Group Blog
 
All blogs
 
2012 วันสิ้นโลก : คำเตือน ถ้ากลัว อย่าอ่าน!



อารัมภบทจากปกหลัง


เตรียมตัว... เตรียมใจ...

เวลานับถอยหลังของโลกเรามาถึงแล้ว...ลอว์เรนซ์ อี. โจเซฟ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้จะทำให้เราต้องหันกลับมามองถึงความหายนะของโลกในอนาคตอันใกล้ของเรามากยิ่งขึ้น

อะไร??? .. คือสาเหตุแห่งความวิบัติที่ไม่สามารถหลบได้หรือหนีพ้น

Smiley เมื่อ 60 ล้านปีที่แล้ว ไดโนเสาร์ได้หายสาบสูญจากโลกนี้ และในปี 2012 คือช่วงเวลาแห่งการเวียนบรรจบของการล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่

Smiley สนามแม่เหล็กโลกที่คอยปกป้องเราจากรังสีอันตราย กำลังเกิดรอยปริแตกที่ไม่สามารถหาสิ่งใดประสานได้

Smiley ระบบสุริยะของเรากำลังเคลื่อนตัวสู่อวกาศซึ่งมีสภาวะที่ไม่เป็นมิตร

Smiley ภูเขาไฟที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ นั่นหมายความว่า มนุษย์โลกต้องพบกับฤดูหนาวนิวเคลียร์ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตตายเกือบหมดโลก

Smiley กัมมันตภาพรังสีของดวงอาทิตย์เข้าสู่จุดห้วงแห่งความวิกฤตอีกครั้ง (ในปี 2012) ช่วงนั้นพายุบนดวงอาทิตย์จะมีความรุนแรงและปั่นป่วน พัดโหมกระหน่ำเข้าถล่มโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อุบัติภัยธรรมชาติทั้งปวงจะรุนแรงยิ่งกว่าเฮอร์ริเคนหลายร้อยลูกรวมกัน

Smiley เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ล้วนสอดคล้องกับคำทำนายของชาวมายา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่แม่นยำที่สุดในเรื่องของเวลา พวกเขาพยากรณ์เอาไว้ว่างทุกสิ่งจะสิ้นสุดลงในปี 2012

คุณ........พร้อมจะเผชิญกับมันหรือยัง ...!?!?




หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้ยืนยันว่าในปี 2012 โลกจะถึงกาลอวสานอย่างแน่นอน
แต่หนังสือเล่มนี้ บอกเล่าเรื่องราวมากมายที่บ่งชี้ว่า อีก 3 ปี โลกจะแตก!

เรื่องราวของปี 2012 ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราได้ยินว่า

"ปฏิทินของชาวมายา หรือ "คำทำนายของชาวมายา"

แต่เป็นทั้งความเชื่อ และเป็นทั้งหลักฐานจากนักวิทยศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ
ทั้งผืนดิน ผืนน้ำ ท้องนภา อากาศ อุณหภูมิ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี คัมภีร์ และศาสนา

ทุกอย่าง ล้วนเบนเข็มชี้อภิมหาอลังการภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในปี 2012 ซึ่งอาจนำโลกใบนี้ไปสู่กลียุค และสิ้นสุดสมัยของมวลมนุษย์ เช่นที่เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์เหลือไว้แต่เพียงซากฟอสซิลให้เห็นต่างหน้าแต่งเติมจินตนการใส่เนื้อหนังแล้วทำออกมาเป็นหนัง Jurassic Park ให้เราดู

ดูท่าจะไม่ใช่แค่เพียงเรื่องล้อกันเล่นๆ ขำๆ ของชาวมายาซะแล้ว เพราะเป็นหนังสือที่อธิบายถึง

ความยิ่งใหญ่ของเอกภพ และหายนะของโลก
ที่แม้แต่ความไร้ขอบเขตของจินตนาการก็ไม่อาจจะคิดไปถึง

หนังเรื่อง 2012 วันสิ้นโลกน่ะหรือ? เด็กๆ ไปเลย

รอยปริแตกของสนามแม่เหล็กโลกที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีวิธีการแก้ไข
ระบบสุริยะ กับสภาวะอวกาศที่ไม่เป็นมิตร ระบบสุริยะใหญ่โตแค่ไหน ก็ยังเป็นแค่เพียงส่วนย่อยๆ ที่โคจรไปในห้วงอวกาศกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่ามนุษย์ ดาวเทียม ยานอวกาศ หรือเครื่องมือใดจะรู้ได้ว่ามันไปสิ้นสุดที่ตรงไหน เพราะเอกภพเป็นเอกพันธ์ (ไม่สามารถระบุได้) รู้แต่เพียงว่าระบบสุริยะกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ "เส้นทางอันตราย"

ภูเขาไฟมหึมา ส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงบอกชาวโลกให้รู้ว่าพร้อมแล้วสำหรับการระเบิด เพียงแต่ไม่รู้จะเลือกวันเวลาไหน และหากระเบิดขึ้น ความพิโรธของเทพแห่งไฟจะส่งควันและเขม่าขึ้นปกคลุมชั้นบรรยากาศโลกครอบคลุมทั้งทวีปอเมริกาเหนือ ทำลายการเกษตร เศรษฐกิจ และจะมีผู้เสียชีวิตนับร้อยล้านคน

จุดดำบนดวงอาทิตย์ที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ และพายุบนดวงอาทิตย์ที่สัมพันธ์กับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติบนโลกที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น เฮอร์เคนพิฆาตแคทรีนา ริตา และวิลมา ที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย และมหาพายุลูกใหญ่ๆ ลักษณะนี้ดูท่าจะไม่มีอะไรไปหยุดยั้งหรือป้องกันไหว (ก็อิทธิพลมันส่งมาจากดวงอาทิตย์โน่น ใครล่ะจะไปทำโล่ห์บังมันไว้ได้)

อ่านแล้วรู้สึกเครียดกันบ้างมั้ยคะ เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเรื่องเครียด

แต่เป็นอีกครั้งที่ต้องใช้คำอุทานอันไม่สุภาพว่า "พับผ่าสิ! อ่านแล้วมันสนุกจริงๆ"

แม้ไม่อาจเข้าใจคำศัพท์ทางวิทยาศาตร์มากมายในหนังสือเล่มนี้ แต่อ่านโดยรวมแล้วก็ไม่ยากแก่การเข้าใจว่าผู้เขียนกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่

