Group Blog
 
All blogs
 
Pegasus Bridge วีรกรรมพลร่มเบเรต์แดง ยึดสะพานฉับพลันวันดี-เดย์




"อุปสรรคทุกอย่างต้องกำจัดให้สิ้น ความไม่สะดวกทุกประการต้องแบกรับ
และทุกความเสี่ยงจะต้องประกันให้ได้ว่าการจู่โจมของเราต้องตัดสินชี้ขาดได้
เราไม่อาจล้มเหลวได้อีกแล้ว" 

ดไวต์ เดวิด ไอก์ ไอเซนฮาวร์ ผู้บัญชาการสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตร




(เรียบเรียงจาก เว็ปไซด์ สำนักพิมพ์มติชน โปรยปกหลัง และบางส่วนจากคำนำผู้เขียน)

ช่วงที่สงครามโลกครั้งที่สองกำลังดำเนินอยู่ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะจบลงอย่างไร ในสมรภูมิยุโรป กองกำลังอังกฤษนอกประเทศถูกรุกไล่จนตกทะเลที่ดังเคิร์ก ประชาชนช่วยกันนำเรือน้อยใหญ่ออกทะเลไปรับทหารอังกฤษและฝรั่งเศส 330,000 นาย กลับเกาะอังกฤษ เหลืออังกฤษเพียงเกาะเดียวที่ยังต้านสู้นาซีเยอรมัน ในยามที่ภาคพื้นยุโรปเกือบทั้งหมดอยู่ใต้การยึดครองของฮิตเลอร์ สิ่งเดียวที่อังกฤษมีคือ.. คน กองร้อยดี พลร่มเบเรต์แดง สังกัดกองพลพลร่มที่ 6 พวกเขาได้รับภารกิจสำคัญยิ่งยวดในวันดี-เดย์ นั่นคือ ปฏิบัติการยึดสะพานเพกาซัส (Pegasus Bridge) ในมอร์ดังดีของฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ได้รับการเล่าขานมากที่สุดในบรรดาเหตุการณ์สำคัญของปฏิบัติการทางทหารวันยกพลขึ้นบก เพราะสะพานแห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญยิ่งที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าการยกพลขึ้นเบิกเพื่อเริ่มการบุคภาคพื้นยุโรปของฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อพิชิตเยอรมนีภายใต้การปกครองของฮิตเลอร์และฝ่ายอักษะ จะสำเร็จหรือล้มเหลว


เช้าตรู่วันที่ 6 มิถุนายน 1944 หน่วยพลร่มเล็กๆ ของอังกฤษ เข้าจู่โจมกองกำลังของเยอรมนี เพื่อปูทางให้ฝ่ายสัมพันธมิตรบุกภาคพื้นยุโรป สะพานเพกาซัสเป็นจุดปะทะแรกของปฏิบัติการดี-เดย์ และเป็นจุดหักเหของสงครามโลกครั้งที่ 2

เรื่องราวอันโลดโผนน่าดึงดูดใจ โดยนักเขียนผู้มีชื่อเสียงอย่าง สตีเฟน แอมโบรส สร้างความมีชีวิตชีวาให้กับภารกิจอันกล้าหาญ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวันดี-เดย์ การยกพลขึ้นบกนอร์มังดี ที่เป็นปฏิบัติการยกพลขึ้นบกครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ใช้ทหารทั้งสิ้น 156,000 นาย ทหารอังกฤษ แคนาดา และอเมริกันแบ่งออกเป็น 12,000 กองร้อย

ปฏิบัติการสองระลอก 

ระลอกแรกส่งพลร่มอังกฤษ อเมริกัน แคนาดา และฝรั่งเศส 24,000 นาย ลงหลังแนวข้าศึก เวลา 0000 ในวันที่ 5/6 มิถุนายน 1944

กองร้อยดี พลร่มเบเรต์แดง (เพกาซัส) ของพันตรีจอห์น โฮเวิร์ด ยึดสะพานเบนูวิลล์ (ชื่อเดิมของสะพานเพกาซัส) ทางปีกซ้าย หลังแนวหัวหาดโกลด์ จูโน และซอร์ด

ทางปีกขวา (ตะวันตก) กองร้อยอีซี (อินทรีโกญจนาท) ของร้อยโทริชาร์ด วินเทอร์ส ก่อกวนหลังแนวหัวหาดยูทาห์และโอมาฮา

ปฏบัติการระลอกที่สองเวลา 0630 ทหารราบและยานเกราะกลำเลียงโดยเรือทหารและพลเรือนกว่า 5,000 ลำ จะยกพลขึ้นหาดนอร์มังดี แนวยาว 80 กิโลเมตร ในวันที่ 6 มิถุนายน 1944

ยึดสะพานเพกาซัส ไว้ให้ได้ในสภาพสมบูรณ์ และรักษาสะพานไว้จนกว่าจะมีหน่วยอื่นมาสับเปลี่ยน

ยึดสะพานไว้ ไม่ให้กองทัพยานเกราะของนายพลรอมเมลเคลื่อนผ่านมายังชายหาด กวาดล้างทหารสัมพันธมิตรทีละหัวหาด เริ่มตั้งแต่หัวหาดซอร์ด โกลด์ จูโน โอมาฮา และยูทาห์ ก่อนจะมีการลำเลียงอาวุธหนักขึ้นฝั่งได้

รักษาสะพานไว้เพื่อให้สัมพันธมิตรสามารถใช้ยานยนต์ลำเลียงส่งกำลังบำรุงในการรุกรบเจาะลึกเข้าไปในสมรภูมิยุโรป


เรื่องเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร

'หากภารกิจยึดสะพานเพกาซัสล้มเหลว อาจหมายถึงความล้มเหลวทั้งหมดของการยกพลขึ้นบกเพื่อบุกภาคพื้นยุโรป ที่เรียกว่าปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด และผลกระทบที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์โลกนั้นจะเลวร้ายเกินกว่าจะนึกภาพออก'

สตีเฟน แอมโบรส ผู้เขียน 'เพื่อนตายสหายศึก' กล่าวว่า

"ชีวิตนี้มีพลร่มเพกาซัสเป็นปีกซ้าย และมีพลร่มกองร้อยอีซีเป็นปีกขวา..ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว"

ที่มา: http://9thbookrecommendations.wikispaces.com


แล้วเช่นนั้น ตัวเราผู้ได้อ่านเรื่องราวของปีกขวาพลร่มกองร้อยอีซี-อินทรีโกญจนาท มาแล้ว
จะขาดปีกซ้ายพลร่มกองร้อยดี-เพกาซัส ผู้ปฏิบัติการยึดสะพานจุดยุทธศาสตร์ไปได้อย่างไร

อยากอ่านมานานแล้ว .. ในที่สุด

แม้ในส่วนของคำนำสำนักพิมพ์ คำนำผู้แปล จะชักชวนให้รู้สึกว่านี่เป็นภารกิจยิ่งใหญ่
แม้ผลของปฏิบัติการยึดสะพานเพกาซัส จะทำให้ภารกิจนี้มีความหมาย..ยิ่งใหญ่

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็รู้สึกได้ถึงความถ่อมตนในเนื้อหา ผู้เขียน สตีเฟน แอมโบรส ไม่ใช่อดีตทหารในเหตุการณ์มาเขียนหนังสือบอกเล่าเอง แต่เป็นผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ ผู้สัมภาษณ์ทหารผ่านศึกรับฟังเรื่องบอกเล่าประสบการณ์ ปะติดปะต่อ คัดกรอง  ในมุมมองของคนนอกเหตุการณ์ ย่อมให้ความรู้สึกว่าการยกย่องชื่นชมทหารนั้น อยู่ในขอบเขตเหนืออัตตายกตน และเขาไม่ได้ยกย่องในปฏิบัติการสำคัญที่เขียนถึง จนลืมว่าทหารในส่วนอื่นที่ไม่ได้อยู่ในปฏิบัติการนี้ก็สำคัญ 

เช่นเดียวกับที่เราชอบในความถ่อมตนของสตีเฟน ที่กล่าวไว้ในคำนำว่า

.. "ในยามที่ผมเริ่มเขียนหนังสือเล่มนี้ ผมตระหนักว่ายิ่งทหารพูดถึงตนเองมากเท่าใด ก็ยิ่งดีเท่านั้น ผมยกวาทะยาวเหยียดของพวกเขามาใช้ในหนังสือ และเพิ่งมองเห็นว่างานที่ผมทำเป็นแต่เพียงการนำรวบรวมเรื่องราวของทหารกลุ่มนี้มาเรียบเรียงให้เป็นเล่ม ผมแทบไม่ได้เขียนหนังสือเล่มนี้เลย แท้จริงแล้ว หนังสือเขียนแล้วเสร็จโดยทหารผ่านศึก"

ลุ้นระทึกไปกับ "วีรกรรมพลร่มเบเรต์แดง" เพราะก่อนจะถึงวันดีเดย์ แอมโบรสได้แกะรอยเบื้องหลังรายละเอียดการเตรียมการต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่านี่แหละคือคุณค่าของเรื่องราวในประวัติศาสตร์ และบุคคลในประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะเป็นเพียงพลทหารเล็กๆ นายหนึ่งในกองร้อยที่ไม่ได้โด่งดังถูกปูนปั้นเป็นอนุสาวรีย์สถานให้ใครรำลึกจดจำ ต่อให้เราอ่านหนังสือเราก็คงไม่ได้มานั่งจำหรอกว่าใครเป็นใคร ทำอะไรที่ไหน อย่างไร แต่เพียงแค่ได้อ่านได้รับรู้ในเหตุการณ์ชั่วขณะหนึ่ง ก็รู้สึกมีความสุขแล้วกับวีรกรรมหนึ่งของทหารกล้าในประวัติศาสตร์

แม้พวกเขาจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ฮีโร่ เช่นที่ทหารนายหนึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ขอร้องกับแอมโบรสไว้ว่าไม่ว่าจะเขียนอะไรลงไปในหนังสือเล่มนี้ก็ตาม อย่าเขียนให้เขาเป็นวีรบุรุษ แอมโบรสคิดในใจว่านั่นเป็นการเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ได้เขียนให้ใครเป็นวีรบุรุษ แต่เขากำลังเขียนถึงวีรบุรุษ

ความสำเร็จของการปฏิบัติการทางทหาร ย่อมเป็นชื่อเสียงของผู้บังคับบัญชาผู้นำปฏิบัติการ พันตรี จอห์น โฮเวิร์ด ใครเล่าจะจดจำนายร้อย นายสิบ หรือพลทหารเล็กๆ ที่ร่วมปฏิบัติอยู่ในภารกิจ ที่อยู่แนวหน้าเหนือผู้บัญชาการ  

สิบเอก เอ็ม ธอร์นตัน ผู้ยิงปืนพิแอต กระสุนนัดนั้น  ..เขาคือวีรบุรุษใช่หรือไม่

แล้วเหล่านี้คือวีรบุรุษไหม นักบินผู้นำเครื่องร่อนลงจอด ทหารที่ต้องยึดรังปืนกล
ทหารที่ต้องทำในแต่ละส่วนปฏิบัติการของตนเอง
หากพวกเขา..พลาด  การยึดสะพานเพกาซัสอาจล้มเหลว


ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย การยึดและปกป้องสะพานเพกาซัส หนึ่งในแผนปฏิบัติการสำคัญของการยกพลขึ้นบกวันดี-เดย์ก็เช่นกัน ทหารต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก จำลองสถานที่ จำลองเหตุการณ์ ฝึก ฝึก และฝึก ทำแม้กระทั่งต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมภาพยนต์ในการจัดทำภาพยนต์การบินเพื่อจำลองภาพสถานการณ์การบินและการลงจอดแก่นักบินเครื่องร่อน

