All Blog
ตอนที่ ๓๕

ตอนที่
๓๕


เมื่อตั้งใจว่าจะหาว่าความผิดพลาดร้ายแรงเกิดขึ้นที่ตรงไหน
รุ่งขึ้นชายหนุ่มจึงเข้าไปที่เอพีกรุ๊ปตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมง ปกติแล้วอังกาบ
พร็อพเพอร์ตี้กำหนดให้พนักงานเข้าทำงานในเวลาแปดนาฬิกา ดังนั้นตอนนี้ทั้งสำนักงานนี้จึงมีแค่พีรพัฒน์กับพนักงานอีกคนสองคนที่มาบริษัทเช้าเพื่อเลี่ยงรถติดเท่านั้น


ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเลขาฯ
พื้นที่บนโต๊ะทำงานของรุ่งรวีนั้นเรียบร้อยมาก ตั้งแต่จอคอมพิวเตอร์ที่สะอาดสะอ้าน
สมุดหมายเลขโทรศัพท์สายในขององค์กรซึ่งวางเป็นระเบียบในมุมในครัน
ปฏิทินตั้งโต๊ะที่มีการขีดเขียนนัดสำคัญ ตะกร้าใส่เอกสารที่ขอบกระดาษในนั้นเรียบกริบ
กระทั่งกระดานเล็กๆบนผนังด้านข้างที่ใช้สำหรับการแปะโพสอิตกันลืม รุ่งรวีก็ยังแปะเรียงแถวเรียบสนิท
พวกนั้นล้วนบ่งบอกถึงอุปนิสัยที่เป็นระบบระเบียบของเจ้าของโต๊ะได้ดี


พีรพัฒน์หรี่ตาครุ่นคิด ถ้าหทัยรักวางกระดาษโน้ตไว้บนโต๊ะนี้
คงเป็นไปไม่ได้ที่รุ่งรวีจะมองไม่เห็น...


แล้วมันพลาดได้อย่างไรล่ะ?...


ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจก่อนส่ายหน้า


เป็นไปได้หรือไม่ว่ากระดาษนั่นจะปลิวหล่นพื้น?


ไวเท่าความคิด
พีรพัฒน์ชะโงกตัวข้ามโต๊ะยื่นหน้าไปมองพื้นหลังเก้าอี้ทันที แต่เขาก็ไม่พบอะไร
ใจกระหวัดนึกไปว่าหรือจะปลิวไปอยู่ใต้โต๊ะ จึงย่อตัวลงนั่งแล้วก้มมองหา แต่ทว่า...


“ท่านประธาน! ทำอะไรคะ?” สิ้นเสียงทัก พีรพัฒน์ก็เงยหน้าทันที เมื่อเห็นเลขาฯรี่ตรงเข้ามาด้วยสีหน้าตาตกใจที่เห็นผู้บริหารระดับประธานกรรมการลงไปคลานเข่าอย่างนั้นเขาจึงรีบยืดตัวลุกขึ้น


“อ่อ คุณรุ่ง มาพอดี”
คนที่เพิ่งยืนขึ้นกล่าว “ขอโทษทีที่ผมเข้ามายุ่มย่ามกับโต๊ะทำงานคุณ
แต่ผมกำลังหาของอยู่”


รุ่งรวีทำหน้าฉงน


“ของ? ของอะไรหรือคะ?”


“โน้ตข้อความ” เขาบอก
ก่อนหันมาถาม “เมื่อวาน ก่อนเลิกงานคุณเห็นกระดาษโน้ตข้อความจากผมบ้างรึเปล่า?”


“โน้ตข้อความหรือคะ? เอ...ไม่เห็นเลยนะคะ
ท่านประธานสั่งงานดิฉันไว้ในโน้ตใบนั้นหรือคะ?”


“ใช่” เขาตอบ “ผมฝากโน้ตให้คุณช่วยจัดการโทร.ไปที่บ้านสุริยะธาดาให้หน่อย
ช่วงประมาณสี่โมงเย็น คุณหทัยรักเขาเป็นคนเอามาวางให้บนโต๊ะคุณ ไม่เห็นบ้างเลยรึ?”