วิทยาศาตร์เป็นเรื่องของ "ความฉลาด" ที่มิบังอาจไปทำความเข้าใจหรือเสนอหน้าไปร่ำเรียน
ในสายวิชาเหล่านั้น แม้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัว หากมองให้ดี คิดให้ลึกลงไป ทุกสิ่งทุกอย่าง
ล้วนเกิดจากวิทยาศาตร์

เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ความรู้ และความรู้เป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขต

ซึ่งมนุษย์อย่างเราๆ ไม่อาจจะรู้ไปซะทุกเรื่อง
(ต่อให้เป็นคนชอบเรียนรู้ หรือชอบยุ่งเรื่องของชาวโลกก็ตามเถอะ)

และหนังสือเล่มนี้ อ่านแล้วยังเผลอรำพึงกับตัวเองว่า "ไม่เห็นเคยรู้เรื่องอย่างนี้มาก่อนเลย"

ชาวมายา ?
ก็เพิ่งเคยได้ยินมาพร้อมๆ กับการเปิดตัวของหนังเรื่อง 2012 นี่แหละ

ดวงอาทิตย์ป่วย ? จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าตอนนี้ดวงอาทิตย์ของเรากำลังไม่ฉะบาย โซลาร์มินิมัม และโซลาร์แมกซิมัม ซึ่งสัมพันธ์กับความปั่นป่วนบนดวงอาทิตย์คืออะไร และในปี 2012 ดวงอาทิตย์จะเข้าสู่ช่วงโชลาร์แมกซิมัม และความปั่นป่วนที่ดวงอาทิตย์เป็นอยู่ขณะนี้ ไม่อาจเทียบได้กับอาการป่วยไข้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงนั้น

แม้แต่พระเจ้าแห่งจักรวาลผู้ทรงพลานุภาพอย่างดวงอาทิตย์ ก็หนีไม้พ้นวัฏจักรแห่งอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐที่พระพุทธเจ้าของชาวพุทธเราทรงตรัสรู้ เกิด ( Bigbang) แก่ (เต็มไปด้วยจุดดำ เป็นกระขึ้นทั่วดวง) เจ็บ (สภาวะที่ไม่เป็นมิตรของอวกาศ ก่อให้เกิดความปั่นป่วน และอาจทำให้ดวงอาทิตย์ประสบกับโรคภัยหรืออุบัติเหตุขั้นร้ายแรง) ถ้าเป็นอย่างนั้น ดวงอาทิตย์ที่มนุษย์เคยเชื่อว่าจะไม่มีวันดับสูญ จะเป็นแสงสว่าง ให้ความอบอุ่น ให้พลังงาน ให้ชีวิตและการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ไปชั่วนิรันดร์ ก็ถูกสั่นคลอนเสียแล้ว ดวงอาทิตย์ก็เป็นหนึ่งในสรรพสิ่งที่มีมีอายุขัย และวันหนึ่งวันใดก็อาจตายได้เหมือนกัน ไม่ต่างจากสิ่งใดๆ ตามกฏของธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

อย่าเพิ่งสิ้นหวังค่ะ .. เพราะหากโลกรอดพ้นไปจากปี 2012
ในอนาคตอาจมีการค้นพบวีธีจุดไฟบนดวงอาทิตย์ก็ได้

ว่าแต่ขั้นแรก ต้องคิดวิธีการเดินทางไปถึงดวงอาทิตย์ให้ได้ก่อน



Smiley ภาค 1 .. เวลา Smiley

คำทำนายของชาวมายา

"คำทำนาย" เป็นคำที่ใช้กันถูกต้องแล้วหรือ เพราะสำหรับชาวมายาดูเหมือนนั่นจะไม่ใช่คำทำนาย แต่เป็นความรู้จากการเฝ้าสังเกตท้องฟ้าของชนเผ่าที่หลงใหลและทุ่มเทในด้านดาราศาสต์ ผ่านการคิดคำนวณด้วยภูมิปัญญาเกินกว่าจะเห็นมันเป็นความเชื่อ และไม่กล้าจะคิดว่ามันเป็นเพียงความเหลวไหล

ที่น่าแปลกคือ ชาวมายา ดูจะไม่นิยมเล่าเรื่องลึกลับทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาของตัวเอง และไม่ชอบพูดถึงปี 2012 มากนัก เพราะชาวมายามองปี 2012 เป็นแค่ปีแห่งการสิ้นสุดและเริ่มต้นใหม่ ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัว

ชาวมายามองเห็นวัฏจักรของท้องฟ้าและดวงดาราอย่างลึกซึ้งก็จริง แต่วันเวลาที่ผ่านมายาวนาน อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้บางสิ่งบางอย่างบิดพลิ้วไปจากปฏิทินโบราณเก่าแก่ที่คำนวนล่วงหน้ามากว่าสองพันปี วัฏจักรอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ชาวมายาเคยมองเห็น และนี่คือความหวังเดียวของมนุษย์เรา หวังว่าชาวมายาจะคำนวณผิด!

แต่ ความจริงก็คือ เราไม่ควรเหยียบย่ำภูมิปัญญาที่ว่านั้น ว่าเป็นเรื่องไร้สาระและมองข้าม เพราะปี 2012 ของชาวมายา จะเป็นเพียงแค่คำทำนาย หรือ สารจากความเมตตาของพระเจ้า (ที่พระองค์บอกกล่าวไว้) ใครล่ะจะรู้ได้

ชาวมายา ไม่ได้มีแค่ปฏิทินชวนโลกผวา ที่น่าสนใจคือ คัมภีย์นับพันเล่มของชาวมายา ที่ถูกเผาทำลายไปในสมัยสเปนเข้ายึดครองดินแดนนั้น คัมภีร์เก่าแก่หลงเหลือและตกมาอยู่ในมือของชาวตะวันตกเพียง 4 เล่มจริงหรือ? ว่ากันว่ายังมีคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อีกมากซึ่งผู้พิทักษ์บันทึกและผู้เฒ่าของเผ่าต่างๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามป่าเขาห่างไกลเก็บรักษาเอาไว้ ( ผู้พิทักษ์คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ? นี่มันหนังฮอลลีวู้ดเลยนะเนี่ย ..นึกถึงซีรีย์ฝรั่งเรื่อง Legend of the seeker ขึ้นมาตระหงิดๆ )

