Group Blog
 
All blogs
 
妃关天下 ชายาสะท้านแผ่นดิน เล่ม ๗ ไห่โม่เฟิง นายน้อยสำนักเทพสมุทร


ผู้แต่ง:  ( ) ผู้แปล : 




นับว่าเป็นโชคดีของลั่วอวี่ยิ่งนักที่ได้พบชนเผ่าที่ซุกซ่อนตัวจากโลกภายนอกโดยไม่ต้องเหนื่อยแรง
 ซ้ำยังไม่คาดคิดว่าราชันชมฟ้าจะมาปรากฏกายตรงหน้า... และไม่มีแม้สักวาจาที่ตำหนินาง

นอกจากนั้นแล้วนางยังได้ทำความดีความชอบใหญ่หลวงให้สำนักเทพสมุทร
 จึงได้สิ่งที่กำลังเสาะหาเป็นของตอบแทน...
ในที่สุดยาลูกกลอนชั้นเลิศก็ถูกหลอมมารักษาอวิ๋นซื่อเทียนจนหายดี

การฝึกตนให้แข็งแกร่งเพื่อต่อกรกับยอดฝีมือแห่งหอปรางค์อารยะจึงเริ่มต้นขึ้น
 โดยมีนายน้อยแห่งสำนักเทพสมุทรคอยช่วยเหลือ
 และผลที่ได้ก็เกินคาดยิ่ง เมื่อกำลังความสามารถเข้าขั้น
 แผนที่เข้าสู่เขตลับของเผ่าเลือนเร้นพลันปรากฏขึ้นบนผิวกายนางอย่างน่าอัศจรรย์!

อาจถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะทำภารกิจที่รับสืบทอดมาจากบุรุษเจนโลกผู้นั้นให้ลุล่วงเสียที...
 แลกกับการได้พลังอภิญญาณเลือนเร้นมาไว้ในครอบครอง!


ยุทธภพกว้างใหญ่ไพศาล  เหนือฟ้ายังมีฟ้าเช่นไร  เหนือดินแดนพุทธเทพน้ำหนึ่ง ดินแดนเพลิงมารพิภพ บนแผ่นดินลืมธารา ยังมีดินแดนอื่นอยู่อีก  มีชนเผ่าอื่นที่ซุกซ่อนตัวจากโลกภายนอก  พวกเขาเหล่านั้นที่ร้ายกาจยิ่งกว่า แข็งแกร่งยิ่งกว่า มีมากมายนัก 

พลิกร่างสามารถปิดฟ้า คว่ำมือสามารถเรียกฝนได้

เผ่าดอยใต้ ดาวเนิน สำนักเจ้าสมุทร วังน้ำแข็งศักดิ์สิทธ์ หอปรางค์อารยะ และนครใบคู่

หกชนเผ่าที่ไม่เคยให้ความสนใจกับเรื่องราวของโลกภายนอก  หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดถึงขั้นพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน  แต่จากนี้คงเริ่มมีเรื่องที่จะสนแล้ว ในเมื่อตี้ฟั่นเทียนเป็นลูกศิษย์ของผู้อาวุโสแห่งหอปรางค์อารยะ  การแก้แค้นครั้งนี้ ..หากขอบชมฟ้าจะรับมือจำต้องมีผู้หนุนหลังสักคนที่ทัดเทียม

หกชนเผ่านี้ยังแบ่งเป็นสามเผ่าบนกับสามเผ่าล่าง สามเผ่าบน คือ เผ่าดาวเนิน สำนักเทพสมุทรและ เผ่าดอยใต้ สามเผ่าล่าง ได้แก่ วังน้ำแข็งศักดิ์สิทธ์  หอปรางค์อารยะ และ นครใบคู่ แม้จะเป็นหกชนเผ่าที่ทรงอำนาจต่างมีอิทธิพลกว้างใหญ่ไพศาลเช่นเดียวกัน แต่สามเผ่าบนและสามเผ่าล่างกลับเข้ากันไม่ได้ ...ความเกลียดชังและเป็นปฏิปักษ์ต่อกันหยั่งรากฝังลึกมานานแล้ว