“อือ ค่ะ ไม่เห็นเลย” รุ่งรวีมีสีหน้าเครียดขึ้นทันที
สำหรับเธอผู้ธำรงตนเป็นเลขานุการที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น
นอกจากการจัดการในเรื่องแบ่งเบาภาระผู้บริหารและเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงให้ผู้บริหารกับบุคคลากรทั้งในบริษัทและลูกค้าภายนอกแล้ว
ยังหมายรวมถึงการจัดการเรื่องจิปาถะต่างๆที่ผู้เป็นนายสั่งให้ทำด้วย ดังนั้นเมื่อรู้ว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในหน้าที่
รุ่งรวีก็ทนไม่ค่อยได้


เลขานุการินีสาวใหญ่ขยับเข้าไปด้านในโต๊ะทำงานของตนทันใดแล้วเริ่มต้นมองหา


“เมื่อวานกว่าที่ดิฉันจะออกจากออฟฟิศก็เกือบห้าโมงครึ่ง
ดิฉันไม่เห็นโน้ตอะไรอยู่บนโต๊ะเลย” รุ่งรวีเอ่ย "โต๊ะดิฉันทำ ห้า สอ.อยู่เสมอ
หากมีโน้ตข้อความมาวางจริง ดิฉันต้องเห็นแล้ว” เธอพูด


แน่นอนว่าประเด็นนี้พีรพัฒน์เองก็เห็นด้วย
เพราะจากสภาพโต๊ะทำงานที่เขาเห็น เชื่อได้เลยว่าความเป็นระเบียบต้องไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดรุ่งรวีอย่างแน่นอน
แต่...


แต่เขาเองก็เห็นกับตานี่ว่าหทัยรักเขียนโน้ตข้อความนั้นแล้วออกมาที่โต๊ะนี้จริงๆ


“ปลิวตกไปใต้โต๊ะคุณรึเปล่า?”
เขาถาม แต่รุ่งรวีก็ตอบทันใด


“ไม่น่านะคะ เพราะแอร์ตรงนี้ไม่ได้เป่าแรงขนาดนั้น
อีกอย่าง ถ้าตกจริง แม่บ้านที่ทำความสะอาดต้องเจอแล้วเก็บขึ้นมาวางบนโต๊ะให้แล้วเพราะดิฉันเคยกำชับไว้
ว่าถ้าเป็นเอกสารที่ตกอยู่ใต้โต๊ะดิฉันเนี่ย ห้ามเก็บทิ้งโดยพลการเด็ดขาด
แต่นี่ไม่มี”


“แต่ผมก็เห็นกับตาว่าคุณหทัยรักเขียนโน้ตข้อความฉบับนั้น
แล้วเดินมาวางที่โต๊ะคุณจริงๆ”


รุ่งรวียิ่งเครียดขึ้นอีก
เลขาฯสาวใหญ่เริ่มลงมือรื้อดูในตะกร้าเอกสารอีกครั้ง
เมื่อไม่พบจึงเริ่มเปิดโน่นรื้อนี่ จนกระทั่ง...


“อ๊ะ!” เลขาฯอุทานออกมาเมื่อตวัดสมุดโทรศัพท์สายในขึ้นมาจากโต๊ะปั๊บแล้วพบว่ามีกระดาษแผ่นน้อยปลิวหวือลอยขึ้น
ก่อนที่มันจะร่อนร่วงสู่พื้นตรงแทบเท้าชายหนุ่มพอดี พีรพัฒน์กะพริบตา


“เอ่อ นั่นหรือเปล่าคะ
โน้ตข้อความที่ท่านประธานว่า?” รุ่งรวีถามเมื่อเห็นโน้ตน้อยนั่นปลิวหล่นไปแน่นิ่งบนพื้นด้านล่าง
แต่ว่าคนถูกถาม...กลับไม่ได้ตอบ คิ้วเข้มขมวดเข้าทันใดเมื่อเขาค่อยๆก้มลงไปเก็บกระดาษใบน้อยแผ่นนั้นขึ้นมา
ลายมือหทัยรักที่เขียนข้อความแจ้งว่า ให้รุ่งรวีช่วยโทร.ไปบอกคนรถบ้านสุริยะธาดาให้ไปรับวริณสิตาชัดเจนอยู่ในนั้น


นี่มัน...


นัยน์ตาสีดำคมกริบสว่างวาบเมื่อพบความจริงที่ว่า
โน้ตข้อความฉบับนี้ มันเพิ่งปลิวออกมาจากใต้สมุดโทรศัพท์
!


หมายความว่ายังไง?!