วันที่ 13.0.0.0.0 ของชาวมายา คือวัน 21/12/12 ในปีปัจจุบัน
13 คือรอบ Baktuns หรือช่วงเวลา 400 ปีของชาวมายา ซึ่งเท่ากับ 144,000 วัน
เลข 13 เป็นเลขอัปมงคลของฝรั่ง แต่เลข 13 เป็นเลขศักดิ์สิทธ์ตามหลักจักวาลของชาวมายา
1 ปีของดวงอาทิตย์คือ 1,872,000 วัน หรือเท่ากับ 13 X 144,000
หรือเท่ากับ 5,200 ปี เมื่อนับตามปี 360 วันตามแบบของชาวมายา

....ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เลข 144,000 นั้น ปรากฏอยู่อย่างชัดเจนในพระคัมภีร์วิวรณ์ โดยกล่าวว่าเป็นจำนวนของมนุษย์ที่จะได้รับการปกป้องและได้ไปรับใช้พระผู้เป็นเจ้าในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายก่อนที่พระคริสต์องค์ที่สองจะลงมาจุติ.. ( หน้า 45 )

พระคัมภีร์วิวรณ์ คือ คัมภีร์ของศาสนาคริสต์ที่กล่าวถึงการกลับมาของพระเยซู และถ้าทั้งโลกจะเหลือกันอยู่แค่ 144,000 คน ขอวอนเถิดพระผู้เป็นเจ้า ลูกขอสมัครใจอยู่ในกลุ่มของคนส่วนใหญ่และอยู่เคียงข้างบุคคลอันเป็นที่รัก

... เมื่ออาทิตย์สิ้นสุดลงหนึ่งรอบ ปฏิทินลองเคาท์ก็จะเริ่มต้นรอบใหม่ ดังนั้นวันที่ 22/12/12 .. ..หนึ่งวันหลังจาก 21/12/12 วันที่โลกสิ้นสุด ซึ่งหามันมาถึงชาวมายาก็จะเริ่มนับใหม่เป็นวันที่ 0.0.0.0.1 (หน้า 45)

หวังว่าจะยังมีชีวิตเหลืออยู่ให้เริ่มนับนะ หากแม้ว่าเราไม่ได้อยู่จนเห็นยุคใหม่
เอาเถอะ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเราจะได้เป็นซากฟอสซิล

เรื่องของชาวมายาและการคำนวณต่างๆ นี้ ถูกเปิดประเด็นไว้เป็นภาค 1 ของหนังสือเล่มนี้เลยทีเดียว เพราะต้นเรื่องวันสิ้นโลกเท่าที่รู้น่าจะบูมมาจากปฏิทินนี้ และจากการศึกษาทางวิทยาศาตร์ของผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ หลากหลายแขนง อะไรๆ ในโลกใบนี้ ดูจะเข้าข่ายลางแห่งหายนะในปี 2012 ด้วยกันทั้งสิ้น อาจเรียกได้ว่าเฮโลเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับชาวมายา

21/12/12 ระบบสุริยะซึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางจะบังศูนย์กลางของทางช้างเผือก
ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้จากโลก และเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นครั้งเดียวในรอบ 26,000 ปี

นักดาราศาสตร์ชาวมายาโบราณเชื่อว่า จุดดังกล่าวเป็นมดลูกของทางช้างเผือก
(มดลูกคือสิ่งให้กำเนิด)

......ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีหลักฐานหลายชิ้นสนับสนุนว่า จุดดังกล่าวเป็นต้นกำเนิดของดวงดาวต่างๆ ในกาแล็กซี นักดาราศาสตร์ปัจจุบันตั้งข้อสงสัยว่า ตรงกลางนั้นมีหลุมดำซึ่งจะดูดกลืนทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสสาร พลังงาน และเวลา ซึ่งจะกลายเป็นวัตถุดิบในการก่อให้เกิดดาวดวงใหม่ๆ ในอนาคตได้.. (หน้า 56)

ดูสิ เหนือฟ้ายังมีฟ้า แม้แต่ดวงอาทิตย์ที่ว่าแน่ ยังมีสิ่งยิ่งใหญ่ทรงพลังกว่า หนึ่งในนั้นคือ ศูนย์กลางของทางช้างเผือกที่อาจมีหลุมดำอำพรางไว้ล่อลวงทุกสรรพสิ่งในจักรวาล

ถ้าดวงอาทิตย์หายเข้าไปในนั้น ? นั่นคือหลุมที่ที่ดวงอาทิตย์จะถึงแก่ความตายหรือ? ชาวมายาเชื่อว่า เมื่อพลังงานของดวงอาทิตย์ถูกบดบัง การที่มนุษย์ถูกตัดขาดจากพลังงานที่เป็นศูนย์กลางของกาแล็คซีนี้ กลไกที่สำคัญของโลกและร่างกายของคนเราจะหยุดทำงาน

วัฒนธรรมลึกลับของชาวมายาที่พยากรณ์ถึงวันสิ้นโลกเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อสองพันปีก่อน จะไม่เขย่าขวัญสั่นประสาทเท่าไรนัก ถ้าหากความคิดของชาวมายาไม่ได้ชื่อว่า เต็มไปด้วยตรรกะ และความเที่ยงตรง แล้วแม่นยำเรื่องวันเวลายิ่งนัก

มาดูกันค่ะ ระหว่างชาวมายา กับนอสตราดามุส ใครจะแน่กว่ากัน

นอกจากเรื่องของชาวมายาแล้วต่อไปนี้คือเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ที่น่าสนใจและสนุกจนลืมเครียด

อสรพิษกับเสือดาว
จักรวรรดินิยมทางวัฒนธรรม


กล่าวถึงสองพี่น้องคนทรงชาวมายา คาร์ลอส กับเจอร์ราโด ความหลงตัวเองของนักวิชาการ (ที่ไม่ใช่ชาวมายา และหนีไม่พ้นเป็นชาวตะวันตก) อคติที่มีต่อวัฒนธรรมทำให้ผู้เฒ่าผู้แก่ของชาวมายาผู้ทรงภูมิปัญญาถูกเหยียบย่ำ ประวัติศาตร์และวัฒนธรรมแท้จริงถูกบิดเบือน

