขึ้นเครื่อง ได้ทำหน้าที่ประตู 2L ซึ่งหนักหนาเอาการเหมือนกันกับจำนวนผู้โดยสารที่เต็มลำ ใช้เวลาบินร่วม 9 ชั่วโมง


ไฟล์นี้ไม่โหดถึงแม้ป้าแอร์แก่ๆทั้งหลายจะเยอะ แต่ก็ไม่ได้จิกใช้เท่าไหรนักเพราะมัวแต่เม้าท์กันซะส่วนใหญ่เป็นภาษาอาหรับ


แต่ป้าๆเล่นยืน 4 นางในครัวกลางเดี๊ยนจะเหลือที่ยืนเหรอคะ ก็กระเด็นออกมานั่งจั๊มซีสประจันหน้าท่านผู้โดยอารมณ์ดีท่านหนึ่ง และเป็นคนเดียวที่สังเกตุว่าสีหน้าเดี๊ยนไม่ค่อยดีนัก เพราะอาการเจ็บหน้าอกและปวดท้องรวมถึงคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดขึ้นแทบตลอดเวลาที่บินไฟบนชั้นความกดอากาศที่มีผลต่ออวัยวะภายในเดี๊ยนที่ผิดปกติเป็นทุนเดิม


ความรู้สึกหลายอย่างประดังเข้ามา

"ทำไมกรูต้องมาทรมานเป็น 10 ชั่วโมงบนนี้ด้วยวะ"


เซอร์วิสสุดท้ายเดี๊ยนเป็นคนจัดรถเครื่องดื่มและน้ำ รวมถึงอุ่นอาหาร สจ๊วตแล้งน้ำใจด้านตรงข้ามก็หน้าบูดเป็นตูดลิงที่เดี๊ยนให้แกเอาอาหารที่อุ่นแล้วใส่รถให้เพราะครัวเล็กมากเดี๊ยนเข้าไปไม่ถึงเพราะเป็นช่วงเวลาที่ต้องให้แอร์บิสเนสเตรียมเซอร์วิสก่อน


ตานี่ก็ยัดๆอาหารให้เดี๊ยนแบบไม่ครบ แถมยังแย่งเครื่องดื่มที่เดี๊ยนเตรียมไว้ไปเป็นของตัวเองอีกด้วย
แหนะ ของตัวเองมีสำรองเพียบแต่ของเดี๊ยนไม่ครบ ต้องพูดย้ำ 2 รอบว่าขอน้ำผลไม้ที่เฮียตุนไว้หน่อย ถึงได้หน้าบูดไร้อารมณ์ส่งให้


เรื่องรถเข็นบริการบางสายการบิน สาวแอร์บ้างก็เหมือนมาเดินแบบ ไม่ต้องหยิบจับอะไรมากนัก สจ๊วตจะเป็นคนคอยเตรียมทุกอย่าง แต่ถ้ามัวแต่ให้คนอื่นทำให้ ของไม่ครบต้องเสียเวลาเดินกลับมาเอาอีก นอกจากยุ่งยากแล้วยังมีสิทธิ์โดนนายด่าอีกเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา ก็ต้องเช็คเองทุกครั้งก่อนเสริฟ์แหละค่าใครว่าไม่ไว้ใจก็ช่างเถอะ โดนว่าทีไรไม่เห็นมีใครรับผิดชอบแทนเลย

เสริฟ์ไปน้ำส้มหมด เดี๊ยนขอจากรถแกฝั่งตรงข้ามแก้วหนึ่ง ยังชักสีหน้าโกหกว่าหมดแล้วอีก ก็กรูเห็นชัดๆว่ามึงรินได้อีก 3 แก้วนี่หว่า


กว่าจะเสร็จ เหนื่อยแทบลากเลือด


ทันทีที่เครื่องแตะพื้นเดี๊ยนก็หัวใจลอยไปกับน้ำทะเลแล้ว ตั้งใจว่าจะลาหยุดไฟล์หน้าแล้วเดินทางไปพักผ่อนที่พัทยากับทางบ้านเย็นวันนั้นเลย


ในความเป็นจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเลย เพราะทันทีที่เดี๊ยนแจ้งความจำเป็นในการลาหยุดพักก็โดนบ่นซะหูชา แถมไม่อนุญาติจนกว่าจะได้ใบรับรองแพทย์ ซึ่งผิดจากลูกเรือทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีอะไรรับรองยุ่งยากขนาดนี้ แค่เป็นหวัดยังขอหยุดบินได้เพราะเป็นอันตรายแก่หู


