All Blog
ตอนที่ ๓๖ (๑)

ตอนที่ ๓๖ (๑)

“จิ๊บ!” เสียงเรียกใสๆดังขึ้นแทบจะทันทีทันใดที่วริณสิตาเปิดประตูลงมาจากรถคันใหญ่ และเมื่อหันไปก็ได้เห็นพยุดาดีดตัวพรวดลุกขึ้นมาจากม้าหินอ่อนจนหางเปียกระดอน วริณสิตายิ้มกว้างส่งให้ก่อนหันกลับไปหานายก้าน


“จิ๊บไปก่อนนะจ๊ะลุง” วริณสิตาบอก


“ครับ” คนขับรถวัยหกสิบหกรับคำ “แต่เย็นนี้ลุงจะมารอรับคุณจิ๊บเหมือนเดิมนะครับ บ่ายสามโมงเนี่ยลุงจะมารอเลย” นายก้านพูด แววกังวลยังปรากฏชัดบนสีหน้า เพราะตั้งแต่วานดึกๆที่เกิดเรื่องจนกระทั่งถึงตอนเช้า คนขับรถวัยหกสิบหกก็ยังไม่ได้รับคำสั่งใดจากผู้มีศักดิ์เป็นนายของบ้านสุริยะธาดาเลย


ไม่สิ! จริงๆมันต้องบอกว่า คุณพีเขาไม่ได้พูดอะไรกับใครสักแอ่ะเลยต่างหากถึงจะถูก! 


เพราะอย่างนั้นไอ้คนที่เกี่ยวข้องในการต้องรับส่งอยู่ด้วยนี่เลยยังร้อนๆหนาวๆ!


“ถ้าเลิกเร็วหรืออะไร คุณจิ๊บต้องรอลุงนา อ้อ! แล้วอย่าลืมโทร.เข้าบ้านไปหายายศิ”


“จ้าๆ จิ๊บรู้แล้ว” วริณสิตารีบพูด “วันนี้จิ๊บจะรอแน่ๆ ลุงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะจ๊ะ” สาวน้อยบอกอย่างสดใส ยิ้มกว้างราวกับไม่เคยเกิดเรื่องราวอันใดขึ้นสักนิด 

นายก้านได้แต่กะพริบตามองปริบๆ และเมื่อเด็กสาวจัดการดันประตูรถให้ปิดก็เป็นอันว่าต้องยุติการสนทนาแค่เท่านั้น 


“แหม วันนี้ล่ะสั่งกันเป็นชุดๆเลย ทีเมื่อวานนะ ชิชะ!” เสียงใสๆดังขึ้นมา เมื่อวริณสิตาหันกลับมาก็ได้เห็นว่าพยุดานั้นเดินเข้ามาหาเธออยู่ข้างหลังแล้ว 


และแน่ละ! คนบ่นนั่นหน้ามุ่ย มองตามรถยุโรปคันใหญ่ที่แล่นออกไปด้วยสายตาค้อนขวับประหลับๆจนวริณสิตาต้องคลี่ยิ้ม เธอเข้าใจดีว่าพยุดาเป็นห่วงแล้วก็โกรธแทนเธอด้วย แต่เรื่องนี้ลุงก้านไม่ได้เกี่ยว 

เมื่อคิดถึงตรงนี้สาวน้อยก็ได้แต่สูดลมหายใจ


“เอาน่าน้อยหน่า เลิกเคืองได้แล้วน้า ดูสิ เราไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” วริณสิตาว่า ยิ้มแป้นออกมายามวาดมือโอบไหล่พยุดาไว้หวังให้เพื่อนคลายโกรธลง แต่ว่าสาวแว่นผมเปียกลับส่งเสียงโหยยาวเหยียด


“โหย ให้เลิกเคืองเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว!”


“เอ้า!” หนนี้แม่สาวน้อยเลยได้ร้องบ้าง “บ้าตรงไหน” วริณสิตาถาม 

พยุดาทำหน้าเบี้ยวคล้ายเจ็บปวดเสียเต็มประดากับคำถามที่เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด

“จิ๊บ! คนบ้านนั้นเขาไม่มารับจนตัวเองต้องไปหลงทางกลางดึกนะ โชคดีขนาดไหนที่ไม่เป็นไร เมื่อคืนอ่ะเราจะบ้าตายเอาให้ได้เลยรู้เปล่า” สาวแว่นพ่นออกมา น้ำตาคลอหน่วยด้วยความอัดอั้นเมื่อนึกถึงความรู้สึกห่วงที่มีเมื่อคืน 


