Group Blog
 
All blogs
 
SEAL Team Six นักรบพันธุ์อึดแห่งหน่วยนาวีซีลชื่อก้องของสหรัฐ

SEAL Team Six: Memoirs of an Elite Navy SEAL Sniper
 ผู้แต่ง Howard E. Wasdin (โฮเวิร์ด อี. วาสดิน), Stephen Templin (สตีเฟ่น เทมปลิน)
ผู้แปล   นพดล เวชสวัสดิ์   สำนักพิมพ์มติชน  พิมพ์ครั้งที่ ๒  มิุนายน ๒๕๕๖


"ในยามที่นาวีสหรัฐฯ ส่งทหารระดับหัวกะทิออกไปปฏิบัติงาน ทัพเรือจะส่งเนวีซีล และในยามที่เนวีซีลส่งทหารระดับสุดยอดออกไปปฏิบัติภารกิจ หน่วยนั้นคือ ซีลทีมซิกซ์..."

สไนเปอร์ซีลทีมซิกซ์ เรื่องราวสุดทรหดของชายชาติทหารนามว่า โฮเวิร์ด วาสดิน เขาทุ่มเททั้งกายใจเข้ารับการฝึกของหน่วยซีลที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด และสามารถอยู่รอดจนผ่านพ้นสัปดาห์นรกมาได้  เขาก้าวขึ้นเป็นพลซุ่มยิงแถวหน้า บุกป่าฝ่าดงในสมรภูมิพร้อมผองเพื่อน โดยเฉพาะสนามรบโมกาดิชูอันเป็นพระเอกของเรื่องนี้ แม้การบุกเข้าเขตศัตรูจะเหมือนยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความเป็นความตาย แต่หัวใจของเขาหาได้มีความกลัวเกาะกุมไม่ สมาธิทั้งหมดจดจ่ออยู่เพียงเรื่องเดียวคือ เล็งไปที่กากบาทกลางเป้า แล้ว...เปรี้ยง! หนึ่งนัดหนึ่งศพเท่านั้น ไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง…

"หนังสือเล่มนี้บรรยายภาพปฏิบัติการของวาสดินในฐานะพลซุ่มยิงซีลทีมซิกซ์ และสมรภูมิโมกาดิชูที่เกือบทำให้เขาสิ้นชีพในปี 1993 เนื้อหาเผยการฝึกอันเข้มงวด และภารกิจเสี่ยงตายของคนผู้เป็นที่สุดแห่งที่สุดในกองทัพเรือ"-- Time 

"สไนเปร์ซีลทีมซิกซ์ เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของการเดินทางโดยชายผู้หนึ่ง ตั้งแต่ชีวิตแสนขมไปจนการเป็นทหารเต็มสูบ ยิ่งไปกว่านั้น ลวดลายการเขียนของวาสดินและเทมปลินยังยอดเยี่ยมไม่แพ้ฝีมือเหนี่ยวไก ทั้งสองดึงความสนใจคนอ่านได้ทุกจังหวะจริงๆ "-- Dalton Fury อดีตผู้บัญชาการเดลฟอร์ซ และผู้เขียนหนังสือ "Kill Bin Ladin"



เหนือนาวี  ยังมีซีล  เหนือซีล ยังมีซีลทีมซิกซ์  
เหนือการเป็นซีลทีมซิกซ์ยังมีซีลสไนเปอร์-พลซุ่มยิง

อยากจะกล่าวเช่นนั้น หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ซึ่งถือเป็นชีวประวัติของ โฮเวิร์ด วาสดิน อดีตทหารหน่วยซีล  คอมมานโดที่ได้ชื่อว่าอึดที่สุด ฝึกหนักที่สุด และมีจิตใจเข้มแข็งที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐ  และเขาได้สังกัดอยู่ในหน่วยรบที่มีชื่อก้องที่สุดในบรรดาทีมต่างๆ ของซีล  คือ ซีลทีมซิกซ์

เรื่องราวเริ่มต้นตั้งแต่วัยเยาว์ ประสบการณ์ชีวิตขมๆ ที่ต้องอึดต้องทนจนหล่อหลอมให้เขามีความแกร่งทั้งกายและใจ ซึ่งมีส่วนทำให้เขาผ่านพ้นการคัดเลือกเข้าหน่วยซีลที่ต้องอึดให้ผ่านสัปดาห์นรกของการฝึกทดสอบ และกลายเป็นซีลแถวหน้าผู้ไม่หวั่นไหวต่อทุกสถานการณ์ ความเหนื่อยล้าโทรมกายจากการฝึก หนักหนาสาหัส ไม่เคยทำให้ย่อท้อ มีแต่จะยิ่งเคี่ยวกรำความทรหดอดทนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

