Group Blog
 
All blogs
 
The Catcher in the Rye จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น



เขียน : J.D. Salinger
แปล : ปราบดา หยุ่น
สำนักพิมพ์ : ไลต์เฮาส์พับลิชชิ่ง
พิมพ์ครั้งที่ ๒ : ๒๕๕๔


หนังสือเล่มนี้แปลกดีนะคะ ไม่มีอารัมภบท ไม่มีคำโปรย คำนำสำนักพิมพ์ คำนำผู้เขียนหรือผู้แปล ไม่มีอะไรทั้งนั้น เปิดมาก็เริ่มบทที่ ๑ กันเลยแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยและจบไปแบบไม่มีขลุ่ยมีปี่..แต่มีความหมาย

ที่ซื้อหนังสือมาก็ไม่ได้พิจารณาอะไรอื่นเช่นกัน นอกจากชื่อเรื่องที่เรียกความสนใจได้ชะงัดนัก

"จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น"

เรื่องเล่าของหนุ่มวัยรุ่นอเมริกัน "โฮลเดน คอลฟีลด์" กับชีวิตร่วงหล่นของเขาในช่วงไม่มีกี่วันก่อนการเฉลิมฉลองในเทศกาลคริสต์มาส เมื่อเขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพนเซย์แห่งรัฐเพนซิลวาเนีย ที่เมื่อเอ่ยชื่อโรงเรียนแล้วใครก็บอกว่า "เป็นโรงเรียนที่ดีนะ" แต่สำหรับโฮลเดน มันเป็นที่ที่เต็มไปด้วยคนเฟกๆ และทุกสิ่งรอบตัวมันห่วยแตก

มันเป็นวันเสาร์ที่เขาเข้าไปร่ำลาอาจารย์

มันเหมือนจะโอเค fine แต่ที่จริงแล้วคงไม่ fine

มันร่วงหล่นและตกต่ำ จากนี้ไป จากคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันพุธ

วันเสาร์ ที่โฮลเดนตัดสินใจออกจากหอพักหลังจากมีเรื่องกับรูมเมท

แต่เขาไม่อาจจะกลับบ้าน จนกว่าจะถึงวันพุธ

วันพุธ ที่พ่อและแม่คงได้รับจดหมายแจ้งจากโรงเรียนและมีเวลา
เพื่อทำใจไว้บ้างแล้วกับเรื่องที่เขาถูกไล่ออกจากโรงเรียนอีกครั้ง

ใช่ .. อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้นเขาเคยถูกไล่ออกจากโรงเรียนอื่นๆ มาแล้วหลายครั้ง

เพราะตัวเขาเองมันห่วยแตกหรือเปล่านะ โฮลเดนจึงมีมุมมองต่อคนรอบข้างออกไปในทางห่วยแตกซะส่วนใหญ่ สิ่งที่เขามองเห็นจากผู้คนล้วนเป็นความเฟกที่น่าคลื่นไส้ ทั้งที่ตัวเขาเองก็สามารถจะเป็นนักโกหกได้เป็นคุ้งเป็นแคว และขณะที่ตัวเขามองเห็นแต่เรื่องเฟกๆ คนเฟกๆ อยู่แทบจะตลอดเวลา สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้จากการอ่านเรื่องนี้คือ โฮลเดนก็กำลังเฟกตัวเองใส่โลกเฟกๆ นี้อยู่ด้วยเช่นกัน

มันก็แค่โรงเรียนเห่ยๆ เพื่อนห่วยๆ และคนเห่ยๆ
มีอยู่บ้างเป็นบางครั้งคราวที่โฮลเดนจะรู้สึกดีกับอะไร หรือ กับใคร
แต่ที่เหลือ ทุกอย่างมันแย่ มันเฟก

เขาเหมือนจะไม่เป็นไร เหมือนเข้มแข็ง เหมือนจะเป็นแบบที่เป็นได้
แต่ที่จริง เขากำลังย่ำแย่ ร่วงหล่น และตกต่ำ เขากำลังอ้างว้างสุดขีด
และกำลังตะเกียกตะกายไขว่คว้าหาใครสักคน

ดี.บี. อัลลี่ และ ฟี.บี พี่ชาย น้องชาย และน้องสาว คือคนที่โฮลเดน ยึดเหนี่ยวอยู่ในใจ พี่น้องที่เป็นเครื่องช่วยปลอบโยนเขาอยู่ลึกๆ ว่ายังมีบางสิ่งที่เขา "รู้สึกดี" โดยเฉพาะ ฟี.บี. น้องสาวคนเล็กที่รู้สึกได้ว่าน่าจะเป็นคนสำคัญต่อจิตใจของโฮลเดนมากที่สุด โฮลเดนนึกถึงเธออยู่เสมอในช่วงเวลาร่วงหล่น และสุดท้ายก็เป็นความโหยหาที่ไม่อาจทานทนได้อีกต่อไป

โฮลเดนไม่อาจรอคอยถึงวันพุธ
เขาต้องพบ ฟี.บี. ก่อนหน้านั้นให้ได้

เป็นความเคว้งคว้าง ความหดหู่ใช่ไหม ที่ทำให้โฮลเดนต้องการได้รับการเยียวยาจากอะไรสักสิ่งที่จะช่วยทำให้เขา "รู้สึกดี" และ "เจ้า ฟี.บี." คือสิ่งนั้น น้องสาวตัวเล็กๆ ที่จะรับฟังโฮลเดนในทุกเรื่อง และเพราะเธอเป็นคนน่ารักที่เฉลียวฉลาดเธอจะเข้าใจเขาในทุกสิ่ง

ตอนที่ซึ้งใจสุดๆ คือตอนที่ ฟี.บี. มอบเงินทั้งหมดของเธอให้พี่ชาย เขาร้องไห้อย่างระงับไม่อยู่ และร้องไห้ไม่หยุด

เธอกอดเขาและเขากอดเธอเอาไว้

สิ่งที่ ฟี.บี. มอบให้ เป็นสิ่งเดียวกันกับที่โฮลเดนต้องการ

นั่นคือ "ความรักความเข้าใจ"

โฮลเดนผ่านคืนวันอาทิตย์ เผชิญกับวันจันทร์ และบ่ายวันนั้น เขาต้องการพบ ฟี.บี. อีกครั้ง ก่อนจะจากไปไกล และตลอดไป ด้วยหัวใจของคนเด็ดเดี่ยว คนที่จะอยู่ด้วยตนเองได้ โดยไม่ต้องการพบเจอกับอะไรที่เฟกๆ อีกต่อไป

แต่นั่นจะใช่ความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ หรือ
หรือที่จริง เขาแค่เฟกเพื่อกล้ำกลืนความอ่อนแอเอาไว้

หรือที่จริง ความเป็นจริงสิ่งเดียวที่โฮลเดนต้องการก็คือ..กลับบ้าน
กลับไปหาความรัก ความเข้าใจ จากคนใกล้ตัวที่เรียกว่าครอบครัว
แม้ว่า .. มันจะยังไม่ถึงวันพุธก็ตาม






Create Date : 05 พฤษภาคม 2556
Last Update : 24 กันยายน 2556 23:16:59 น. 8 comments
Counter : 5577 Pageviews.

 
มาอ่านรีวิวค่ะคุณprysang

อยากอ่านรีวิว Galileo ภาค2จัง
เมื่อไหร่จะทำรีวิวคะ



โดย: lovereason วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:18:08:55 น.  

 
แค่อ่านรีวิวก็รู้สึกซึ้งไปกับหนังสือแล้วค่ะ


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 5 พฤษภาคม 2556 เวลา:18:41:57 น.  

 
ชอบชื่อหนังสือค่ะ แต่อ่านรีวิวแล้ว เรื่องนี้คงผ่านไปก่อน

ปล.เข้ามาบล๊อกนี้เป็นครั้งแรก ไล่อ่านหนังสือเรื่องอื่นๆ น่าสนใจทั้งนั้นค่ะ ตอนนี้กำลังหาแรงบันดาลใจในการอ่านอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องแปลที่ไม่คิดจะอ่าน

แต่จากที่อ่านรีวิว...รีวิวซะน่าลองทั้งนั้นเลย


โดย: สารพัดช่าง วันที่: 6 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:30:44 น.  

 
เล่มนี้มีอยู่ในกองดองแล้วค่ะ ไม่รู้เมื่อไรจะได้หยิบมาอ่านสักที


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:05:34 น.  

 
หันมาเป็นนักรีวิวหนังสือแล้วสิครับ

Catcher in the Rye ว่ากันว่าเป็นหนังสือ
ที่ตอบสนองกบฎของวัยรุ่นในยุคการศึกษา

เป็นหนังสือต้องห้ามในบางสถาบัน เพราะศัพท์แสงสบถยิ่ง

คนเขียนJD.Salingerเพิ่งเสียชีวิตประมาณสามปีที่แล้ว


ไม่แน่ใจว่า เคยมีใครแปลก่อนหน้ารึป่าว
แต่คุ้นๆว่าน่าจะมี
จำได้แล้ว คำรวี-ใบเตย


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:16:57 น.  

