Group Blog
 
All blogs
 
Butterfly in the Wind กรีดหัวใจเกอิชา ..วีรสตรีที่โลกลืม

Butterfly in the Wind -  กรีดหัวใจเกอิชา
เรอิ คิมูระ เขียน - กฤษฎา จิรธรรม์  แปล
สำนักพิมพ์มติชน


"กรีด"  ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณทิตยสถาน แปลเป็นกริยาคือ ขีดให้เป็นรอยหรือให้ขาด
"กรีด" ตามพจนานุกรมฉบับ อ.เฟื่อง ณ นคร  แปลเป็นกริยาว่า ขีดลากไป 

"กรีด"  ตามพจนานุกรมฉบับ (ฉัน) บัญญัติเอง คือ การค่อยๆ จรดปลายมีดลงไป กดลงลึกอย่างช้าๆ แล้วลากคมขีดผ่านอย่างบรรจง

เจ็บ! .. ไม่ว่าบาดแผลจะเป็นเพียงรอยกรีดลึก หรือทะลวงเป็นรอยขาดแยก

กรีดหัวใจเกอิชา .. คิดดูสิว่าจะเจ็บปวดรวดร้าวสักแค่ไหน


โอคิชิ ไซโตะ
เด็กสาวลูกชาวประมงผู้ต่ำต้อยในเมืองชิโมดะ ซึ่งความงดงาม
และโชคชะตาผลักไสให้เธอต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับหัวเลี้ยวหัวต่อ
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นช่วงต้นศตวรรษที่สิบเก้า
เมื่อญี่ปุ่นถูกชาติตะวันตกบีบให้เปิดประเทศ

...ไม่กี่วันก่อนถึงวันแต่งงานกับคู่หมั้นหนุ่มที่รักกันอย่างดูดดื่ม
“กองเรือสีดำ” ของอเมริกาแล่นเข้ามาในอ่าวของหมู่บ้านชาวประมง
อันเงียบสงบ ชีวิตอันแสนราบเรียบของโอคิชิกลับพลิกผัน
ถูกพรากจากคู่หมั้นและญาติพี่น้องไปเป็นนางบำเรอ
ให้กงสุลอเมริกันคนแรกในญี่ปุ่น

ห้าปีของการกล้ำกลืนฝืนใจจำยอมทำหน้าที่ปรนนิบัตินักการทูต
เพื่อช่วยลดทอนแรงกดดันที่จะโถมทับประเทศของเธอ
แต่เมื่อปิศาจต่างด้าวเดินทางกลับประเทศ วีรสตรีที่โลกลืม
กลับถูกชิงชังรังเกียจ ผู้คนมองข้ามความเสียสละของเธอ
เสือกไสไล่ส่งจนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม
รอยอัปยศและตราบาปของ “ นางบำเรอปิศาจต่างด้าว”
ยังคงติดตรึงอยู่กับเธอ จวบจนวันสุดท้ายของลมหายใจ

นิยายจากเรื่องจริงในชีวิตของเธอผู้เกิดมามีชีวิตเพื่อสนองความต้องการของคนอื่น ถูกส่งไปเป็นเกอิชาตั้งแต่ตอนอายุสิบสอง และอีกครั้งเมื่ออายุสิบห้า ถูกพรากจากชายคนรักที่กำลังจะแต่งงานกันเพื่อไปเป็นนางบำเรอให้กับกงศุลใหญ่อเมริกัน 

"เธอจะต้องภูมิใจในความเป็นจริงที่ว่า เธอถูกเลือกให้ทำงานอันยิ่งใหญ่แก่ประเทศชาติ กงศุลใหญ่อเมริกัน ท่านทาวน์เซ่นด์ แฮริส รู้สึกรักใคร่เธอมาก เราเชื่อว่าถ้าเธอยินยอมไปปรนนิบัติเขา เราก็จะสามารถโน้มน้าวให้เขาลงนามในสัญญาที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ประเทศเราได้ ชื่อของเธอจะถูกจารึกไว้ในประวัติศสตร์ในฐานะวีรสตรีที่มีส่วนในการเจรจากับต่างชาติในเมืองชิโมดะของเรา"

ใครหรือจะเห็นเธอเป็นวีรสตรี  ผู้คนเหล่านั้นไม่เคยเห็นเธอเป็นสิ่งอื่นใด นอกจากหญิงยั่วเมืองที่ถูกเรียกขานว่าเป็นนางบำเรอ โดยไม่มีใครยอมระลึกและจดจำว่าเธอจะถูกทางการนำตัวไปอย่างไร เธอมีคนรักที่หมั้นหมายและกำลังจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอไม่ได้เต็มใจไป แต่ "ถูกบังคับ" ให้ต้องไป 

รู้สึกสะเทือนหัวใจกับประโยคนี้มาก

...เธอเกือบได้ยินเสียงเพื่อนบ้านกระซิบกระซาบเกี่ยวกับเธอ พวกเขาปฏิเสธที่จะยอมรับว่าเธอถูกบังคับให้ไป เพราะพวกเขาไม่สามารถทำใจยอมรับความละอายจากการที่ไม่สามารถปกป้องเธอจากปิศาจต่างด้าว... 

เธอถูกเรียกว่า "โทจินโอคิชิ" หรือ "นางบำเรอโอคิชิ" .. "นางบำเรอของคนต่างด้าว"

คำนำสำนักพิมพ์มติชน

เมื่อเอ่ยถึงเกอิชา คนจำนวนไม่น้อยมักจะนึกถึงเหล่าโสเภณีชั้นสูงชาวญี่ปุ่น หลับตาเห็นภาพหญิงงามเหล่านี้หัวร่อต่อกระซิกท่ามกลางเสียงดนตรี ร่ำสุรา ใช้เล่ห์มารยาที่ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อยั่วยวนผู้ชาย  

หลายคนถึงกับเหยียดริมฝีปากอย่างดูถูก เมื่อนึกถึงว่าผู้หญิงเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างไร  

แต่มีสักกี่คนที่จินตนาการไกลไปกว่านั้น สามารถมองทะลุความงดงามที่ฉาบไว้เพียงเปลือก เห็นถึงหัวใจของผู้หญิงบางคนที่โดนมรสุมรอบด้านบีบบังคับให้จำต้องสละตนเองเพื่อยึดอาชีพดังกล่าว ทั้งๆ ที่ไม่เคยฝักใฝ่ในทางนี้แม้แต่นิด

Butterfly in the Wind กรีดหัวใจเกอิชา โดย เรอิ คิมูระ อดีตทนายความสาวที่ผันตัวเองมาเขียนเรื่องราวความรักแห่งยุคประวัติศาสตร์ เข้าถึงทุกหยาดน้ำตาและความขมขื่นตลอดชั่วชีวิตของเด็กสาวชาวญี่ปุ่นที่ต้องทนทุกข์กับความโศกเศร้า

เบื้องหลังแห่งหน้ากากขาวโพลน ริมฝีปากสีแดงสด และชุดกิโมโนอันเล่อค่า

ย้อนหลังไปในต้นศตวรรษที่ 19 หรือกว่า 200 ปีมาแล้ว ในประเทศญี่ปุ่น โอคิชิ ไซโตะ บุตรสาวชาวประมงผู้ยากจน ใฝ่ฝันจะมีชีวิตเรียบง่ายเฉกเช่นเด็กสาวคนอื่น แต่ด้วยความงดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้ โชคชะตาตัดสินใจว่าเธอไม่คู่ควรกับวิถีชีวิตธรรมดาสามัญเยี่ยงนั้น ลำพังถูกบิดาส่งไปเป็นเกอิชาเพื่อปรนนิบัติชายไม่เลือกหน้าก็ทรมานพออยู่แล้ว ภายหลังเมื่อเรือสีดำปรากฏขึ้น โอคิชิยังถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับบทหนึ่งแห่งหน้าประวัติศาสตร์ ถูกบีบบังคับให้ต้องพรากจากคนรัก กดดันทุกวิถีทางให้เธอยอมตกเป็นนางบำเรอของชาวต่างชาติที่กำลังแผ่ขยายอิทธิพลเข้าครอบงำญี่ปุ่น ผลักไสเธอสู่สถานภาพอันน่ารังเกียจ  

โดยยกผลประโยชน์ของชาติเป็นข้ออ้าง

เธอดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อต่อสู้กับแรงปฏิเสธอย่างร้ายกาจจากสังคม สู้ทนกล้ำกลืนความทุกข์ทรมานจากความรักที่แตกสลายครั้งแล้วครั้งเล่า  พยายามมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ทำให้เรื่องราวของเธอกลายเป็นตำนานสุดรันทดของวีรสตรีผู้เสียสละของญี่ปุ่นที่ทุกคนมองข้าม

สัมผัสนิยายชีวิตของเธอแล้วจะรู้ว่า เกอิชาก็มีเกียรติแห่งหัวใจ ที่ใครก็จะดูหมิ่นไม่ได้เช่นกัน

ขอลอกเขามาทั้งดุ้นนี่แหละ  เพราะไม่สามารถจริงๆ ที่จะเขียนถึงเรื่องราวอันหดหู่สะเทือนใจนี้ได้ด้วยตนเอง  .. หนังสือที่ทำให้เราเสียน้ำตามีอยู่เยอะ  แต่มีไม่กี่เล่มหรอกที่จะทำให้อาการถึงขั้นสะอื้นไห้ได้ .. กรีดหัวใจเกอิชา เป็นหนึ่งในนั้น

เข้าใจผิดมาตลอดว่าหนังเรื่อง "นางโลมโลกจารึก" ( Memories of a Geisha )  สร้างมาจากหนังสือเรื่องนี้ เพราะได้ยินเสียงวิจารณ์ว่าเป็นหนัง "ดีมาก"  ตอนอ่านเรื่องนี้จบ จึงมีความสนใจใคร่รู้ว่านักแสดงสาวคนใดที่จะได้รับบท โอคิชิ ไซโตะ เพราะน่าจะเป็นบทที่ยากมาก และถ้าใครได้รับบทนี้ จะต้องถือเป็นเกียรติว่าคุณคือนักแสดงฝีมือระดับ ..ไม่ธรรมดา  แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เป็นคนละเรื่องกัน  เป็นธรรมดาอยู่นั่นเองที่หนังสือดี เราย่อมคิดว่าน่าจะมีคนหยิบขึ้นมาทำหนัง  จึงแอบคิดเล่นๆ ถ้าเป็นหนังคิดว่าใครกันที่คู่ควร  ภาพนางเอกสาวชาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนนั้น ไม่ได้มีหนังหรือละครย้อนยุคให้เห็นบ่อยนัก จึงมีตัวเลือกไม่มาก  ถ้าคัดที่ความงามคงเหลือเพียง อายาเสะ ฮารุกะ, คิตาคาว่า เคอิโกะ  .. แต่ถ้าเอาทั้งความงามและแลดูที่บทบาทด้วย   ความซับซ้อนในอารมณ์ที่ทั้งอ่อนแอยอมจำนน ความเข้มแข็งที่กัดฟันสู้ทนอย่างสง่า จากเด็กสาวบริสุทธิ์ไร้เดียงสา สู่หญิงสาวผู้เย็นชา และหญิงชราผู้ทะนง แน่นอนว่าเธอจะได้รับบทนั้น  อาโออิ ยู (เธอดูงดงามจริงๆ เมื่อสวมใส่ชุดกิโมโน) 

การร้องไห้เป็นการระบายความเครียดได้อย่างหนึ่ง นี่ถ้าใครกำลังอยู่ภาวะอยากร้องไห้แต่ยังไม่มีโอกาสเวลาอันเหมาะสม หรือ สำหรับบางคน ที่อาจมีความคิดว่าการร้องไห้คือความอ่อนแอ จึงเก็บกลั้นเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองต้องเสียน้ำตา     อ่านนิยายเรื่องนี้สิ  และตอนที่เริ่มร้องไห้ ก็ผสมโรงปล่อยน้ำตาแห่งความทุกข์ของตัวเองร่วมไปด้วย น่าจะหายเครียดได้นะ หุหุหุ 

เมื่อแนะนำหนังสือให้เพื่อนเอาไปอ่าน  ถูกถามว่า นอกจากร้องไห้ซึ้ง แล้ว  "หนุกมั้ย?"  มันไม่อาจจะใช้คำว่าซึ้งหรือว่าสนุกเหมือนยามอ่านนิยายดราม่าถึงอารมณ์  เพราะการที่มันถูกเขียนจากเรื่องราวของคนที่เคยมีชีวิตอยู่จริง มีภาพสถานที่จริง มีภาพถ่ายโอคิชิตัวจริง มีหลุมฝังศพ  มันคือเรื่องราวความเศร้าสะเทือนใจระดับโศกนาฏกรรม  ถามว่าทำไมเราต้องอ่านหนังสือที่มันชวนหดหู่อย่างนั้นด้วย เอาเวลาไปอ่านเรื่องสนุกสนานเบิกบานใจไม่ดีกว่าเหรอ .. ก็ไม่รู้สินะ มันเป็นลางเนื้อชอบลางยา  หลายคนอาจอ่านหนังสือเพื่อความสนุกบันเทิง แต่หลายคนก็ไม่ได้เลือกอ่านหนังสือเพราะเหตุแค่นั้น มิฉะนั้นหนังสือประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่นิยายคงขายไม่ได้น่ะสิ  บางครั้งคนเราต้องการหนังสือสนุก บางครั้งเราต้องการหนังสือดี และจะดีมากๆ ถ้าหนังสือเล่มหนึ่งทั้งสนุกทั้งดี บางทีก็แค่อยากอ่านเพื่อสนองความต้องการ ..อยากรู้  และก็มีบางทีที่เราอ่านเพื่อซับซาบแรงบันดาลใจ  

ส่วนตัวแล้ว หนังสือเรื่องนี้ให้ข้อคิดสำคัญ ในเรื่องของการมีชีวิตอยู่ร่วมในสังคม ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ แม้หากเราไม่ได้เป็นผู้ถูกกระทำ แต่เรากำลังเป็นผู้กระทำอยู่หรือเปล่า ?  

การมีชีวิตบัดซบที่ทำให้หัวใจเจ็บปวดแทบขาดดิ้นจนอยากจะตายไปเสียให้ผ่านพ้น แต่ในทุกๆ วันก็ยังลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อจะพบว่า..ยังมีชีวิตอยู่  และเมื่อชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป ในท่ามกลางชีวิตและจิตใจที่แตกสลายย่อยยับของโอคิชิ ไซโตะ  สอนอะไรให้อย่างหนึ่งว่า... หากเมื่อใดก็ตามที่เราต้องพบกับเรื่องเลวร้ายในชีวิต  ต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไป  เราต้องค้นหามันกลับมาให้เร็วที่สุดเพื่อหยัดยืนขึ้นอีกครั้ง ด้วยศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ   น่าเสียดายที่กว่าโอคิชิจะสามารถปลดเปลื้องตัวเองให้เป็นอิสระจากสายตาหมิ่นแคลนและการดูถูกเหยียบย่ำของชาวชิโมดะ ก็เมื่อล่วงเข้าสู่บั้นปลายของชีวิต และสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดให้เป็นความหมายของการมีชีวิตอยู่

เธอไม่ต้องการมันอีกแล้ว ความช่วยเหลือค้ำจุน ความเมตตากรุณา ที่เธอเคยโหยหามาตลอดแต่ไม่เคยได้รับ

และถ้าเราเป็นโอคิชินะ ... ตราบชั่วฟ้าดินสลาย จะไม่มีวันให้อภัยต่อผู้คนเหล่านั้น (อินจัด Smiley )

หนังสือมี ๑๙๔ หน้า จัดว่าเป็นเล่มบาง แต่สามารถ กรีดลึก สะเทือนอารมณ์สมค่ำร่ำลือ



Create Date : 11 พฤษภาคม 2557
Last Update : 12 พฤษภาคม 2557 22:25:36 น. 8 comments
Counter : 1325 Pageviews.

 
เรื่องนี้คุ้นๆว่าเคยอ่านรีวิวผ่านมาบ้างแล้ว น่าอ่านมากๆค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:06:49 น.  

 
สวัสดีค่า คุณปรายแสง ^^

เรื่องนี้น่าอ่านดีค่ะ
แนวสะเทือนอารมณ์ ><

เคยดูเรื่องจิน หมอทะลุศตวรรษ
มีพูดถึงเกอิชาไว้น่าสนใจดีค่ะ
เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเลย

ขอบคุณมากๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:19:32 น.  

 
ถ้าอ่านคงซึมค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:49:07 น.  

 
โอ๊ะ เรื่องนี้คุ้นๆเหมือนเคยอ่านรีวิวมา พอมาได้อ่านอีกยิ่งสะเทือนค่ะ โดยเฉพาะความหมายคำว่ากรีด ยิ่งอ่านยิ่งบาดลึก ชอบข้อคิดสอนใจนะคะ เห็นด้วยจริงๆ


โดย: Sab Zab' วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:19:09:46 น.  

 
อยากอ่านๆ อยากรู้ค่ะ ว่ากรีดนี่จะเจ็บได้แค่ไหน


โดย: polyj วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:41:36 น.  

 
@ Lovereason คุณนุ่น สารภาพว่าช่วงหนึ่งของชีวิตโอคิชิ ผู้ยอมรับการจากลาและกลายเป็นเกอิชาผู้เจนจัดแต่เย็นชา มีแอบคิดถึง มิกิ ในบท โนคาเสะ เรื่อง จิน หมอทะลุศตวรรษเหมือนกันค่ะ

@ คุณ Kunaom , คุณ polyj , คุณ Sab Zab' เราทนเห็นความว่า "กรีด" บนหนังสือไม่ได้ค่ะ ... เป็นต้องสอยมาเพราะอยากรู้ว่าเจ็บยังไง อีกเรื่องหนึ่งที่ "กรีด" มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ คือ The kite Runner (เด็กเก็บว่าว) ที่ปกหลังโปรยไว้ว่า " ...กรีดเซาะทุกอารมณ์ความรู้สึก... ซึ่งก็ยืนยันได้เช่นกันว่า "กรีด" มันเจ็บจริงๆ 555


โดย: prysang วันที่: 11 พฤษภาคม 2557 เวลา:22:47:17 น.  

 
อยู่ในกองดองค่ะ รอให้อารมณ์ถึงก่อนแล้วค่อยหยิบมาอ่าน


โดย: hiroko วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:27:18 น.  

 
น่าสงสารและสะเทือนใจสุด ๆ เลยอ่าาาา
ไม่กล้าอ่าน


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:10:01:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.