และเหนือบรรดาชนเผ่าทั้งหกนี้ ยังมีอีกชนเผ่าหนึ่งที่มีฐานะสูงส่งที่สุด สาเหตุเพราะวิทยายุทธ์ของพวกเขาสะอาดหมดจดและกว้างใหญ่ไพศาล ชะล้างได้แทบทุกสิ่ง สามารถต้านทานพลังทุกอย่าง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ชนเผ่านี้เป็นเพียงอดีตที่สูญสิ้นไปแล้ว

ชนเผ่าเลือนเร้น ที่ยังเป็นปริศนา สุดขอบฟ้า สุดขอบทะเล ที่ตั้งของเผ่านั้นอยู่ ณ แห่งหนใด  เสาะเสาะหาหา หาหาเสาะเสาะ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะพบเส้นทางลี้ลับที่จะนำไปสู่ขุมทรัพย์อันล้ำค่าเพื่อจะได้มาซึ่งสุดยอดปรารถนาของชาวยุทธภพ 

"พลังอภิญญาเรือนเร้น" ยังมีหลงเหลืออยู่จริงหรือไม่ 


รู้สึกว่าเราจะเป็นโรคภูมิแพ้ความสูงส่ง  ในเล่ม ๖ ถึง เล่ม ๗  การปรากฎตัวของท่านผู้นี้ ที่แม้แต่ "เจ้าเงิน" "เจ้าแดงน้อย"  สัตว์อสูรเรืองอิทธิฤทธิ์ทั้งสองของจวินลั่วอวี่ยังต้องยอมสยบอยู่เงียบๆ  ต่อให้ฮึดฮัดไม่พอใจ ก็รู้ดีว่าไม่อาจกำแหง เขาพูดคำไหนคำนั้น สั่งอย่างไร ต้องอย่างนั้น  บอกให้สงบเสงี่ยม ไฉนเลยจะกล้าไม่สงบเสงี่ยม  เช่นนั้นแล้ว จวินลั่วอวี่เอง แม้ไม่กลัว แต่ก็ใช่ว่าจะกล้า ไม่มีเรื่องบาดหมางเหตุใดจึงต้องหาเรื่องใส่ตัว

ท่านผู้นี้คือ ไห่โม่เฟิง  นายน้อยแห่งสำนักเทพสมุทร บุรุษหนุ่มผู้มีฝีมือกล้าแกร่ง รูปร่างหน้าตาธรรมดา มักมีท่าทีเฉื่อยเนือยเรียบเฉยไม่แยแสสิ่งใด แต่ก็แฝงกลิ่นอายเฉียบขาด แข็งแกร่ง และสูงส่ง  อุปนิสัยเย็นชา ทว่าเรื่องคิดการวางแผนว่ากันว่าเขาถือเป็นอัจฉริยบุคคลในบรรดาหกชนเผ่า

เกาะเทพสมุทรตั้งตระหง่านอยู่บนน่านทะเลเงินดำอยู่ระหว่างพื้นดินและท้องฟ้าอย่างสงบและสูงส่ง

นายน้อยแห่งสำนักเทพสมุทรย่อมถือตัวพอจะไม่ไปยุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของดินแดนอื่นที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร หากที่ต้องไปเป็นสักขีพยาน ในวันนัดล้างแค้นของตี้ฟั่นเทียน  ก็เป็นเพียงการเปิดหูเปิดตา เป็นสัญญาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน จะว่าเล็กๆ น้อยๆ ก็เล็กน้อย จะว่าไม่เล็กไม่น้อยก็ว่าได้เช่นกัน 

คนผู้นี้ในความรู้สึกของเรา ช่างเป็นบุรุษที่ใจกว้างดังผืนมหาสมุทรน่านทะเลเงินดำ บทบาทของเขายังไม่ส่ออะไรเป็นพิษภัยจึงเป็นความปลอดโปร่งสบายใจน่าคบหา สาเหตุสำคัญคือเขาไม่ได้พึงพอใจในตัวจวินลั่วอวี่แบบที่จะลดตัวลงมาคลุกคลีอยู่ในวังวนศึกชิงนาง ซึ่งถือเป็นบุรุษที่โชคดีมาก เนื่องจากเราชักจะเห็นแววอนาคตลำบากของอวิ๋นซื่อเทียนเข้าแล้วในเล่มนี้  นี่ยังไม่นับถึงราชาฟ้าบูรพา ที่ก็ไม่รู้ว่าไปตกระกำลำบากอยู่แห่งหนใด 

นอกจากจะใจกว้างยอมตกลงสัญญา ยังอุตส่าห์ใจดีมีปูนบำเน็จรางวัลความดีความชอบ
ที่แม้แต่ เจ้าเงิน ของจวินลั่วอวี่ยังตาลุกด้วยความตื่นเต้นดีใจ   

เร็ว  รีบรับไว้! ของดี!

ใช่  ของดี สูงค่า ประเสริฐยิ่ง หากยินดีให้ ไมตรีนี้ย่อมต้องยินดีรับ  ดีอะไรยิ่งนัก ดีอะไรอย่างนี้ สักวันหนึ่งเถิด ท่านอาจจะต้องเสียใจที่มอบมันให้กับจวินลั่วอวี่ ข้าคนนี้หวังดีขอเตือน Smiley

สายลมดวงเดือนไร้ไมตรี โลกยังมีความรัก ... มากมาย

ถึงจะพบเจอไห่โม่เฟิงและแอบปันใจไปพันผูก  แต่ถึงอย่างไรก็ย่อมไม่ลืมบุรุษผู้นี้ อวิ๋นซื่อเทียน  จอมราชันแห่งแคว้นขอบชมฟ้า เขาเคยบาดเจ็บสาหัสมาโดยตลอด แต่ก็รอดมาได้ในทุกสถาน ทรงๆ ทรุดๆ อยู่อย่างทรหดมาเนิ่นนานถึงป่านนี้ นั่นจะใช่คนธรรมดาสามัญหรือ ปกติก็ยโสโอหัง เหี้ยมโหดดุดัน เย็นชาถึงกระดูก ในยามที่หายเปื่อยภายใน ฝึกฝนสำเร็จทะลุทะลวงขั้นจนพลังยุทธ์เปลี่ยนไปเป็นสีดำบริสุทธิ์  แม้แต่สายตาของนายน้อยแห่งสำนักเทพสมุทรผู้สูงส่งยังผุดประกายชื่นชมอยู่จางๆ "เจ้าคนร้ายกาจ"

กลิ่นอายคงเดิม เหี้ยมเกรียมดุดันเช่นเก่า แต่พลังยุทธ์ที่เคยกระพร่องกระแพร่งทรุดโทรมเมื่อก่อนนั้นไม่มีร่องรอยอีกต่อไปแล้ว กลิ่นอายพลังยุทธ์สีใหม่นี้ที่วนเวียนอยู่รอบกาย สมบูรณ์ สมบูรณ์ยิ่งนัก ใช่แต่เพียงเท่านั้น การฝ่าด่านฝึกฝนจนสามารถเพิ่มขั้นพลังยุทธ์ขึ้นมาได้นั้น ยังทำให้อวิ๋นซื่อเทียนตระหนักรู้จนได้มาซึ่งสุดยอดวิชายุทธ์อันร้ายกาจของสำนักเทพสมุทรอีกด้วย 

ไห่โม่เฟิงไม่ได้สอน และไม่เคยคิดจะสอน แต่อวิ๋นซื่อเทียนก็สำเร็จเคล็ดวิชาเหล่านั้นได้ด้วยตนเอง  สติปัญญาล้ำเลิศจนไห่โม่เฟิงไม่มีอะไรจะพูด แม้จะนึกเสียใจอยู่ครามครัน ก็สายไปแล้ว

ณ ยอดเขาถามท่าน แคว้นขอบชมฟ้า  มีงานชุมนุมชาวยุทธ์ผู้กล้าทั่วทั้งแผ่นดิน  ชั่วพริบตาเดียวสายตาและท่าทีที่เหล่าผู้กล้ามองอวิ๋นซื่อเทียนและมองขอบชมฟ้าเปลี่ยนไปจากเดิม กริยาท่าทีที่บ่งบอกว่ายอมอยู่ใต้อำนาจแผ่ซ่านออกมาจากในกระดูก 

ไหมล่ะ  ข้าว่าแล้ว  ... อย่าให้เขาได้มีโอกาสหายดี

ตี้ฟั่นเทียน  เจ้าหาใช่คนที่มีค่าพอจะเป็นศัตรูคู่บารมี

"...อวิ๋นซื่อเทียน สิ่งที่ข้าไม่ได้ ชาตินี้ต่อให้ข้าตาย
ก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้ ข้าจะทำให้พวกเจ้าอยู่ไม่สู้ตาย 
วันหน้าข้าจะรอพวกเจ้าอยู่ใต้พิภพ  คิดจะอยู่ด้วยกัน ชาตินี้พวกเจ้าอย่าได้หวัง"

คำพูดอาจปลิวคว้างไปในอากาศ แต่ความโกรธแค้นลึกล้ำที่เปี่ยมด้วยความอาฆาตพยาบาทรุนแรงนี้จะฝากฝังจารึกลงในแผ่นดิน

เป็นปมที่คงตัดใจไปจากนิยายเรื่องนี้ไม่ได้ ต้องรอติดตาม 


จี้ยเซวียนโม่เหยียน ยังจำได้ไหม องค์ชายสามแห่งแคว้นไร้ปีก รูปงามสูงสง่า หยิ่งทะนงเปิดเผยจริงใจ และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองยิ่งนัก เคยมีสัญญาหมั้นหมายกับ จินลั่วอวี่ แต่สัญญานี้ก็ต้องจบลงด้วยความรักที่ไม่อาจได้มาและความแค้นที่ใหญ่หลวงนัก โดยเฉพาะกับอวิ๋นซื่อเทียน

เขากลับมาแล้ว กลับมามีบทบาท การเติบโตขึ้น ทำให้โทสะเพลิงพิโรธไม่พัดโหมมากนักเหมือนเก่าก่อน แต่ร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวประทุง่ายก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ 

โม่เหยียน บัดนี้ เป็นถึง นายน้อยแห่งเผ่าดาวเนิน  ที่อดีตบรรพชนมีความเกี่ยวพันกันลึกล้ำกับชนเผ่าเลือนเร้น อดีตค้างคา ภารกิจค้างกระทำที่สายโลหิตของเผ่าเลือนเร้นคนสุดท้ายได้ฝากฝังไว้กับจวินลั่วอวี่และอวิ๋นซื่อเทียน 'นำดอกหมอกดาว ไปมอบให้กับชนเผ่าดาวเนิน' คงไม่ใช่ภารกิจที่จะทำได้สำเร็จโดยง่ายเสียแล้ว  เรื่องพลังอภิญญาเลือนเร้นน่ะนะ ลืมไปก่อนได้เลย

สวรรค์ นั่นคือดอกหมอกดาว ไม่ได้งามเลิศล้ำวิจิตรตระการตา แต่ทรายเมฆธาราเงิน ที่ประกอบขึ้นเป็นดอกไม้ชนิดนี้  .. ร่วงลงมาจากฟ้า สิ่งล้ำค่าที่มาจากดวงดาว ฝากแฝงในผืนดินมานับพันปีกว่าจะกลายเป็นทราย

ของล้ำค่าเช่นนี้ อันตรายต่อจิตใจคนยิ่งนัก   แม้แต่อวิ๋นซื่อเทียนยังหวั่นไหวด้วยใจปรารถนา หากแต่ว่าเขามิใช่คนต่ำชั้นที่จะละเลิกความละโมบไม่ได้ 

แต่เหตุไฉน ผู้มีสิทธิ์พึงได้พึงมีอย่างชนเผ่าดาวเนิน จึงเมินเฉยต่อสิ่งล้ำค้าอันเป็นสัญญาพันธนาการกับชนเผ่าเลือนเร้นเช่นนั้น  

ความแค้นมีคนก่อ หนี้สินมีผู้สร้าง อวิ๋นซื่อเทียน มาอยู่ตรงหน้าให้คิดบัญชี แต่  เจี้ยเซวียนโม่เหยียน ในยามนี้กลับทำตัวแปลกประหลาด  เขาจะเป็นมิตรชั่วคราว หรือศัตรูชั่วกาล ล้วนมีเลศนัย  

"ท่านอย่าได้ถือสาเด็ก" ลั่วอวี่กล่าวเตือนเช่นนั้น ยามโม่เหยียนใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกิน  แต่นางกล่าวผิดไปแล้ว  แม้โม่เหยียนจะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก  การวางตัวการจัดการเรื่องราวไม่หุนหันพลันแล่นใช้อำนาจบาตรใหญ่เช่นแต่ก่อน (ไม่นับรวมเรื่องเล็กน้อยที่พุ่งเป้าเล่นงานอวิ๋นซื่อเทียน)  ทว่าในความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนั้นสำหรับเขาก็ยังไม่พอ

"ข้าไม่ถือสาคนที่ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน"

555 ขอหัวเราะหน่อยเถอะ  นี่เป็นประโยคทองของเล่ม ๗ สำหรับเราเลยนะ  ต้องเป็นคนโอหังอวดดีถึงกระดูก อย่างผู้เขียนบรรยายอวิ๋นซื่อเทียนไว้จริงๆ ถึงจะกล่าววาจาเช่นนี้ออกมาได้ด้วยน้ำเสียงธรรมดา ไม่ต้องอาศัยความมั่นอกมั่นใจและไร้ซึ่งความหลงตัวเองเคลือบแฝงสักนิด

เห็นหรือยังว่าเขาเป็นคนมีความคิด เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ Smiley ตัวเขาเองเป็นคนไม่พูดมาก และก็ไม่ชอบให้ใครมาพูดมากเยิ่นเย้อด้วย  เรื่องใดไร้สาระ เรื่องใดไม่สลักสำคัญ ก็ไม่อยากจะเสียเวลา เพราะเวลานั้นควรเอาไปใช้ลงมือทำเฉพาะเรื่องที่สำคัญเช่น ส่งดอกหมอกดาวให้เผ่าดาวเนิน

ส่งไปเร็วหน่อย ฝึกฝนพลังอภิญญาเรือนเร้นเร็วหน่อย 
กำจัดหอปรางค์อายะเร็วหน่อย จะได้กลับไปแต่งงานเร็วหน่อย

ลั่วอวี่อายุสิบห้ากว่าๆ แล้ว แม้จะยังไม่เป็นผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่เด็กแล้ว เดิมทีคิดจะรอให้อายุครบสิบหกปีวัยออกเรือน แต่ในเมื่อเขาไม่ถือสา ลั่วอวี่ก็ควรแต่งงานได้แล้ว เขารอต่อไปไม่ไหวแล้ว  

อยากจะเล่าถึงองค์ชายสาม ก็วกกลับมาที่องค์ราชันอวิ๋นซื่อเทียนอีกเข้าจนได้ .. Smiley


ชายาสะท้านแผ่นดิน ทั้งเล่ม ๖ เล่ม ๗ ให้ความรู้สึกในระดับเดียวกัน คือ สนุกมาก มีสัตว์อสูรนานา เรื่องราวหลายอย่างดึงดูดให้สนใจติดตามอ่านรวดเดียวจบ  แต่ความรู้สึกที่ผุดขึ้นจางๆ ในเล่มที่แล้ว และเพิ่งห่วงอยู่ว่าสุ่มเสี่ยงจะ "ล้ำเส้น" มันหมิ่นเหม่ชัดเจนขึ้นในช่วงท้ายๆ ของเล่ม ๗ 

อวิ๋นซื่อเทียนนั้นเราหมดห่วงได้แล้ว นอกจากจะหายเจ็บป่วยกาย  มีลั่วอวี่ให้คอยโอบกอดอยู่ข้างตัวจิตใจก็เติมเต็ม อยากจะใช้พลังเท่าไหร่ท่านก็ใช้ไป ข้าไม่ท้วง ข้าไม่ว่า จัดเต็มเลยค่ะเฮีย จะโอหังอวดดีเท่าไหร่ ในเมื่อมีดีให้อวดก็อวดไป เพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นคนมีสติปัญญาที่ตระหนักสิ่งใดร้าย สิ่งใดดี ใคร่ครวญมีเหตุผล ไม่โลดแล่นไปตามอารมณ์และไม่ได้ลำพองตนจนลืมตัว  การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในเล่ม ๖  ข้าชอบท่านยิ่งนัก Smiley  มาถึงเล่ม ๗ นี้  แม้ท่านไม่พูดมาก ไม่ได้หมายความไม่มีความคิด และเมื่อไหร่ที่เปิดปากพูด ล้วนมีเหตุผลที่ใคร่ครวญแล้วมิใช่การคาดเดาหรือกล่าวพร่ำเพรื่อ