วริณสิตาได้แต่คลี่ยิ้ม และโดยไม่บอกกล่าว สาวน้อยก็คว้าตัวเพื่อนซี้เข้ามากอด 


“ขอบคุณนะน้อยหน่า ขอบคุณมาก” วริณสิตาพึมพำ “ถ้าไม่ได้น้อยหน่า เมื่อคืนเราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ขอบคุณจริงๆ”

วริณสิตาได้ยินเสียงฟืดฟาดนิดๆอยู่ข้างหูก่อนเสียงอู้อี้ๆน้อยๆจะบอกมา

“แล้วงี้ จะไม่ให้เราโกรธแทนจิ๊บได้ไง”

สาวน้อยหัวเราะ คลายอ้อมกอดออก

“เอาน่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า อีกอย่างน้า เพราะเรื่องนี้ก็ทำให้เราได้รู้ว่า เราน่ะ...มีเพื่อนที่ดีที่สุดตั้งสองคน” 


วริณสิตายิ้ม พยุดาก็ยิ้มด้วย 
กับมิตรภาพและความจริงใจนั้น ต่างสัมผัสถึงกันและกันได้แม้ไม่ต้องพูดก็ตาม

“เออ! แล้วการนนท์ล่ะ ไปไหน ทำไมไม่เห็นเลย” วริณสิตาเอ่ยถาม นับเป็นเรื่องผิดปกติมากที่เมื่อมามหาวิทยาลัยแล้วจะไม่เห็นการนนท์รออยู่ 


“อือ ไม่รู้เหมือนกันอ่ะ ยังไม่มาเลย” พยุดาบอกก่อนขยายความต่อให้ฟังว่า “ก่อนจิ๊บจะมาเราก็โทร.ไปนะ แต่สมองปลาทองไม่รับสายอ่ะ สงสัยจะโกรธเรารึเปล่าไม่รู้ เมื่อคืนเราแหวๆ ด่าไปเยอะเลย” แต่ว่าสาเหตุที่ทำให้การนนท์ไม่ได้มามหาวิทยาลัยแต่เช้าเหมือนเคยจะเป็นเพราะโกรธสาวแว่นผมเปียหรือเปล่านั้นก็ไม่มีใครตอบได้ ทั้งคู่นั่งคอยกระทั่งได้เวลาต้องไปเข้าเรียน แต่ทว่าจนแล้วจนรอดการนนท์ก็ยังไม่มา ในที่สุดสองสาวจึงต้องไปเข้าชั้นเรียนโดยไม่มีเด็กหนุ่ม 


แต่แน่นอนว่าการที่เพื่อนหายไปอย่างไม่บอกกล่าวก็ทำเอาทั้งวริณสิตาและพยุดาไม่มีสมาธิเรียนกันนัก ใจหนึ่งสงสัย ใจหนึ่งก็ห่วงว่าเพื่อนนั้นเป็นอะไร เพราะงั้นทันทีที่อาจารย์ประกาศให้เลิกชั้นเรียนได้สองสาวจึงดิ่งออกจากห้องเล็กเชอร์กันอย่างไว แต่ทว่า...ออกพ้นประตูไปได้ไม่ถึงห้าก้าวเลย สองสาวก็...


“จิ๊บ!” 


ทั้งวริณสิตาและพยุดาต่างชะงักก่อนที่จะหันปะกับร่างชะลูดของคนเป็นเพื่อน


“การนนท์!/สมองปลาทอง!” สองสาวร้องเกือบจะพร้อมๆกัน แต่สาวแว่นนั้นเสียงดังกว่า เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสาวเท้าปับๆพุ่งมาหาการนนท์ด้วย 


“ทำไมมาสายเนี่ย ฮะ? โทร.ไปก็ไม่รับนะปลาทอง รู้มั้ย คนเขาอุตส่าห์มานั่งรอตั้งกะเจ็ดโมงอ่ะ” 


“เหอ อะไรเนี่ยยายแว่น” หนุ่มน้อยเบ้หน้าเหม็นเบื่อทันที “เจอหน้ากันก็แว้ดเลย เมื่อคืนนี้ใส่เราไม่พอรึไง” 


เท่านั้นแหละ จมูกสาวแว่นก็บานเพยิบขึ้นน้อยๆเพราะความโกรธ


“เออ ก็ใช่สิ! ที่เคยตกลงกันเรื่องมามหาวิทยาลัยแต่เช้าทุกวันอ่ะ จำไม่ได้แล้วใช่มั้ย” พยุดาว่า เพราะตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าวริณสิตาไม่มีโทรศัพท์ ทั้งเธอและการนนท์ก็ตกลงกันว่าจะมามหาวิทยาลัยแต่เช้าทุกวันเพื่อที่จะรอไม่ให้คลาดกันกับวริณสิตา 

