Group Blog
 
All blogs
 
Majutsu Wa Sasayaku เสียงกระซิบสังหาร อ่านสิ..จะบอกคีย์เวิร์ดให้


 มิยาเบะ มิยูกิ เขียน / บัณฑิต ประดิษฐานุวงศ์ แปล


เมื่อเห็นบู้ธหนังสือมือสองตรงก่อนทางเข้างานเที่ยวทั่วไทยที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สัญญาณเตือนภัยในหัวร้องดัง 'ไม่เอา ไม่ซื้ออีกแล้วนะ!' แต่สองขาหาได้ฟังคำทัดทานไม่ ก้าวลิ่วๆ แถเข้าไปอย่างมิได้รีรอ Smiley อยากได้หนังสือเก่าหลายเล่มเลย  พยายามนึกภาพหนังสือ "กองดอง" และ "กองยืม" มาข่มไว้จนเกือบจะหักห้ามใจได้ตลอดรอดฝั่งหากสองตาไม่จูนไปเจอสันหนังสือเล่มนี้เข้าซะก่อน "เสียงกระซิบสังหาร"

คืนก่อนนั้นได้อ่านบล็อก ฆาตกรรมหมายเลข 7 ของคุณ มาช้ายังดีกว่าไม่มา ที่เอ่ยถึง เสียงกระซิบสังหาร เอาไว้ด้วย เย็นวันถัดมาก็ได้เจอหนังสือ อย่างนี้ต้องถือเป็นพรหมลิขิต จึงทำเมินไม่ลง   Smiley  นิ้วโป้งนิ้วชี้กระชับบรรจงคีบ ค่อยๆ ดึงมันออกมาจากกองหนังสือที่ทับซ้อน 


มิยาเบะ มิยูกิ ได้รับสมญาว่าเป็นราชินีแห่งอาชญนิยาย เนื่องจากผลงานของเธอได้รับความนิยมสูงมากเป็นประวัติการณ์ ติดอันดับทอปเท็นของหนังสือขายดีญี่ปุ่นทุกปีมาตลอดสิบปีเต็ม อีกทั้งยังได้รับรางวัลระดับชาตินับไม่ถ้วน และเกือบทุกเล่มถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์และละครทีวีดังเช่นเรื่อง เสียงกระซิบสังหารนี้ก็เป็นหนังสือได้รับรางวัลนิยายสืบสวนญี่ปุ่น

มาโมรุ นักเรียนมัธยมปลายวัยสิบหก อาศัยอยู่กับลุงและป้า เพราะพ่อของเขาหายสาปสูญพร้อมกับต้องคดียักยอกเงินหลวง ส่วนแม่ตายไปหลังจากนั้น  แต่แล้ววันหนึ่งลุงของมาโมรุก็ถูกจับได้ในข้อหาขับรถชนคนตาย ทั้งที่ยืนยันว่าหญิงสาวผู้ตายพุ่งออกมาให้รถชนเอง และไม่กี่วันต่อมา มาโมรุก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับ "ขอบคุณที่ช่วยฆ่าซุยาโนะ โยโกะ มันสมควรตายอยู่แล้ว"

หนุ่มน้อยมาโมรุจึงออกสืบหา จนได้ค้นพบว่าคดีของโยโกะเกี่ยวพันกับอีกหลายกรณีซึ่งล้วนเป็นการตายที่สังเข้าใจว่า 'ฆ่าตัวตาย' เช่นกัน 

ฆาตกรรม ด้วยเพียงเสียงกระซิบ และ ฆาตกรรม โดยบงการให้เหยื่อฆ่าตัวตายเองนั้น ทำได้อย่างไร   ทำได้จริงหรือ ?  