"ข้าศึกมาก็ให้ขุนพลสกัด  น้ำมาก็เอาดินกั้น ไยต้องพูดอะไรให้มากความ" อวิ๋นซื่อเทียนเป็นคนพูดน้อยลงมือทำเช่นนั้นเอง  ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ยามโดดเด่นเป็นผู้นำอยู่ลำพังก็เท่ดี  แต่พอมีลั่วอวี่อยู่ด้วย ท่านไม่พูดแต่นางพูด ท่านไม่เอ่ยคำแต่นางทั้งกล่าววาจาและกร่างการกระทำ ย่อมทำให้รู้สึกไปว่าลั่วอวี่คือผู้นำเป็นต้นคิดต้นแผนการณ์ต่างๆ ซึ่งข้าชักจะไม่ชอบขึ้นมาตระหงิดๆ  


"หาเรื่องระราน"  "สำราญบนความเดือดร้อนของคนอื่น"  "แทงข้างหลัง"  คือคำนิยามที่เราใช้แทนการกระทำที่เกิดขึ้น  ไม่อาจคิดเป็นอื่นได้เลย  ก่อนหน้านั้นหากนางจะคิดทำสิ่งใด นั่นมีที่มีจากการที่นางเป็นผู้ถูกกระทำก่อน  ตี้ฟั่นเทียน เคยทำกับนาง  แล้วยังทำกับอวิ๋นซื่อเทียน กับราชาฟ้าบูรพา ต่างคนต่างมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน  กับนครเจ้าสันตินางฉกฉวยแต่ก็มอบให้ด้วยเรื่องที่คุ้มค่าตอบแทน

ทว่า ช่วงท้ายเล่ม ๗  นั่นมันคืออะไร  เราเกือบจะรับไม่ได้  หากไม่มีคำพูดประโยคหนึ่งของอวิ๋นซื่อเทียน และเหตุผลความคิดเรื่องหนึ่ง ที่เราจำต้องยึดโยงความคิดในแง่ดีเอาไว้ให้มั่นๆ ว่าการกระทำเหล่านั้นก็ไม่ได้ผิดหรือน่ารังเกียจอะไรนัก

"ไม่เพียงไม่ได้รับผลประโยชน์ วันหน้าเกรงว่าจะยังมีผลร้ายตามมาอีกนับไม่ถ้วน"

ขอบชมฟ้ากับเพลิงมารพิภพ ในสายตาของคนทั่วไปคือกลุ่มอิทธิพลที่อยู่สูงสุดยอด แต่เมื่อเปรียบกับชนเผ่าที่ซุกตัวอยู่โลกภายนอกแล้วกลับไม่นับเป็นอย่างไร เพียงชนเผ่าใดเผ่าหนึ่งในสามเผ่าบนสามเผ่าล่างออกโรงเอง พวกเขาก็อาจถูกกวาดล้างเรียบไม่มีเหลือ 

ชนเผ่าที่ซุกซ่อนตัวจากโลกภายนอกมีกองกำลังเข้มแข็งเปี่ยมอานุภาพสืบทอดกันมานับพันปี พวกเขาไม่อาจเทียบเคียงได้แม้เพียงนิด วันนี้ชนเผ่าเหล่านั้นอาศัยพวกเขาสองคนเล่นงานสามเผ่าล่าง วันหน้าเมื่อสามเผ่าล่างรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว เกรงว่ายังไม่ทันตั้งตัวเป็นศัตรูกับสามเผ่าบนก็จะทำพิธีบวงสรวงกรีธาทัพมาเล่นงานขอบชมฟ้ากับเพลิงมารพิภพก่อนแล้ว 