ข้อตกลงนั่นดูหนักหน่วงเป็นภาระ แต่แน่นอนว่า เด็กหอในอย่างพยุดาไม่มีปัญหากับการมาเช้าๆเลย 


และแน่ละ! กับสมองปลาทองที่คิดจะจีบจิ๊บก็ไม่เคยมีปัญหา! จนมาวันนี้ ที่มันเป็นวันหลังเกิดเรื่อง เธอก็ยิ่งอยากรู้อยากฟังจากปากของไอ้คนที่เธอใช้ให้ไปช่วยจิ๊บสิ แต่นี่ จู่ๆดันหายไปเฉยไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยเธอนั่งเหวอรอกันตั้งแต่เช้า จนต้องเข้าเรียนแล้วก็ยังไม่มา แล้วจะไม่ให้โกรธได้ไง! 


คนถูกว่าเหมือนจะอ่านความคิดพยุดาได้แล้ว 


“เออๆ ขอโทษแล้วกันนะแว่น เราไปธุระมา” การนนท์ว่าเสียงอ่อย “กว่าจะมาถึงมหา’ลัยก็สิบเอ็ดโมงแล้ว ไม่กล้าเข้าไปตอนจะหมดคาบอ่ะ มีหวังโดนอาจารย์ด่าแถมหักคะแนนเละแหงๆ เราก็เลยมาหลบรออยู่ตรงนี้ให้หมดเวลาดีกว่า”


“อ้อ! ความคิดเลิศนี่ยะ” พยุดาประชด “คิดว่าอาจารย์จะไม่รู้ว่านายโดดงั้นสิแต่ขอโทษ วันนี้อาจารย์เขาเช็คชื่อย่ะ เพราะงั้นถึงนายไม่โผล่มาให้เห็นหน้าอาจารย์เขาก็รู้ย่ะ แล้วเขาก็ประกาศหักคะแนนพวกโดดเรียนไปเรียบร้อยแล้วด้วย”


“เฮ้ย! จริงดิ?” เด็กหนุ่มถึงกับร้อง ร้อยวันพันปีอาจารย์ผู้สอนวิชานี้ไม่เคยเช็คชื่อนักศึกษาที่เข้าเรียนเลยสักทีนั่นเพราะมีร่วมร้อยคน แต่ไหงทำไมวันนี้ดันเช็ควะเนี่ย?! 

“แล้วการนนท์ไปธุระอะไรมาล่ะ” หนนี้เสียงอ่อนๆเอ่ยถาม “ถ้าสำคัญมาก ลองบอกอาจารย์ดูมั้ย เราว่าอาจารย์น่าจะฟังนะ”


“เอ่อ...ก็...ก็จริงๆไม่เป็นไรหรอก” คนถูกถามรีบบอกทันที การนนท์ไม่อยากให้วริณสิตามองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เขาคิดจะทำต่อไปต้องไม่สำเร็จแน่ เด็กหนุ่มหัวเราะแฮะๆ รีบบอกแก้เก้อ 


“คะแนนนิดหน่อยเอง เดี๋ยวเราไปทำคะแนนเพิ่มตอนสอบเอาก็ได้” แต่ทว่า...


“อ๋อย่ะ! พ่อคนเก่ง เก่งตายแหละ แค่สอบย่อยครั้งที่แล้วยังได้ตั้งสามเต็มสิบ!” 

จนแล้วจนรอดก็ยังโดนสาวแว่นคู่กัดแขวะอีกจนได้ หนนี้จมูกการนนท์เลยได้ทีเพยิบบ้าง

“นี่แว่น ถ้าหยุดปากจัดสักวันนี่จะเป็นไรมั้ยฮะ?” 

“เป็นย่ะ!”

“ยัย!”

“โอ๊ยๆ! พอแล้วๆ พวกเธอนี่!” วริณสิตาต้องโดดแผล็วเข้าห้ามทัพทันทีที่เพื่อนซี้สองคนตั้งท่าจะเปิดศึก มันเป็นเรื่องประหลาด คู่นี้พูดกันดีๆได้ไม่เคยเกินยี่สิบนาทีแต่วริณสิตาก็ไม่เคยเห็นการนนท์ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนคนไหนมากเท่ากับพยุดาเลย 

การนนท์กับพยุดาต่างเชิดหน้าใส่กันก่อนสาวแว่นจะตัดสินใจคล้องแขนวริณสิตา

“ไปเหอะจิ๊บ ไม่ต้องไปสนคนโดดเรียนหรอก ไปกินข้าวกลางวันกันดีกว่า!” ว่าแล้วก็ใช้อภิสิทธิ์เพื่อนผู้หญิงลากวริณสิตามุ่งหน้าไปโรงอาหารโดยไม่หันมาสนใจเพื่อนผู้ชายกันเลย! 