เย็นวันนั้นทันทีที่ถึงบ้านอาบน้ำแต่งตัวเต็มกระเป๋าไปทะเล 1 อาทิตย์เดี๊ยนก็ลากสังขารกระปลกกระเปลี๊ยะไปโรงพยาบาลแถวบ้าน ให้หมอประจำตัวออกใบรับรองแพทย์ให้

คุณหมอก็ดีใจหาย แถมเปลี่ยนยาให้เดี๊ยนอีกต่างหากเพราะเกรงว่าอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะยาจากหมออียิปต์ที่จ่ายให้


แต่กลับกลายเป็นว่าเจ้ายาตัวใหม่นี่แหละที่ทำให้วันต่อมาเดี๊ยนเกิดอาการแพ้จนหน้าตาบวมจนตกใจไปทั้งบ้าน ต้องไปหาหมอเป็นครั้งที่ 3 ในเวลา 4 วันและฉีดยาเป็นครั้งที่ 2


นังแอร์สารรูปก็เหมือนนักชกเพิ่งเสร็จจากไฟล์ป้องกันตำแหน่งมาหมาดๆ หน้าตาบวมปูดเพราะฤทธิ์ยา กว่าจะหายก็เล่นเอาเสียความมั่นใจไปหลายเลย
แว่นดำช่วยชีวิตเดี๊ยนทั้งวันทั้งคืนค่ะ


หลังจากโลกดำมืดด้านหลังแว่นเรแบนสีดำอันใหญ่มาหลายคืน เดี๊ยนก็พอจะถอดแว่นไปลอยหน้าลอยตาตามสถานอโคจรต่างๆรอบเมืองพัทยา ตามร้านหนังสือ ห้างร้านตลาดบริเวณใกล้เคียงตามแต่กำลังชีพจรรองเท้าจะเดินสำรวจไหว


2 วันแรกเท่านั้นที่ครอบครัวมาพักผ่อนด้วยก่อนจะปล่อยเดี๊ยนฉายเดี่ยวเกือบอาทิตย์ ก็ไม่วายสำทับให้ระวังจิ้งหรีดราตรีทั้งหลาย รวมถึงแมลงหวี่ต่างชาติที่เยอะเหลือเกิน


บางรายก็ถึงกับเดินตามมาแจกเบอร์เดี๊ยนทีเดียว

ไม่ได้คิดอะไรมากนอกจากดีใจที่สงสัยหน้าจะหายแล้ว เลยทำท่าจะขายออก หรือคิดว่าเราเป็นจิ้งหรีดหว่า


หนุ่มพุงโลพ่อค้าขายขนมจีบยี่ห้ออาหรับอันคุ้นเคย ถามได้ความว่ามาจากโอมาน ก่อนจะลาจากเป็นภาษาอาหรับให้แกได้อึ้ง ว่าจิ้งหรีดกำมะลอนี้มิใช่ธรรมดา




เกือบลืมเล่า ก่อนขึ้นไฟล์ได้เม้าท์กับลุงกัปตันสายการบินที่ให้เช่าเหมาลำสัญชาติซาอุฯ แต่แกเป็นชาวอิหร่านที่ชอบพ่นเยอรมันใส่เดี๊ยนอยู่บ่อยๆ เหมาว่าแกเป็นเพอร์เซอร์อยู่ตั้งนาน


ก็กัปตันที่ไหนจะพูดจาได้น้ำไหลไฟดับขนาดนั้นแถมไม่แบ่งชนชั้นกันซะอีก เดี๊ยนและสาวๆเอเชียนางอื่นก็เล่นฟังแกคุยเพลินไปบ่อยแทบทุกครั้งที่เจอเลยค่ะ


แกติดใจเม้าท์กับเดี๊ยนเรื่องหัวข้อยอดนิยมเลยคือเรื่องอาหาร เดี๊ยนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารหลังจากเล่าให้แกฟังถึงอาหารต่างๆและสัตว์กี่ประเภทที่เดี๊ยนและเพื่อนๆลองลิ้มชิมรสมา ตั้งแต่สัตว์เลื้อยคลานประเภทงู กิ้งก่า จิ้งจก เขียด กบ ตัวอ่อนไหม หนอนไม้ไผ่ ตั๊กแตน แมลงป่อง เนื้อสุนัข จระเข้ หอยเม่น
จนกระทั่งล๊อปสเตอร์ที่เคยไปชี้เอาตัวเป็นๆที่ฟาร์มมาต้มกิน


บางคนฟังแล้วอาจจะแหวะ แต่ว่าในขณะที่บางคนก็รู้สึกเฉยๆหรือเคยลองแล้วด้วยซ้ำหรือทราบศัพท์คุณเนื้อแต่ละประเภทซะอีก