“เอ่อ...”
เสียงรุ่งรวีทำลายความเงียบขึ้นมา มือของเลขาฯยังถือสมุดโทรศัพท์คาไว้อยู่เลยเมื่อเอ่ยอ้อมแอ้มว่า
“ด้วยความสัตย์จริง ดิฉันไม่เคยอุตริวางโน้ตไว้ในที่ที่...เอ่อ...แบบว่า...เมื่อกี้...ท่านประธานบอกว่า...โน้ตนี้คุณหะ”


“พีคะ!”


คนถูกเรียกสอดโน้ตใบนั้นเข้ากระเป๋าทันที
ส่วนเลขาฯก็วางสมุดโทรศัพท์ในมือลงกลับที่เดิมและไม่มีใครพูดอะไร กระทั่งเมื่อหทัยรักสาวเท้าถี่ตรงมาหา
ดวงตาสาวสวยดูจะมีแววร้อนๆ แต่แค่เพียงนิดเท่านั้น เพียงนิดจริงๆประกายกร้าวแกมเย้ยหยันอย่างคนที่ถือตัวว่าสูงส่งกว่าก็กลับมา
หทัยรักตวัดสายตามองหน้าเลขาฯสาวใหญ่ก่อนที่จะปรายหางตามาต่อที่โต๊ะทำงานตัวสำคัญ
และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างนั้นช่างปกติ หทัยรักจึงผินหน้ากลับมาสนทนากับพีรพัฒน์


“นึกอยู่แล้วเชียวล่ะว่าพีต้องมาเช้า”
หทัยรักว่า “เป็นยังไงบ้างล่ะคะ” เจ้าหล่อนถาม แต่พีรพัฒน์ไม่ได้ตอบ สีหน้าเขาดูเครียดและเคร่งขรึมตลอดเวลา
เมื่อนั้นหทัยรักจึงครางออกมา
คิ้วโค้งยู่เข้าหากันอย่างคนแสดงความเห็นใจยามจีบปากเอ่ยต่อไปว่า


“เมื่อคืนน่ะ รักเองก็เป็นห่วงแทบแย่เลยนะคะ
ตอนที่พีโทร.มาบอกว่าเด็กคนนั้นยังไม่กลับมาถึงบ้าน รักนั่งไม่ติดเลย เป็นห่วง
เพราะนั่นก็ถือเป็นความรับผิดชอบของรักเหมือนกัน แต่ก็ยังโชคดีนะคะ ที่รักฉุกคิดได้ว่าวริณสิตาก็คงต้องอยู่กับ...ตานนท์น่ะค่ะ”


ชายหนุ่มยังคงไม่ตอบอะไร
หทัยรักจึงหันไปเล่นคนเป็นเลขาฯ


“แล้วนี่ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเนี่ย
คุณรุ่งไม่เห็นโน้ตข้อความที่เอามาวางให้เมื่อวานหรือคะ ฉันน่ะเป็นคนเขียน แล้วอุตส่าห์เอามาบนโต๊ะทำงานคุณด้วยตัวเองเลยนะคะ
ตรงนี้น่ะ ตรงนี้เลย” หทัยรักชี้นิ้วย้ำๆไปกลางโต๊ะทำงานที่ว่างๆซึ่งอยู่ห่างทิศทางกับสมุดโทรศัพท์สายในที่รุ่งรวีเพิ่งวางลงไปคนละโยชน์
!


รุ่งรวีดูจะอึ้งเหมือนคนพูดไม่ออก
หทัยรักคลี่ยิ้มมุมปากให้มากขึ้น


“อือ! ก็ลองหาดูนะคะ บางทีโต๊ะรกๆน่ะ คุณอาจจะเผลอ ลืมเอาไปซุกไว้ตรงไหน
หรือไม่ก็... มันอาจจะตกพื้น ปลิวหล่นไปไหน หรือไม่...ก็พวกแม่บ้านทำความสะอาดอาจจะเก็บไป
เป็นไปได้ทั้งนั้น
!” สาวสวยยิ้มหวาน ก่อนหันไปถาม


“จริงไหมคะพี?”


