Group Blog
 
All blogs
 
โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5 / SlaughterHouse-Five

 

 

Slaughterhouse-Five : โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5

Author : Kurt Vonnegut (เคิร์ต วอนเนกัต)

ผู้แปล : นภดล เวชสวัสดิ์

 

"1 ในนวนิยาย 100 เล่ม ที่ได้บการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกจากผู้อ่านทุกสำนัก"

เกลียดคำโปรยบนปกหนังสือลักษณะนี้จริงๆ  เพราะมันเป็นความง่ายดายมากที่จะทำให้ควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อเรื่องราวที่ได้ผ่านการตีค่ามาแล้วจากนักอ่านมากมาย และตัวเราเองอยากเป็นหนึ่งในนั้นบ้าง ถึงแม้ไม่มีหนังสือที่ดีที่สุดของตนเอง มีแค่ชอบกับไม่ชอบ มากน้อยต่างกันออกไปตามเนื้อหา แต่ก็ไม่พ้นวิสัยอยากจะรู้ในคำยกย่อง 'ดีที่สุด' เป็นอย่างไร

แต่ถึงไม่มีจัดลำดับดีที่สุดสำหรับตัวเอง  โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5 มีดีมากพอ ที่จะชอบพอมาก

เรื่องราวของ บิลลี พิลกริม ผู้หลุดจากการรัดรึงของกาลเวลา เป็นนักท่องเวลา ที่เดินทางข้ามกาลเวลาไปมาในแต่ละห้วงนาทีของแต่ละช่วงชีวิต ทั้งเหตุการณ์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองที่บิลลี่ได้มีส่วนร่วมในฐานะทหารอเมริกันคนหนึ่งและได้ตกเป็นเชลยศึกของประเทศเยอรมันนี บิลลีเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ในยุทธศาสตร์ถล่มเมืองเดรสเดน  เหตุการณ์ช่วงชีวิตหลังสงคราม การประสบความสำเร็จในช่วงที่เป็นนักทัศนมาตรศาสตร์ (การตรวจปรับสายตา หรือ การวัดสายตา) เหตุการณ์ถูกลักพาตัวไป ถูกจัดแสดงเป็นสิ่งมีชีวิตจากดาวดวงอื่นอยู่ในสวนสัตว์ของมนุษย์ต่างดาว ณ ดวงดาวอันไกลโพ้น ทรัลฟามาดอร์

แต่ละห้วงนาที ความทุกข์ระทม ความสุขเกษม คือการเดินทางท่องเวลา ข้ามไปข้ามมาแต่ละห้วงเหตุการณ์ราวกับว่าเขาเป็นคนวิกลจริต บ่อยครั้งก็ทำให้คิดว่า ในหัวสมอง ในจิตใจของคนเป็นบ้า ก็คงเป็น..เหมือนที่บิลลีเป็น เช่นนี้เอง  

วิธีการเล่าเรื่องผ่านการท่องเวลาของบิลลี  ภาพความเป็นไปของสงคราม ความเป็นเหยื่อชะตากรรม ที่ทำให้คนส่วนใหญ่ป่วยไข้ทั้งร่างกายจิตใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน  ความแปลกประหลาดของวิธีการเล่าเรื่องเอนจอนาถน่าเศร้า ที่เหมือนไม่ได้เล่าด้วยอารมณ์เจ็บปวดหรือโอดครวญต่อชะตากรรมอันโหดร้ายจากความโหดเหี้ยมของมนุษย์ผู้ทำสงคราม ตรงกันข้าม..การเล่าเรื่องออกไปทางอารมณ์ขบขัน เพียงแต่ว่าเรื่องที่เล่าอยู่นั้นมันไม่ชวนขำเลยสักนิดเดียว  

ชอบคำหนึ่งคำที่ใช้บ่อยเป็นประจำในการส่งท้ายบทตอนที่บรรยาย 'เป็นเช่นนั้น' มันให้อารมณ์เรื่อยๆ เฉื่อยๆ เหมือนเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องปลงตก เรื่องธรรมดา อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในสงคราม ไม่มีความโหดร้ายใดในสงครามจะเรียกได้ว่าโหดร้ายเกินไป  แต่ขณะเดียวกัน การที่จะยอมรับว่า ..เป็นเช่นนั้น (เกิดขึ้นอย่างที่เกิดนั่นแหละ) มันก็ให้รู้สึกเศร้าใจนะ