ก็เม้าท์เมามันส์ถึงความช่างกินของคนเอเชียว่าถ้าไปติดเกาะอย่างหนังเรื่อง Cast away หรือ Lost ก็คงหาของกินได้เป็นชาติแรกแหละค่า แต่เล่ามาถึงช่วงนี้เพื่อนๆทั้งหลายก็ขยาดที่จะไปติดเกาะกับเดี๊ยนซะแล้วกลัวหาของทานไม่ได้ก็จะหันมาหาคนข้างๆแทน คิดกันไปได้


ลุงก.ต.อิหร่านอารมณ์ดีรายนี้ชวนเดี๊ยนไปสมัครสายการบินเดียวกับแกที่ซาอุ โฆษณาชวนเชื่อน่าสนใจเชียวแถมเปิดเว๊ปไซค์ให้ดูเครื่องบินลำจิ๋วที่แกบินประจำอีก แต่งแบบไฮโซเชียวคุณขา มีผู้โดยสารประมาณ 8-10 คน เป็นเครื่องแบบเช่าเหมาลำ บินซะแถบตะวันออกกลางซะส่วนใหญ่ ลูกเรือ 2 ชีวิตรวมกัปตันอีกเป็น 4 ชีวิต บิน 2 เดือนพัก 1 เดือนน่าสนใจดีแท้

คราวนี้ชีวิตนังแอร์คงจะได้เปลี่ยนสีสันกันอีกครั้งกับสังกัดใหม่เร็วๆนี้แหละค่า เอาใจช่วยด้วยนะคะ
ดิ้นรนเพื่อปากท้องค่ะ













Create Date : 14 สิงหาคม 2549
Last Update : 14 สิงหาคม 2549 23:01:53 น.
Counter : 281 Pageviews.

10 comment
เงาดำๆใน Cockpit
เดี๊ยนกินตัดหน้าคุณ Khaled ไปซะละค่ะเมล่อนน่ะ
ลงทุนนั่งรถเมล์ไปซื้อนะเนี่ย อีตาคนขับก็ดันขับคนละทางกับทางเดิม กว่าจะได้เมล่อนมากระแทกปากพยาธิในท้อง ก็นั่งรถไปๆกลับๆ 3 ชั่วโมงครึ่งหมดอารมณ์กินเลย


เรื่องค่าจ้างตอนนี้ก็กระจ่างมากขึ้น แต่จะได้ของเก่าทั้งหมดเต็มจำนวณเมื่อไหรนั้นไม่สามารถจะตรัสรู้ค่า กว่าจะได้เรื่องก็ต้องกระจายกำลังกันไปสาธยายกับนายใหญ่กันถึงไคโรทีเดียว กว่าผู้จัดการการเงินตัวปัญหาทางเมืองไทยจะยอมรับวิธีคิดเงินแบบที่ตกลงในสัญญา


ไฟล์ที่ผ่านมาเดี๊ยนก็โดนงับหัวอีกเช่นเคย แหมน้ำลายเต็มหัวอีกแล้วค่ะท่านๆ โดนหน้าด้วย
ขอบอก แหวะ


คราวซวยของเดี๊ยนเองที่ดันมาทำพลาดทั้ง 2 ครั้งกับหัวหน้าลูกเรือคนเดิม ที่แย่กว่านั้นก็กับกัปตันดำมืดเจ้าปัญหาคนเดิม บอกได้คำเดียว "โคตรซวย"


ก่อนบินก็เฮฮาสนุกสนาน โดยเฉพาะหญิงซันนี่ ที่มีกัปตันชาฮิล หัวเหม่งรูปหล่อ ใบหน้ากระเดียดไปทางยุโรปผสมเลบานีส เดินตามมาคุยด้วยตลอดจนกระทั่งตามติดมานั่งท้ายรถลูกเรือด้วยกัน ผิดวิสัยนายทั่วไปที่มักจะแยกโซนไปนั่งด้านหน้า และก็ไม่ได้มาคุยสนิทสนมออกนอกหน้ามากมายหนาดนี้


ผลพลอยได้ตกมาถึงเดี๊ยนก็ตรงที่ก.ต.รูปหล่อจ่ายทิปเผื่อเดี๊ยนและซันนี่ด้วยน่ะสิฮะ แหม ไม่ได้อยากจ่ายให้เดี๊ยนหรอกแต่ให้คนเดียวมันน่าเกลียดอ่ะดิ รู้หรอก

ทุกครั้งที่ขึ้นรถลูกเรือทั้งทีมจะต้องเรี่ยรายเงินคนละ 1 ดอลล่าห์ให้กับคนขับรถที่ยกกระเป๋าให้นะคะ อันนี้เป็นธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติทุกไฟล์


