All Blog
กรรมสิทธิ์ฟัวใจ ตอนที่ ๒๐ (๑)

ตอนที่ ๒๐


                พีรพัฒน์ยืนนิ่งอยู่บนระเบียบชั้นบนของบ้าน จากมุมนี้นัยน์ตาคมปลาบสามารถมองเห็นร่างบางๆของสาวน้อยสองคนที่ง่วนอยู่กับการตัดชะอมใส่กระจาด ใบหน้าอันเปื้อนรอยยิ้ม แววตาสุกใสพร้อมเสียงหัวเราะที่แว่วมาไม่ขาดสายทำให้เขาเผลอมองสองสาวน้อยเสียเพลินจนไม่เห็นว่าคุณดวงทิพย์มายืนอยู่ข้างๆแล้ว


“ทำอะไรอยู่จ๊ะ ไหนว่าขึ้นมาหยิบของบนบ้านแป๊บเดียวแล้วจะลงไปปอกมะพร้าวให้แม่ไง แล้วมายืนแอบดูอะไรอยู่ตรงนี้”


ชายหนุ่มหันมาทางเสียงทัก ยิ้มบางๆฉาบในหน้าเมื่อบุ้ยใบ้ให้ผู้เป็นมารดามองลูกชุบกับวริณสิตา


                “ผมสงสัยอยู่ว่าเที่ยงนี้ แม่จะกับข้าวเลี้ยงทหารสักกี่กองพันกัน สองคนนั่นเก็บผักจะหมดสวนแล้ว”


                “แน้! พีอย่าดูถูกสวนแม่นะ คอยดูเถอะเก็บวันนี้ พรุ่งนี้ผักของแม่ก็แตกยอดให้เก็บเหมือนเดิม”


พีรพัฒน์หัวเราะขำ ในกระจาดใบย่อมนั่นไม่ได้มีเพียงชะอมสำหรับจะทอดกับไข่เท่านั้น หากยังมียอดอ่อนของฟักทอง บวบเหลี่ยม ดอกแค กระเจี๊ยบและคงอะไรๆอีกหลายอย่างที่อยู่ข้างใต้นั่น แล้วระหว่างเด็กสิบเจ็ดกับเด็กสิบสาม พีรพัฒน์ก็ไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้นำใครในการเก็บผักนานาชนิดจนล้นกระจาดแบบนั้น


“สนุกกันใหญ่” เขาเปรย ไม่ละสายตาจากเด็กในปกครองของตัวเองเลยแม้แต่นิด เพราะนับตั้งแต่ที่เขารับวริณสิตาเข้ามาอยู่ที่บ้านป้าอัง นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสาวน้อยคนนั้นหัวเราะอย่างสดใส


“ถ้าลองได้ทำสิ่งที่รักที่ชอบ ไม่ว่าใคร ก็มีความสุขทั้งนั้นแหละพี”


“นั่นสินะครับ” เขารับคำเสียงเบา เข้าใจลึกซึ้งอยู่เต็มอก


“แล้วตัดสินใจหรือยังล่ะจ๊ะว่าจะให้เขาเรียนที่ไหน” คนเป็นแม่ถาม พีรพัฒน์เล่าทุกอย่างให้คุณดวงทิพย์ฟังเสมอ รวมถึงเรื่องที่วริณสิตาอยากเรียนด้านการเกษตร มิหนำซ้ำยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยคณะเกษตรได้แล้วด้วย ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา


                “ผมอุปการะเขาด้วยเงินป้าอัง ผมก็อยากให้เขาช่วยงานให้กับบริษัทของป้าอัง”


แต่มันคงเป็นสิ่งที่ฝืนความรู้สึกของเด็กคนนั้นเสียเหลือเกิน...และจริงๆเขาเองก็ไม่อยากต้องบังคับหรือฝืนใจอะไรใครเลย คนเป็นแม่ดูเหมือนจะเข้าใจ คุณดวงทิพย์ยื่นมือแตะต้นแขนเขาเบาๆ


                “แม่เองก็เป็นได้แต่คนรับฟัง ความเหมาะสมอะไรทุกๆอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพีเท่านั้น”


                ใช่ มันคงต้องเป็นเช่นนั้น ในเมื่อวริณสิตาเป็นกรรมสิทธิ์ของเขา อนาคตเด็กคนนั้นจะเป็นอย่างไร ไปทางไหน มันก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเขาคนเดียว


                หลังจากเก็บผักเสียเต็มกระจาดใหญ่ วริณสิตาและลูกชุบก็กลับเข้ามาใต้ถุนบ้านก่อนตรงเข้าไปด้านหลังที่เป็นครัวของคุณดวงทิพย์