เรื่องนี้มีกล่าวถึง หนังสือเรื่อง The Brothers Karamazov  ด้วย  หนังสือสองเล่มที่เพิ่งอ่านไปติดๆ เรื่องแปล Norwegian Wood ของ ฮารุกิ มุราคามิ กับ นิยายไทย เสือเพลินกรง ของ ผาด พาสิกรณ์ ต่างก็มีกล่าวถึงหนังสือเรื่อง Catcher in the rye (จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น) มาเจอเรื่องนี้ โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5 กล่าวถึง พี่น้องคารามาซอฟ ก็เพิ่งจะได้เห็นความสำคัญหนึ่งของวรรณกรรมที่มีชื่อเสียงนี่แหละว่า มันมีความกว้างขวางในตัวของมันเอง แอบดีใจเล็กน้อยที่มีประสบการณ์เคยอ่านจึงพอเข้าใจว่าการกล่าวถึงหนังสือเล่มนั้นๆ หมายถึงอะไร 

ปกติเวลาอ่านหนังสือนวนิยาย ก็มักจะเปิดฟังเพลงเบาๆ คลอไปด้วย เปิดละครทีวีดูไปด้วยก็มี (กรณีที่เรื่องนั้นไม่ได้สนุกมากสักเท่าไร ไม่มีอะไรให้ต้องจดจ่อมากนัก) แต่ โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5  เป็นเรื่องที่ไม่สามารถอ่านได้ในบรรยากาศที่มีเสียงมารบกวนโสตประสาท  เปิดเพลงฟังไม่ได้แม้แค่เบาๆ  ต้องอ่านในความเงียบ  เพราะส่วนตัวคิดว่าไม่อาจจะอ่านแค่รับรู้เรื่องราวผ่านไปอย่างผิวเผิน  ในความพิลึกพิลั่นจำเป็นต้องมีสมาธิเพื่อตามติดการข้ามเวลากลับไปกลับมาในทุกห้วงนาทีของบิลลี่ที่เดี๋ยวโผล่ไปตรงนั้น เดี๋ยวไถลลื่นโผล่มาตรงนี้ ...ให้ทัน  ในวิธีการเล่าแบบเบาๆ มีความหนักในเนื้อหาให้อยากซึมซับ..ความบอบช้ำ

ไม่ผิดหวัง ไม่เสียดาย ที่ควักกระเป๋าจ่าย เพราะหลงเชื่อในคำโปรยปรายของหนังสือ

'จิตใจที่บอบช้ำแหลกสลาย และไม่อาจประกอบให้เหมือนเดิมได้อีกต่อไป'   คือ บิลลี พิลกริม อดีตทหารอเมริกันผ่านศึก  เขาเสียสติไป หรือนั่นเป็นแค่ การประดิษฐ์ชีวิตและเอกภพของตนเองขึ้นมาใหม่ โลกของบิลลี่ที่ไม่อาจมีใครมาเข้าใจ นอกจากตัวเขาเองลำพัง คนที่ผ่านสงครามครั้งนั้นมาด้วยตัวเอง 

'นิยายขบขันที่คุณหัวเราะไม่ออก นิยายระทมทุกข์ที่คุณร่ำไห้ไม่ได้' 

คือ นิยายเรื่องนี้ โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5

 




Create Date : 28 กันยายน 2556
Last Update : 29 กันยายน 2556 1:23:13 น. 7 comments
Counter : 1449 Pageviews.

 
'นิยายขบขันที่คุณหัวเราะไม่ออก นิยายระทมทุกข์ที่คุณร่ำไห้ไม่ได้'
นี่ทำให้สนใจมากค่ะ


โดย: polyj วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:21:23:59 น.  

 
ชื่อเรื่องไม่น่าสนใจเลย แต่รีวิว....ชวนอ่านค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:21:38:51 น.  

 
น่าสนใจ ค่า


โดย: cyberlifenlearn วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:22:01:32 น.  

 
ท่าทางจะเป็นหนังสือที่หนักหน่วงน่าดู
แต่ก็น่าสนใจมากเช่นกันนะคะ


โดย: Serverlus วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:23:49:47 น.  

 
อ่านตอนออกใหม่ๆ เห็นรีวิวของฝรั่งยกนิ้วให้ แถมตาม Blog นิยายวิทยาศาสตร์ ก็แนะนำ ว่าเป็นงานที่สุดยอดของปู่ Kurt Vonnegut รู้สึกว่าจะเน้นเสียดสี จิกกัด สงครามตามประสบการณ์ที่ปู่ Kurt เคยไปรบมา แต่เรื่องราวดูงงๆ เง็งๆ ราวกับไม่มีพล็อตเรื่องน่ะ ผมผิดหวังพอๆกับ Forever War ของ Joe Haldeman นะ


โดย: leehua IP: 58.9.38.235 วันที่: 29 กันยายน 2556 เวลา:17:08:10 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะ
เห็นโปรยมาซะอย่างนี้
แล้วอ่านรีวิวด้วย

อยากได้ๆ

ขอบคุณมากๆนะคะ



โดย: lovereason วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:2:47:52 น.  

 
น่าอ่านมากๆเลยครับ กดไลค์กับกดโหวตให้เลยครับ


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 30 กันยายน 2556 เวลา:12:08:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.