กัปตันเรียกเดี๊ยนมานั่งด้วย คุยพอเป็นพิธีก็โดนเดี๊ยนจิกกัดพอเรียกเสียงฮา ฉับพลันก็โดนสั่งให้เปิดเสียงเอ็มพี 4 เครื่องโปรดให้ดังๆ เพราะคุณพี่โคแก่จะได้เล็มน้องซันนี่ของเดี๊ยนได้ตามบาย
ไรวะ ไม่เจือกก็ได้ ไปฟัง Buddha bless ต่อดีกว่า


ไฟล์ขาไปลูกเรือดีเลิศ เดี๊ยนก็ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเท่าไหร
เจอท่านผู้โดยหน้าเดิมๆอีก ก็เข้ามาจับมือเดี๊ยนทักทายเฮฮา อบอุ่นดีนะฮะ



และแล้วนรกก็เข้ามาเยือนตอนมาถึงปักกิ่ง

อย่างที่เล่าให้ฟังตอนแรกเรื่องเจ้านายทั้งหลายบนกำปั่นที่เดี๊ยนต้องเผชิญ พูดถึงลูกเรือแต่ละนายแต่ละนางดีๆแบบผิดคาดจริงๆ ซี้ๆกันมาจากไฟล์แรกเมื่อ 3 วันที่แล้ว คราวนี้ก็มาเจอกันอีก ทีมนี้มีอยู่นายนึงหน้าตาเด้งดึ๋งโดดออกมาจากชาติพันธ์ชาวยิปต์ที่เดี๊ยนและซันนี่แอบมองน้ำลายไหลเชียว


ซันนี่บรรยายว่าเคยพบตาคนนี้มาแล้วบนไฟล์ไคโร-ลอนดอน สมัยเป็นแอร์ฝึกหัด
ต๊ายยย ฟังดูหรูล่ะสิ แต่คงไม่ได้บินไฮโซขนาดนั้นแล้วล่ะ


เดี๊ยนทั้ง 2 พอมาเจอบนไฟล์ก็ขอแกมบังคับให้ถ่ายรูปคู่ แล้วก็ตีซี้จนพ่อรูปหล่อหลุดปากว่าครั้งนึงที่เคยบินมาเมืองไทยเกือบโดนสาวเทียมหลอกฟัน เฮียยังเข็ดมาถึงทุกวันนี้ แต่วันนั้นก็ยอมให้สาวนายนั้นนอนในห้องจนถึงเช้าเพราะกลัวเป็นข่าวจากลูกเรือชาติเดียวกันลือไปทั่วบริษัทว่า........แอบ เสียเครดิตหนุ่มอาหรับว่างั้นเหอะ



บางส่วนก็บินกลับไปก่อนเพราะไม่มีตารางต้องแวะปักกิ่ง
ซี้หายไปหลายนาย แต่ก็มีสาวแอร์อาหรับดีๆที่นานๆเจอทีมาแบ่งกันใช้ครีมวิคตอเรียซีเครตทากันระหว่างไฟล์ แล้วก็ปลอบใจเดี๊ยนเรื่องการโดนด่าตลอดไฟล์ หายเซ็งไปได้อักโข


ลุงเพอเซอร์ท้องมานอารมณ์เสียเรื่องที่เดี๊ยนและซันนี่ออกไปนอกเครื่องโดยที่ไม่ได้ขอแกก่อน

ก็ผิดแหละค่าที่ติดนิสัยขอกราวสต๊าฟมาหลายเดือนโดยไม่ได้รายงานนักบินกับเพอเซอร์ เหตุที่พวกแกมักจะบอกว่า I DON"T KNOW แทบทุกครั้งที่ถาม และลงท้ายด้วยการถามทางพนักงานภาคพื้น


สาวสวยอายุอานามไล่เรี่ยกับเดี๊ยนชื่อว่า เสี่ยวหยุน สาวที่มักจะชื่นชอบเครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศไทยซะเหลือเกิน หล่อนก็เม้าท์กับพวกเดี๊ยนเป็นประจำที่
สเตชั่นปักกิ่ง เจอหน้าทีไรหล่อนก็จะถามว่าไม่ออกไปกินกาแฟสตาบั๊คเหรอวันนี้


เดี๊ยนก็อย่างเคย แก้วใหญ่ 27 หยวนสูบคนเดียว แบ่งซันนี่บ้างเล็กน้อย มันแพงนี่คุณพี่ เดี๊ยน Need Energy นะเนี่ย


เรื่องที่ 2 ก็เรื่องประกาศบนเครื่องที่ทำช้า
เพราะล่าสุดดีเลย์ 1 ชั่วโมง ครั้งแรกกัปตันพูดไรฟังไม่ออก กว่าจะถามลูกเรือและกว่าจะแปลเป็นภาษาสวยหรูทั้ง 2 ภาษาแถมยังต้องจัดรถเข็นน้ำบริการผู้โดยสารไม่ให้หงุดหงิดอีก


ลุงเพอเซอร์ก็เกิดอาการรมณ์เสียเพราะกัปตันไม่พอใจที่ช้า เดี๊ยนเลยถูกขู่ฆ่ากินเนื้อในคาร์โก้
แถม I HATE YOU ตลอดไฟล์อีก ไรวะ


อีแอร์ก็สวนกลับ This time you hate me but next time you will LOVE me. ก็ปากดีไปงั้นแหละค่า ก็โดนด่ากลับมาอีกละ หุบปากดีกว่ากรู


เรื่องที่ 3 สืบเนื่องมาจากไฟล์แรกก็คือ ลุงเพอฯ อารมณ์บ่จอยอีกแล้วที่เดี๊ยนไปประกาศพีเอบนเครื่องตอน Turbulence หลังแกพูด แกให้โทรมาขอก่อนพูด
ซึ่งตามจริงก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ปกติมีขอกันซะที่ไหน แต่อีตาลุงนี่ดอดพีเอชั้นธุรกิจกับชั้นเฟริสคลาสทีหลัง แถมใส่ซะ 3 ภาษาทั้งอารบิค อังกฤษ และฝรั่งเศส

อันหลังนี้ไม่รู้ให้เป็ดที่ไหนฟัง ไม่เห็นมีผู้โดยคนไหนหน้ากระเดียดไปทางประเทศแถบนี้เลย กรูละงง


อันสุดท้ายเดี๊ยนก็โดนเรียกไปว่าเรื่องไม่แปลที่กัปตันพูด
แหม ก.ต.คนนี้บ่นมันเหลือเกิน น่าจะจับไปเป็นดีเจมากกว่านักบินนะ


บินแรกๆเดี๊ยนก็แปลหรอกค่า แต่ไปๆมาๆลูกเรือซีเนียร์บอกว่าไม่จำเป็นต้องแปล ให้ฟังและแปลที่เพอร์เซอร์พูดอย่างเดียว ตกลงให้ กรูทำไงเนี่ย บินจนเป็นกิ้งก่าอยู่แล้ว ต้องคอยเปลี่ยนสีตามที่นายชอบ


วันนั้นทำงานไปซะ 15 ชั่วโมงกว่าจะถึงดอนเมืองอีกครั้ง ตาก็แดงเป็นแวมไพล์เชียวคุณๆ
ใส่แว่นดำอย่านึกว่าเดี๊ยนกระแดะขอร้อง ดูดีกว่าเปิดตาค่า


รอรับกระเป๋าจากรถตอนถึงโรงแรมก็ต้องรีบเผ่น เพราะคุณชายกัปตันดำทะมึนมายืนข้างๆ สัญชาติญาณบอกว่า "เสร็จละมึง คราวนี้เสร็จละมึง โดนด่าอีกยกแหงๆ" เดี๊ยนก็ทิ้งซันนี่ไว้พร้อมกับข้อความแล้วโกยอ้าวเผ่นไปรอหน้าโรงแรมเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน


โอ๊ยยยยยย ชีวิตสุดถึกของนังแอร์จบลงอีกวัน



Create Date : 04 สิงหาคม 2549
Last Update : 4 สิงหาคม 2549 4:59:45 น.
Counter : 320 Pageviews.

3 comment
ศึกภายใน
ช่วงนี้ว่างๆก็หาอะไรทำไปเรื่อย เพื่อไม่ให้เบื่อมากเกินไป

ความสุขความทุกข์ของนังแอร์ก็คละเคล้ากันไปตามอัฒภาพ วันก่อนไปเดทอย่างหนุกหนานกับเฮียอี๊ด โคไพลอทมาดร็อคเกอร์สุดเซอร์ของเดี๊ยน

กรี๊ดดดดใจเต้นตึกตักตลอด เล็งไว้นานเพิ่งได้เจอกันอีกครั้งหลังผ่านไปเกือบ 4 เดือน

เพราะฉะนั้นอย่าแปลกใจที่ช่วงนี้อัพบล็อกทีไรจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ มีความสุขไปวันๆกับการแทะเล็มแฟนชาวบ้านไปเรื่อยๆระหว่างรอตัวจริงมาหา