หากหอปรางค์อารยะยกกองกำลังทั้งหมดบุกสังหารเข้ามา หรือติดต่อสามเผ่าล่างแล้วบุกมาพร้อมกัน ขอบชมฟ้าของเขากับเพลิงมารพิภพจะต้านทานอย่างไรไหว ถึงตอนนั้นสามเผ่าบนอาจฉวยโอกาสโค่นล้มสามเผ่าล่าง แต่ไม่มีทางออกหน้าช่วยพวกเขาขอบชมฟ้ารับมือกับข้าศึกแน่นอน

หลังจากรู้สึกไม่ชอบใจการกระทำทั้งหลายเหล่านั้นที่ลั่วอวี่เป็นคนต้นคิดมาก  หากเมื่อได้คิดทบทวนตามความคิดในหัวของอวิ๋นซื่อเทียนเหล่านี้ ก็พอจะช่วยลดทอนความไม่พอใจเหล่านั้นลงได้

ผู้คนมักบอกว่าเทพเซียนทำศึก มนุษย์โลกประสบความหายนะ
หากมนุษย์โลกอย่างพวกเขาไม่อยากประสบความหายนะ 
เช่นนั้นก็มีแต่ต้องเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน 

แต่อวิ๋นซื่อเทียนก็ตระหนักดี อิทธิพลไม่มากพอ

แต่ ... แต่อีกแล้ว 

ลั่วอวี่ลูบคฑาเลือนเร้นในอกเสื้อ ขุมทรัพย์ยอดเยี่ยมที่อยู่ข้างใน จงมาเป็นหินปูพื้นให้นางประกาศตัวเป็นใหญ่บนแผ่นดินลืมธาราเถิด!  

กลียุคเดี๋ยวผุดเดี๋ยวจม ใต้หล้านี้ใช่เป็นของบุรุษเพศทั้งหมด 

 ยากนักจักได้พบผู้เปี่ยมความสามารถ รอดูเถิด พญาหงส์จะโบยบินขึ้นสู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้า


ในความคิดของจวินลั่วอวี่ที่ปรากฏอยู่ในสามบรรทัดสุดท้ายก่อนจบของนิยายเล่ม ๗ นั่นคืออะไรกัน

ความหลงตัวเองความขวัญกล้าทะเยอทะยานจะยิ่งใหญ่เทียมฟ้านั่นมันหมายความว่าอย่างไร

ช่างเป็นความคิดที่ชวนให้รู้สึกผิดหวังอะไรอย่างนี้ เป็นสามบรรทัดที่ทำลายความรู้สึกซะจริงๆ

อวิ๋นซื่อเทียน หากนางมีความคิดจิตใจผยองเช่นนี้  ลำบากท่านแล้ว Smiley

สี่เล่มที่เหลือออกหมดเมื่อไหร่ จะติดตามเป็นกำลังใจ  เป็นห่วงท่านยิ่งนัก Smiley

 ข้ายังเป็นเอามาก  ...Smiley





Create Date : 22 มีนาคม 2558
Last Update : 11 กันยายน 2558 22:27:34 น. 3 comments
Counter : 402 Pageviews.

 
ว้าว รีวิวเดินทางมาเรื่องล่าสุดแล้ว
ไม่ค่อยได้อ่านรีวิวโดยละเอียดนะคะ ไว้จะลองพิสูจน์ดูบ้างค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 23 มีนาคม 2558 เวลา:10:27:29 น.  

 
อ้ากกกกกก เกรียนสามกลับมา


พี่จะตบะแตก วิ่งกลับไปอ่านแล้วนะ ...

ไม่ ๆ พี่ต้องอดทน !


โดย: Prophet_Doll วันที่: 23 มีนาคม 2558 เวลา:15:36:11 น.  

 
สงสารพี่ซื่อเทียน ก็นางเอกเล่นฮาเร็มจัดเต็ม มีใจโอนเอียงตลอด... แม้สุดท้ายซื่อเทียนจะเป็นที่สุดของหัวใจ แต่ก็นะ หมั่นไส้(โว้ย!)


โดย: สรุปได้แรงดีนะ วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:13:00:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.