Smiley ภาค 2 ... โลก Smiley

ปากทางสู่ปี 2012

... หากพระเจ้าหรือสิ่งใดก็ตามที่มีอำนาจเหนือกว่านั้น หรือสิ่งใดก็ตามที่เรานับถือ เสนอสิ่งที่เราสมควรจะได้รับไปตลอดชีวิต ไม่มาก ไม่น้อยไปกว่านั้น เราจะรับข้อเสนอเหล่านั้นหรือไม่ ... (หน้า 74)


นักฟิสิกส์ธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญ กับเรื่องราวของ สนามแม่เหล็กโลกที่อ่อนกำลังลง ซึ่งเป็นสัญญาณแรกของการพลิกขั้วแม่เหล็กโลก หรือจะเรียกว่าการสลับขั้วแม่เหล็ก ที่เข็มทิศจะชี้กลับตาลปัตร นกจะหลงทิศ ปลาจะหลงทาง แสงออร่าที่ขั้วโลกเหนือจะเปลี่ยนมาเกิดที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร สภาพอากาศจะวิปริต เส้นทางความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคน ทอร์นาโดและพายุแม่เหล็กจะเปลี่ยนไป

ในเมื่อมันเคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อ 780,000 ปี ตอนนี้มันกำลังจะเกิดอีกหรือไม่ การเคลื่อนตัวของผิวโลกที่เป็นอยู่ (แคนาดาและทวีปแอนตาร์คติกาเคลื่อนที่ถึงปีละ 20-30 กิโลเมตร) อาจจะทำให้ขั้วโลกเกิดการเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย

ข่าวดีคือ วันนั้นจะไม่เกิดขึ้นให้เราได้พบเห็น
เพราะข่าวร้ายคือ ก่อนจะถึงจังหวะนั้น พวกเราตายกันไปหมดแล้วเพราะโรคมะเร็ง เนื่องจากการอ่อนกำลังของสนามแม่เหล็ก ทำให้วงแหวนรังสีแวนอัลเลน ( ที่เกิดขึ้นจากสนามแม่เหล็กคอยเบี่ยงเบนรังสีจากดวงอาทิตย์) จะปั่นป่วน เป็นอันตราย และความสามารถของสนามแม่เหล็กในการป้องกันรังสีให้แก่โลกจะลดลงด้วย รังสีต่างๆ จากอวกาศจะกระหน่ำใส่เรา (คงจะแบบรัวเร็วแบบเอ็มสิบหก หรือไม่ก็หนักหน่วงแบบเอ็มเจ็ดสิบเก้า)

การสลับขั้วอาจเป็นเพียงข้อสงสัย ที่ไม่มีใครรู้ได้แน่นอนในอนาคต (อันใกล้) แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจโล่งใจ เพราะมีเรื่องใหญ่พอกันเป็นความจริงอยู่แล้วขณะนี้ รอยแยกของสนามแม่เหล็กโลก เกิดขึ้น 9 ชั่วโมงต่อครั้ง ครั้งละประมาณ 100,000 ไมล์ เกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรที่อยู่ระหว่างประเทศบราซิลกับแอฟริกาใต้ (ชื่อ รอยแยกแอตแลนติกใต้) รอยแยกจะทำให้รังสีจากดวงอาทิตย์และอวกาศทะลุเข้ามา กระทบต่อสารเคมีในชั้นบรรกาศ ก่อเกิดอุณภูมิความร้อนและช่วยเผาชั้นบรรยากาศให้บางลง และคงทำให้การเผายางในกรุงเทพมหานครกลายเป็นเรื่องดีงามไปเลย

ไฟโลกันต์


เกาะเซิร์ทซี แผ่นดินใหม่ล่าสุดที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลในปี 1963 มันเกิดขึ้นมาเพราะการระเบิดของภูเขาไฟกว่าสี่ปีลึกลงไปใต้ทะเล เกาะขนาดครึ่งตารางไมล์ที่โผล่ขึ้นมาในมหาสมุทรภายใต้อณาเขตของไอร์แลนด์นี้ นอกจากจะไม่จมลงไปยังทำให้แถบนั้นเป็นเขตที่มีพายุมากที่สุดในโลก


ภาพเกาะเซิร์ทซีในไอร์แลนด์ จาก http://www.thebestinsure เกาะแปลกๆ บนโลกนี้


ภูเขาไฟยักษ์เยลโลว์สโตน เทพโลกันต์ที่รอวันระเบิดอัคคีองค์นี้สถิตอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกา (ชื่ออุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน) หากเกิดการระเบิดขึ้น ลาวาคงไม่อาจเผาน้ำในมหาสมุทรข้ามมาถึงเมืองไทยได้ก็จริง แต่ถ้าเพื่อนมนุษย์ถูกย่างเกรียมไปเกือบครึ่งโลก บรรยากาศก็คงไม่น่าอยู่สักเท่าไร ภูเขาไฟที่เคยไว้ใจได้ลูกนี้ กำลังไว้ใจไม่ได้อีกต่อไป

ประวัติศาสตร์ของมันคือการระเบิดทุกรอบ 600,000- 700,000 ปี และปัจจุบันเรากำลังอยู่ในตารางเวลาของการระเบิดครั้งต่อไป ซึ่งไม่ทันแล้วที่เราจะเกิดให้เร็วกว่านี้


ภาพ Rumbling hits Yellowstone จาก http://redgreenandblue.org/tag/swarm/


ข่าวดีคือ ขณะนี้มีการติดตั้งระบบเตือนภัยที่แจ้งข้อมูลได้รวดเร็วที่สุดไว้รอบๆ อุทยานแห่งชาติ
ทั้งเครื่องตรวจจับแผ่นดินไหวและตรวจจับอุณภูมิ
(แต่ไม่มีใครรู้ว่าข้อมูลจะถูกรายงานไปที่ไหน และใครเป็นผู้ตัดสินใจ)

แต่ข่าวร้ายคือ ปัจจุบันไม่มีวิธีใดที่จะหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟยักษ์ได้ อีกทั้งขนาดและความรุนแรงของมันก็มากเกินไป เกินกว่าจะหาทางป้องกันไหว

ข่าวร้ายมากกว่าอีก เทพโลกันต์อีกองค์ที่มีชื่อว่า ลองวัลเลย์ในรัฐแคลิฟอเนียร์ก็กำลังพิโรธกรุ่นๆ
มี "ความเคลื่อนไหว" และ "ไม่สงบ" มากกว่าเยลโลว์สโตน และไม่รู้จะระเบิดความโกรธเกรี้ยวที่มีต่อมนุษย์ขึ้นมาวันไหน อำนาจทำลายล้างของท่านเทพองค์นี้ อาจไม่ทรงฤทธาเท่าเยลโลล์สโตน แต่ก็มากพอจะทำให้ซีกโลกเหนือทั้งหมดตกอยู่ในภาวะฤดูหนาวนิวเคลียร์

นี่ยังไม่นับภูเขาไฟยักษ์ทั่วโลกที่ยังมีอยู่อีก และยังไม่ได้นับจำนวนที่ไม่รู้ของภูเขาไฟใต้สมุทร ซึ่งอาจระเบิดขึ้นมาทำให้ทะเลเดือด และช่วยกันโหมไฟย่างเกรียมโลกได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาจากดาวหางหรือดวงอาทิตย์มาจุดไฟให้


Giant Volcano Under Yellowstone Park Stirring To Life -
Five Inch Increase At The Uplift Anomaly ภาพจาก http://www.lampholderpub
Volcano watch


สู่ทะเลสาบอติลัน พบ ฮวน มานูเอล เมนโดซา ดาวรุ่งในวงการจิตวิญญาณของชาวมายา ( คนทรง) การถามถึงปี 2012 กับชาวมายา คำตอบยังคงเป็นไปในแง่ดี (ที่ทำใจเชื่อว่ามันจะดีได้ลำบาก) สำหรับชาวซานดิอาโก อาติลัน ที่ประชากร 95% เป็นชาวมายาเผ่าชูทูฮีล ยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างสงบ ความกลัวเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะชาวมายารู้สึกว่ามันไม่มีอันตราย "ราวกับอยู่ในรังนก ราวกกับอยู่ในอ้อมกอดโลก"

...แต่อย่างไรก็ตาม ในจิตวิญญาณของชนพื้นเมืองที่ผูกพันอยู่กับสิ่งแวดล้อมนั้นมีบางสิ่งที่เชื่อถือได้ แม้ว่ามันจะดูไร้สาระก็ตาม ในความเชื่อที่ผิดจากกความเป็นจริงนั้น อาจมีภูมิปัญญาที่แท้จริงซุกซ่อนอยู่ก็เป็นได้ (หน้า 114)

และถ้าคุณรู้ถึงวิธีฝึกคนทรงชาวมายา คุณจะรู้สึกว่า ..คำพยากรณ์ใดๆ มีความน่าเชื่อถือกว่าที่เคยเป็น

และไม่ว่าจะเพียรพยายามถามชาวมายาสักกี่ครั้ง มนุษย์เราคงไม่ได้รับคำจากชาวมายาเพื่อยืนยันความหวาดกลัวของตัวเองให้แน่ชัดได้

Smiley ภาค 3... ดวงอาทิตย์ Smiley


รูปภาพจาก http://www.vcharkarn.com/vcafe/102291/4



รูปภาพจาก http://www.vcharkarn.com/vnews/5811



ดวงอาทิตย์และจุดดำ

ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของจุดดำบนดวงอาทิตย์กับพายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นทั่วอเมริกาเหนือ ที่นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญเอ่ยคำ "ใครจะไปบอกได้!"
มหกรรมของการศึกษาดวงอาทิตย์ในช่วงนี้ ที่ต้องระดมทุนทั้ง เวลา เงิน และมันสมองจำนวนมาก
เป็นสัญญาณแห่งการค้นพบและมีความกลัวที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า?


เฮอร์เคนแคทรีนา พายุหมุนเขตร้อนที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา
25 Aug 2005 ภาพจาก http://www.wikipedia เฮอร์ริเคนแคทรีนา



น้ำแข็งละลาย / อุณภูมิของอากาศที่ร้อนที่สุดในรอบ 50,000 ปี (ภาวะโลกร้อน) / กรรมวิธีการวัดอายุเพื่อตอบคำถามที่ว่า "เรารู้ได้อย่างไรว่าเมื่อพันๆ ปีก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ทั้งๆ ที่ในยุคนั้นไม่มีการบันทึกอะไรทั้งสิ้น"

เมื่อดาวพฤหัสเรียงกับดาวอังคาร
เต้นแทงโก้ไปด้วยกัน เรารู้จักเรื่องของปี 2012 จากเรื่องของดาวทั้งหมดเรียงตัวกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้เลย นอกจากพูดถึงแรงดึงดูดระหว่างดวงดาวในทางทฤษฏีว่าน่าจะมีผลมากที่สุดเมื่อดาวทั้งหมดเรียงตัวกันและทำมุม 0 องศา หรือทำมุมฉาก 90 องศา

พลังแห่งดาวเคราะห์ ของดาวแต่ละดวงจะส่งผลให้เกิดแรงดึงดูดกระทบต่อลูกไฟมโหฬารอย่างดวงอาทิตย์ให้เกิดการประทุของพื้นผิวและระเบิดรังสีออกมาหรือไม่ ดาวจะเรียงตัวในปี 2012 และในช่วงนั้นเป็นช่วงที่จะเกิดจุดดำมากที่สุดบนดวงอาทิตย์ เทพเจ้าดวงนี้จึงถือได้ว่าจะเข้าสู่ภาวะป่วยขั้นโคม่า

Smiley ภาค  4 ...อวกาศ Smiley

เมฆหมอกพลังงานและจุดปั่นป่วนระหว่างดวงดาว

การเคลื่อนที่ของเฮลิโอสเฟียร์ (แสงทรงกลมของระบบสุริยะที่มีศูนย์กลางอยู่ตรงจุดที่สว่างที่สุดคือดวงอาทิตย์) ทำให้เกิดคลื่นกระแทก (เมื่อเคลื่อนที่ผ่านบรรยากาศ) นานมาแล้วที่การเคลื่อนที่นี้เคยราบรื่น แต่ปัจจุบันเฮลิโอสเฟียร์กำลังเข้าสู้เส้นทางขรุขระของอวกาศ และทำให้คลื่นกระแทกมีความรุนแรงทะลวงเข้ามาในพื้นที่ระหว่างดวงดาวและก่อกวนดวงอาทิตย์ของเราให้ปั่นป่วน

... เรากำลังโดยสารอยู่บนเครื่องบินยักษ์ที่ชื่อว่าระบบสุริยะ ซึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่พายุ หรือพูดให้ถูกก็คือ จุดปั่นป่วนระหว่างดวงดาว.. (หน้า 177)

ดาวยูเรนัสกับเนปจูนเกิดการเปลี่ยนแปลงของขั้วแม่เหล็กแล้ว
อาจเป็นไปได้ตามข้อสงสัยของนักวิทยาศาตร์ว่าโลกของเราเองก็กำลังส่อแวว
ดวงจันทร์ของดาวเสาร์เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ที่มีลักษณะคล้ายเยลโลว์สโตนขึ้นเป็นครั้งแรก
ดาวพฤหัสได้รับอิทธิพลจากคลื่นกระแทกและทำให้สนามแม่เหล็กขยายตัวขึ้นสองเท่าจนขยายไปถึงดาวเสาร์ และการเกิดพายุแม่เหล็กขึ้นบนพื้นผิวอย่างไม่มีวันจบสิ้น
ภูเขาไฟบนดวงจันทร์ของดาวพฤหัสก็เกิดระเบิดขึ้นแล้วเช่นกัน

วิวัฒนาการอันชาญฉลาดของสายพันธุ์ในโลกมืด ที่ก้าวล่วงเข้าสู่โลกแห่งแสงสว่าง ไซยาโนแบคทีเรีย ที่พบจุดยืนของการเป็นภัยมรณะให้กับโลกนี้

การขุดเจาะทำลายทรัพยากรธรรมชาติจากมวลมนุษย์ที่ไม่เคยคำนึงถึงระบบนิเวศและรู้จักคำว่าหยุดยั้ง อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ โลกจะหันหลังให้กับเราเสียแล้วหรือ

แสงแห่งนูสเฟียร์

กัปตันชราแห่งไอซ์แลนด์
ฐานใต้ดินแห่งไซบีเรียและการทดลองทางจิต

Smiley ภาค 5 ...การล้างเผ่าพันธุ์ Smiley

ไม่เหลือ


วิทยาศาสตร์แห่งยุค
ข่าวร้ายเรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการสูญพันธ์
วัฏจักรความแตกต่างของซากฟอสซิล ที่นักฟิสิกส์ผู้เชี่ยวชายค้นพ้นหลักฐานที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ว่า
...โดยปกติแล้วเหตุการณ์สูญพันธ์ครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นทุกๆ 62-65 ล้านปี และโชคร้ายที่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งก่อนที่เป็นการล้างพันธุ์ไดโนเสาร์นั้นเกิดขึ้นเมื่อ 65ล้านปีก่อน เราจึงกำลังอยู่ในช่วงที่ครบกำหนดอีกครั้ง ...(หน้า 219)

เกิดช้าไปอีกแล้ว

อันตรายบนฟ้า
ดาวหาง อันธพาลครองจักรวาล
และการเสนอระบบป้องกันการพุ่งเข้าชนโลกที่ถูกหัวเราะเยาะ

...ชาวมายาทำนายว่า 2012 ระบบสุริยะจะทำคราสกสับศูนย์กลางแรงดึงดูดของกาแล็กซีซึ่งเป็นหลุมดำ วัตถุที่รู้กันว่ามีแรงดึงดูดมากที่สุดในจักรวาล และนั่นจะนำไปสู่การสิ้นโลก...(หน้า 223)


Smiley ภาค 6 ....สงครามศักดิ์สิทธิ์ Smiley

นับถอยหลังสู่จุดจบ

เมกกะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และการบูชาดวงจันทร์
ดวงอาทิตย์จะลงโทษมนุษย์ทุกผู้ที่บังอาจจ้องมองแต่ดวงจันทร์
ที่ส่องแสงล่อลวงมนุษย์และเปลี่ยนรูปร่างไปทุกคืน
เรื่องราวของศาสดามูฮัมหมัดและอาบู จาฮาล ศัตรูของพระเจ้า

ถอดรหัสไบเบิล
ลางแห่งสงคราม
กล่าวถึงสงครามอาร์มาเกดดอน ระหว่างผู้ยอมรับพระเยซูคริสต์กับผู้ไม่ยอมรับพระองค์

.. มีการตีความคัมภีร์ไบเบิลที่พยากรณ์ไว้ว่า โลกจะถึงจุดจบในปี 2012 ชาวมุสลิม คริสต์ และยิว จะมีการเคลื่อนไหวเพื่อเข้าสู่สงคราครั้งสุดท้าย ..(หน้า38)

การตอบแทนแห่งพระผู้เป็นเจ้า
ปิศาจสีเขียวผู้เข้มแข็ง ผู้นำในการประสานความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อมของโลก
กำจัดฝีอักเสบ เพื่อสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง

ชอบเนื้อหาตรงนี้มากเลยค่ะ

มันคงไม่มีค่าอะไร...แต่หากกลียุคหรือการเปิดเผยครั้งใหญ่เกิดขึ้นบนโลกในวันที่ 21/12/12 ผมจะเป็นคนหนึ่งที่ฉวยเอาช่วงเวลาแห่งความสงบในหตุการณ์อันน่าพิศวง ซึ่งทุกคนที่นับถือในคัมภีร์ไบเบิลและกุรอานจะรู้สึกเมื่อได้ประสบกับคำพยากรณ์ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติซึ่งทำนายโดยคนนอกศาสนาแห่งดินแดนโดดเดี่ยวในอเมริกากลางอุบัติขึ้น พวกหัวดื้ออาจยืนยันว่าวันสิ้นโลกนั้นพยากรณ์ไว้ในรหัสลับของคัมภีร์ไบเบิล

แต่ในความเป็นจริงก็คือ คำพยาการณ์ของชาวมายานั้นเป็นคำพยากรณ์แรกสุดเกี่ยวกับวันที่ 21/12/12 บางทีพระผู้เป็นเจ้าอาจปกป้องเราจากกลียุคครั้งนี้ได้ แต่คงไม่สามารถปกป้องเราจากความผิดพลาดและความหวาดกลัวที่สุดในชีวิต เราทุกคนต่างตาสว่างได้ แต่ผู้คลั่งศาสนาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง และมุ่งหวังความขัดแย้งแห่งดินแดนตะวันออกกลางนั้น ยังคงสรุปเอาเองว่า ตนเป็นพวกที่ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุด... (หน้า 257)


อ้อนวอนให้คงเดิม
เทมเพิลเมาท์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคริสต์และอิสลาม
พระเมซไซอาห์ใกล้เสด็จ เพื่อมาจุติแล้ว
ฝืนคำพยากรณ์

แรงดึงดูดประหลาดแห่งปี 2012
คัมภีร์อี้จิงกับคลื่นของเวลา
ความลี้ลับแห่งโลกตะวันออก
ดาวศุกร์ และระบบตัวเลขของฮินดู 6/6/12
2012 รอบโลก การสูญหายของ ทวีปแอตแลนติส
ชาวอียิปต์ มายา อินเดียนแดงเผ่าเชอโรกี และคำทำนายต้องห้ามของเผ่าโฮปิ

..ปี 2012 เป็นเส้นตายแห่งความหายนะที่กำลังจะมาถึงอย่างรวดเร็ว และการพยากรณ์ถึงจุดจบแห่งเวลาของทุกสำนักดูจะมุ่งหน้าไปตามตารางเวลาที่ชาวมายาวางเอาไว้.. (หน้า 290)

วาระสุดท้ายที่ถูกใจ
ปี 2012 มิใช่ประตูสู่ความตาย
ในมุมมองของชาวมายาก็ไม่ใช่เรื่องของความตาย
Lisa จะนำเราไป สามเหลี่ยมด้านเท่าขนาดยักษ์ขององค์การ NASA ออกแบบมาเพื่อร่อนไปตามคลื่นแรงโน้มถ่วงเมื่อโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ จะถูกส่งขึ้นไปในปี 2011 เพื่อพิสูจน์ความเป็นจริงของทฤษฏีบิ๊กแบงด้วยการตรวจจับแรงดึงดูดที่ยังเหลืออยู่จากการระเบิดที่สร้างสรรพสิ่งครั้งนั้น

คลื่นไมโครเวฟ รูปแบบของรังสีที่หลงเหลืออยู่จากการระเบิดบิ๊กแบงทั่วท้องฟ้าและค้นพบช่องว่างของคำที่เต็มไปด้วยรหัส นักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ นักปรัชญา และนักเทววิทยาชั้นยอดของโลกทำงานร่วมกันเพื่อค้นคว้าสิ่งนี้ แต่ก็ไม่สามารถถอดรหัสออกมาได้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร

... ข้อเท็จจริงที่เป็นไปได้คือ มันอาจเป็นสารจากพระเจ้า จักรวาล หรือพระผู้สร้าง เป็นแรงบันดาลใจ และแสงสว่างให้แก่ผู้คนจำนวนมาก อีกทั้งเป็นพลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และอบรมให้มีความนับถือต่อธรรมชาติ

......บางทีสิ่งที่เบนฟอร์ดเห็น อาจเป็นสิ่งเดียวกับที่ชาวมายาเห็นมาโดยตลอด ...บางทีพระผู้เป็นเจ้าอาจดีดสายเลเซอร์ของ LISA เล่นเป็นเพลงแห่งความอมตะแห่งพระองค์ (หน้า 300)


บางทีพระผู้สร้าง อาจอนุญาต ให้มวลมนุษย์ได้ล่วงรู้จุดกำเนิดอันเป็นความลับของเอกภพ เพื่อเป็นรางวัลปลอบใจในวันที่พวกเราต้องถึงคราวดับสูญไปก็ได้นะคะ

Smiley บทสรุป Smiley

ภาวนา ...กราบเรียนพระผู้เป็นเจ้า...
เสนอสิ่งสังเวย
การเดินทางสู่นอกโลก อาจนำมาซึ่งการลงโทษของพระแม่ธรณี
พันล้าน เพื่อการวิจัยการควบคุมปฏิกิริยานิวเคลียร์ หรือพันล้านเพื่อป้องกันหายนะของปี 2012
เตรียมใจให้พร้อม ใจกว้างกับความมืดมน (หากมันเกิดขึ้น) และเผชิญหน้ากับมันอย่างสงบ
หลีกทางให้ชาวมายา และดึงผู้เฒ่าออกมาจากถ้ำ
สู่หุบเขา แห่งความเชื่อที่ว่า "พระผู้เป็นเจ้าสร้างมนุษย์บนโลกขึ้นมาด้วยสายเลือดเดียวกัน"

และ

ขอให้ปลอดภัย

...ขอให้คุณใส่ใจกับเรื่องปี 2012 แต่อย่าตื่นกลัว วางแผนให้พร้อม แต่อย่ารีบร้อน จากวันนี้ถึงวันนั้นเรามีเรื่องต้องทำ ต้องเตรียมตัว ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม เพื่อรอรับการทดสอบที่จะมาถึง หากเราพบว่าเรากำลังรอคอยให้มันมาถึง เราก็น่าจะพบหนทางก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ ..(หน้า 320)

****

ที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้อ่านสนุก ไม่ใช่คำพูดเกินจริงเลย เพราะถึงแม้เนื้อหาจะเครียด
แต่เป็นความเครียดที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันของผู้เขียน และทำให้อดยิ้มไม่ได้ ถ้าคุณมีโอกาสได้อ่าน คุณจะรู้ว่ามันตลกจริงๆ

อ่านแล้ว อย่าเผลอคิดไปว่ากำลังอ่านนิยายอยู่ เพราะหนังสือเล่มนี้คือสารคดี หลายสิ่งหลายอย่างฮอลลีวู้ดนำประเด็นไปสร้างหนังแล้วไม่ว่าเนื้อหาจะถูกต้องมากหรือน้อยก็ตาม อาทิเช่นหนังเรื่อง The Core หรือ The day after tomorrow ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ตัวจริงท่านหนึ่ง เป็นต้นแบบของคุณพ่อในเรื่องนี้ หรือแม้กระทั่ง 2012 ที่สร้างความวินาศสันตะโรไว้อย่างน่าระทึก แต่ขอโทษเถอะ ไม่อาจเทียบเคียงความวินาศที่บรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ได้เลย

จริงๆ แล้วอยากแนะนำให้ฮอลลีวู๊ด สร้างเรื่องนี้ขึ้นมอีกสักเรื่อง
รับรองว่าต้องเป็นไอเดียอันบรรเจิด

"ไซยาโนแบคทีเรีย ภัยมรณะตัวจิ๋วจอมพิฆาต"

รับรอง .. .บูม ฮ่าฮ่า อ่านแล้วชอบจริงๆ นะเรื่องวิวัฒนาการของเจ้าแบคทีเรียผู้น่ารัก!

ประวัติผู้เขียน

Lawrence E. Joseph เป็นนักข่าวและผู้ให้คำปรึกษาด้านวิทยาศาตร์ อีกทั้งยังเขียนหนังสืออย่างกว้างขวางในหลากแขนก อาทิเช่น วิทยาศาตร์ สิ่งแวดล้อม การเมือง และเศรษฐกิจโลก เพื่อตีพิมพ์ใน New York Time , Salon และ Audobon

ปัจจุบันเขาเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษาของแอโรสเปซ คอร์ปอร์เรชั่น ในอับลูเควอร์ก รัฐนิวเม็กซิโก

ชื่อหนังสือ : 2012 วันสิ้นโลก
ผู้เขียน : LAWRENCE E. JOSEPH
ผู้แปล : ทรงพล ศุขสุเมฆ
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ้คส์ 2552
จำนวน : 336 หน้า





Create Date : 05 มิถุนายน 2553
Last Update : 7 พฤษภาคม 2557 22:13:10 น. 12 comments
Counter : 642 Pageviews.

 
แค่อ่านรีวิวหน้านี้ก็สนุกแล้ว จะลองหามาอ่านบ้างค่ะ


โดย: ธารธันดร วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:10:44:17 น.  

 
มาอ่านคร่าวๆ ช่วงนี้อ่านแต่เรื่องพวกนี้ เอิ้กๆ


โดย: pumpond วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:16:36:58 น.  

 
น่าอ่านและได้ความรู้มากๆครับ


โดย: หนุ่มเมืองใต้ วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:18:04:25 น.  

 
อ่านจนคิดว่า

ไม่เหลือเนื้อหาที่เป็นจุดขาย

ของหนังสือเล่มนี้แล้ว

เพราะมันได้ถูกย้ายลงมาในบล็อก

แห่งนี้ทั้งหมด

แล้วที่ยุบตัว ในเวเนซุเอลาจะใช่กรณีเดียวกันรึเปล่า

แต่เมื่อวาน big cinema ก็หยิบเอา

inconvinience truth มาฉาย

ก็ยังออกอาการหลอนขึ้นประสาทอยู่ไม่ใช่นอ้ย


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 6 มิถุนายน 2553 เวลา:21:52:58 น.  

 
ความจริงไอ้เรื่องที่ว่าการอธิบายอะไรยาวๆ
มันก็เป็นเรื่องที่มีเส้นแบ่งทางเจตนาอยู่นะท่าน
สงสัยกระผมคงได้แสดงกิริยาที่ไม่สมควร
ทั้งที่จริงแล้ว
หนังสือหนึ่งเล่ม มันมีอะไรมากไปกว่าความเป็นแค่ในส่วนมิติของเนื้อหา
ยังมีรูปร่างหน้าตา การออกแบบ
การจัดวาง
ที่การอธิบายในบล็อกเป็นเพียงแค่การเรียกน้ำย่อย
ในบ้างส่วนเท่านั้น

เหมือนสมัยก่อน ผู้เขียนมักนิยมการเข้าลอกแล็กเชอร์เพื่อน
ทั้งๆที่จริงแล้ว ไม่อาจเทียบได้กับบริบทเนื้อในเต็มของการเข้าห้องเรียนได้
เป็นอันขาด
เลยไม่มีคำว่าเอิบอิ่มในวิชาเีรียน
ผ่านการแล็กเชอร์แบบย่อที่เข้าใจเอาเอง
จากทัศนะของผู้จดได้เทีียมเท่าประมาณนั้นมั้ง


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:23:37:54 น.  

 
น่าอ่านจัง ถ้ามีโอกาสต้องหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ


โดย: tuktuk thailand วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:18:24:14 น.  

 
คนไททิ้งแผ่นดิน อันนี้เป็นหนังสือเก่าแล้วละครับ
แต่มีวาระให้ตั้งจัดพิมพ์ใหม่
ถ้าเอาความคลาสสิกก็ได้เลย
แต่มันก็จะมีความเป็นชาตินิยมแฝงอยู่เยอะ
ตามงานสกุลแบบหลวงวิจิตรวาทการ

ความจริงแล้ว หนังสือมันก็ต้องเป็น
รสนิยมของผู้อ่านท่านนั้นๆเป็นผู้เลือก
ไม่งั้นร้านหนังสือ ก็เป็นพื้นที่แบ่งเช่าเหงาๆกันพอดี
ส่วนเกี่ยวกับหนังสือที่คุยกับท่านมะนาวฯ
ก็สัพเพเหระไปเรื่อย น่าจะใช่เด็กเก็บว่าวรึเปล่่าเอย
ส่วนหนังสือ ย่อประวัติเกือบทุกสรรพสิ่ง
เป็นหนังสือ best seller ฉบับอุุโฆษะของ
bill byson ลองsearch หาททางbloggang สิท่าน
เพราะมันก็จะมีที่กระผมรีวิวย่าวๆเอาไว้เหมือนกัน
ขอโอกาสขายของสักเลย
เอาไว้จะกลับมาหัวข้อนี้อีกครั้งเมื่อโลกเข้าปี 2013 นะขอรับ


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:22:58:36 น.  

 
อีก 2 ปี เราจะตาย


โดย: คนน่ารัก IP: 113.53.92.190 วันที่: 18 สิงหาคม 2553 เวลา:14:41:19 น.  

 
เตือนเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติรุนแรง เริ่มฤดูฝนปี 2554 นี้เป็นต้นไป

http://ufokaokala.com/index.php?PHPSESSID=405b6dca8a7a65d729023f8feb6985ef&topic=2619.0


โดย: Artoo Detoo IP: 118.172.112.10 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:13:39:11 น.  

 
dear all sir and madam so the humans never make sure about the dissusters but never forget to do the virtue and just think that what was and what will be thanks you and best wish from Toon


โดย: Mr Toon IP: 110.49.235.130 วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:22:06:58 น.  

 
sorry i wrote dissusters should be disaters thanks you


โดย: Toon mr IP: 110.49.235.130 วันที่: 29 เมษายน 2555 เวลา:22:18:53 น.  

 
ถอดรหัสลับวันสิ้นโลก ( ตอน 3 )
ออกอากาศวันที่ 30-08-55
โดย อ.ศาสดา อริยไมตรี ผู้เป็นจิตวิญญาณแห่งจักรวาล
ออกอากาศวันที่ 30 สิงหาคม 2555

http://youtu.be/IHBmfr15ll8


โดย: BeyondTheWorld IP: 122.155.37.95 วันที่: 1 กันยายน 2555 เวลา:11:52:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.