All Blog
กรรมสิทธิ์หัวใจ ตอนที่ ๓๔
ตอนที่ ๓๔



แสงไฟหน้ารถที่สาดกระทบเข้ามาหน้ารั้วประตูอัลลอยด์ของบ้านทำให้ทั้งนางบัวศรีและนายก้านต่างก็ดีดตัวลุกพรึบจากบันไดหินอ่อนทันที 



“นั่นไงๆ มาแล้วใช่ไหมยายศรี กดเปิดประตูเร็วๆซี เร็วเข้า” คนขับรถวัยหกสิบหกปีเร่งทันใด ด้วยรถที่จ่อรอจะเข้ามาภายในและประโยคเร่งเร้าก็ทำให้นางบัวศรีกระวีกระวาดกดรีโมตเปิดประตูรั้วให้พร้อมๆกับที่สองขาก็พาร่างตุ้ยนุ้ยเดินลงบันไดมายืนรออยู่ด้วยความร้อนรน 



เพราะเกือบชั่วโมงแล้วที่เฝ้ารออย่างกระวนกระวาย ใจนั้นคิดไปได้แต่เรื่องร้ายเป็นร้อยแปดจนแทบนั่งไม่ติด! แต่ทว่า... 



“ไม่ใช่รถคุณพีนี่หว่ายายศรี” 



“ฮะ! จริงเรอะ” และเมื่อเห็นชัดว่ารถคันที่แล่นเข้ามานั้นไม่ใช่รถของผู้มีศักดิ์เป็นนายแห่งบ้านสุริยะธาดา นางบัวศรีก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้! 



แต่แล้วเมื่อรถคันนั้นจอดสนิทพร้อมร่างบางคุ้นตาของสาวน้อยคนที่นางเฝ้าคอยการกลับอย่างร้อนใจเปิดประตูลงมา นางบัวศรีก็หายใจเฮือกแล้วถลันไปหาทันที



“เจ้าจิ๊บ!” แม่บ้านวัยหกสิบห้าถลาเข้าไปคว้าวริณสิตามากอดด้วยความโล่งใจ “เฮ้อ! เป็นยังไงบ้างเนี่ยลูกฮึ ไปไหนมา ป้าเป็นห่วงแทบบ้านะ” 



คนถูกกอดได้แต่กะพริบตา พยายามกลืนก้อนแข็งๆที่ขึ้นมาจุกในคอยามเมื่อนางบัวศรีลูบเนื้อลูบเธอด้วยความห่วง กับลุงก้านที่ขนาดดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วก็มายืนข้างๆคอยอยู่



“ป้า...” วริณสิตาเสียงเครือ พูดอะไรไม่ออก



“เฮ้อ...ไปถึงไหนต่อไหนมาเนี่ยลูก ทำไม่โทร.หาป้าสักคำหืม?”



แต่ทว่า...



“พวกลุงกับป้าเป็นห่วงจิ๊บด้วยเขาหรือครับ” เสียงห้าวๆถามดังขึ้นจากประตูรถฝั่งตรงข้าม เด็กหนุ่มที่เพิ่งเปิดประตูรถออกมาดูสีหน้าจริงจังเครียดจัด 



“เป็นห่วง แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้” การนนท์ถาม ปิดประตูรถลงเสียงดังปัง แน่ล่ะ! นางบัวศรีเองก็จำสีหน้าและแววตาแบบนี้ได้ แบบที่ทรงอำนาจ มีพลังเฉกเช่นเดียวกับวันที่เขาบัญชาการช่วยเหลือเมื่อวริณสิตาโดนแก้วบาดนั่นล่ะ! 



“เอ่อ...” ทั้งนางบัวศรีและนายก้านต่างพูดไม่ออก และการนนท์ก็เหมือนจะกรุ่นขึ้นเรื่อยกับอาการอึกอักของคนถูกถาม 



“ว่ายังไง” เขาสาวเท้าเข้ามาหา “เป็นห่วง แล้วป้ากับลุงรู้บ้างไหมว่าจิ๊บต้องเจออะไรกับการถูกปล่อยให้หาทางกลับบ้านเอง!” เด็กหนุ่มชี้ไปยังกระเป๋าผ้ารูโหว่เบ้อเริ่มที่วริณสิตาถือไว้ไม่ยอมห่าง ยิ่งเห็นอย่างนั้นนางบัวศรียิ่งทำอะไรไม่ถูก ต้องคว้าตัววริณสิตามากอดอีกหน



“โธ่! ลูกเอ้ย” นางนั้นบอกไม่ถูก ตอบไม่ได้ เพราะพวกตัวเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องเลยจริงๆ! 