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเข้าสู่สถานการณ์จริง .. ทหารย่อมรู้ดีว่ามันคือเหตุการณ์เฉพาะหน้า ที่อาจไม่เคยมีอยู่ในสถานการณ์ซ้อมรบ นั่นจึงเป็นที่มาของความตื่นเต้น ลุ้นระทึก ที่หากว่าไม่ใช่เรื่องจริงในประวัติศาสตร์ที่รู้อยู่แล้วว่าทำสำเร็จ แต่เป็นเรื่องแต่งนิยาย คงได้ลุ้นมันส์กว่านี้แน่

อ่านสนุก ชอบค่ะ แต่ยังไม่เท่า Band of Brother เพราะเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้คือการเน้นที่ "ปฏิบัติการยึดสะพานเพกาซัส" ส่วน Band of Brother คือเรื่องราวของ "เพื่อนตายสหายศึก"  พลร่มกองร้อยดีใน Pagasus Bridge ได้รับการฝึกหนักมารับภารกิจสำคัญวันดี-เดย์ในทางปีกซ้าย หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป กองกำลังบางส่วนที่ถูกดึงเข้ามาร่วมปฏิบัติการถูกส่งคืนต้นสังกัดทันทีหลังปฏิบัติการยึดและปกป้องสะพานสำเร็จ ส่วน Band of Brothers พลร่มกองร้อยอีซีทางปีกขวาของวันดี-เดย์ คือเรื่องราวของทหารกองร้อยหนึ่ง ที่ร่วมเป็นร่วมตาย ร่วมตรากตรำกรำสงครามผ่านห้าประเทศไปจนถึงรังพญาอินทรีของฮิตเลอร์ จึงซาบซึ้งถูกใจคอดราม่าอย่างเรามากกว่า

อ่านปีกซ้าย ปีกขวาของผู้เขียนจบ กะจะเลียนแบบผู้เขียนซะหน่อย

"ชีวิตนี้อ่านเรื่องของปีกซ้ายพลร่มเพกาซัส และอ่านเรื่องราวของปีกขวาพลร่มกองร้อยอีซี ...เราไม่ต้องการอ่าน (สงคราม) อะไรอีกแล้ว"


คงใช้คำพูดนี้ไม่ได้แล้ว เพราะเมื่อกลางวันพี่คนนึงถามว่า ..อ่าน The Pacific ยัง ? .. ไม่ได้นะ! อ่าน Band of ฺฺBrothers แล้ว เธอต้องอ่าน The Pacific  
Smiley นั่นหมายความว่า แค่ปีกซ้ายกับปีกขวาในสมรภูมิยุโรป ยังไม่เพียงพอ ต้องต่อสมรภูมิแปซิฟิคด้วย    

ออกตัวว่าไม่ใช่คนที่คลั่งไคล้สงครามอะไรหรอกนะคะ เป็นแต่เพียงคนที่ชื่นชอบใน "ทหาร" เหตุผลเดียวกันกับที่อ่าน โลดเต้นบนเส้นด้าย (ทหารไทย ชายแดนใต้) ลับ ลวง พราง ศึกเขาพระวิหาร (ทหารไทยกับการปฏิบัติหน้าที่ในดินแดนพิพาท เขาพระวิหาร) ทราบว่าคุณวาสนา นาน่วม เขียนเรื่อง มนุษย์กบ ซีลไทย เอาไว้ด้วย ยังหาหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เลย  ส่วนตน มีความรู้สึกยกย่องใน "ทหาร" เป็นพิเศษ ยิ่งในอดีตภาวะศึกสงคราม มีความตายอยู่รายล้อม ถึงไม่พร้อมก็อาจตายได้ทุกเมื่อเข้าสู่สนามรบ เหตุผล ที่ Saving Private Ryan เป็นหนังที่โด่งดังประทับใจคอหนังสงคราม สำหรับเราแล้วไม่ใช่เฉพาะเรื่องของพลทหารไรอัน ลูกชายคนสุดท้ายของครอบครัวที่ทางการต้องการให้มีชีวิตรอดสืบสกุล หลังจากที่ครอบครัวต้องสังเวยลูกชายให้กับสงครามไปแล้วสามคน แต่ภาพของการยกพลขึ้นบกในวันดี-เดย์ในหนังเรื่องนั้นมันช่างจับตาจับใจ 

วันดี-เดย์ในความหมายของเราเอง มันคือการส่งทหารขึ้นบกไปให้ได้มากที่สุด เพราะหลังจากตายไปมากแล้วสุดๆ จะได้ยังเหลืออีกมากเพื่อบุกตะลุยฝ่ากำแพงแอตแลนติกของฮิตเลอร์เข้าไปในภาคพื้นยุโรป เพื่อเอาชนะสงคราม เพื่อทำลายล้างระบอบนาซี ปลดปล่อยเอกราช   ความเป็นฮีโร่ของทหารสำหรับเราจึงไม่ได้อยู่ที่ผลแห่งชัยชนะหรอก แต่อยู่ที่การเป็นคนธรรมดารักตัวกลัวตายที่ต้องทำหน้าที่ในสงคราม ทำทั้งที่รู้ว่าโอกาสรอดมีไม่มาก ..แค่นั้นเอง แม้แต่ฝ่ายเยอรมันเอง พวกเขาก็เป็น "ทหาร" ที่ต่างก็ต้องทำหน้าที่ 

วันดี-เดย์ ฝังรอยตราตรึงอยู่ในหัวใจทหารผ่านศึกอย่างไร ปฏิบัติการยึดสะพานเพกาซัสที่วางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ฝึกฝนอย่างหนัก และจู่โจมสุดห้าวในครั้งนั้น ก็มีความหมายต่อพลร่มเบเรต์แดงด้วยเช่นนั้น ตลอดระยะเวลาสี่สิบปีต่อมาหลังสงครามสิ้นสุด ก่อนที่แอมโบรสจะเขียนหนังสือเล่มนี้ เมื่อมีโอกาสในวันรำลึกถึงทหารผ่านศึก พวกเขาที่รอดชีวิต ยังกลับไปนอร์มังดี ไปที่สะพานเพกาซัส สะพานของพลร่มเบเรต์แดง




Create Date : 26 เมษายน 2557
Last Update : 27 เมษายน 2557 0:06:55 น. 5 comments
Counter : 1199 Pageviews.

 
แนวๆนี้ไม่ได้อ่านเลยค่ะ ไม่เคยลองสักที แนวสงครามจะชอบดูเป็นหนังค่ะ ไว้จะลองๆหามาอ่านดูบ้าง ขอบคุณที่นำมาแนะนำค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:8:19:29 น.  

 
แนวนี้สงสัยนุ่นจะไม่ถนัดค่ะ
ถ้าเป็นหนังคงดูง่ายกว่า

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า ^^



โดย: lovereason วันที่: 27 เมษายน 2557 เวลา:22:30:34 น.  

 
หนังสือแนวนี้ ต้องยกให้ค่ายมติชนเขาเลยค่ะ


โดย: Prophet.doll Oui+ (Pdจิงกุเบล ) วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:17:26:19 น.  

 
ขอบคุณครับ รีวิวได้น่าอ่านมากๆครับ เพราะอ่านรีวิวของคุณ prysang ผมจึงไปตามเก็บหนังสือ Band of Brothers มาจนได้ แม้สภาพจะสมบุกสมบันอย่างกับไปรบมาก็เถอะครับ


โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 29 เมษายน 2557 เวลา:1:24:07 น.  

 
@ คุณ kunaom @ lovereason คุณนุ่น @ Pdจิงกุเบล แนวสงคราม อาจจะต้องคนชอบแนวนี้จริงๆ .. เพราะส่วนใหญ่เป็นบรรยาย บทพูดน้อย

@ คุณ leehua อย่าพลาดซีรีย์นะคะ (ขอร้อง) ^^


โดย: prysang วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:21:33:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.