 
เคยอ่านสำนวนแปลของ"ศาสนิก"ในชื่อ"ทุ่งฝัน" สมัยม.ต้น ครับ ......มองย้อนไปตอนนั้น ผมคงจะแกล้งทำเป็นว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหาในนั้น เพราะรู้สึกสะเทือนใจมากจะด้วยวัยหรือเนื้อหาก็แล้วแต่-แต่ที่จริงเข้าใจแค่เศษเสี้ยวของมันเท่านั้นเอง ที่แน่ๆ คือตอนนั้นรู้สึกว่าการได้อ่านหนังสือเล่มนั้นเป็นเหมือนหลักไมล์ของชีวิต มีอิทธิพลมากและมันอาจจะทำให้เราแตกต่างจากคืนอื่นๆ จินตนาการไปว่าโฮลเด้นเป็นเหมือนภาพสะท้อนตัวเอง ความรู้สึกแปลกแยกรุนแรงแบบนั้นเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงได้ ความรู้สึกสะิอิดสะเอียนไม่อยากจะทนเวลาอยู่ท่ามกลางฝูงนักเรียนด้วยกันที่ต้องทำ ต้องคิด ต้องเดินไปทางเดียวกันเหมือนถูกต้อน

ผมอาจจะบอกว่าเพราะทุ่งฝันมีอิทธิพลครอบงำความคิดในตอนนั้น ซึ่งก็ไม่ถูกซะทีเดียวครับ พื้นฐานครอบครัวและวิธีที่เติบโตมาต่างหากที่ครอบงำเราอยู่ คงเหมือนกับนายแช็ปแมนที่อ้างในตอนที่เขายิงจอห์น เลนน่อน ว่าหนังสือเล่มนี้คือเหตุผลให้เขาลงมือ แต่คงไม่ใช่แค่นั้น หลายคนที่ได้อ่านก็คงไม่เชื่อเช่นกัน

ซึ่งถึงจุดหนึ่งแล้ว ชีวิตวัยเรียนของผมก็จบไม่ต่างจากโฮลเด้นสักเท่าไร ผมดร็อปเีรียน-กลับมาเรียน-และในเวลาไม่นานก็ไม่กลับไปอีกเลย อาจจะเพราะอย่างนี้เอง เพราะต้นทุนชีวิตบางอย่างทำให้รู้สึกแปลกแยกเช่นกัน ในระดับที่ไม่สามารถทนอยู่กับฝูงคนในสังคมปกติได้ กลัวที่จะเป็นเหมือนกับคนอื่นๆ จนในบางครั้งก็คิดไปเองว่าหนังสือมันครอบงำเรา อันที่จริงมันน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ทรงพลังมากกว่า เสียดายว่าในตอนนั้นผมไม่มีคำตอบ ที่เราต้องหาด้วยตัวเอง ไม่สามารถรอใครมาหยิบยื่นให้ได้

อย่างไรก็ตาม ฉากสุดท้ายที่โฮลเด้นนั่งตากฝน มองฟีบีกำลังสนุกบนม้าหมุน และดูเหมือนกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ก็ติดอยู่ในสำนึกของผมมาจนถึงเดี๋ยวนี้ บางทีผมอาจจะจำไม่ได้แม้กระทั่งว่าเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ แต่ราวกับจะไม่มีวันลืมฉากนี้ได้เลย .... ทำให้ในตอนนั้นผมชอบแอบไปเล่นน้ำฝนเป็นพิเศษ(รึเปล่าหว่า?)


โดย: headache IP: 180.180.100.67 วันที่: 6 มิถุนายน 2556 เวลา:10:09:13 น.  

 
เพิ่งอ่านจบไปไม่นานค่ะ อ่านแรกๆรู้สึกว่าโฮเดนขี้บ่นเหมือนกันนะเนี่ย ^^

บอกไม่ถูกว่าเข้าใจโฮเดนแค่ไหน แต่ถึงบทสุดท้ายก็แอบน้ำซึมตาม คงต้องอ่านอีกหลายๆรอบเลย..


โดย: M (The Architecture of Happiness ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2556 เวลา:22:28:26 น.  

 
อ่านเเล้วอยากจะฆ่าคน


โดย: กบในขวด IP: 49.49.250.91 วันที่: 14 กรกฎาคม 2559 เวลา:17:05:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.