การนนท์ยิ่งดูหงุดหงิดขึ้นไปอีก เด็กหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวา



“แล้วนี่ ตัวต้นเหตุไปไหนซะล่ะ ไม่เห็นออกมาดูว่าจิ๊บเป็นไง รึว่าหลับสบายในห้องข้างบนไปแล้ว”



“การนนท์!” วริณสิตาตกใจกับอารมณ์แรงๆของเพื่อน แต่หนุ่มน้อยไม่สนหรอก การนนท์หันมาบอก



“ขอโทษนะจิ๊บ แต่นาทีนี้เราคงไม่มีสัมมาคารวะหรือเกียรติอะไรจะให้กับไอ้ผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นผู้ปกครองได้ห่วยสุดๆแบบนี้หรอก! วันนี้เราจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องเลย!” 

ใช่! การนนท์ตั้งใจแน่วแน่ว่าคืนนี้เขาจะคุยเรื่องของวริณสิตากับไอ้ผู้ปกครองบ้าๆนั่นให้ชัดแจ้ง! แล้วแสงไฟหน้ารถที่สาดเข้ามาพร้อมกับรถยุโรปคันใหญ่ที่พุ่งปราดเข้ามาในบ้านสุริยะธาดาอีกครั้งทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต้องหันมอง และทันทีที่รถจอดสนิท ร่างสูงใหญ่ของพีรพัฒน์ก็พรวดพราดลงมา



“วริณสิตา!” 



“อ้อ! มาแล้วหรือ” 



แต่สาวน้อยคว้ามือการนนท์ไว้ทันที  



“การนนท์...อย่า...” วริณสิตาว่า ส่ายหน้าน้อยๆเชิงร้องขอ แววตาอ่อนล้า เพราะไม่ว่าสิ่งที่การนนท์กำลังจะทำหรือจะพูดนั้นจะมีสาเหตุมาจากความโกรธเคืองแทนเธอก็ตาม แต่คืนนี้เหตุการณ์หนักๆมันประดังเข้ามาจนวริณสิตาไม่อยากพบปัญหาทุ่มเถียงกันอันใดอีกแล้ว 



“ได้โปรด...อย่า...”



หนุ่มน้อยนิ่งอั้นไปทันใด! เม้มริมฝีปากเข้าหากันอย่างคนอัดอั้นก่อนตัดสินใจสะบัดหน้าแล้วกระแทกลมหายใจออกมาพรืดใหญ่! 



“จิ๊บยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่ตอนเย็น ช่วยดูแลจิ๊บแทนผมด้วยนะป้า ผมไปล่ะ!” ว่าเสร็จการนนท์ก็คว้าประตูรถตัวเองเปิดออก เหวี่ยงตัวเข้าไปนั่งด้านในก่อนกระแทกประตูปิดลงแล้วทะยานรถวนรอบน้ำพุกลับออกไปราวพายุไม่มีผิด! 



และแล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบทันที เมื่อเหลือแค่เฉพาะคนในบ้านสุริยะธาดาอยู่ตรงนั้นก็ดูจะไม่มีใครกล้าพอเอ่ยอะไรออกมาเลย กระทั่งตัววริณสิตาเองจำเป็นต้องเอ่ย



“เรา...เข้าไปในบ้านกันเถอะนะจ๊ะป้า” ตลอดเวลาสาวน้อยไม่เหลียวไปทางผู้ปกครองสักนิด สิ่งนั้นสร้างบรรยากาศอึดอัดจนแม้แต่ใครก็หายใจแทบไม่ออก เพราะงั้นนางบัวศรีจึงกระวีกระวาด



“เอ่อ...เอ้า...ไปๆลูก ยังไม่ได้กินข้าวกินปลาใช่มั้ย ไปเถอะ เดี๋ยวป้าจะหาให้ ขวัญเอ้ยขวัญมานะ” แล้วนางบัวศรีก็เดินโอบวริณสิตาเข้าไปด้านใน เมื่อผ่านห้องอาหาร นางบัวศรีก็จัดแจงบอก



“เดี๋ยวเข้าไปนั่งรอก่อนนะลูก เดี๋ยวป้าจะไปจัดสำรับกับข้าวมาให้” แต่ทว่า...