การนนท์ได้แต่เดินตามมา 


หากถามว่าเข้าใจสาเหตุการงอนตุ๊บปัดตุ๊บป่องของยายแว่นไหมหนุ่มน้อยก็เข้าใจ และเขาก็ยอมรับว่าเมื่อเช้าลืมนึกถึงไปสนิทด้วยว่าพยุดาจะรออยู่ เพราะเขานอนคิดจ่อมจมอยู่ทั้งคืน ว่าเรื่องร้ายๆทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดนั่นปัญหาก็อยู่ที่วริณสิตาไม่มีโทรศัพท์! 


ใช่! ไม่มีมือถือแล้วมันจะอยู่ได้ยังไงล่ะ?! 


หนุ่มน้อยบอกตัวเองว่าไม่อยากจะคิดหาเหตุให้รู้สึกเหม็นขี้หน้าผู้ปกครองห่วยๆของวริณสิตามากขึ้นหรอก! 


แต่คนบ้านสุริยะธาดานั่น รวยก็รวยมหาศาล ทำไมกะอีแค่ซื้อมือถือให้เด็กในอุปการะสักเครื่องก็ไม่ทำ! 


เพราะงั้นทันทีที่ตะวันสาง การนนท์ก็ขับรถตระเวรหาร้านมือถือทันที และเขาก็รู้ดีว่ากรรมวิธีที่จะให้คนอย่างวริณสิตายอมมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเองน่ะก็คือ...


ต้องซื้อให้เร็ว เสร็จสรรพ แล้วก็บังคับให้แบบมัดมือชก! นั่นเป็นเหตุผลอีกอย่างด้วยที่ทำให้การนนท์ตัดสินใจไปหาซื้อมือถือคนเดียวเดี่ยวๆแบบไม่ถามพยุดา 

แต่โชคก็ไม่ช่วยเพราะไม่มีร้านขายมือถือไหนเปิดตั้งแต่ไก่โห่ เพราะงั้นกว่าเขาจะไปถอยมือถือออกมาได้ก็ปาเข้าไปสิบโมง! 


ทั้งสามเดินมาถึงโรงอาหาร กระทั่งแยกย้ายกันไปซื้อข้าวมานั่งทานที่โต๊ะคนละจาน มีพิเศษของการนนท์ที่ถือแก้วชานมสองกับถุงกระดาษใส่ขนมอีกหนึ่งถุงใหญ่มาเสริมให้

“เอ้า! ซื้อมาไถ่โทษ” คนพูดหย่อนแก้วชานมพร้อมถุงขนมวางหน้าพยุดา 

สาวแว่นชำเลืองด้วยหางตาอย่างไว้ท่าก่อนจะฉวยถุงกระดาษมาเปิดดูแบบเสียมิได้ แต่ทันทีที่เห็นขนมโตเกียวอุ่นๆสุดโปรดอัดอยู่ข้างในดวงตาสาวแว่นก็เป็นประกายวิบๆ ทว่าก็ไม่วาย รักษาฟอร์มเล็กน้อย


“เออ! อย่างงี้สิค่อยน่าให้อภัยหน่อย” สาวแว่นว่าก่อนดึงขนมโตเกียวออกมากินฉลองศรัทธาและเมื่อพยุดาอารมณ์ดีขึ้นบรรยากาศจึงค่อยพัฒนากลับมามีเสียงครึกครื้น เมื่อนั้นการนนท์ก็เห็นเป็นโอกาส

“จิ๊บ!” จู่ๆเด็กหนุ่มก็เรียก คนถูกเรียกที่กำลังฟังสาวแว่นบ่นเรื่องที่เรียนกันไม่ค่อยจะรู้เรื่องเมื่อกี้ก็ถึงกับหันมา พยุดาก็ด้วย


“หืม?” วริณสิตาเลิกคิ้วขึ้นนิดเป็นเชิงถาม แต่นาทีนั้นเด็กหนุ่มก็โพล่ง


“เราให้!” 

แล้ววินาทีต่อมามือถือเครื่องสีดำวาววับก็ถูกยื่นมาตรงหน้าสาวน้อย แล้วทุกอย่างก็เหมือนจะ...


นิ่งไปเลย! 