หาแฟนก็เอาที่มันไม่ไกลมากไปนะคุณๆ อย่ากระแดะควานหาซะไกลเหมือนเดี๊ยน ทำใจได้ก็ดีไปแต่ถ้าคิดว่าไม่ไหว อนาคตคงลำบากใจน่าดู






ที่เห็นนี่คือองุ่นไร้เมล็ดลูกเล็กแดนอาหรับที่พบได้ทั่วไป ทั้งพวงนี่สนนราคา ประมาณ 2 ปอนด์อียิปต์ หรือ 16 บาท เท่านั้นเองค่า เดี๊ยนก็เล่นเอารับประทานแทนข้าวกลางวันทีเดียวเพราะขี้เกียจออกไปไหนหลังตื่นนอน เพราะแดดร้อนเหลือเกิน





ส่วนองุ่นแดงไร้เมล็ดผลใหญ่ขึ้นมาหน่อยนี่ก็ราว 3 ปอนด์ ต่อกิโลกรัม ประมาณ 24 บาท หวานกรอบมากมาก ทานไป 2 กิโล น้ำหนักก็ไม่ต้องพูดล่ะทีเนี๊ยะ กระฉูดแบบฉุดไม่อยู่ ต้องยั้งปากล่ะค่าคุณ





อันนี้เป็นสมบัติส่วนตัวสุดหวงของเดี๊ยนที่ต้องสรรหาแบกมาเป็นของฝากทางบ้านบ่อยๆ ซึ่งประกอบด้วยเบียร์ชนิดต่างๆที่ทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอล์ กระป๋องใหญ่ราคาประมาณ 7-8 ปอนด์ หรือ 56 - 64 บาท


รสชาติก็เห็นจะต่างจากเบียร์บ้านเรารวมถึงเบียร์นำเข้าชื่อดังอื่นๆจากยุโรปตรงที่จะแรงกว่า สะใจกระชากลิ้นนักดื่มเบียร์ทั้งหลายนักแล เช่นยี่ห้อ Sakkara gold ที่มีรูปพีระมิดเป็นสัญลักษณ์ หาซื้อไม่ได้ในซุปเปอร์ทั่วไปนะคะ



มีความสุขยิ้มแป้นแล้นได้ไม่นานก็มีเรื่องเครียดกันอีกแล้วกับสายการบินจอมเขี้ยว ที่คงสัญลักษณ์อาหรับกระดูกไว้อย่างเหนียวแน่น เดี๊ยนละเซ็ง


ถ้าตกลงกันไม่ได้ เดี๊ยนและสาวๆแอร์ยกทีมคงได้เป็นข่าวกันตามหนังสือพิมพ์หัวนอกกันบ้างล่ะค่า


เพื่อนร่วมงานสาวไทยแต่ละนางเริ่มมีอาการบาดเจ็บตามร่างกาย เหนื่อยอ่อนกับการทำงานที่บางไฟล์ต้องทำเป็น 2 เท่าที่เวลาลูกเรือชาติอาหรับทำ แถมโดนโกงค่าจ้างอีก ถ้ายืดเยื้อคงมีอันหยุดบินกันทั้งทีมล่ะค่ะ


ไปละ อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเดี๊ยนต้องเผชิญไฟล์นรกไคโรกับลุงป้าลูกเรือกันอีกแล้ว ขอสวดมนตร์ด่วนก่อนออกรบ เจอกันอินชาอัลละ นะจ๊ะฮาบีบี้



Create Date : 26 กรกฎาคม 2549
Last Update : 26 กรกฎาคม 2549 17:37:20 น.
Counter : 660 Pageviews.

5 comment
อุปสรรค
หน้าฝนแบบนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการดีเลย์สำหรับเที่ยวบินที่มีเส้นทางบินมายังภูมิภาคแถบนี้เลยแหละ


บทเพลงที่เกี่ยวกับฝนก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเดี๊ยนอยู่เรื่อย ว่าจะรวมฮิต MP 3 กระหน่ำหน้าฝนไปฟังกับเขาสักหน่อย โดยเฉพาะตอนที่ต้องถ่างตารอลูกเรือต่างชาติ ณ โรงแรมที่นัดพบเป็นเวลานานนับชั่วโมง


ล่าสุดก็อีกแล้วครับท่าน สายการบินที่(ใครมัน)รักยิ่งเลื่อนเวลามาถึงโดยที่ไม่สามารถระบุได้ว่าใช้เวลารอคอยกี่ชั่วโมง


ลูกเรือตัวร้ายก็นอนกันเพลินเลย ส่วนเดี๊ยนก็เป็นลูกเรือนังซินฯที่ต้องนั่งรอคอยพวกมันตื่นอย่างไม่รู้ชะตากรรม