“ไม่ต้องหรอกจ้ะ จิ๊บ...ขอไปกินในครัวได้ไหมจ๊ะ” วริณสิตาบอก 



“ฮะ...เอ่อ...” นางบัวศรีอึกอัก หันไปมองผู้ปกครองที่เดินตามมาอยู่ด้านหลังด้วย แต่เมื่อไม่เห็นเขาพูดอะไรสักอย่างนางก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นางเข้าใจว่าเด็กสาวคงรู้สึกไม่ดีมากๆอยู่ที่ต้องเผชิญเหตุการณ์อย่างนั้นและคงยังไม่ต้องการจะเผชิญหน้ากับ...



กับคนที่คงต้องยอมรับล่ะ ว่าเขาเป็นต้นเหตุ!   



“ดะ...ได้ ได้สิลูก! กินในครัวก็ในครัว” นางบัวศรีตอบแล้วพาวริณสิตาเข้าไปที่ครัวแทน ที่นั่นนายก้านนั้นเข้ามาถึงก่อนแล้วเพราะเป็นที่สำหรับการพูดคุยถกเถียงกันด้วยเรื่องต่างๆเป็นประจำอยู่แล้ว 



“นี่ตาก้าน ขยับหน่อยซิ หาที่ให้เจ้าจิ๊บนั่งกินข้าวหน่อย” นางบัวศรีส่งเสียงสั่งซึ่งนายก้านก็เต็มใจ

ไปลากเก้าอี้มาเพิ่มให้วริณสิตาตรงโต๊ะกินข้าวทันที 



วริณสิตาทรุดตัวลงนั่ง ดวงหน้าน้อยๆนั้นจ๋อยสนิทเมื่อในที่สุดก็ยอมวางกระเป๋าผ้าของตัวเองลงบนโต๊ะ รอยกรีดที่เห็นเป็นทางยาวบนกระเป๋านั่นทำให้ทั้งนายก้านและนางบัวศรีหน้าไม่ดีเอาเสียเลย



“มันเกิดอะไรขึ้นล่ะลูก หืม?” นางบัวศรีเอ่ยถามเมื่อวางจานข้าวกับสำรับให้วริณสิตาพร้อมๆกับที่นางก็ทรุดตัวนั่งลงข้างๆเธอ ส่วนนายก้านก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามเป็นเพื่อนกันด้วย 



วริณสิตาเงยขึ้น กะพริบตามองหน้าคนสูงวัยกว่าทั้งสอง



“จิ๊บ...หลงทางน่ะจ้ะ แล้วก็...กระเป๋าสตางค์หายไป คงถูกกรีด...ตอนที่อยู่บนรถเมล์” วริณสิตาตอบ ก้มหน้าหรุบตาลงต่ำอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงคราง ‘โธ่! ลูกเอ้ย’ ของนางบัวศรี มันชัดแจ้งแล้วว่าทั้งป้าบัวศรีและลุงก้านต่างก็เป็นห่วงเธอ แต่กระนั้น...ก็ยังมีอีกอย่างที่เธอต้องการคำยืนยัน 



“ลุง...” ในที่สุด วริณสิตาก็ตัดสินใจ “ทำไมวันนี้ลุงถึงไม่ไปรับจิ๊บที่มหาวิทยาลัยล่ะจ๊ะ” 



แม้คิดว่าตัวเองนั้นรู้คำตอบดีแล้วก็ตามแต่เธอก็ยังถาม นายก้านทำหน้าเลี่ยนๆลำบากใจ 



“เอ่อ ก็...ไฮ้! ไอ้ลุงก็ไม่รู้จะพูดยังไง ยายศรี แกอธิบายซิ” 



คนถูกโบ้ยมาถอนใจเฮือกใหญ่ 



“ก็คุณพีเขาโทร.มาบอกว่าเขาจะเป็นคนไปรับเจ้าเองน่ะซีตาก้านถึงได้ไม่ไป แต่ไอ้ตานี้มันเกิดอะไรขึ้นมาลุงกะป้าก็ไม่รู้ จะมารู้ว่าเขาไม่ได้ไปรับเจ้าก็เมื่อตอนที่เขากลับมานั่นแหละ”



“งั้นหรือจ๊ะ...” วริณสิตาพึมพำ “เป็นอย่างนี้เอง...” 



