Webblog for Beauty and Health Review
Group Blog
 
All blogs
 

........สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด สิวผื่น จะรักษาอย่างไร.......





หลังจากที่ผิวหน้าอักเสบหายดี ก็มีสิวอุดตันขึ้นมาค่ะ นิดหน่อยข้างแก้ม เลยพยายามศึกษาหาข้อมูล เลยไปได้ ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งมาค่ะ คือ EVEAROSE SUPER ANTI-ACNE



เริ่มใช้เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2010 ค่ะ ใช้มาต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 เป็นเวลา 1 อาทิตย์พอดี จากที่แก้มมีสิวอุดตันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้สิวอุดตันเห่อขึ้นมาเยอะแยะได้โล่ค่ะ ตามภาพด้านล่างนี้

รูป 1 แก้มซ้าย



รูป 2 แก้มขวา




ขอไม่คอมเม้นในตัวสินค้านะค่ะ สินค้าเค้าอาจจะใช้ได้ดีสำหรับคนอื่นค่ะ แต่ต้องทนให้มันพุออกมามากมายเลยค่ะ จนไม่อยากออกจากบ้านไปไหนเลยค่ะ แต่ตอนนี้แต่สำหรับทั้งตัวเองและคนรอบข้างทนไม่ไหวแล้วค่ะ ความอดทนไม่มีแล้วค่ะ มันแย่มากๆๆๆๆๆ จริงๆๆ เลยค่ะ

แล้ววันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2010 เจอน้องสาวค่ะ น้องทักว่า แพ้หรือเปล่า จากหน้าที่มีสิวเพียงไม่กี่เม็ด ตอนนี้เต็มพื้นที่เลยค่ะ เลยเริ่มจะเสียเซล์ฟเลยค่ะ เลยตัดสินใจไปหาหมอผิวหนังที่โรงพยาบาลวันนั้นเลยค่ะ เป็นโรงพยาบาลชั้นนำเลยนะค่ะ ไม่ใช่คลินิกผิวหนังแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนหน้านี้ไปหาเนื่องจาก ผิวหน้าอักเสบมาแล้ว และหายดี อีกอย่างก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิดด้วยค่ะ เผลอๆถูกกว่าคลินิกผิวหนังเสียอีกค่ะ คุณหมอก็ให้ล้างหน้าออกให้หมด แล้วคุณหมอก็บอกว่า เป็นสิวอุดตันมันดันขึ้นมาค่ะ บางเม็ดเป็นหัวขาวๆๆ แล้ว บางเม็ดมันอยู่ลึกค่ะ ดันจนกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา เฮ้อออ...... ไม่รู้ว่าเราหาเรื่องหรือเปล่า เฮอะๆ

แต่คุณหมอก็บอกว่า เอายามาทา ล้างหน้า พร้อมกับ ทานยาฆ่าเชื้อ เพื่อไม่ให้สิวอักเสบ

ล้างหน้า
1. Cetaphil Gentle Cleansing Gel



ยาทา
1. Differin Adapalene Gel 0.1%  รักษาสิวอุดตันให้ดันออกมาค่ะ



2. Cetaphil Moisturizing Cream  เนื่องจากหน้าแห้งมากๆค่ะ หมอเลยจ่ายมาให้เพื่อให้หน้าชุ่มชื้น ไม่ระคายเคืองค่ะ แต่ไม่เหมาะกับคนหน้ามันนะค่ะ


ยาทาน
1. Vibramycin 100 mg  ทานแล้วรู้สึกคลื้นไส้ อาเจียนค่ะ ต้องทานหลังอาหารทันทีค่ะ




แต่หลังจากนั้นมา ก็ไม่ได้ไปหาหมออีกเลยค่ะ ใช้ตามหมออยู่ 1 อาทิตย์เต็มๆ ค่ะ เลยโทรไปคุยกับน้องแฟนค่ะ ไปขอคำปรึกษา เพราะน้องเค้าเก่งเรื่องสิวเอามากๆ ค่ะ เลยทำการปรับเปลี่ยนการใช้ยาทา บางตัวลด และก็มีเพิ่มบางตัวเข้ามาค่ะ ดังนี้

ยาทา
1. Benzac AC 5% (จริงๆ แล้ว ใช้แค่ 2.5% ก็เพียงพอแล้วนะค่ะ โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้งและแพ้ง่าย) แต่พอดีที่ร้านขายยาไม่มี 2.5% เลยต้องซื้อ 5% มาแทนค่ะ





2. Robaz Mitronazole 0.75% (ใช้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย)



3. Differin Adapalene Gel 0.1%  รักษาสิวอุดตันให้ดันออกมาค่ะ



สำหรับคนผิวแห้ง และแพ้ง่ายอย่างเป้ เมื่อทายาตามนี้ไปซักพัก เพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้น จะเริ่มเกิดอาการแสบหน้ามากๆๆค่ะ ทีนี้ต้องเริ่มหยุด Benzac AC และทา Moisturizer เยอะๆค่ะ (แต่การทา Moisturizer ก็ต้องระวังนะค่ะ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองแน่ใจชัวร์ๆ ว่าจะช่วยเรื่องของความชุ่มชื้นได้ดี และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันทีหลังค่ะ)

พอเริ่มจะใช้ตัว Benzac AC 5% ไม่ได้ ก็เลยต้องหาอย่างอื่นที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับ Benzac AC 5% แต่มีการระคายเคืองน้อยกว่า
คือ Paula's Choice - Acne Fighting Treatment BP 5% ค่ะ



4. Moisturizer ที่ใช้ ส่วนตัวจะมีมากมายค่ะ เพราะเป็นคนผิวค่อนข้างแห้งมาก จนกลัวว่าผิวหน้าจะกลับไปอักเสบค่ะ ที่ใช้ก็จะมี
 SUQQU – HA Complex Cream



 PAULA’S CHOICE – RESIST Barrier Repair Moisturizer




หลังจากการรักษาด้วยตัวเอง 1 เดือน กับอีก 2 อาทิตย์ ค่ะ

รูป แก้มซ้าย

รูปนี้สังเกตได้ว่าเม็ดๆ เหลือน้อยแล้วค่ะ เหลือแต่รอยแดงๆ และรูจากสิว



ให้เปรียบเทียบกับรูปด้านบนค่ะ จะเห็นว่าเมื่อลงแป้งแล้วจะมีเม็ดๆ ปูดขึ้นมาบนผิวน้อยลงค่ะ



รูป แก้มขวา

รูปนี้สังเกตได้ว่าเม็ดๆ เหลือน้อยแล้วค่ะ เหลือแต่รอยแดงๆ และรูจากสิว



ให้เปรียบเทียบกับรูปด้านบนค่ะ จะเห็นว่าเมื่อลงแป้งแล้วจะมีเม็ดๆ ปูดขึ้นมาบนผิวน้อยลงค่ะ





Created By: Pup'e











 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:54:05 น.
Counter : 54382 Pageviews.  

* / * ผื่นแพ้ รักษา ไม่ยากอย่างที่คิด * / *





เนื่องจากเป็นคนที่ผิวอ่อนแอมาก เป็นผื่นแพ้บนใบหน้าอยู่บ่อยๆ พอโดนแดดเยอะไปก็เป็นผื่น พอนอนน้อยก็ผื่นขึ้น พอเครียดก็เป็นผื่น คันไปหมดทั้งหน้าเลยค่ะ อยากจะเกา แต่ก็เกาไม่ได้กลัวว่าหน้าจะพังไปกันใหญ่ พอเป็นได้ซัก 1-2 วัน ก็จะเป็นหัวตุ่ม แบบใสๆบ้าง หัวขาวๆไขๆบ้าง วิ่งเข้าวิ่งออก คลีนิคผิวหนังเป็นว่าเล่น หมอจากคลีนิคก็ให้ยามาทา ไม่ Ketoconasol ก็ Tar 2% cream และก็พวกยาแก้แพ้ที่มีสเตียร์รอยด์ผสมอยู่ด้วย

แต่หารู้ไม่ว่า Tar 2% cream กับ พวกยาแก้แพ้ที่มีสเตียร์รอยด์ผสมอยู่ด้วยนั้น จะไปกระตุ้นทำให้สิวที่อยู่ภายในผิวหน้าของเรามันปุ๊ดขึ้นมา โดยไม่ตั้งใจ บางคนหน้าใสมากพอไปทาโดนสเตียร์รอยด์ปุ๊บ หน้าก็เป็นสิวเห่อขึ้นมาแทนหลังจาก รักษาผื่นหายไป นอกจากนี้ สเตียร์รอยด์ ยังทำให้หน้าของเราเกิดเส้นเลือดฝอยขึ้นมาด้วยค่ะ ทำให้เห็นเป็นเส้นเลือดบนใบหน้า

ดังนั้น เพื่อป้องกันการเกิดสิว ที่อาจเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ จากการรักษาผื่นแพ้บนใบหน้า ดังนี้

1. ห้ามเกา ห้ามแกะ ห้ามจับ เด็ดขาด เพราะไม่งั้นมันจะยิ่งลุกลามอย่างรวดเร็ว
2. ห้ามแอลกอฮอล์ทุกอย่างไม่ว่าจะ ทานหรือว่าทา
3. ห้ามยาสิวทุกชนิด เพราะ ส่วนผสมจากยาสิวจะไปกระตุ้นให้ผื่นยิ่งแดงและอักเสบมากขึ้น โดยเฉพาะยาทาสิวที่เป็น Vitamin A
4. ห้ามทรีทเมนต์ทุกอย่าง เพราะ การทำ treatment นั้นจะทำให้หน้าเกิดการระคายเคืองมากขึ้นค่ะ
5. ห้ามโดนแดด ถ้าเป็นไปได้
6. ห้ามยาทุกชนิดที่มี steroid ผสมอยู่
7. ห้ามครีม เจล หรือเซรั่มทุกชนิดที่เป็น whitening โดยเฉพาะ Vit C, AHA, BHA.
8. ห้ามน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนล้างหน้าเด็ดขาด เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้เป็นหนักมากขึ้น


Tips: วิธีบรรเทาและรักษาอาการเบื้องต้น

1. ทานยาแก้แพ้ จำพวก Zyrtec หรือ Telfast เพื่อแก้คัน และลดอาการแพ้
 ในกรณีที่เพิ่งเริ่มแพ้ หรือว่ามีอาการคันร่วมไม่มาก ให้ทานZyrtec ก่อนนอน 1 เม็ด เท่านั้นนะค่ะ
 ในกรณีที่แพ้มากๆ ต้องทาน 2 อย่างคู่ โดยการทาน Telfast 180mg ตอนเช้า 1 เม็ด และ Zyrtec ก่อนนอน 1 เม็ด เป็นเวลา 7 วัน ค่ะ





2. ทานยาแก้อักเสบ พวก Doxy เนื่องจากผื่นแพ้พวกนี้จะมีอักเสบร่วมด้วย
( ต้องทานยาต่อเนื่อง 7-14 วัน เช้า – เย็น เพื่อเลี่ยงการดื้อยาค่ะ )

3. ทายาแก้ผื่นแพ้ที่ไม่มี Steroid
 ในกรณีที่มีอาการแพ้ไม่มาก และอาการคันไม่มาก ใช้ Ketokonasol ก็น่าจะเพียงพอแล้วค่ะ
 ในกรณีที่แพ้ในระดับปานกลาง และมีอาการคันร่วมด้าย ให้ใช้ Elidel ค่ะ



 แต่ถ้าในกรณีที่ Elidel ก็เอาไม่อยู่ ให้ใช้ Erythromycin 2% cream ค่ะ

( ทาเช้า – เย็น เป็นเวลาต่อเนื่องกันจนผื่นหาย หรือ ผื่นหายแล้วให้ทาต่อไปอีก 2-3 วันแล้วค่อยหยุดยาทาค่ะ และสิ่งที่ควรระวังร่วมด้วย คือ เวลาทายาให้ทาเพียงบางๆ ในบริเวณที่เป็นนะค่ะ เพราะถ้าทาหนามากจนเกินไป อาจทำให้เกิดสิวอุดตันตามมาค่ะ โดยเฉพาะคนผิวมัน)

4. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นแบบธรรมดา (ไม่ใช่เย็นจัดนะค่ะ) หรือ อุณหภูมิปกติ

5. ทา Moisturizer เยอะๆ และ บ่อยๆ พยายามหา Moisturizer จำพวก Hyarulonic Acid หรือ Aloe Vera ค่ะ

เพียงเท่านี้ อาการอักเสบจากผื่นบนใบหน้าก็จะทุเลาลงและค่อยๆ หายไปค่ะ แต่ในกรณีคนที่เป็นหนักมากๆจะต้องไปพบแพทย์ เพื่อที่หมออาจจะสั่งยาทาที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ให้ค่ะ

แนะนำว่า ถ้าเป็นผื่นแบบนี้ให้หาหมอที่เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือ ภูมิแพ้สัมผัสเท่านั้นนะค่ะ หาแค่ 1-2 ครั้งหน้าก็หายแล้วค่ะ ไม่เยินอีกด้วยนะค่ะ



Created by: Pup’e










 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 27 มีนาคม 2553 11:05:49 น.
Counter : 115068 Pageviews.  

1  2  

pupe1426
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Blog นี้ จัดทำขึ้น เพื่อเป็นความรู้และให้ประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณต่างๆ และ เนื่องจากเจ้าของ Blog เป็นคนที่มีผิวแห้งและแพ้ง่ายมาก ดังนั้น Blog นี้จึงขอเน้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับคนผิวประเภทนี้นะค่ะ


Friends' blogs
[Add pupe1426's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.