ตอนที่หยิบหนังสือเล่มนี้ออกมาจ่ายเงินแล้วหยิบใส่ถุงนั้นเป็นไปด้วยอาการกระมิดกระเมี้ยน เพราะ..ดูปกสิคะดูปก แลดูน่ากลัวนะคะ  ต้องรักษาภาพพจน์กันเล็กน้อย เดี๋ยวจะถูกมองว่าฝักใฝ่ความรุนแรง เพราะเพื่อนที่มาด้วยกันก็มีความขยาดอยู่แล้วกับซีรีย์ฝรั่งของเราที่ยืมไปแล้วส่งคืนนางบอกว่าทนดูไม่ได้ โหดเกิ๊น (Smiley เค้าก็แค่ Dexter ฆาตกรต่อเนื่องฉายา-นักชำแหละแห่งอ่าวไมอามี่เองนะ) แม้ปกมันจะไม่ชวนพกพาไปอ่านในที่สาธารณะ แต่เนื้อหาไม่ได้น่ากลัวนะคะ เป็นนิยายสืบสวนไขปริศนาคดีฆาตกรรมเท่านั้นเอง

จากส่วนหนึ่งของคำนำสำนักพิมพ์ที่กล่าวไว้ว่า

.. นอกจากจะสร้างตัวละครให้เป็นคนธรรมดาใกล้เคียงกับผู้อ่าน และสถานการณ์ระทึกใจในเงื่อนไขของฉากเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันแล้ว มิยาเบะยังได้รับคำชื่นชมว่าเรื่องของเธอสะท้อนจิตมนุษย์อันซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าคดีใดเสียอีก..

น่าจะจริงนะ เพราะเราค่อนข้างอินกับตัวละครและเรื่องราวแวดล้อม  ในขณะที่ความรู้สึกต่อฆาตกรกลับมีเพียงแค่เฉยๆ  อ๋อเหรอ  เขาคือ (xxx) และนั่นคือเหตุผลและวิธีการสินะ   แม้การไขปริศนา X man เขาคือใคร ฆ่าอย่างไร และทำไมต้องฆ่า จะเป็นเสน่ห์ของการอ่านนิยายแนวนี้ แต่ที่โดดเด่นในใจเรามากกว่าคือผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง เด็กหนุ่ม มาโมรุ ครอบครัวอาซาโนะ โยชิตาเกะ-รองประธานบริษัทชินนิปปอนโชจิ  

บ้าน-ครอบครัว-โรงเรียน-ครู-เพื่อน-สถานที่ทำงาน-คนคุ้นเคย-คนรู้จัก เราชอบวิถีความเป็นปถุชนเหล่านี้ในซีรีย์ญี่ปุ่นอย่างไร กับการอ่านหนังสือก็เช่นเดียวกัน และเรื่องนี้อาจจะเป็นอีกเรื่องที่สะท้อนทัศนคติของสังคมญี่ปุ่นเกี่ยวกับอาชญากรรม (แค่ 'อาจจะ' นะคะ  เพราะเราก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆ เป็นอย่างไร)  ทำให้นึกถึงซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่อง Soredemo, Ikite Yuku (Even so, we will be living on) 15 ปีอันยาวนานผ่านไป แต่ทำไมสมาชิกครอบครัวของอาชญากรยังไม่สามารถจะเงยหน้าขึ้นมาสู่สังคมและดำเนินชีวิตต่อไปอย่างปกติสุขได้  หรือแม้แต่ซีรีย์เรื่อง Itsuka Hi no Ataru Basho de หญิงสาวที่โดนชายคนรักหลอกให้ยักยอกเงินและต้องติดคุกนานถึงเจ็ดปี และภรรยาผู้สุดทนกับการใช้ความรุนแรงของสามีจนพลั้งอารมณ์ลงมือฆ่าเขาตาย หลังจากการรับโทษและถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ ชีวิตมันไม่ง่ายเลยหลังจากนั้น พวกเธอแทบไม่มีที่ให้ยืนอยู่ในสังคม แม้แต่ครอบครัวก็หันหลังให้เพราะเกรงกลัวผลกระทบ  ..ดูจากที่ส่งผลในทิศทางเดียวกันแสดงว่าพลอตเหล่านี้คงไม่ใช่ความเว่อร์ แต่อาจเป็นเพราะมุมมองที่เห็นว่าอาชญากรรมเป็นเรื่องน่ารังเกียจร้ายแรง (ซึ่งมันก็ใช่) และสังคมจะไม่ยอมปล่อยอาชญากรหรือครอบครัวของพวกเขาไปจากความผิดได้ง่ายๆ 

มาโมรุ เป็นลูกชายของคนโกงยักยอกเงินหลวง  ...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรความจริงนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง ชอบความเหงาเย็นของมาโมรุตั้งแต่เริ่มแรก ชอบวิธีจัดการกับปัญหาการถูกกลั่นแกล้ง .. แต่เล็กจนโตที่ต้องโดดเดี่ยวกับการไม่เป็นที่ต้อนรับราวกับการฉ้อโกงมันเป็นเชื้อกรรมพันธุ์ที่ตราติดอยู่บนแสกหน้า ฉากนั้นเหมือนกับเป็นการบอกว่าที่ผ่านมามาโมรุไม่ได้อ่อนแอหรอกนะ แค่มีความอดทน และเมื่อวันหนึ่งที่ความอดทนถึงขีดสุด เขาลุกขึ้นสู้  ปกป้องตัวเอง ปกป้องเพื่อนผู้อ่อนแอกว่า และขีดเส้นชัดเจนเอาไว้ให้คู่กรณี อยากตายนักใช่ไหม  ถ้าอยากล่ะก็ล้ำเส้นเข้ามาเลย  แต่ถ้าไม่  ต่างคนต่างอยู่ปัญหาระหว่างเรา 'เคลียร'  จบป่ะ!!  (ไม่ได้พูดอะไรอย่างนี้หรอกนะ แต่อ่านแล้วอารมณ์มันใช่เลย 555) 

จากความเป็นมาและสภาพการณ์ที่มาโมรุต้องพบเจอ  ตอนที่อาจารย์อิวาโมโตะพูดประโยคนี้

"มาโมรุ ฉันเป็นพวกไม่เชื่อเรื่องกรรมพันธุ์นะ" 

โห.. ซึ้งใจ น้ำตาจะไหลซะให้ได้ ขอแค่นี้ล่ะนะ ไม่จำเป็นต้องมากปริมาณขอแค่ใครสักคนที่เข้าใจก็ทำให้จิตใจที่หม่นหมองพลันสว่างได้  

ก่อนจะย้ายมาอยู่โตเกียวกับครอบครัวอาซาโนะที่มีลุงกับป้าและพี่มากิ   มาโมรุเคยมีเพื่อนแท้ เขาเป็นช่างทำตู้เซฟวัยคุณตาผู้ปลดเกษียณจากอาชีพ  นอกจากแม่ที่เศร้าโศกกับการหายตัวไปของพ่อและยังคงตรอมใจอยู่กับการรอคอย มีเพียงคุณตาเท่านั้นที่มาโมรุเคยคลุกคลีอยู่ด้วยตลอดสิบปี ก่อนที่คุณตาจะเสียชีวิตไป ซึ่งในช่วงเวลานั้น ไม่ว่ากุญแจหรือล็อคใดๆ มาโมรุได้รับถ่ายทอดวิชาสะเดาะล็อคมาหมดสิ้น  

ความสามารถพิเศษของมาโมรุนี้เองที่ทำให้ภาพดวงตามองผ่านรูกุญแจและการปลดล็อคได้ส่งนักแสดง อิชิฮาระ ฮายาโตะ ผู้เคยรับบทช่างกุญแจที่มีฝีมือในการสะเดาะล็อคขั้นเทพจากเรื่อง Saru Lock มาเข้าสิงจินตนาการแปลงร่างเป็นมาโมรุ แต่คาแรคเตอร์คนละขั้วจากเรื่องนี้คงนำมาใช้ไม่ได้ ต้องอาศัยความทรงจำจากเรื่อง Aikurushii  หรือไม่ก็เรื่อง Yankee Bokou ni Kaeru ทั้งวัยและคาแรคเตอร์ถึงจะลงตัว ไหนๆ พระเอกก็มาแล้ว ต้องแคสนางเอกมาให้เค้าด้วย  น้องหนู นารุมิ ริโกะ ได้รับบท โทกิตะ ซาโอริ เธอเป็นเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมชั้นที่มีฉายาว่า "ลูกพี่" สาวห้าวหาญผู้ออกโรงปกป้องและคอยให้กำลังใจมาโมรุ  บทบาทของเธอมีค่อนข้างน้อย แต่โผล่มามีบทบาททีไรก็น่ารักถูกใจเสียจริง