                “มาแล้วจ้าๆ ชุบกะพี่จิ๊บเก็บผักมาให้ป้าทิพย์เต็มเลย” ลูกชุบส่งเสียงดังมาตามเคย ขณะที่วริณสิตาถือกระจาดตามมาด้านหลัง ในครัวนั้นเธอเห็นคุณดวงทิพย์นั่งบนแคร่ใกล้เตาไฟ ใกล้ตัวมีกระจาดอีกใบที่ใส่พวกเครื่องแกงอย่างพริกแดงแห้ง ข่า ตะไคร้ ถัดไปมีครกสำหรับตำพริกแกง รวมถึงแฟงสองลูกที่ลูกชุบปันมาให้ก็วางอยู่บนแคร่นั้นด้วย ส่วนผู้ปกครองเธอน่ะอยู่อีกฟากและกำลังก้มหน้าก้มตาใช้กระต่ายขูดมะพร้าว เขาเหลือบตาขึ้นมองเธอหนึ่งที ก่อนก้มลงไปใส่ใจกับงานของตัวเองอีกครั้ง


                “เออ แล้วไปบอกย่าหรือยังเจ้าชุบ ว่าจะมากินข้าวกับป้าที่นี่” เสียงคุณดวงทิพย์เอ่ยถามลูกชุบขณะที่วริณสิตาเลี่ยงเข้ามาได้แล้วและวางกระจาดบนแคร่


                “แฮะๆ ยังเลยจ้ะ เดี๋ยวชุบวิ่งไปบอกก่อนนะ” ว่าแล้วลูกชุบก็วิ่งปรื๋อออกไปทันที


                “เอ่อ...ป้าจะทำแกงอะไรบ้างคะ มีอะไรให้หนูช่วยทำได้บ้างหรือเปล่า” วริณสิตาถาม


                “เออ งั้นหนูปอกแฟงเป็นไหมล่ะจ๊ะ หั่นเป็นชิ้นๆให้ป้าหน่อยป้าจะทำแกงคั่วแฟงเจ้าชุบมันหนึ่งอย่างล่ะ แล้วไหนดูสิ เก็บอะไรกันมาบ้าง” คุณดวงทิพย์ดึงกระจาดผักไปดูแล้ว ส่วนวริณสิตาก็เอื้อมไปหยิบแฟงพร้อมมีดมาลงมือปอก ตาก็แอบเหลือบๆมองผู้ปกครองไปด้วย โธ่! ก็จะไม่ให้มองได้อย่างไร บอกตามตรง ไม่เคยคิดหรอกว่าจะได้มาเห็นภาพแบบนี้ ปกติเคยเห็นแต่ที่...หน้าดุๆใส่สูทนั่งโต๊ะ แต่นี่...คุณพีขูดมะพร้าว! คนคิดลอบอมยิ้มขำขัน ทว่านาทีนั้น...


“จะมองอะไรนักหนา เดี๋ยวมีดก็บาดมือหรอก” เสียงทุ้มๆเอ่ยบอก ทำเอาคนลอบมองหน้าร้อนเห่อ ก็เขาจับได้ว่าเธอแอบมอง! วริณสิตาเลยก้มหน้างุดทันที! เธอได้ยินเสียงคุณดวงทิพย์หัวเราะจางๆ แต่หลังจากสถานการณ์ประดักประเดิดผ่านพ้นไปและลูกชุบกลับเข้ามา ในครัวก็กลับมามีสีสันเสียงหัวเราะกรุ่นกำจาย วริณสิตารู้สึกสนุกมากที่ได้ทำกับข้าวกับปลาต่างๆกับคุณดวงทิพย์ ได้ล้อมวงทานข้าว ได้เล่าได้คุยกันด้วยเรื่องต่างๆที่เธอชอบ และหยอกล้อเล่นกันสนุกสนานกับลูกชุบ แต่แน่นอน...ท้ายที่สุดช่วงเวลาความสุขก็ต้องสิ้นสุด


“บ่ายสามแล้ว ผมคงต้องกลับแล้วล่ะแม่ มีเรื่องที่ผมต้องทำต่ออีกหน่อย เดี๋ยวจะมืดก่อน” พีรพัฒน์บอก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนหันไปทางเด็กในปกครอง และไม่มีการต่อเวลาให้ใครแม้แต่น้อย ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นอาณัติสัญญานให้วริณสิตาลุกตาม สาวน้อยจำต้องลุกขึ้นอย่างหงอยๆ ยกมือไหว้คนสูงวัยพร้อมกล่าวลา


                “แล้วมาใหม่นะจ๊ะ” คุณดวงทิพย์บอก


                “ใช่ๆ แล้วมาใหม่นะพี่จิ๊บ ครั้งหน้าจะพาเดินไปเที่ยวที่บ้านชุบบ้าง ย่าชุบอ่ะก็ทำกับข้าวอร่อยไม่แพ้ป้าทิพย์เลยจะบอกให้” วริณสิตายิ้มบางเบา ไม่กล้าให้คำตอบอะไรกับลูกชุบ เพราะเธอจะมีโอกาสมาอีกหรือไม่ มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความอยากของเธอเลย


                “แล้วอย่าลืมมาน้า” ลูกชุบตะโกนบอก โบกมือให้หยอยๆขณะที่สาวน้อยต้องเดินตามผู้ปกครองต้อยๆกลับไปที่รถ


“ยิ้มหน่อยซิ” เสียงพีรพัฒน์บอกเมื่อกลับเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย นั่นคือคำสั่งใช่ไหม วริณสิตายิ้มได้เจื่อนจืดเต็มทนจนผู้ปกครองต้องผ่อนลมหายใจ  


“พรุ่งนี้เป็นวันรายงานตัวของเธอแล้วใช่ไหม” เขาถามอีก ไม่ได้สตาร์ทรถสักที แต่แน่ล่ะ สำหรับวริณสิตา ยิ่งมาถามเรื่องนี้ก็ยิ่งยิ้มไม่ออก! พีรพัฒน์ใช้นิ้วเคาะพวงมาลัยรถ ตลอดช่วงที่วริณสิตาสุขใจ เขาเองก็ใคร่ครวญอะไรบางเรื่องอย่างหนักหน่วงเช่นกัน มันใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะมันก้ำกึ่งระหว่างคำว่า...เหมาะสมกับสบายใจ แต่ในที่สุดเขาก็ตกลงใจ


ชายหนุ่มล้วงมือหยิบของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อส่งให้วริณสิตา


                “รับไปสิ” พีรพัฒน์ว่า เพราะเป็นแค่ถุงพลาสติกใสธรรมดาๆจึงเห็นได้ชัดว่าของสิ่งข้างในคือกระดุมโลหะกับหัวเข็มขัดที่เป็นตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย...และ...เป็นของมหาวิทยาลัยที่เธอต้องไปรายงานตัวพรุ่งนี้ด้วย! วริณสิตาเงยหน้ามองผู้ปกครองทันที


                “หัวเข็มนี่อาจเก่าหน่อยเพราะมันเป็นของฉันเอง” เสียงเขาว่า “แต่กระดุมนี่ฉันซื้อให้เธอใหม่เพราะนักศึกษาชายเขาไม่ต้องใช้กระดุมแบบผู้หญิง ฉันเลยไม่มี เอ้า! รับไปสิ ไปรายงานตัวพรุ่งนี้เธอจำเป็นต้องใช้”


วริณสิตาถึงกับยื่นสองมือไปรับประคองไว้ รอยยิ้มกรุ่นกำจายและหัวใจ...เต้นถี่อย่างยินดีที่สุด!


“ขอบคุณค่ะ!...ขอบคุณ” สาวน้อยพร่ำออกไป


“ฉันอนุญาตให้เธอเรียนในสิ่งที่เธอต้องการได้วริณสิตา แต่ว่าฉันจำเป็นต้องบอกเธอไว้” พีรพัฒน์พูด “นอกจากงานที่บริษัทของป้าอัง ฉันยังมีบริษัทเล็กๆของฉันเองที่ลงทุนร่วมหุ้นกับคุณซ้งและเพื่อนฉันอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้น งานของฉันจึงมีมาก ฉันอนุญาตให้เธอเรียนเกษตรได้ แต่เธอต้องแบ่งเวลามาเรียนรู้และช่วยงานฉันในส่วนของบริษัทป้าอัง ตกลงมั้ย”


                “ค่ะ! ได้ค่ะ หนูจะพยายาม” วริณสิตาให้สัญญา พีรพัฒน์ยิ้มละไมขณะได้ฤกษ์สตาร์ทรถได้สักที


                “ดี เอาละ ทีนี้ที่เธอยังขาดอยู่สำหรับพรุ่งนี้คือชุดนักศึกษาใช่ไหม” เขาถาม หันมาขยิบตาให้เด็กในปกครองอย่างอารมณ์ดีก่อนประกาศว่า


“อืม! แค่ชุดนักศึกษาหญิงที่ถูกระเบียบมหาวิทยาลัยเนี่ย ฉันคงไม่ต้องพึ่งใครให้ช่วยเลือกให้อีกแล้ว!”






Free TextEditor



Create Date : 06 กันยายน 2553
Last Update : 6 กันยายน 2553 15:18:33 น.
Counter : 1375 Pageviews.

3 comments
  
อ่านบทนี้แล้วรู้สึกมีความสุข
ไปกับตัวละครด้วยจริงๆ เลยค่ะ

มาอัพบ่อยๆ นะค้า เป็นกำลังใจให้
โดย: มังกรเขียวหัวยุ่ง (cruduslife ) วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:21:47:13 น.
  
ตอนนี้หนูจิ๊บดูมีความสุขจัง ชอบๆๆๆ
โดย: Dewii IP: 58.8.115.88 วันที่: 6 กันยายน 2553 เวลา:22:47:52 น.
  
เตรียมตัวเรียน
โดย: fon IP: 49.48.110.65 วันที่: 21 ตุลาคม 2554 เวลา:0:13:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments