Bloggang.com : weblog for you and your gang

ศาสนากับรอยร้าวบนดาวสีฟ้า


ศาสนากับรอยร้าวบนดาวสีฟ้า
>> ฆ่าคนอย่างไรให้ได้บุญ?
>> ผีรำพึง (pui4guk@yahoo.com)


“6 ตุลาพาความเศร้ารุมเร้าจิต
พระมีสิทธิ์พรากชีวิตคนได้หรือ
ความชอบธรรมพระสร้างง่ายเพียงพลิกมือ
แลนี่คือเครื่งมือของเผด็จการ”


ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน…ความสงบของดวงจันทร์ และ แสงสว่างของดวงดาว มีเสียงที่แปลกประหลาดแหวกว่ายมาตามกระแสอากาศ ปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์
ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกอย่างหัวเสีย ก่อนที่จะแอบงีบหลับต่ออีกเล็กน้อย และฝืนใจลุกขึ้นมาเพื่อจะพบเจอวันพรุ่งนี้ของเมื่อวาน ผมแอบหวังอยู่ในใจว่าคงมีพรุ่งนี้สักวัน ที่จะเป็นไปตามตำนานของศาสนา สัก ศาสนา วันพรุ่งนี้ที่สวยงาม โลกพระศรีอาริย์ วันพิพากษา หรือ แม้กระทั่งสวรรค์ แต่ไม่ว่าจะรอเท่าไร หรือ ปฎิบัติตามหลักศาสนาเท่าไร สิ่งที่พบเห็นนั้นก็มีแต่ ความฉ้อฉล หลอกลวง พบเพียงแต่เครื่องมือที่มีคนเรียกว่าศาสนาเท่านั้น เครื่องมือแห่งความเชื่อ…ที่ทำได้แม้กระทั่งสร้างความชอบธรรมในการฆ่าเพื่อนมนุษย์ ดังนั้นมันก็คงจะไม่ใช่สิ่งผิดที่ จอร์จ ออร์เวลจะเปรียบศาสนาเป็นดั่งอีกา ที่มาหลอกลวงให้พวกสัตว์ทั้งหลายใน Animal farm ไขว้เขว ไปกับความแน่วแน่ที่จะสร้างสังคม Utopia ของตัวเอง สู่ความเชื่อจอมปลอมที่ไร้แก่นสาร แน่นอนว่าทั้งหมดของศาสนาไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่ก็มีบางสิ่ง บางเหตุการณ์ที่มันตอกย้ำซ้ำเติมความชอกช้ำต่อความเชื่อของศาสนาในจิตใจผมมาจนถึงทุกวันนี้ ภาพการตายของสหายเรายังตราตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำในเหตุการณ์การที่ เสรีชนขับไล่เผด็จการ จอมพลถนอม 6 ตุลาคม 2519 ออกจากประเทศ มีการดึงเอาพุทธศาสนามาเป็นเครื่องมือของเผด็จการในการฆ่าคน ดังที่เราจะเห็นได้ว่า คำพูดของพระกิตติวุฒโฑ (พระเทพกิตติ ปัญญาคุณ)ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่ม นวพล(นว ที่แปลว่า เก้า) ที่ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์ จตุรัสในวันที่ 27 มิถุนายน 2519 ว่า
จตุรัส: การฆ่าฝ่ายซ้าย หรือ คอมมิวนิสต์บาปหรือไม่
กิตติวุฑโฒ: อันนั้นอาตมาก็เห็นว่าควรจะทำ คนไทยแม้จะนับถือพุทธก็ควรจะทำ แต่ก็ไม่ใช่ถือว่าเป็นการฆ่าคนเพราะว่าใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มันไม่ใช่คนสมบูรณ์ คือต้องตั้งใจ เราไม่ได้ฆ่าคน แต่ฆ่ามาร ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน
“การฆ่าคนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ถือเป็นบุญกุศลเหมือนฆ่าปลาแกงใส่บาตรพระ”