แน่ล่ะ!
หทัยรักมาดมั่น นึกแน่อยู่ในใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องสำนึกขอบคุณเธอละที่อุตส่าห์แสดงทีท่าใส่ใจ
แถมช่วยสรรหาสาเหตุที่สุดแสนจะเป็นไปได้ให้อย่างนี้
!
และแน่นอนว่า ต่อให้ยายเลขาฯนี่ จะลงมือรื้อโต๊ะตามคำบอกของเธอในตอนนี้ แล้วก็เกิดไปเจอไอ้โน้ตนั่นซ่อนอยู่หลังสมุดโทรศัพท์เข้าจริงๆ
หทัยรักก็ไม่สนหรอก
! เพราะเธอก็จะแค่ยืนกราน
ว่าเอาโน้ตนั่นมาวางบนโต๊ะแล้ว แล้วต่อจากนั้น...


ก็ไม่รู้ไม่เห็น!
แล้วสุดท้ายความผิดมันจะไปหล่นโพล๊ะอยู่ที่ใคร ก็ไม่ใช่ธุระเธอสักนิด
!


แต่ทว่าหทัยรักก็ต้องหน้าหงิก
เมื่อคนที่หันไปถามด้วยยิ้มหวานและความมั่นใจกลับไม่ได้มีทีท่าจะหือจะอืออะไรกับเธอสักนิด
ตรงกันข้าม เขากลับหันหน้าไปถามเลขาฯเสียเฉยๆ


“วันนี้ผมมีนัดหมายอะไรสำคัญหรือเปล่าครับคุณรุ่ง”


“อ๋อ เอ่อ...ค่ะ” แล้วรุ่งรวีก็รีบหยิบสมุดตารางนัดหมายออกมาพลิกทันที
ก่อนจะแจ้งให้พีรพัฒน์รู้ว่า ช่วงเช้าตั้งแต่เก้าโมงไปเขามีนัดประชุมกับหัวหน้างานเขียนแบบและทีมวิศวกรเรื่องโครงการอาคารชุด
และจากนั้นในช่วงบ่ายเขาก็มีนัดพบกับผู้อำนวยการก่อสร้างหรือโปรเจคไดเร็กเตอร์ต่อ


“โอเค ขอบคุณนะครับ” พีรพัฒน์บอก


“มิได้ค่ะ” รุ่งรวีตอบทันควัน “เป็นหน้าที่ของเลขาฯอย่างดิฉันอยู่แล้ว”


ชายหนุ่มค้อมศรีษะให้น้อยๆก่อนจะหมุนตัว
ทำท่าว่าจะเข้าห้องทำงาน และเมื่อนั้นล่ะ เสียงเล้กแหลมๆก็กรีดขึ้นทันที


“พี!” สาวสวยเม้มริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีกุหลาบจนบางเฉียบยามเมื่อคนถูกเรียกหันมา
หทัยรักมองเขาด้วยนัยน์ตาโกรธกริ้วขัดใจ


ใช่! ก็เขาน่ะ กล้าดียังไงจะมาทำเมินใส่เธอแบบนี้!


สาวสวยเชิดหน้าขึ้นทันใด
แต่ทว่า...


“ขอโทษนะรัก” พีรพัฒน์เอ่ยขึ้นมา “แต่ถ้าคุณไม่ได้มีธุระสำคัญอะไร
ผมขอตัวทำงานก่อน” ว่าจบคนพูดก็เดินเข้าห้องทำงานไปโดยไม่สนใจสักนิดว่าริมฝีปากสีกุหลาบคู่เดิมนั่นจะสามารถเม้มเข้าหากันได้มากกว่าเก่าขนาดไหน
!


อ๊าย! หทัยรักแทบอยากจะกรี๊ดใส่แก้วหูใครสักคนให้ขาดกระจาย
แต่เมื่อพนักงานขามุงสองสามคนที่เริ่มแอบชะแง้มองด้วยสายตาสนใจ นั่นก็ทำให้ต้องอดกลั้น
เพราะต้องวางมาดอย่างผู้บริหารที่มีการศึกษา
! เพราะงั้นหทัยรักจึงทำได้แค่สะบัดสายตาขุ่นเคืองมายังรุ่งรวีที่ยังอยู่ตรงนั้น
แต่ทว่า...


“เอ่อ ถ้าคุณรักไม่มีอะไร
ดิฉันขออนุญาตนะคะ” เลขาฯสาวใหญ่ว่า “เพราะเช้านี้ ดิฉันคงต้องจัดระเบียบโต๊ะทำงานตัวเองใหม่หน่อยละค่ะ
เผื่อครั้งหน้า จะได้ไม่มีใครแอบเอาโน้ตสำคัญๆมาซุกไว้ เอ๊ย
! ไม่ใช่ค่ะ แหม! ดิฉันจะพูดว่า เผื่อครั้งหน้า จะได้ไม่มีใครเอาโน้ตสำคัญมาวางไว้แล้วดิฉันไม่รู้ต่างหาก! ขออนุญาตนะคะ!”


................................................

หลังการประชุมเช้าเสร็จลงตอนสิบเอ็ดโมงกว่าพีรพัฒน์ก็พบว่าหทัยรักไม่ได้มารอเฝ้าเพื่อจะขอไปทานข้าวมื้อเที่ยงกับเขาเช่นเดียวกับทุกวันนั่นเป็นสิ่งดี เพราะพูดกันตามจริงเขาเองก็ไม่ได้อยากพบหน้าสาวสวยนักในวันนี้ พีรพัฒน์ตัดสินใจไปหามื้อเที่ยงกินกับเพื่อนซี้อย่างสมศักดิ์

“เฮ้ย! จริงดิ?” หนุ่มตี๋ร้องเสียงหลงทันทีหลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดที่เกิดกับวริณสิตา

“ก็ใช่น่ะซี” พีรพัฒน์บอก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างหนักหน่ายยามเปรยเบาๆออกไป“ไม่เข้าใจเลย ว่ารักเขาจะทำอย่างนั้นทำไม”

“โว๊ะ!” สมศักดิ์ได้แต่ร้องออกมาพร้อมอาการทิ้งตะเกียบที่ถือค้างไว้คืนลงชามอารามร่วมตกใจหดหาย หรี่ตามองหน้าอีกฝ่ายด้วยความอยากถามกลับไปจับใจจริงๆว่า

‘นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่วะเนี่ย?

“อะไร” คนถูกจ้องถามกลับเสียงขุ่นทันที“นี่เอ็งมองข้าแบบนั้นทำไม”

“เฮ้อ!” หนุ่มตี๋กระแทกลมหายใจออกไปพรึดใหญ่ “ก็ข้าก็งงน่ะซี ว่าเอ็งไม่รู้จริงๆรึไงว่าคุณรักเขาทำอย่างงั้นทำไมผู้หญิงคนหนึ่งหาเรื่องแกล้งผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ชัดเจนจะตาย”

ชายหนุ่มหน้าเครียดทันที

“นี่ ไอ้ซ้ง ถ้าเอ็งจะตีความเรื่องนี้ไปในทางชู้สาวล่ะก็นะไม่ใช่เลย ข้าไม่เคยคิดอกุศล วริณสิตาน่ะเป็นเด็กในปกครองนะโว้ย”

“อ่อ! เด็กในปกครอง” สมศักดิ์ย้อน “งั้นถ้าข้าไม่ใช่ผู้ปกครองอย่างเอ็งเนี่ยข้าก็จีบหนูจิ๊บได้ใช่มั้ย”

หนนี้คนถูกถามดูจะอึ้งไปและต้องใช้เวลาเกือบอึดใจกว่าจะเค้นเสียงเข้มๆตอบออกมาได้

“วริณสิตายังเด็กอยู่ไอ้ซ้ง”

แต่ทว่า...

“ฮื้อ!” หนุ่มตี๋แกล้งส่ายหน้า “สิบเจ็ดย่างสิบแปด เข้ามหา’ลัยแล้วน่ะ ไม่เด็กหรอก!”

“แต่เขาก็ยังต้องเรียนหนังสือ แล้วมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่ที่หาคู่ไอ้ซ้ง!” หนนี้ผู้ปกครองตอบพรวดเสียงเขียว สีหน้านี่จริงจังซึ่งแค่นั้นก็เกินพอแล้วสมศักดิ์เลยได้แต่ส่ายหน้าขวับๆ ก้มกลับไปคว้าตะเกียบอีกครั้ง

“เฮ้อ! ไอ้พี” หนุ่มตี๋ถอนหายใจขณะหย่อนตะเกียบลงไปวนในชามเตรียมจัดการเส้นบะหมี่“เอ็งน่ะ อาจจะห้ามไม่ให้ข้าคิดไปในทางนั้นมันก็ได้อยู่หรอกแต่จะไปห้ามคุณรักไม่ให้เขาคิดเนี่ย คงไม่ได้”

“ทำไม”