สาวน้อยได้แต่กะพริบตา แม้แต่พยุดาก็เหมือนกัน คนยื่นให้นั่นชักรู้สึกลางไม่ดี 


“เฮ้ย! นี่มันมือถือธรรมดาๆจิ๊บ” หนุ่มน้อยรีบพูด “รับสาย โทร.เข้าโทร.ออก มีกล้อง ต่ออินเตอร์เน็ตได้นิดหน่อยแค่นั้นเอง” 

ฟังคนให้บรรยายคุณสมบัติไอ้โทรศัพท์เครื่องดำๆจอกว้างๆ พยุดาก็ถึงกับเอ่ยปากขออนุญาต

“โทษนะ” 

สาวแว่นถือวิสาสะรับโทรศัพท์จากมือการนนท์มาดู 


แค่แตะนิดเดียว หน้าจอสัมผัสก็แสดงผลสว่างวาบ 


พยุดาหายใจเข้าปอดยาวๆ หันมาหาวริณสิตา 


“ฮือ ธรรมดา” สาวแว่นพยักหน้า 

ก่อนเสริมต่อว่า 

“แต่ ‘ธรรมดา’ สำหรับคน ‘ระดับ’ ปลาทองนะ!”
.....................................

สวัสดีค่ะ! Smiley

มาแล้วค่ะ หลังจากหายไปพัก ก็ขอบคุณมากๆสำหรับทุกๆกำลังใจนะคะ   ขอบคุณจริงๆ

สำหรับตอนนี้เป็นครึ่งตอนนะคะ มีปัญญาแค่นี้ ยังคิดมุขไม่ค่อยออกค่ะ ๕๕๕ แต่จะนำอีกครึ่งตอนที่เหลือมาลงให้ในเร็ววันนะคะ รบรองไม่เกิน...สงกรานต์ (มั้ง) Smiley

สำหรับอีกเรื่องที่อยากแจ้งก็คือ ปารินจะขออนุญาตเก็บนิยายเรื่องกรรมสิทธิ์หัวใจออกไปบางส่วนนะคะเนื่องจากปัญหาการถูกลอก จึงอยากขออนุญาตคนอ่าน ว่าปารินจะลงไปลบไป (อย่างละ 5 ตอนจ้า) อีกอย่างคือปารินมีโครงการที่จะทำนิยายเรื่องนี้ออกมาเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้วย (ส่วนหนังสือเล่ม ขอคิดก่อน) 

แต่ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ปารินก็ลงไปเรื่อยๆจนจบแน่นอน ตามอ่านกันได้โดยไม่ต้องเสียเงินเสียทองแต่อย่างใด (นานจนกว่ามันจะกลายร่างไปเป็น e book นะจ๊ะ เมื่อถึงตอนนั้นขอคนเขียนได้มีตังค์ซื้อข้าวกินบ้างเล็กน้อย T-T)     

เอาล่ะ ชักพล่ามได้ยาว แล้วเอาไว้พบกันครั้งหน้าค่ะ


................




Create Date : 03 เมษายน 2555
Last Update : 3 เมษายน 2555 13:11:27 น.
Counter : 2583 Pageviews.

7 comments
  
ขอบคุณค่ะ
โดย: Mimi IP: 58.11.249.69 วันที่: 24 เมษายน 2555 เวลา:16:08:41 น.
  
มาแล้วๆ ดีใจจัง
โดย: ที่สอง IP: 223.206.89.171 วันที่: 3 มิถุนายน 2555 เวลา:21:23:45 น.
  
อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ
โดย: May IP: 113.53.71.87 วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:4:56:39 น.
  
รอตอนต่อไปอยู่นะคับ มาไว ๆ นะคับ
โดย: เสี้ยวจันทร์ IP: 52.129.12.49 วันที่: 19 กรกฎาคม 2555 เวลา:12:33:04 น.
  
อยากอ่านตอนต่อไปแล้วนะคะ กำลังสนุกเลย
โดย: จีจ้า IP: 125.26.64.125 วันที่: 1 สิงหาคม 2555 เวลา:23:23:05 น.
  
เพื่งเข้ามาครั้งแรกอ่านแล้วชอบมากค่ะ ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆมาให้เราอ่าน
โดย: Pattha IP: 115.87.226.252 วันที่: 2 สิงหาคม 2555 เวลา:15:35:33 น.
  
สนุกมากลุ้นตอนต่อไปแล้วนะเมื่อไหร่จะมาอีกล่ะเนี่ย
โดย: mody IP: 182.52.92.216 วันที่: 24 สิงหาคม 2555 เวลา:15:05:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

parinnada
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



แนะนำตัว
New Comments