Train the best, discard the rest  _ ฝึกมือดีที่สุด กุดหัวพวกที่เหลือ

การฝึกหนักเพื่อคัดเลือกเป็นซีล พวกที่ไม่แกร่งพอ จะถูกคัดให้พ้นไป 
ไม่ต้องลงทุนลงแรงขับไล่ เพราะพวกเขาจะจากไปเองด้วยการทนไม่ไหวแล้วลั่นระฆัง

หลังจากโฮเวิร์ดผ่านการคัดเลือกเป็นซีล เขาได้ออกปฏิบัติภารกิจซีลทีมทู หลังจากซีลทีมทู  เขาได้รับเลือกเข้าร่วมหน่วยลับสำหรับปฏิบัติภารกิจสุดยอดคือซีลทีมซิกซ์ และจากการเป็นซีลทีมซิกซ์ เข้าได้เข้าโรงเรียนพลซุ่มยิงก่อนเวลาอันควร เพราะความจำเป็นที่ต้องเพิ่มจำนวนพลซุ่มยิงในการปฏิบัติภารกิจ หลังจากจบจากโรงเรียนพลซุ่มยิง เขาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสไนเปอร์ซีลทีมซิกซ์ 

เหงื่อไหลโชกมากแค่ไหนในยามสงบ เลือดก็ยิ่งไหลน้อยในการรบ

การที่สหายศึกของผมไม่หลั่งเลือด มีความสำคัญพอๆ กับการที่ตัวผมเองไม่หลั่งเลือดเช่นกัน

ตามคำนำสำนักพิมพ์บอกว่า  การฝึกคือช่วงหนึ่งที่สนุกมากของหนังสือ แต่เนื่องจากเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับซีลมาแล้วสองเล่ม คือ SEAL Target Geronimo เหยียบพญายม (ปฏิบัติการสังหารบินลาเดน) และ Lone Survivor  เย้ยมัจจุราช ต่างก็มีเรื่องราวของการฝึกมหาโหดในการคัดเลือกเป็นซีล จึงไม่ค่อยตื่นเต้นกับเรื่องราวส่วนนี้ของโฮเวิร์ด วาสดิน สักเท่าไหร่ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้มีค่อนข้างมาก ความสนุกมาเริ่มเอาครึ่งหลัง เริ่มต้นกันเลยที่โรงเรียนพลซุ่มยิงที่ฐานทัพควอนติโกของเหล่านาวิกโยธิน

"พลซุ่มยิงมีภารกิจสองประการ หนึ่งนั้นจะเป็นการสนับสนุกปฏิบัติการสู้รบ โดยส่งกระสุนแม่นยำไปยังเป้าที่เลือกไว้แล้วจากที่ซุ่มซ่อน พลซุ่มยิงไม่ออกไปยิงข้าศึกศัตรูใดๆ เขาจะเก็บเฉพาะเป้าหมายที่จะช่วยให้ชนะศึกเท่านั้น เช่น นายทหาร ทหารชั้นประทวน หน่วยสอดแนม ทหารดูแลอาวุธ ผู้บัญชาการรถถัง  พนักงานสื่อสาร  ละพลซุ่มยิงของอีกฝ่าย ภารกิจที่สอง ซึ่งจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของพลซุ่มยิง คือการตรวจการณ์ รวบรวมข่าวข้อมูล" 

เป็นการเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสไนเปอร์ไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่คิดแค่ว่า ใครยิงปืนแม่น คนนั้นจะได้เป็นพลซุ่มยิง  แต่ก่อนเคยรีวิวหนังสงครามเกาหลีเรื่อง   The Front Line  ยังเรียกสไนเปอร์ว่าเป็น พลแม่นปืน เสียด้วยซ้ำ (เรียกเอาเอง)  แต่เรื่องนี้เพิ่งทำให้รู้ว่าการจะเป็นพลซุ่มยิง  การยิงปืนแม่นเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นก็จริง แต่ต่อให้แม่นระดับนักยิงปืนเหรียญทองโอลิมปิกก็ไม่อาจเป็นพลซุ่มยิงได้ ถ้าอ่อนด้อยปฏิภาณไหวพริบ และทักษะอื่นๆ เพราะในขณะปฏิบัติการ พลซุ่มยิงจะต้องประเมินสถานการณ์และตัดสินใจด้วยตนเอง  การสังเกต การจดจำวัตถุ การสเก็ตภาพ การแกะรอย

มนุษย์มีสัมผัสที่หก ...ไวต่อความรู้สึกถ้ามีคนจ้องมอง บางคนประสาทไวกว่าคนอื่น ในยามที่คิดว่ามีคนจ้องมองคุณอยู่แล้วคุณเหลียวไปมอง พลซุ่มยิงจะไม่ปลุกสัมผัสนั้น

ทักษะการทำตัวล่องหน แต่งหน้าแต่งกายพรางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม แม้แต่ทหารยังต้องรู้วิธีที่จะต้องแต้มสีสันลงไปบนใบหน้า   มันไม่ใช่แค่จะป้ายอะไรก็ป้าย หน้าผาก คิ้ว คาง จมูก ส่วนไหนจะต้องทาสีเข้มสีอ่อน มีรายละเอียดที่จะต้องเรียนรู้และทำให้แนบเนียน

"ข่าวดีก็คือ ทักษะซุ่มยิงของพวกคุณถือได้ว่าน่าทึ่ง..แกะรอย กำหนดทิศ กลืนเข้ากับสภาพแวดล้อม เข้าไปอยู่ในตำแหน่ง สังเกตการณ์ และปล่อยกระสุนออกไป แต่ไม่มีค่าห่-ใดเลยเมื่อพวกคุณทั้งสี่พลาดเป้า! คุณบอกกรรมการว่าระยะทางหกร้อย แต่แท้จริงแล้วเจ็ดร้อยสี่สิบสองหลา พวกคุณคนหนึ่งหลุดไปไกล ยิงกรอบหน้าต่าง ความหวังเดียวของคุณคือ ข้าศึกหัวใจวายตายเพราะโดนระดมยิง"

"ผมไม่แคร์ว่าบางครั้งพวกคุณก็ทำงานสำเร็จ ผมแค่อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างที่พวกคุณจะทำสำเร็จได้ทุกครั้ง  ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกหรือในสภาพใดก็ตาม"

พลซุ่มยิงต้องรอบรู้รหัส  รู้ระยะ รู้พิกัด ทิศทาง ที่แม่นยำถูกต้อง ไม่ว่าเพื่อการยิง หรือเพื่อการชี้เป้าเพื่อทิ้งระเบิดทำลายล้าง ต้องประเมินให้รู้แม้แต่แรงลมเท่าไหร่ พัดไปทางใด หรือแม้แต่ยามลมสงบนิ่งก็ยังมีคลื่นความร้อน เพราะค่าเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อหัวกระสุนที่พุ่งเข้าไปหาเป้าหมาย

"ฉันเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นดิน ฉันเป็นส่วนหนึ่งของเม็ดดิน" การคืบเคลื่อนราบติดพื้นเข้าหาเป้าก็เป็นเรื่องสำคัญจนสามารถทำให้สอบตกได้ง่ายๆ  แค่เพียงมีตูดโผล่พ้นเหนือพงหญ้า ต่อให้ทักษะดีมีความสามารถเลิศเลอเพียงใด ก็ยังคงสอบตกได้เพราะเพียงแค่ชุดกิลลี่ที่ต้องทำขึ้นเองเพื่อพรางตัวไม่กลมกลืน "สนิท" ไปกับสภาพแวดล้อม  

ส่วนตัวจึงมองว่า การเป็นซีลต้องอาศัยความแกร่งทางร่างกายและจิตใจ แต่การจะเป็นพลซุ่มยิงได้ความแข็งแกร่งอย่างเดียวยังไม่พอ ยังต้องอาศัยศาสตร์ขั้นสูงด้วย   ที่โรงเรียนพลซุ่มยิงจึงเป็นช่วงหนึ่งของหนังสือที่อ่านสนุก เพราะเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน

และแล้วก็ออกสู่การปฏิบัติภารกิจ

พลซุ่มยิงต้องแกร่ง  จิตแกร่ง หนักแน่นมั่นคงเชิงอารมณ์ด้วยสิ่งยึดเหนี่ยวทางศาสนาหรือปรัชญา มั่นคงพอที่จะไม่ลั่นไกฆ่าหากไม่จำเป็น และต้องมีจิตแกร่งพอจะฆ่าหากจำเป็น

การยิงทิ้งอาจทำให้พลซุ่มยิงรู้สึกว่าตัวเองมีพลังอำนาจเห็นได้ชัดในตัวอยู่แล้ว  พลซุ่มยิงที่ดีจะต้องไม่เหิมเกริมหลงอำนาจมืดนั้น 

ตอน ซีไอเอ เซฟเฮาส์-ตามล่าไอดิด,   จับตัวนายทุนชั่วร้ายของไอดิด, ภารกิจดวงตาสอดส่องเหนือโมกาดิชู  ,การยุทธ์แห่งโมกาดิชู และ จากเถ้าธุลี  เป็นช่วงที่เราชอบมากที่สุด เพราะนี่คือเหตุการณ์เดียวกันกับในภาพยนตร์สุดโปรดอย่าง Black hawk down ที่ดูไปแล้ว ๔-๕ รอบ หลังอ่านนิยายเรื่องนี้จบก็ยังอุตส่าห์เปิดดูอีกรอบ  เรื่องของพลซุ่มยิงเดลต้าบนเครื่องแบล็กฮอว์กทั้งสอง แกรี่ กอร์ดอน กับแรนดี้ ซูการ์ต  หลังจากเครื่องไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปใกล้เพื่อคุ้มกันไมค์ ดูแรนต์ นักบินที่ติดคาอยู่ในแบล๊กฮอว์กที่ถูกยิงตกเป็นลำที่สองในเหตุการณ์นั้น  เพราะเกรงว่าจะโดนสอยตกอีกเครื่องและสถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย นักบินทั้งสองได้ยืนยันด้วยความสมัครใจขอให้ปล่อยตัวพวกเขาลงเพื่อทำการคุ้มกันที่ภาคพื้นดิน ทั้งสองคนเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่ไมค์นักบินรอดชีวิตหลังจากถูกจับเป็นตัวประกันนาน ๑๑ วัน  นี่แหละหัวใจทหาร ที่เป็นเหตุให้เราชอบอ่าน ไม่มีใครขอให้พลซุ่มยิงเดลต้าทั้งสองลงไปสักนิด แต่พวกเขาก็ทำเพื่อเจตนาจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมรบ กองทัพบกได้มอบอิสรยาภรณ์ขั้นสูงสุด "เมดัล ออฟ ออร์เนอร์" แก่แกรี่ กอร์ดอน และแรนดี้ ซูการ์ต  

แต่ถึงจะมีฉาก Black Hawk Down ก็ไม่ได้ทำให้ชอบเรื่องนี้มากมายอย่างที่คิดว่าจะชอบ สาเหตุเพราะเรื่องนี้ค่อนข้างเป็นชีวประวัติ ที่แม้จะผ่านความเป็นความตายมาเช่นกันในการสู้รบที่โมกาดิชู-โซมาเรีย แต่อ่านโดยรวมแล้วจะรูสึกว่า โฮเวิร์ด วาสดิน เป็นคนทีมีความคิดความอ่านต่อตนเองและผู้อื่นในแบบที่ชวนให้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจระดับสูงกับการเป็นซีลทีมซิกซ์ รู้สึกว่าเขาจะยืดๆ อยู่สักนิด แม้จะไม่ได้ถึงกับมากเกินไปแต่ก็ทำให้ชอบใจไม่สนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจเพราะเขาเป็นคนที่เก่งมาก และแทบจะไม่มีปัญหากับการท้อแท้ถอดใจ มีแต่จะมุ่งมั่นสู่เป้าหมายสูง ต้องผ่าน BUD/S ต้องเป็นซีล ต้องเป็นซีลทีมซิกซ์ และต้องเป็นพลซุ่มยิง ก็เป็นธรรมดาตามประสาคนเก่งที่จะมีความรู้สึกนึกคิดบางประการที่ชวนให้รู้สึกเขม่นอยู่หน่อยๆ  เวลาที่คนเราเล่าถึงตนเองในทางชื่นชม มันจะทำให้เกิดความรู้สึกต่อต้าน (ออกแนวหมั่นไส้) ได้ง่ายๆ อยู่แล้วน่ะค่ะ

ต่างกันกับ Lone Survivor  เย้ยมัจจุราช ที่ซีลผู้รอดชีวิตเล่าถึงความกล้าหาญเสียสละของเพื่อนร่วมทีมซีลที่เสียชีวิตไป  เรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวผ่านความรู้สึกของคนที่พยายามจะมีชีวิตรอดเพื่อให้ชีวิตเหล่านั้นไม่สูญเปล่า ( Live to tell the story)  ความภาคภูมิใจในความเป็นซีล ให้ความรู้สึกในแง่ของพลังแห่งจิตใจอันกล้าหาญเสียสละ ด้วย  เกียรติยศ ความกล้า และหน้าที่

SEAL Target Geronimo ปฏิบัติการสังหารบินลาเดน  มีความรู้สึก proud of themselves ยกย่องชื่นชมตัวเองของพวกซีลอยู่เช่นกัน  แต่ก็เป็นไปในแง่ภาพรวมของการเป็นทีมซีลที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ เนื้อหาเน้นถึงความล้มเหลว ความสำเร็จของภารกิจ และส่วนสำคัญของเรื่องที่ถือเป็นจุดเด่นของหนังสือคือการวิเคราะห์เจาะลึกตลอดจนข้อสันนิษฐานที่ชี้ให้ถึงความเกี่ยวโยงเป็นมาในเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างอาหรับกับอเมริกา ซึ่ง นอกจากจะถือเป็นความรู้ความเข้าใจแล้วยังอ่านสนุกอีกด้วย

อีกเรื่องในสงครามยุคใหม่เดียวกัน  Outlaw Platoon หมวดเถื่อน เพื่อนตาย  อาจชอบน้อยกว่าทั้งสองเรื่องที่กล่าวมา แต่ก็ยังชอบมากกว่าสไนเปอร์ซีลทีมซิกซ์ แม้จะเป็นการเล่าเรื่องในลักษณะคล้ายกัน คือเล่าถึงตัวเองกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดเอาต์ลอว์ แต่ด้วยความเป็นทหารราบที่ต้องปฏิบ้ติหน้าที่ลาดตระเวน คลุกคลีวัดดวงกับความเป็นความตายอยู่เกือบจะทุกเมื่อเชื่อวันตามแนวขอบชายแดนอัฟกานิสถานที่ติดกับปากีสถาน ภารกิจที่อาจไม่ได้นับเป็นความสุดยอดอะไรอย่างที่เหล่าซีลถูกส่งไปทำ แต่ก็ทำให้เราอินได้มากกว่ากันมาก

ซีล ที่มักจะมาพร้อมกับความยืดอกภาคภูมิใจกับการผ่านคัดเลือก..กว่าจะได้เป็นซีล หลังการฝึกนรก รวมทั้งความเก่งกาจ การสังกัดหน่วยรบที่ทำภารกิจเยี่ยมยอด ไม่ได้ช่วยให้ได้ใจเราไปสักเท่าไร  เรื่องของทหารที่เราชอบคือการฏิบัติหน้าที่เสี่ยงตาย คือสายสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมรบ และคนที่รออยู่เบื้องหลัง สไนเปอร์ซีลทีมซิกซ์นำเสนอในส่วนนี้น้อย เพราะเน้นในเรื่องของการฝึก กว่าจะได้เป็นซีล การปฎิบัติภารกิจสุดยอดเพราะเป็นทีมสุดยอดซีลทีมซิกซ์  โดยมีโฮเวิร์ด วาสดินเป็นศูนย์กลางในฐานะผู้เล่าถึงตัวเอง จึงไม่อาจก่อให้เกิดความรู้สึกได้มากเท่าเรื่องอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่ก็ยังดีมีตัวช่วย รายละเอียดของการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ซีไอเอ  สายข่าว  เดลต้าฟอซ ฯลฯ มาช่วยดึงความสนใจเอาไว้ไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ

สไนเปอร์ซีลทีมซิกซ์ จึงเป็นการอ่านแล้วชอบด้วยความสนใจเป็นการเฉพาะตนเกี่ยวกับสไนเปอร์ แต่อ่านแล้วก็ยังรู้สึกว่ามันไม่สุดใจเท่าไรนัก  หนังสือเรื่อง American Sniper - Chris Kyle ผู้เป็นตำนานสไนเปอร์มือพระกาฬจึงยังอยู่ในลิสต์เป้าหมายต่อไป  แต่ต้องหลังจากได้อ่าน ยุทธการอนาคอนด้า (Not a good day to die) กับ แหกค่ายนรกบาตาน ( Ghost Soldiers) ที่เล็งไว้เสียก่อนนะ

แต่ Black Hawk Down ไม่มีใครแปลใช่มั้ย  อยากอ่านจัง 





Create Date : 07 มิถุนายน 2558
Last Update : 7 มิถุนายน 2558 19:52:05 น. 1 comments
Counter : 2682 Pageviews.

 
เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าเคยอ่านมั้ยน่ะครับ
ที่ชอบเลยๆก็มี Lone Survivor: The Eyewitness Account of Operation Redwing and the Lost Heroes of SEAL Team 10
ส่วน American Sniper เราว่าเฉยๆ ไม่ค่อยชอบการเล่าเรื่องของคริส ไคล์เท่าไร

เราชอบว๊อยซ์การเล่าเรื่องแบบดูขรึมๆ น่าเชื่อว่าผ่านสนามสงครามมาจริงๆ
ถ้ามาเล่าแล้วแลดูโม๊ๆเราก็ไม่ค่อยชอบนะ 555


โดย: PZOBRIAN วันที่: 8 มิถุนายน 2558 เวลา:15:59:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.