พอดีว่าไฟล์นี้มีลูกเรือที่เป็น Extra crew อยู่ด้วย ซึ่งต้องเดินทางมาเจอกันที่โรงแรมแห่งนี้เช่นกัน เดี๊ยนก็เลยไม่เหงาปากเท่าไหร มีคนคอยนั่งด่า หน้าหงิกด้วยกัน


เจ้าหน้าที่สนามบินก็สุดห่วยไม่ได้คิดจะโทรแจ้งให้มันเร็วกว่านี้เลย ออกจากบ้านเรียบร้อยเพิ่งจะเยื้องกรายกดโทรศัพท์มาบอก แต่ก็ไม่ได้บอกเดี๊ยนหรอกนะคะ ห่วยเอ้ย!!! บ้านกรูอยู่ไกลกว่าทำไมไม่บอกก่อนวะ...แม่งโกรธ


ก็ได้แต่นั่งรอแหงกอยู่ที่โรงแรมอยู่ 3 ชั่วโมง กว่าจะได้ทำงานหน้าก็เกือบบูดซะแล้วล่ะค่า


ขาไปเดี๊ยนทำบิสเนสคู่กับลุงสจ๊วต ที่เดี๊ยนขอเรียกว่า "ไอ้แก่" โกรธมัน เหมือนจะดีตอนแรก แต่ก็โดนอีลุงนี่จิกด่าตลอด เดี๊ยนทำเซอร์วิสยังไม่ครบก็รีบๆให้หยุด จะเถียงก็ไม่ทันมันเพราะพูดเร็วมาก


สุดท้ายท่านผู้โดยด้านขวาทั้งแถวไม่ได้รับแจกหูฟังและรองเท้าแตะ เดี๊ยนก็ต้องรีบมาหาให้ช่วงที่กำลังวุ่นวายอุ่นอาหาร โดยที่ไอ้แก่นายนี้ไม่ได้คิดจะขยับก้นที่เกินขนาดนั้นไปช่วยเลย แถมด่าให้อีก ยังไม่สะใจแกก็พ่นอาหรับมาอีกชุดให้สจ๊วตนายอื่นฟัง เดี๊ยนก็ไม่น้อยหน้า มือทำงานแต่ปากก็ไม่ยอมเป็นใบ้ด่ามันให้ซันนี่ฟังเช่นกัน


เข้าใจว่าไอ้ความเป็นซีเนียร์นี่คือทำงานมาก่อน ก็ยิ่งควรที่จะช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำคนที่เข้ามาทีหลัง ไม่ใช่ใช้คนอื่นระบายอารมณ์ หรือคิดว่าตัวเองเจ๋งทำงานคนเดียวแบบนี้ ทั้งๆที่พูดกันอยู่ทุกไฟล์ว่า one crew one team


นอกจากนี้ไอ้แก่ยังบังคับเดี๊ยนไปนอนก่อนกะแรก ตื่นขึ้นมาก็ยังไม่วายสำทับว่า น้ำผลไม้ในตู้เย็นที่มันจัดไว้ "ห้ามแตะ"


เดี๊ยนก็ อ้าวววว กรูไม่ใช่ลิงนะมึง พูดอะไรสร้างสรรค์ไม่เป็นไงวะ ไม่ให้ยุ่งก็บอกให้รอจนกว่าจะตื่นแล้วทำพร้อมกันสิ


เดี๊ยนบ่นซะจนฟังเผินๆคิดว่าบ่นสามีที่บ้าน เพราะเรียกว่าไอ้แก่ แบบนี้ให้ฟรีแถมบ้านพร้อมที่ดินยังไม่เอาเลยเจ้าค่า ซันนี่ฟังเดี๊ยนพร่ามก็หัวเราะคิกคัก สนุกสนานเพราะยังไม่เจอกับตัวเองไง


ไฟล์นี้นอกจากได้เพื่อนร่วมงานแบบ One (old) man show (ห่วย)แล้ว ยังเจอผู้โดยหน้าบูดอีก

กรูอยากกลับบ้านนนนนนน


โดนผู้โดยสารหน้ามู่ทู่ว่าน่ะสิคะ ก็เรื่องที่เดี๊ยนไปปลุกแกถามว่าจะทานข้าวเย็นรึเปล่า ครั้นจไม่ปลุกเลย ตื่นขึ้นมาไม่มีอะไรกระแทกปากเดี๊ยนก็โดนด่าอีกสิ