หัวใจสาวน้อยสั่นๆเมื่อท้ายสุดก็แน่ใจได้แล้ว...ว่าที่เธอคิดไว้นั้น...ไม่ผิดไปเลย 



เขาเป็นคนสั่งให้ไม่ต้องไปรับ และเขา...ก็ตัดสินใจไม่ไปรับเอง... 



“แต่คุณพีเขาก็เป็นห่วงเจ้ามากนะ” นางบัวศรีรีบว่า “พอรู้ว่าเจ้ายังไม่กลับมา เขาก็รีบบึ่งรถออกไปตามหาเจ้าเลย แต่...เฮ้อ!” คนพูดนั้นต้องพ่นลมหายใจออกมาก่อนเอ่ยต่อไปอย่างอึดอัดว่า 



“แต่ไอ้ที่เขาบอกว่าให้เลขาฯโทร.มาบอกแล้วเนี่ย ป้าไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์สักกริ๊งเดียวเลยจริงๆ ให้ไปสาบานกะพระกะเจ้าที่ไหนก็” แต่ไม่ทันที่นางบัวศรีจะได้สบถสาบานกันจนครบนางก็ต้องชะงัก ปากหุบลงฉับเพราะร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามา 



“วริณสิตา” เขาเอ่ยเรียก แต่คนถูกเรียกนั้นตัวแข็ง เด็กสาวไม่หันไปมอง 



ไม่ แม้แต่แค่นิดก็เถอะ! สิ่งนั้นสร้างบรรยากาศที่แสนหนักอึ้งให้ตกหนักอยู่รอบกายจนนางบัวศรีและนายก้านต้องขยับลุกออกไปจากห้องครัวและทิ้งคู่กรณีเอาไว้ด้วยกัน 



ผู้ปกครองหนุ่มก้าวเข้ามา ที่จริง...เขานั้นยืนฟังทุกอย่างที่ประตูอยู่ตั้งแต่ต้น และยิ่งได้เห็นสภาพ...เด็กในปกครอง...ที่ต้องไปหลงทาง กระเป๋าสตางค์หายเพราะกระเป๋าสะพายโดนกรีดจนวิ่นและสุดท้ายถึงได้กลับมานั่งกินข้าวเย็นตอนตีหนึ่ง พีรพัฒน์รู้สึกเสียยิ่งกว่าความหนักอึ้งในหัวใจ! 



แค่ดูแลให้เด็กที่ไร้ญาติขาดมิตรคนหนึ่งได้รู้สึกปลอดภัยเขายังทำไม่ได้! นี่น่ะหรือความสามารถในการเป็น ‘ผู้ปกครอง’ ของเขา! 



ชายหนุ่มขบกรามจนแน่น มองเด็กสาวที่ไม่มีแม้แต่น้ำตาให้เขาได้เห็นสักหยด! 



ใช่! ไม่มีแม้แต่หยด! 



แต่เขาก็รู้ ว่าหลังภายใต้ภาพความเข้มแข็งที่สาวน้อยสร้างขึ้นมาความรู้สึกแท้จริงของเด็กคนนี้จะหนักหนาขนาดไหน...พีรพัฒน์ฝืนกลืนน้ำลายที่ฝืดเหนียวลงไปในคออย่างยากเย็นเมื่อต้องการเค้นคำพูดบางอย่างออกกมา



“ฉัน...ขอโทษวริณสิตา ต่อไป...ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้อีก ฉันสัญญา!”



ใช่! สำหรับเรื่องนี้ เขาต้องหาให้ได้ว่าความผิดพลาดร้ายแรงมันเกิดขึ้นมาได้ยังไงกัน!? 

........................

สวัสดีค่ะ



กลับมาแล้ว...



อือ...ก่อนอื่นก็คงต้องบอกขอโทษกับคนอ่านอีกสัก...หลายๆครั้งนะคะที่หายไปนาน สำหรับตอนนี้ถามว่าปกติดีมั้ย ก็คงตอบได้ว่ายังไม่ปกติหรอกค่ะ (๕๕๕ ยอมรับกันง่ายๆมันแบบนี้แหละ เพราะก็มีแค่นางเอกในนิยายเท่านั้นที่ปากแข็ง คนแต่งตัวจริงนี่ ปวกเปียกอ่อนไหวมั่กๆ เหอๆ) แต่มันก็ดีขึ้นระดับหนึ่งแล้วนะคะกลับมาปั่นนิยายได้เนี่ย ก็...พยายามจะกลับไปเป็นคนเดิมให้จงได้ ก็...สู้ๆค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ



แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ    







Free TextEditor



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2554 23:18:40 น.
Counter : 2399 Pageviews.

11 comments
  
เย๊......กลับมาแล้ว สู้สุ็ ค่ะคุณนักเขียน เป็นกำลังใจให้นะคะ ไม่ว่าเรื่องที่ผ่านมามันจะเลวร้ายเท่าไหร่ ก็ขอให้มันผ่านไปนะคะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เราต้องเดินต่อไปเพื่ออวันข้างหน้า และต้องมั่นใจว่าต้องดีกว่าค่ะ ...สู้สู้ http://www.bloggang.com/emo/106/emo124.gif
โดย: pookie IP: 113.53.178.26 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:01:40 น.
  
สู้สู้ ค่ะ เป็นกำลังใจให้
โดย: HADA IP: 127.0.0.1, 118.173.232.232 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:44:46 น.
  
รออ่านอยู่นะคะ เป็นกำลังใจใ้ห้ด้วย คนล้มแล้วต้องรีบลุกนะคะ จะได้ไม่โดนเหยียบซ้ำ (((มันเจ็บ)) 5555
โดย: DHA IP: 125.27.75.154 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:16:43:46 น.
  
ฮูเล่ ฮูเล่ ฮูเล่ แปะ แปะ แปะ ปรบมือให้กับชัยชนะในใจคุณ
ก้าวต่อไปนะParinnada.
โดย: อาราเร่ IP: 171.97.18.201 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:37:01 น.
  
อยากอ่านต่อแล้วค่ะ รออยู่นะคะ่
โดย: DHA IP: 125.27.103.3 วันที่: 10 ธันวาคม 2554 เวลา:15:58:36 น.
  
เย่ !!! มาแล้ว ๆ
เป็นกำลังใจให้ สู้ สู้ นะค๊ะ
โดย: ที่สอง IP: 113.53.72.201 วันที่: 15 ธันวาคม 2554 เวลา:2:07:52 น.
  
ได้อ่านนิยายเรื่องนี้ครั้งแรกตอนน้ำท่วม ติดใจค่ะ เลยมาอ่านต่อ เป็นกำลังใจให้น่ะค่ะ แล้วกลับมาแต่งต่อให้จบไวๆน่ะค่ะ อยากอ่านต่ออ่ะ
โดย: กวาง IP: 223.205.69.222 วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:12:38:19 น.
  
รออ่านอยู่นะไวไวจ้า
โดย: ลักษ์ IP: 202.12.73.129 วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:12:55:53 น.
  
รออ่านอยู่ และ เป็นกำลังใจให้นะคะ
โดย: อีกคนที่ชื่นชม IP: unknown, 119.46.22.114 วันที่: 7 มกราคม 2555 เวลา:15:05:46 น.
  
ค่ะ และจะติดตามดูนะค่ะของไห้แต่งได้ดีขึ้น
สู้๊ๆๆๆ ค่ะ
โดย: วิจารณ์ IP: 124.120.56.22 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:36:39 น.
  
ทำไมไม่มาซะทีคะ
โดย: ที่สอง IP: 125.26.28.105 วันที่: 16 มีนาคม 2555 เวลา:0:52:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments