Group Blog
 
All blogs
 
妃关天下 ชายาสะท้านแผ่นดิน เล่ม ๔ ความรัก..หนักแน่นมั่นคงนัก



เขียน :   () แปล :   สำนักพิมพ์ แจ่มใส



หนึ่งคือผู้ให้กำเนิดที่รักยิ่ง อีกหนึ่งคือบุรุษในดวงใจ ไม่ว่าจะละทิ้งผู้ใดก็สร้างความเจ็บปวดใจไม่น้อยไปกว่า แต่ที่สุดแล้วลั่วอวี่ก็เลือกมุ่งหน้าเดินทางไกลนับหมื่นลี้เพียงลำพัง สู่ดินแดนมืดมนดุจดั่งนรกของชนเผ่าอำพรางเพื่อช่วงชิง ‘ปักษาไฟสวรรค์’ มารักษาจอมราชัน...

หากเพราะสมุนไพรล้ำค่านี้มีเพียงหนึ่งจึงมิใช่เรื่องง่ายที่ผู้ใดจะมาฉกชิง ท่ามกลางปราการค่ายกลอันแข็งแกร่ง รังสีอำมหิตเข่นฆ่า และสัตว์อสูรขั้นสูงที่ทรงพลังอำนาจ ลำพังนางผู้เดียวอาจตึงมือเกินไป แต่เมื่อเขาผู้นั้นตามมายืนหยัดต่อสู้อยู่ข้างกายก็ไม่มีสิ่งใดต้องกลัวเกรง

‘จะอยู่ก็อยู่ด้วยกัน จะตายก็ตายด้วยกัน’...ก่อเกิดเป็นความซาบซึ้งตื้นตันใจไม่รู้หาย ทว่ากลิ่นอายแห่งรักยิ่งอบอวลเท่าใด กลับยิ่งดึงดูดให้ผู้มีใจริษยาคิดทำลายเท่านั้น



ตี้ฟันเทียน  ประมุขแค้วนหอเทพพรหม ที่ถือเป็นอีกหนึ่งในสองกลุ่มอิทธิพล ที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนพุทธเทพน้ำหนึ่ง และเป็นศัตรูคู่อาฆาตมานานกับอวิ่นซื่อเทียน 

ท่านนี้ .. ผู้เป็นเจ้าของศาตราวุธชั้นเลอค่าสลายพลังยุทธ์อย่าง "กริชมังกร" ก่อเรื่องแล้ว


แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ   ต่อให้ฟ้าสะท้าน แผ่นดินสะเทือน ภูเขาโยกโคลน ต่อให้ความเข้าใจผิด  ความโกรธแค้นชิงชังของผู้คนทั้งใต้หล้ามาพรากจาก

"ข้าเชื่อใจนาง"

ประโยคเดียวของอวิ๋นซื่อเทียน คือความหนักแน่น มั่นคง ที่สะท้านสะเทือนฟ้ายิ่งกว่า ได้สลักปักมั่นอยู่ในหัวใจ (คนอ่านคนนี้) แล้ว 


ยังจำได้ไหม -- ครั้งหนึ่งอวิ๋นซื่อเทียนจอมราชันแห่งขอบชมฟ้าได้ลั่นวาจาไว้

"วันนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่เจ้าจงฟังให้ดี หากข้าต้องตาย เจ้าก็ต้องลงนรกไปพร้อมกับข้า  จะเกิดก็ต้องเกิดพร้อมข้า จะตายก็ต้องตายพร้อมข้า  ชั่วชีวิตนี้เจ้าอย่าได้คิดหวังจะเป็นอย่างอื่นไปได้"

"ครั้งนี้ข้าไม่แตะต้องเจ้า มิใช่เพราะกลัวเจ้าจะเกลียดข้า ฮึ จำไว้ให้ดี  ชั่วชีวิตนี้ต่อให้เจ้าเกลียดข้าก็อย่าได้หวังจะไปจากข้างกายข้าแม้แต่ก้าวเดียว"

แต่ครั้งนี้อวิ๋นซื่อเทียนจำต้องปล่อยลั่วอวี่ไปอีกครั้ง เพราะสถานการณ์จำเป็นที่บีบบังคับ และเพื่อความปลอดภัยของลั่วอวี่เอง


ดราม่าทรมานจิตใจเล็กน้อย สำหรับการอ่าน ชายาสะท้านแผ่นดินเล่ม ๔ จากที่กำลังฟินอยู่ดีๆ กับพัฒนาการของความรัก ที่ลึกซึ้งลงหัวใจจอมราชันยิ่งขึ้นไปอีก

ไม่เคยมีช่วงไหนเวลาใดที่หัวใจของอวิ๋นซื่อเทียนจะสะท้านหวั่นไหวมากเท่านี้มาก่อน 
ไม่เคยมีช่วงไหนเวลาใดที่เขาจะรู้สึกว่าแม้ต้องตายลงเดี๋ยวนี้ ชีวิตของเขาก็ไม่สูญเปล่าแล้ว

เด็กโง่.. คำนี้เต็มไปด้วยความหวานชื่น เต็มไปด้วยความลุ่มหลงโปรดปราน เต็มไปด้วยความปลาบปลื้มยินดี เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดที่ยากจะบรรยายออกมาได้ สุดท้ายก็สรุปรวมเป็นสองคำนี้ ดังกังวานไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี

ถ้อยคำที่ฝากแฝงไปด้วยความรักใคร่อย่างลึกซึ้ง



ชอบ อวิ๋นซื่อเทียน มากมายในเรื่องของความรัก   และชอบมากกว่ามากนักในความองอาจห้าวหาญ สง่างาม ความเหี้ยมเกรียม  น่าเกรงขาม สมกับสมญานามที่ถูกเรียกขานว่าเป็น "จอมมาร"   ต่างจากคาแรคเตอร์ของตัวร้ายอย่าง ตี้ฟันเทียน ประมุขแห่งหอเทพพรหมราวเทพกับมาร รายนี้อ่านแล้วรู้สึกถึงลักษณะความสุภาพนุ่มนวล พาจินตนาการถึงบุรุษวงศ์ผู้ดีที่หล่อเหลารูปงามราวเทพบุตร ว่ากันจริงๆ คือ บุคลิกของท่านประมุขตี้นี่อย่างกับเป็นพระเอกเสียเอง  ส่วนพระเอกของเราอย่างกับเป็น ตัวร้าย "_ _ " ย่างกรายที่ใดผู้คนล้วนกริ่งเกรง   

อย่าได้ทำให้ท่านพญามารผมเงินโกรธ ดวงตาของท่านจะแปรเปลี่ยนสีเป็นดำมืดมิดยากจะหยั่งว่าท่านจะเอาอย่างไรอื่นอีกหรือไม่นอกจาก ..สังหารให้เรียบ   แผ่รังสีอำมหิตคุกคาม ด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า (เอ่อ .. พระเอกหรือนั่น)



"เจ้า"  ประมุขเผ่าอำพรางได้ยินแล้วเดือดดาลแทบกระอักโลหิตออกมา "เจ้าถึงกับกล้าใช้กำลังเข้าหักหาญแย่งชิง"  

น้ำเสียงเปี่ยมโทสะดังสนั่นท้องฟ้ายามราตรี ประมุขเผ่าอำพรางบันดาลโทสะจนใบหน้าแดงก่ำดุจสีโลหิต  ขณะขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

"แล้วอย่างไร"  อวิ๋นซื่อเทียนทำหน้าไม่ยี่หระ 

แล้วอย่างไร ... แล้วอย่างไร... ฮาฮ่า อ่านแล้วเราขำกิ๊กเลย  แปลบ้านๆ คือ เออ! ข้าแย่งชิง แล้วไง?  

คำพูดคำจาฝากแฝงไปด้วยความยโสโอหังไม่เห็นใต้หล้าอยู่ในสายตา 
ความอหังการ์เช่นนี้ทั่วทั้งแผ่นดินไม่มีใครเทียบได้อีกแล้วกับ "อวิ๋นซื่อเทียน"

จะมีใครมั่นเท่าฮีไม่มีอีกแล้ว --- ทำให้นึกถึงความคิดหนึ่งของลั่วอวี่ที่เป็นข้อคิดเตือนใจได้อย่างดี

"นางตระหนักดี จะโอหังอวดดีก็ต้องมีต้นทุนแห่งความโอหังอวดดี สู้ผู้อื่นไม่ได้ยังแยกเขี้ยวกางกรงเล็บคิดว่าตนทำเช่นนั้นเช่นนี้ได้ โลกนี้หากไม่มีข้าเสียคนย่อมไม่อาจหมุนต่อไปได้  นั่นเป็นความโฉดเขลา ยามปีกไม่แข็งแรงพอที่จะบินสูงขึ้นก้มลงมองผืนปฐพี เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูผู้แข็งแกร่ง พึงเก็บเขี้ยวเล็บไว้ชั่วคราว จากนั้นค่อยลงมือคราวเดียวให้ถึงตาย"

หากนำมาเปรียบกับอวิ๋นซื่อเทียน  ก็แหงล่ะ ว่าเขามีต้นทุนมากมายสำหรับจะโอหังอวดดี จึงอวดดีได้ (โดยยโสมากกก)   นี่ขนาดฮีป่วย เพราะเคยถูกลอบทำร้ายเจ็บสาหัส พิษความเย็นกัดกินอยู่ในร่างมานมนานกาเล รักษาไม่หายซะทีนะ  ยังเที่ยวไปมีเรื่องกับชาวบ้านด้วยพลังทำลายล้างผญาญอานุภาพสูงส่งขนาดนั้น   คิดดูละกันถ้าฮีแกไม่ป่วย จะขนาดไหนกัน 


ใช่แต่ความเชื่อใจ ความหนักแน่นมั่นคงของอวิ๋นซื่อเทียนจะก่อเกิดเป็นความรักที่ชวนติดตาม ความเข้าใจ ความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นของลั่วอวี่ ก็ไม่แพ้กัน  

"ข้าไม่รอ"  --- "จะอยู่ก็อยู่ด้วยกัน จะตายก็ตายด้วยกัน""

ได้ยินแล้วพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว  อวิ๋นซื่อเทียนซาบซึ้งใจนัก

เขาอยู่ในกองเพลิง นางก็อยู่ด้วย  เขาอยู่ในสายน้ำ นางก็อยู่ด้วย
นี่จึงจะเป็นคนที่เขาอวิ๋นซื่อเทียนพึงพอใจ 
นี่จึงจะเป็นการตัดสินใจเลือกที่ไม่ทำให้เขาต้องรู้สึกเสียใจไปชั่วชีวิต 



"............ หึๆ ความรักเช่นนี้ช่างเหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ "

"ช่างทำให้คนอิจฉา ทั้งอยากจะทำลาย"

บุรุษในชุดขาวนวล น้ำเสียงแผ่วรำพึง  ทวงท่านุ่มนวล หัวเราะหึๆ  รอยยิ้มละมุนจางๆ นั่นแหละเขา  "ตี้ฟั่นเทียน"  คนหล่อเจ้าเล่ห์ร้ายที่คอยนั่งบนภูดูเสือกัดกัน*  (*เป็นสำนวนจีน หมายถึงเฝ้ารอให้สองกลุ่มต่อสู้ห้ำหั่นกันจนอ่อนแรงแล้วจึงเข้าจัดการทั้งสองฝ่ายหรือรับผลประโยชน์ไปทั้งหมด)

มิใช่คู่รักคู่แค้นย่อมไม่พบพาน

-- ยามนี้ พบกันแล้วจะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามตอนต่อไป เล่ม ๕

ยังเหลืออีกตั้ง ๗ เล่ม  


เป็นเวลานานมากแล้วค่ะ ที่ไม่ได้อ่านนิยายเรื่องยาวเช่นนี้  แต่ถ้าจะรอ ๑๑ เล่มทีเดียว ก็คงจะหนักหนาเกินไป -- อ่านไปพักไปตุนไว้บ้างดีกว่า  ตอนนี้อ่านมาถึงเล่ม ๔   ตอนแรกคิดเหมือนคุณ Prophet_Doll ที่เห็นอ่านเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน  จะหยุดไว้ที่เล่ม ๔ ก่อน  แต่แหม .. คู่นั้น เขายังพรากจากกันอยู่ก็ช่างทรมานจิตใจ.. ไปส่องๆ ดูเล่ม ๕ ก็ราวกับว่า  -- อีกนานนัก  -- เสียใจ -- ปวดร้าว  (เป็นเอามาก!)

ชายาสะท้านแผ่นดิน เป็นเรื่องราวสร้างจินตนการล้ำเหลือในโลกต่างมิติที่ชื่อแผ่นดินลืมธารา ที่หากนำไปสร้างเป็นซีรีส์ (ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า) คงจะต้องตื่นตาตื่นใจมากแน่ๆ แต่ก็คงจะสร้างได้ยากอยู่ เพราะในความอลังการโคตรแฟนตาซีเช่น คงจะต้องเป็นมหาการลงทุนอย่างแน่นอน

เป็นนิยายที่ชอบมากอยู่นะคะ  แม้ไม่ถึงขั้นติดหนึบวางไม่ลงและทุรนทุรายอยากอ่านต่อระดับโลกแฟนตาซีเวทมนต์อย่าง แฮรี่ พอตเตอร์ ของ เจ.เค. โรว์ริ่ง หรือมหากาพย์ เพชรพระอุมา  ของ พนมเทียน แต่ก็ไม่คิดจะเลิกอ่านกลางคันแน่นอน

อ่านมาถึงเล่ม ๔ แล้ว พอจะจัดลำดับความชอบได้ดังนี้

๑. อวิ่นซื่อเทียน จอมราชันแห่งแคว้นขอบชมฟ้า .. ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ที่สร้างความรู้สึกได้โดดเด่นพญามารตลอดมาทั้ง ๔ เล่ม แม้ว่าเล่มแรกนั้น เขาจะโผล่มาทีหลัง โดยที่ยังไม่มั่นใจว่าใช่พระเอกก็ตาม  -- ปลื้มเค้ามาก ณ จุดๆ นี้ Smiley

๒. การแปล  สำนวนภาษาที่แปลออกมากนั้นถูกใจมาก  เดาว่าคงจะแปลออกมาตรงตัวโดยเลือกใช้คำสวยๆ  อย่างไม่ต้องคำนึงถึงรูปประโยคหรือความหมายอะไรทั้งสิ้น จึงก่อเกิดเป็นคำที่ค่อนข้างแปลก คล้ายจะขัดความหมายขัดความรู้สึกทุกคำ แต่เมื่อทั้งหมดโดยรวมเป็นเช่นนั้น  .. กลับรวมตัวกันเป็นโลกแฟนตาซีอย่างรื่นไหล โดนใจใช่เลย  ยกตัวอย่างเช่น

ดินแดนแคว้นเมือง : แผ่นดินลืมธารา  ดินแดนพุทธเทพน้ำหนึ่ง แคว้นไร้ปีก แคว้นขุมอนันต์  แคว้นป่าเฟิง  ชนเผ่าอำพราง ชนเผ่าเลือนเร้น   แคว้นขอบชมฟ้า- กลุ่มตำหนักดาวยี่สิบแปดฤกษ์นักษัตร  (เท่มาก) แคว้นหอเทพพรม -ผาไฟเตือนแห่งหอเทพพรหม ดินแดนเพลิงมารพิภพ เมืองแดงเรือง (ถ้าจำไม่ผิดนะ)  -- ฯลฯ

สุภาษิตสำนวนจีน :  เท่าที่นึกได้ตอนนี้ เช่น  ในแพรพรรณซ่อนคมเข็ม,   คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก  และอื่นๆ อีกมาก  ส่วนหนึ่งสามารถเข้าใจความหมายได้จากรูปประโยคเลย แต่ส่วนหนึ่งจะอ้างอิงมาจากเหตุการณ์ตำนานอื่นๆ ของจีนซึ่งก็จะมีคำอธิบายถึงที่มาของสำนวนเปรียบเทียบให้ อ่านแล้วเรารู้สึกอินว่ามันเป็นนิยายจีนที่แปลออกมาเป็นไทยได้ดีจริงๆ  ในนิยายจีน หากแปล ดอกไม้ เป็น ดอกไม้ แทนที่จะใช้คำว่า บุปผา  หรือแปล ไฟ เป็นไฟ แทนที่จะใช้ เพลิง หรือ อัคคี  สั่งฆ่า  แทนคำว่า สังหาร  ย่อมสร้างความรู้สึกต่างกันแน่นอน และนี่เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น การที่ผู้แปลได้เรื่องใช้คำต่างๆ ในการแปลออกมาแล้วรู้สึกว่าเป็นสำนวนคำพูดแบบจีนๆ ที่เราคุ้นเคยกันมาในการดูซีรีส์จีนนั้น ต้องนับเป็นความสามารถของผู้แปลที่น่าชมเชยด้วย อ่านแล้วชอบมากค่ะ 

พลังยุทธ์ วรยุทธ์  และอื่นๆ :  ปราการคุ้มกันชีพ ปทุมเทพพิโรธ ดอกบัวเพลิงโลกันตร์  หมื่นปทุมส่องสกล  พิษพญาพิษดำ พลังอภิญญาเลือนเร้น วิชายุทธ์หมื่นเงาลวงตา ฯลฯ

แต่เล่ม ๔ นี่ชอบสิ่งนี้ที่สุด  

"ดาบกิเลนพญายม" อาวุธเทพสังหาร ด้ามดาบเป็นรูปตัวกิเลน ตัวดาบสีม่วงแดงหม่นไม่รู้ว่าทำจากวัสดุใด ทันทีที่ปรากฏขึ้น อานุภาพอันเกรี้ยวกราดรุนแรงและรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายออกมาก็ทำให้คนหวาดผวาขนพองสยองเกล้า เคยสูญหายไปตอนศึกครั้งใหญ่ในดินแดนพุทธเทพน้ำหนึ่งเมื่อพันปีก่อน เป็นดาบเทพสังหารอันดับสามในตำราศาสตราเทพแห่งแผ่นดินลืมธารา

พญายามปรากฏ เจอเทพสังหารเทพ เจออรหันต์สังหารอรหันต์

เราเป็นคนที่ค่อนข้างชอบเรื่องราวของความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ดังนั้น อวิ่นซื่อเทียน และอื่นๆ มากมายในนิยายเรื่องนี้ เป็นอะไรที่ตอบโจทย์แนวนี้มาก 

๓ . สัตว์อสูร ต่างๆ นานาชนิด  ราชสีห์เมฆทอง , นาคสีชาด , สิงห์ลำพองเพลิง , จิ้งจอกเงินสวรรค์ , แร้งวิเศษ , อินทรีเหินจิตอัคดี , วิหคฟ้า ฯลฯ 

ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ยังไม่เคยเอ่ยถึง สัตว์อสูร ตัวละครองค์ประกอบสำคัญอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย ติดไว้ก่อนนะคะ  -- หนทางรีวิวยังอีกยาวไกล "_ _ "  ชอบมากที่สุดก็ต้อง "เจ้าเงิน" สัตว์อสูรของนางเอก จวินลั่วอวี่ ไม่เคยมีใครพบเห็นสัตว์อสูรลักษณะนี้มาก่อนในแผ่นดิน ความเป็นมา เชื้อสายเผ่าพันธุ์ใดไม่มีใครรู้ ตัวเล็กจ้อย แต่พลังอำนาจสูงมาก  และจะสูงไปถึงขั้นไหน มีความสามารถอีกมากเพียงใด ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ 

สัตว์อสูร  ก็เหมือนมนุษย์ในแผ่นดินลืมธาราที่มีการแบ่งชนชั้นด้วยลำดับขึ้นของพลังอำนาจ เจ้าเงินนั้นก่อกำเนิดจากอะไร  เป็นสัตว์อสูรขั้นไหน ยังคงปริศนาที่หาคำตอบไม่ได้ ทั้งเฉลียวฉลาด ช่างออเซาะออดอ้อน และก็ทั้งห้าวหาญลำพอง เหี้ยมโหด แถมหลงตัวเองอีกต่างหาก -- ตัวเล็กนิสัยมีดีมีร้ายพอหอมปากหอมคออย่างน่าขันจึ่งน่ารักน่าเอ็นดู แต่ถ้าสำหรับศัตรูขุ่นเจ้าเงินจะน่ากลัวม๊าก!

แต่สีสันของเล่ม ๔ ต้องยกให้เจ้าตัวนี้เลย  ผีซิวกลืนเมฆ สัตว์อสูรขั้น ๑๓ หนังทองแดง กระดูกเหล็ก  และ เจ้าแดงน้อย ซึ่งก่อเกิดจากขุมธาตุพลังใต้พิภพ -- พลังอำนาจสูงส่งอย่างไร ยังไม่สำแดงอิทธิ์ฤทธิ์แน่ชัด 

ไว้รอลุ้นเล่ม ๕  มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจอีกเพิ่มเติม จะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ




Create Date : 14 มีนาคม 2558
Last Update : 11 กันยายน 2558 22:26:46 น. 4 comments
Counter : 517 Pageviews.

 
เอ๊ะ ทำไมปกดูราวมีออร่าส่องแสง

งามกว่าปกติแต๊ๆ นะเจ้า


โดย: ออโอ วันที่: 14 มีนาคม 2558 เวลา:21:06:07 น.  

 
@คุณออโอคะ ประมุขตี้ฟั่นเทียนนี่เขาให้ความรู้สึกนุ่มนวลนะคะ (แม้ว่าจะการกระทำจะกวนโทสะ) เลยอยากเติมแสงออร่าให้เขานิดนุง


โดย: prysang วันที่: 14 มีนาคม 2558 เวลา:21:44:36 น.  

 
เล่มเจ็ดออกแล้วครับ สนุกมาก


โดย: รามรุทระ IP: 27.55.146.181 วันที่: 15 มีนาคม 2558 เวลา:15:50:51 น.  

 
เดี๋ยวงานหนังสือถ้างบเหลือจะไปถอย 5-6-7

เพราะจะเริ่มอ่านเล่ม 5
จริง ๆ อยากอ่านเล่ม 6-7 แล้วนะ อยากเจอเฮียหมิง


โดย: Prophet_Doll วันที่: 16 มีนาคม 2558 เวลา:15:36:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.