ทำไรก็ผิดชีวิตอีแอร์


ตอนเสริฟ์ขนมปังจนหมด บอกไอ้แก่ว่าจะเอาเพิ่ม ก็โดนชายวัยทองคนนี้ตะคอกเอาอีกว่ามันรู้หน้าที่มันดีไม่ต้องมาบอก แต่ยังไม่ย้ายก้นไปเอามาให้นะคะทั้งๆที่หน้าที่ต้องเป็นอย่างนั้น เดี๊ยนไปเอาเองไม่ได้เพราะอยู่ตำแหน่งด้านหน้าส่วนตาคนนี้อยู่ด้านหลังติดครัว


กว่าจะเอาขนมปังผู้โดยสารอีก 9 ชีวิตรอแหงกเลย

เสร็จไฟล์นรกเดี๊ยนก็แทบแย่รบกับชายชราวัยดึกคนนี้


ขากลับก็อารมณ์เดียวกันแต่เปลี่ยนเป็นเจ๊หัวทองจอมจิก แอร์หน้าละอ่อนอย่างพวกเดี๊ยนก็โดนลงเขี้ยวจากยัยเจ๊หมาในคนนี้ ถึงจะทำงานคนละชั้นบริการแต่ต้องใช้ครัวร่วมกัน


คราวนี้เดี๊ยนได้ทำชั้นประหยัด มีท่านผู้โดยสารหน้าคุ้นเคยจากไฟล์คราวก่อนนี้ นอกจากนั้นยังมีท่านผู้โดยฯหนุ่มหล่อชาวอาหรับนั่งประจันหน้ากับเดี๊ยนที่จั๊มซีสด้วย



ซันนี่เพื่อนยากรู้ใจก็ซักประวัติผู้โดยสารท่านนี้ได้ความว่า เฮียเคยเรียนภาษาจีนที่ไคโรแถมยังไปเรียนต่อที่ปักกิ่งอีก 1 ปี ตอนนี้ก็ได้เวลาที่จะกลับไปเป็นอาจารย์สอนภาษาที่ประเทศตัวเองแล้ว


มิน่า สำเนียงนี้เป๊ะเชียว


สุดท้ายซันนี่ก็ยังมีแขวะว่า

" ไหนบอกว่าหล่อไง.....เนี่ยเหรอ" พูดพรางทำหน้าผิดหวัง


เดี๊ยนก็
"เออ.....หล่อของชั้นแล้ว ก็ดีจะได้ไม่แย่งกันไง"


เสร็จไฟล์เดี๊ยนก็กลับบ้านพร้อมเวลาที่ดีเลย์ 3 ชั่วโมงอีกครั้ง แถม ตอนจอดลุงกัปตันก็ดันจอดเครื่องเลยไปอีก ต้องอาศัยรถขนาดใหญ่มาเลื่อนล้อเครื่องบินให้ถอยหลัง


ใช้เวลากว่า 10 นาทีประตูเครื่องจึงจะเปิดได้
ก็เพิ่งรู้วันนี้นี่แหละค่าว่าเครื่องบินมันถอยหลังบ่ได้


งานเสร็จมือเดี๊ยนก็มีอันเดี๊ยงเหตุจากกล้ามเนื้อแขนอักเสบ ต้องรีบแจ้นไปโรงหมอในสนามบิน ไม่อย่างนั้นกว่าจะไปโรงพยาบาลก็คงต้องรออีกวันหนึ่ง นานขนาดนั้นมือคง continue เดี้ยงอยู่อีกหลายวันไม่ได้ทำงานเลี้ยงปากท้องไฟล์หน้าแน่เลยค่า


เกือบลืมเล่า นังแอร์งานนี้โดนสังเวยเล็บสี Navy blue ที่ภูมิใจนำเสนอหนักหนาด้วยใบรายงาน 1 ใบค่า
บางวันบอกสวย บางวันโดนด่า งงว่ะ
คราวที่แล้วห้ามทาสีแดง คราวนี้ให้ใช้สีแดง กรูสับสนนะเนี่ย



Create Date : 14 กรกฎาคม 2549
Last Update : 23 กรกฎาคม 2549 2:30:09 น.
Counter : 230 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  

Uki no Kimono
Location :
Duesseldorf  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อดีตสาวแอร์แดนทะเลทรายที่ผันตัวเองไปเป็น office lady และกลับไปเป็นนักเรียนไทยในต่างแดนเช่นเคย ขอแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินชีวิตแบบชีพจรรองเท้าจากที่เคยผ่านมาทั้ง ๔ ทวีปให้เป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจนะคะ
Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics Myspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter GraphicsMyspace Glitter Graphics, MySpace Graphics, Glitter Graphics