Smiley ที่พล่ามมาเนี่ย .. เหมือนไม่ใช่การเล่าถึงนิยายสืบสวนฆาตกรรมเลยเนอะ 
ก็ตามที่ออกตัวไปแต่แรกแล้วนะคะ อินกับ "แวดล้อม" มากกว่าปมสังหาร Smiley





"มาโมรุต่างจากคนอื่นตรงที่สามารถเข้าไปดูสิ่งซึ่งแอบซ่อนไว้ หรือสิ่งที่เก็บรักษาไว้อย่างดีได้ สามารถเข้าไปในที่ซึ่งคนไม่อยากให้เข้าได้ แต่สุดท้ายแล้วนั่นก็ขึ้นอยู่กับว่ามาโมรุอยากจะทำหรือเปล่า" (หมายถึงการเป็นโขมยน่ะค่ะ)

"ที่ผ่านมา หากมาโมรุคิดจะทำก็ทำได้ แต่มาโมรุก็ไม่เคยทำ หรือไม่เคยแม้กระทั่งจะคิด ตาเชื่อมั่นในตัวมาโมรุถึงได้สอนให้   มาโมรุ.. กุญแจหาใช่ใดอื่น แต่เป็นสิ่งที่รักษาหัวใจของคนนั่นเอง"

"พ่อของมาโมรุไม่ใช่คนมีฝีมือในการสะเดาะกุญแจ กุญแจสำรองหนึ่งดอกยังทำเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้นก็ยังทำสิ่งไม่สมควร คือยักยอกเงินผู้อื่น นั่นคือไปเปิดกุญแจของหัวใจ บางคนอาจจะเรียกว่า 'ความเชื่อใจ' ที่รับฝากมาจากคนอื่นมากมายตามอำเภอใจ"

"จากนี้ไประหว่างมาโมรุเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มาโมรุคงคิดถึงสิ่งที่พ่อทำลงไปด้วยความรู้สึกเสียใจและรังเกียจ หรืออาจจะเคียดแค้นด้วย แต่มาโมรุ .. ตาไม่ได้กลัวแค่เรื่องนั้น ..."

"พ่อของมาโมรุไม่ใช่คนเลว ทว่าเป็นคนอ่อนแอ อ่อนแออย่างน่าเศร้าทีเดียว ทุกคนล้วนมีความอ่อนแอในตัว มาโมรุเองก็มี และเวลารู้สึกถึงความอ่อนแอในตัวเอง มาโมรุคงจะคิดว่าตัวเองเหมือนพ่อเลย หรืออาจคิดว่าเพราะมีพ่อแบบนี้ตนถึงทำผิดแบบที่สังคมชอบพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบว่า 'เชื้อไม่ทิ้งแถว' ตากลัวเรื่องนี้ต่างหาก"

"ตาคิดว่า คนเรามีอยู่สองประเภท ประเภทหนึ่งคือ คนที่ถึงจะทำได้ แต่หากคิดว่าไม่อยากทำก็ไม่ทำ อีกประเภทคือ คนที่แม้จะทำไม่ได้ แต่หากคิดจะทำก็ทำมันจนได้ เราบอกไม่ได้ว่าประเภทไหนดีหรือประเภทไหนไม่ดี แต่สิ่งที่ใช้ไม่ได้คือ การแก้ตัวเรื่องที่เราทำหรือไม่ทำด้วยความตั้งใจของเราเอง"