นี่เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมและกระตุ้นให้มีการฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ในเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เสรีชนผู้เรียกร้อง รัฐธรรมนูญ อิสรภาพ และ ความถูกต้อง ต้องตายไปด้วยกระสุนปืนอาบความชอบธรรมกี่รายกัน? แล้วพระอย่างกิตติวุฒโฑล่ะ หลังจากเหตุการณ์นั้นก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อมาอีกเกือบ 30 ปี หลายคนมองว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคล แต่โดยส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องของสถาบัน พุทธศาสนาสั่งสอน นักบวชในศาสนาอย่างไร ให้นักบวชในศาสนาที่บวชมาเกือบ 20 ปี และมีหน้ามีตาในสังคม (สังเกตได้จากการที่ภายหลังได้เป็นเจ้าอาวาสวัดจิตตภาวัน) มีความคิดแบบนี้ ศีลข้อหนึ่งยังสอนให้คนรักษาไม่ได้เลย ยังแนะทหารเข่นฆ่าประชาชนอีก แล้วต่อไปเจ้าอาวาสอย่าง กิตติวุฒโฑ จะสั่งสอนให้พระที่อยู่ในวัดเป็นคนดีได้จริงหรือ? การบวชไม่ได้ช่วยยกระดับคุณภาพจิตใจคนให้สูงส่งขึ้นเลย พระที่มีความคิดแบบนี้มีแค่รูปเดียวจริงหรือ? ทุกวันนี้เรากำลังไหว้อะไรอยู่กันแน่? พระหรือฆาตกร เราจะเชื่อถือพระรูปไหนอย่างสนิทใจได้บ้าง เราจะเคารพพระรูปหนึ่งที่เราไม่เคยรู้จักอย่างจริงใจได้ไหม?
เรื่องของการสร้างความชอบธรรม และ ขวัญกำลังใจต่อการเข่นฆ่าผู้คน โดยบทบาทของนักบวช มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เวลาที่เราจะออกไปทำสงครามกับต่างบ้านต่างเมือง นักบวชก็จะเป็นสถาบันที่ทำหน้าที่ สร้างขวัญกำลังใจให้ทหาร และ สร้างความชอบธรรมในการฆ่าขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ สงครามระหว่างศาสนา สงครามครูเสด แม้กระทั่งสงครามในสมัยโรมัน หรือจะมองใกล้ๆตัวในสมัยอยุธยา พระก็มีบทบาทในการให้พร ไม่ว่าจะเป็นพม่าที่มาบุกไทย หรือ ไทยที่ไปรบกับพม่าก็ตาม หลักฐานเหล่านี้ คงชี้ได้ชัดเจนแล้วว่า ศาสนาเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่ง ในการสร้างความชอบธรรมให้กับสถาบันบางสถาบัน ในการเข่นฆ่าผู้คน
อนิจจา บทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องของนรกในพุทธศาสนาบัญญัติไว้ว่า ด่าทอและวิจารณ์ศาสนาจะลงนรก…บวชไปได้บุญสะสมบารมีกันเนิ่นนานคงได้ขึ้นสวรรค์ถ้าคำกล่าวเบื้องต้นเป็นจริง ผมคงจำต้องเลือกที่จะด่าทอศาสนาทุกวัน เพื่อลงนรกไปพบ จอร์จ ออร์เวล เพราะผมไม่กล้าขึ้นสวรรค์ไปก่อบาปก่อกรรมกับ “กิตติวุฒโฑ” จริงๆ


อ้างอิง
http://www.sarakadee.com/
th.wikipedia.org
http://www.2519.net


______________________________________________________________________
เป็นงานที่เขียนส่งหนังสือพิมพ์ฝ่ายว้ายฉบับหนึ่ง
เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากศาสนาโดยชนชั้นนำ
ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่ดี หากเราจะไม่งมงามจนมากไป...
อะไรที่มากไปมักจะมีผลเสียเคียงข้างมาด้วยเสมอ...
ผมเชื่อแบบนั้น..

 

Create Date : 02 มกราคม 2551
Last Update : 2 มกราคม 2551 20:11:54 น.  

I'm in the earth for you

Location :

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed


 
Group Blog

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add I'm in the earth for you's blog to your weblog]
Links
 

 

 

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.