“โว๊ะ!” คนถูกถามร้องลั่น เมื่อตะเกียบต้องชะงักอีกครั้ง คนอยากกินบะหมี่เลยตอบรับประทานเข้าให้“ก็เพราะมันเป็นหัวเขาไงโว้ย!” เสร็จสรรพก็ค้อนขวับประหลับประเหลือกก่อนก้มลงโซ้ยบะหมี่เข้าปากคำใหญ่เพื่อประชดให้กับความโง่เอ๊ย! ความทึ่มได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

ใช่! ก็ใครมันจะไปเชื่อวะหนุ่มตี๋ได้แต่คิด แอบค่อนอยู่ในใจว่าไอ้คนตรงหน้านี่มันจะมาแกล้งทำซื่อตาใส!

เฮอะ! ทำเป็นไม่เข้าใจ ไม่อยากให้ใครมองเอ็งเป็นสมภารนั่นน่ะซี! คิดค่อนแล้วสมศักดิ์ก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนตัดสินใจเปลี่ยนประเด็น

“เออ! ว่าแต่หนูจิ๊บเอ็งเนี่ย ใจกล้าเป็นบ้าเลยว่ะ ไปขึ้นรถกลับเองตอนดึกดื่นอย่างนั้นทำไมเขาไม่โทร.หาใครสักคนวะ” สมศักดิ์ถาม สำหรับประเด็นนี้พีรพัฒน์เองก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลยเขานึกถึงดวงหน้า แววตาและจมูกเชิดรั้น จริงอยู่ว่าแม่สาวน้อยนั่นเป็นคนเข้มแข็งมุ่งมั่นจนบางครั้งก็เหมือนกับจะเป็นเด็กดื้อแต่เมื่อวานเธอก็ไม่ได้รู้นี่ว่าเขาจะเป็นคนไปรับ แล้วทำไมเมื่อไม่พบใครวริณสิตาถึงไม่โทรศัพท์หานายก้านหรือนางบัวศรี?

มันคงต้องมีอะไรสักอย่าง...

“อ้าวเฮ้ย! ว่าไง!” หนุ่มตี๋ส่งเสียงเรียก “ทำไมเงียบไปวิเคราะห์ได้มั้ย เด็กในปกครองเอ็งน่ะ แค่กดมือถือแก๊กเดียว ทำไมเขาไม่โทร.”

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจเพราะอะไรที่ทำให้วริณสิตาไม่โทรศัพท์หาคนในบ้านสุริยะธาดานั้นเขาไม่รู้แต่หนึ่งอย่างที่เขารู้ และแน่นอนว่ามันก็อาจจะเป็น ‘เหตุๆหนึ่ง’ ได้เช่นกันคือ...

“เด็กคนนั้นไม่มีมือถือ” พีรพัฒน์บอก

พรืด!!! สมศักดิ์นั้นสำลักน้ำในแก้วที่กำลังยกดื่มทันใด

“อะไรนะ?!” หนุ่มตี๋ร้องลั่น สีหน้านั้นอย่างกับไม่อยากจะเชื่อ!

“ไม่มีมือถือ ไอ้บ้า!” คนสำลักน้ำบริภาษทันที “นี่เอ็งเป็นผู้ปกครองประสาอะไรวะเนี่ย สมัยนี้เด็กอนุบาลเขายังมีกันเลยนะไอ้”แต่ไม่ทันที่หนุ่มตี๋จะได้ใส่เสียให้หนัก คนที่กำลังจะถูกเรียกว่าไอ้ก็ดีดลุกพรวดจากโต๊ะทันทีทำเอาสมศักดิ์นี่ถึงกับผงะแต่แน่ละ คนถูกว่าไม่ได้ลุกขึ้นมาถวายหมัดซัดเปรี้ยงหรืออะไรทว่ากลับหมุนตัวเดินลิ่วออกร้านบะหมี่ไปซะงั้นคนผงะเลยถึงกับเหวอ

“อ้าวเฮ้ย!” หนุ่มตี๋ร้องลั่น ตะโกนถามไล่หลัง “นั่นเอ็งจะไปไหนของเอ็ง”

“ซื้อโทรศัพท์!”

และนั่นคือคำตอบ!


......................................

วิจารณ์ได้เต็มที่นะคะ ทุกคนทุกความคิดเห็น ผู้แต่งยินดีและน้อมรับ แล้วจะพยายามปรับปรุงค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันด้วยค่ะ




Free TextEditor



Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 19 มีนาคม 2555 16:41:42 น.
Counter : Pageviews.