"มาโมรุจะใช้พ่อมาเป็นข้ออ้างไม่ได้นะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามอย่าหาข้ออ้าง หากใช้ชีวิตโดยไม่อ้างโน่นอ้างนี่ สักวันมาโมรุคงจะเข้าใจถึงความอ่อนแอของพ่อและเข้าใจถึงความเศร้าใจของพ่อที่อ่อนแอ"

เป็นคำสั่งสอนที่จับใจในความปรารถนาดีของคุณตา  แต่จะมีผลต่อมาโมรุมากน้อยอย่างไรในอนาคตของเรื่องราวต่อจากนี้ เช่นเดียวกับที่ความสามารถในการสะเดาะล็อคจะถูกใช้อย่างไร ไม่เล่าต่อแล้ว อ่านสิคะ จะได้ลุ้นกันเอาเอง

ชอบ เพราะหนังสือเล่มนี้สำหรับเราไม่ใช่เพียงความความสนุกสนานของการไขปริศนาฆาตกรรมหรือสถานการณ์ระทึกใจที่เกิดขึ้น  แต่เราได้อะไรมากกว่านั้นที่ส่วนตัวถือว่าเป็น "คีย์เวิร์ด" ของหนังสือเล่มนี้ เมื่อพิจารณาดีๆ ตัวละครหลายคนในหลายพฤติกรรมได้สะท้อนจิตใจที่เกี่ยวพันอยู่กับความเห็นแก่ตัว  ทางเลือก การตัดสินใจทำหรือไม่ทำ  ความผิดพลาด ข้ออ้าง  และความรู้สึกผิด

คีย์เวิร์ดของเราคือ  แค่ความรู้สึกผิดยังไม่เพียงพอ  การจะแก้ไขในสิ่งผิดต้องใช้ความรับผิดชอบ 

เสียดายตอนจบ จบโหวงไปนิด ทั้งที่ความรักและปรารถนาดีน่าจะช่วยให้จบได้สวย โดยไม่ต้องมีคีย์เวิร์ด




นักแสดงโผล่หน้ามาจากตัวหนังสือ ... นี่คือผลพวงของการดูซีรีย์ญี่ปุ่นเยอะจัดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
คู่นี้ ฮายาโตะ-ริโกะ  ไม่น่าจะเคยเจอกันมาก่อนนะ (เพราะถ้าเจอ คงไม่พลาด)
ขอฉวยโอกาสนี้เลยละกัน ..อยู่ในจินตนาการ Smiley





Create Date : 19 พฤษภาคม 2557
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 19:53:31 น. 6 comments
Counter : 943 Pageviews.

 
นิยายญี่ปุ่นดีๆหลายเรื่องเลยค่ะ บางเรื่องมันลึกซึ้งมาก


โดย: ชลบุรีมามี่คลับ วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:53:50 น.  

 
เป็นรีวิวที่ยาวดีจริง ๆ

ขอบคุณนะคะ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:55:05 น.  

 
เรื่องนี้เคยอ่านแล้วครับจำได้ว่าสนุก แต่จำปมของเรื่องไม่ได้แล้ว


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:42:47 น.  

 
เคยอยากอ่านเล่มนี้ค่ะ แต่... เวลาผ่านนานไป ก็...ลืมน่ะค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:42:23 น.  

 
น่าอ่านดีครับ เคยเห็นผ่านๆ แต่ไม่ได้เสียเงินซื้อมาสักที แต่หลังจากนี้ถ้าเห็นแบบลดราคาคงได้เวลาซื้อมาอ่านแล้วครับ


ป.ล.จากบล็อกหนังสือแบบ "พฤหัสบายดี" เขาจัดอยู่ในหมวด "นิยายภาพ" ครับผม


โดย: ปีศาจความฝัน วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:17:13 น.  

 
ไม่ค่อยอ่านหนังสือแบบนี้สักเท่าไหร่ค่ะ

ปล.ชอบชื่อหนังสือยาวๆ เหมือนกันเลย


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 27 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:07:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.