13 comments
  
สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามต่อค่ะ ^^
โดย: Noveller IP: 27.55.2.235 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:24:28 น.
  
หายไปนานเลยนะค่ะ
นึกว่าจะไม่ได้อ่านต่อเสียแล้ว
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
โดย: AM IP: 127.0.0.1, 118.173.232.206 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:12:12:59 น.
  
รอนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกเเต่ก็รอ
โดย: พิมพ์ลพัฒน์ IP: 125.26.168.96 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:17:11 น.
  
รอนานมากค่ะ แต่ก็จะรอนะคะ
โดย: หวาน IP: 171.7.167.167 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:06:13 น.
  
ช่วยแต่งให้จบด้วยนะคะนานแค่ไหนก้อรอด้าย....แต่อย่านานมากก้อแล้วกันคะ..คิดถึง..เมื่อไหรน้องจิ๊บจะเข้มแข็งซะที พี่พีก็ตาสว่างไวๆนะค้า
โดย: แก้ว IP: 172.19.3.212, 203.170.131.3 วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:25:10 น.
  
จะแต่งให้จบแน่นอนค่ะ ขอขอบคุณทุกท่านที่คิดถึงและติดตามผลงานของเรานะคะ

จริงๆเราเองก็กำลังงงๆตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมจึงยังลุกขึ้นไม่ได้สักที ทั้งๆที่พวกคุณทั้งคนอ่านนิยาย หรือเพียงผ่านพบแล้วคลิ๊กเข้ามา ต่างก็พูดกล่าวให้กำลังใจเราทั้งนั้น

เราจะพยายามต่อไปนะ จะพยายามทำใจให้ผ่องใสและเป็นคนใหม่ให้จงได้

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามให้กำลังใจ แล้วเราจะพาพระเอกและนางเอกเรื่องนี้กลับมาค่ะ
โดย: parinnada วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:9:51:21 น.
  
เมื่อไรจะต่ออ่ะ ??
โดย: parin IP: 182.52.147.7 วันที่: 2 มีนาคม 2555 เวลา:22:17:49 น.
  
เมื่อไหร่จะออกวางจำหน่าย
ไม่อยากอ่านเป็นตอนๆ แล้วคะ อยากอ่านเป็นเล่มแล้ว
ไม่ทราบว่าจะจำหน่ายกับ สนพ.ไหนคะ บอกด้วย
อยากซื้ออ่าน มั่กๆๆ
โดย: ต้นข้าว IP: 125.24.59.253 วันที่: 13 มีนาคม 2555 เวลา:16:43:50 น.
  
สวัสดีค่ะคุณต้นข้าว

ขอบคุณมากนะคะสำหรับการติดตามี่น่ารัก สำหรับนิยายเรื่องนี้ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายหรอกค่ะ เพราะเรายังแต่งไม่จบเลย

ช่วงนี้ชีวิตเราเป๋ไปเป๋มาอยู่สักหน่อยค่ะ ยังตั้งตัวไม่ได้เลย แต่ยังไงเราจะพยายามกลับมาแต่งเรื่องนี้ต่อให้จนจบเรื่องแน่นอนค่ะ

ขอบคุณรอีกครั้งสำหรับการทวงถามที่น่ารักค่ะ
โดย: parinnada วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:10:48:47 น.
  
ช่วยอัพเร็วๆหน่อยค่ะ พระเอกเริ่มรู้แล้วว่ายังไง
โดย: กระเจี๊ยบ IP: 182.53.115.246 วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:10:48:41 น.
  
เป็นกำลังใจให้คุณผู้เขียนครับท่าน รีบมาอัพเร็วๆนะครับ
โดย: จอจ IP: 49.48.139.233 วันที่: 20 มีนาคม 2555 เวลา:18:43:06 น.
  
มาอัพต่อเร็วๆนะคะ รออยู่
โดย: ที่สอง IP: 113.53.72.192 วันที่: 30 มีนาคม 2555 เวลา:15:35:23 น.
  
หายไปไหนมาค่ะนานมากเลยรออ่านตลอดเลยค่ะสู้ๆคะ่
โดย: หวาน IP: 171.7.45.45 วันที่: 21 สิงหาคม 2556 เวลา:20:12:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments