Group Blog
 
All blogs
 
Drop Shot / กลลวง : ฮาร์ลาน โคเบน - อ่านแล้วรักเลย ..วินเซอร์ ฮอร์น ล็อควู้ด








Smiley The 2nd book in the Myron Bolitar series :  Drop Shot ( กลลวง )

Smiley Genre: Mystery A novel by Harlan Coben
วาเลอรี ชิมป์สัน  อดีตดาราเทนนิสอยากจะกลับมาเล่นกีฬาอาชีพอีกครั้ง และต้องการให้ ไมรอน โบลิทาร์ เป็นตัวแทนให้  ซึ่งไมรอนเองก็ไม่รังเกียจอะไร จนกระทั่งเธอมาถูกฆ่าตายที่ศูนย์อาหารในสนามแข่งขันยูเอสโอเพ่น ขณะที่ลูกค้ารายใหญ่ของไมรอน ดาราเทนนิสที่มาแรงที่สุดในขณะนี้อย่าง ดวน ริชวู้ด กำลังแข่งขันอยู่ และตำรวจก็มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าดวนเป็นผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ

แต่ยิ่งเขาขุดลึกลงไปในอดีตของเธอ เขายิ่งพบว่ามันมีส่วนพัวพันกับทั้งคดีฆาตกรรม ยาเสพติด คดีโจรกรรม และคดีคนหาย ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังคงเป็นปริศนา แต่ที่เขาไม่เข้าใจจนแล้วจนรอดก็คือ  ระหว่างวาเลอรีกับดวนมีความเกี่ยวข้องอะไรกันแน่ และใครกันที่ฆ่าเธอ 

Anthony AwardEdgar Award และ Shamus Award รวมทั้งเป็นหนังสือชุดที่ขายดีไปทั่วโลก ได้รับการแปลไปแล้วกว่า ๒๐ ภาษา
The Amchair Detective

"อารมณ์ขันแบบเสียดสีและนิสัยชอบโทษตัวเอง ทำให้ไมรอนเป็นฮีโร่ที่มีเสน่ห์"
Publisher Weekly

"แปลกใหม่ไม่มีใครเหมือน"
Barns and Noble

"สิ่งที่ทำให้ฮาร์ลาน โคเบน โดดเด่นเหนือใครคือความเฉียบคมและพลอตเรื่องที่สนุกสนาน"  Los Angeles Times


หากจะกล่าวคำชมเชยอะไรต่อนิยายสืบสวนเรื่องนี้ ก็ ..ตามนั้นค่ะ  ตามคำนิยมเหล่านั้นเลย ฉับไว เฉียบแหลม เฉียบคม คาดไม่ถึง แปลกใหม่ และ สนุกสนาน  แล้วก็ยังมีคำอื่นๆ จาก คำนิยมในเล่มแรกที่สามารถคงไว้ คือ หักมุมไม่รู้จบ สั่นประสาท ประหลาดใจ  มันใช่เลย! ด้วยสามรางวัลอันทรงเกียรติการันตี

นั่นคือเหตุผลปกติที่ทำให้ชอบนิยายชุดนี้ของ ฮาร์ลาน โคเบน  แม้จะเพิ่งได้อ่านเพียง ๒ เล่ม แล้วยังมีเหตุผลพิเศษที่ทำให้ความชอบนี้เหนือไปกว่าที่ชอบนิยายสืบสวนที่สนุกๆ ของนักเขียนคนอื่นๆ คือ ความโดดเด่นไม่เหมือนใครในอารมณ์ขันและพล็อตเรื่องที่สนุกสนาน

ความโดดเด่นที่ว่านี้มาจากไหน  ...?

มาจากสำนวนมีอารมณ์ขันของผู้เขียนและตัวละครที่ตอนนี้ได้หลงรักหัวปักหัวปำไปแล้ว 

"ไมรอน โบลิทาร์"

ได้เพ้อถึงพระเอกคนนี้ไปมากมายในการรีวิวเล่มแรกเมื่อหลายวันก่อน  เขามีคาแรคเตอร์ที่ถูกใจสุดๆ จนต้องประกาศตนเป็นติ่งขอติดตาม  จากเล่มแรก มาสู่เล่มที่ ๒ นี้ และจะติ่งต่อไปในเรื่องที่ ๓ , ๔ , ๕, ๖ , ๗   ฯลฯ

ในกลลวง เขายังเป็นไมรอน คนเดิม  ที่สรุปรวม จากทุกอุปนิสัย อารมณ์ จิตใจ คำพูด และการกระทำของเขาแล้ว เราขอคัดประเภทเป็นคนดีคนหนึ่ง เขาชอบคนพูดจากวนๆ ชวนตลก แต่นอกจากคนฟังจะ 'ไม่ขำ' ยังรู้สึกถูกกวนประสาทอย่างยิ่ง เป็นตัวแสบที่ไม่สบอารมณ์ใครต่อใคร เช่น อรอน, แฟรงค์ เอค  หรือ ตำรวจดีมอนเต้ ที่ล้วนเรียกไมรอนว่า "ไอ้เวร" แทบจะทุกคำ (ขำดี)  น่ารักที่สุดคือความใจดี ที่จะรู้สึกได้จากการกระทำหลายอย่างของเขาในสถานการณ์ที่ผู้อื่นโดยเฉพาะคนดีๆ ได้รับความเดือดร้อน Smiley ... 

ยกตัวอย่างเล่มสองนี้ เราปลื้มไมรอนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงนักเทนนิสวัย ๑๔ ปีมากค่ะ 

รักไมรอนคนเดียว ติ่งก็แย่แล้ว เพราะคิดจะต้องติดตามไมรอนไปให้ครบจบ ๑๐ เล่ม ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าจะสนุกทุกเล่มหรือเปล่า  แต่ตอนนี้ไม่ได้รักไมรอนคนเดียว  แต่รักเพื่อนสนิทของเขาด้วย ความมุ่งมั่นที่จะอ่านนิยายครบชุดยิ่งแรงกล้า รีวิวคราวก่อนเพ้อถึงแต่ไมรอนไปมากมาย  มาเรื่องนี้ขอพื้นที่สำหรับเพ้อถึงเพื่อนของไมรอนก็แล้วกัน 


วินเซอร์ ฮอร์น ล็อควู้ด ที่สาม  อย่างที่เคยเกริ่นไปแล้วเมื่อคราวก่อนว่าวินเซอร์ หรือ วิน เพื่อนสนิทของไมรอนคนนี้มีฐานะชาติตระกูลดี เป็นหนึ่งในบรรดาชนชั้นไฮโซในเมืองแมนฮัตตัน เป็นเจ้าของอณาจักรทำเงินที่ชื่อว่า ล็อค-ฮอร์นอินเวสต์เมนท์สแอนด์เซคิวริตี้ ประกอบธุรกิจจัดการเงินทุนหลักทรัพย์และรักษาความปลอดภัย ซึ่งอย่างหลังนี่จะหมายถึงความปลอดภัยของเงินทุนที่ให้คำปรึกษาและบริหารจัดการ  หรือหมายถึงธุรกิจการรักษาความปลอดภัยด้วย เราก็ไม่แน่ใจนัก 

ผู้เขียน ไม่เคยบรรยายตรงๆ ว่า ไมรอน หรือ วิน หล่อบรมอะไรหรอกนะคะ (อย่าบรรยายเลย แค่นี้ก็รักจะแย่แล้ว) แต่เราสามารถรู้ได้จากปฏิกิริยา หรือ คำพูดของตัวละครอื่นว่าพวกเขาหล่อ  อย่างใน Deal Breaker ไมรอนเคยถูกภรรยาอธิการบดีมหาวิทยาลัยยั่วยวนหวังจะเคลมบั้นท้ายงามๆ ของอดีตหนุ่มนักบาสเก็ตบอล  เล่มนี้มีตัวละครหยามวินว่าเป็น 'กระเทยหน้าขาว' มีตัวละครหนึ่งพูดว่า  'เขาดูไม่เห็นเหมือนพวกนักต่อสู้เลย'  มีสาวผมบรอนด์ อกโต โบกมือให้กับพวกเขาที่นั่งอยู่ด้วยกันขณะนั่งชมการแข่งขันที่สนามเทนนิส  เราจึงสรุปได้ว่าสองคนนี้หล่ออย่างแน่นอน 

วิน ซึ่งมีชื่อเต็มๆ คือ วินด์เซอร์ ฮอร์น ล็อควู้ด ที่สาม เอานิ้วที่ทำเล็บมาอย่างประณีตประกบเข้าไว้ด้วยกัน เขาชอบเอานิ้วมาประกบกันอย่างนี้เสมอและลีลาการประกบนิ้วก็เหมาะกับวินด้วย เขาแลดูสมชื่อ เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของคำว่าผู้ดีผิวขาวหรือที่เรียกกันว่า WASP (White Anglo-Saxon Protestant) ภาพลักษณ์ภายนอกของเขาบ่งบอกถึงความยโส มีอภิสิทธิ์ เหมาะกับหน้าข่าวสังคมของนิตยสาร ทาวน์แอนด์คันทรี  ควงสาวเพิ่งออกจากงานตระกูลดีที่สวมสเวสเตอร์มียี่ห้อปักตัวชื่อย่อและสร้อยไข่มุกผู้มีชื่อว่าแบ๊บส์ จิบเหล้ามาร์ตินีอยู่ในสโมสร เศรษฐีเก่าขนานแท้ ผมบลอนด์สวย ใบหน้าคมสันแบบหนุ่มสำอาง ผิวขาวไร้รอยตำหนิ สำเนียงผู้ดีแบบนักเรียนเก่าเอกซเตอร์ แต่สำหรับวินนั้น ดูเหมือนจะมีโครโมโซมบางตัวผิดปกติ ทั้งที่มีการสืบเชื้อสายอย่างระมัดระวังมาหลายชั่วคน แม้ว่าวินจะเป็นอย่างที่เห็นทุกประการในหลายด้าน แต่ในอีกหลายๆ ด้าน ซึ่งบางครั้งก็เป็นด้านที่น่ากลัว วินไม่เป็นอย่างที่เห็นเลย (กลลวง หน้า ๗)


วินเป็นชายหนุ่มจากตระกูลผู้ดีที่ร่ำรวย  เรียนจบเอ็มบีเอจากฮาร์วาด และในการทำธุรกิจก็ได้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในประเทศ มีห้องทำงานไฮโซกว้างขวางอยู่ตรงมุมตึกของตัวเองมีวิวทิวทัศน์อันยอดเยี่ยมสมกับเป็นห้องของโบรกเกอร์ผู้ทำเงินได้เป็นอันดับหนึ่งของบริษัท  เขาขับรถหรู-จากัวร์เอกซ์เจอาร์ และจะเป็นผู้ที่ได้รับการต้อนรับเอาใจใส่อย่างดีในภัตตาคารหรูหรา หรือคลับ-สโมสรที่ผู้ดีไฮโซเท่านั้นจึงจะมีเงินและมีสิทธิเป็นสมาชิกได้  

วิน  ชอบแสวงหาความสงบด้วยการทำสมาชิ ซึ่งปฏิบัติอยู่ทุกวันไม่ได้ขาด

แต่ ... สมาธิที่ว่านั้นจะไม่ซ้ำแบบใคร วินชอบนั่งสมาธิแบบลืมตา และการจินตนการภาพที่ก่อให้เกิดความรู้สึกสงบสบายเป็นคนอื่นจะนึกถึงน้ำตกหรือป่า  แต่เมื่อวินลืมตาภาพสำหรับเขาคือวิดิโอที่ถ่ายไว้เองเช่นวิดีโอที่ตัวเขากับสาวๆ ที่โรมรันพันตู  (เอ่อ .. นี่คือการทำสมาธิประเภทหนึ่งสินะ)

เหล่านี้เป็นภาพลักษณ์ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งที่น่ากลัวของวิน ไม่รู้ว่าควรจะเรียกอะไร  นักเลงโหด   มาเฟียเลือดเย็น หรือ นักฆ่าไร้ปราณี  คำไหนจึงจะเหมาะกับความโหดของเขาล่ะหนอ 

เคยเขียนไว้แล้วว่าไมรอนกับวินเป็นเพื่อนกันได้ ย่อมเป็นคนที่มีสติปัญญาเสมอกัน แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นวินกับไมรอนก็มีความต่างกันอยู่มาก และก็มีพื้นที่ส่วนตัวที่ต่างคนต่างไม่ก้าวก่ายกัน ชายหนุ่มสองคนจึงเข้ากันได้อย่างลงตัว ต่างรู้เท่าทัน เข้าใจความคิด ความรู้สึก และเข้าใจความจริงของสิ่งที่พูดออกมาด้วยถ้อยคำที่ให้ความหมายต่างไปคนละขั้ว เป็นการพูดให้ฟังอย่างหนึ่ง แต่เข้าใจตรงกันในอีกอย่างหนึ่งน่ะค่ะ   เราจึงรู้สึกว่ามันตลก สนุก และน่ารักมาก เวลาสองคนนี้คุยกัน  เหมือนกับที่เราเองก็เข้าใจความคิดจริงๆ ของไมรอน ที่ถูกบรรยายความคิดออกมาในทางตรงกันข้าม เช่น ขณะที่เขาคิดว่า วิน เป็นคนมองโลกในแง่ดีจริงๆ  หมายความวินมองโลกในแง่ร้ายเอามากๆ  ซึ่งลักษณะของสำนวนเสียดสี ประชดประชันนี้ไม่ได้แค่ใช้กับคนอื่นแต่ใช้กับตัวเองด้วย เป็น 'นิสัยกล่าวโทษตัวเอง' ที่เราอยากจะใช้คำว่าจิกกัดตัวเองมากกว่า  เป็นอารมณ์ขันที่ตลกถูกใจมาก



เล่มนี้ได้รู้เพิ่มอีกหน่อยว่านอกจากไมรอนจะเป็นอดีตนักกีฬา อดีตเอฟบีไอ ยังจบกฏหมายมาจากฮาร์วาด  มีใบอนุญาตจากเนติบัณฑิตยสภา สามารถเป็นทนายความได้  แต่เขาประกอบอาชีพเป็นตัวแทนนักกีฬา ที่ไม่ได้มีหน้าที่อะไรเกี่ยวกับการสืบสวนคดี แต่ก็มามีเหตุให้ต้องเกี่ยวข้องกับลูกค้านักกีฬาในสังกัด ประกอบกับนิสัยชอบแส่เรื่องของชาวบ้าน พวกวีรบุรุษใจดี ที่นิ่งดูดายคนอื่นไม่ได้ ( ไมรอนโดนตัวละครอื่นค่อนขอดทำนองนี้แหละ) และคงจะรวมถึงนิสัยที่ไม่อาจปล่อยให้มีอะไรค้างคาใจ เมื่อสงสัย เมื่ออยากรู้ และอยากช่วย .. ไมรอนก็อดไม่ได้ที่จะเผือกจนรู้ความจริง

ผู้เขียนแทบไม่ค่อยได้บรรยายเขาให้เป็นพระเอกที่ดูดีหรอกค่ะ แต่สิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาทำ มันจะบอกเราได้เองว่าเขาคิด เขารู้สึกอย่างไร  .. เนื้อเรื่องจึงดำเนินไปอย่างกระชับฉับไว บทสนทนา คำพูดต่อคำพูด กับบรรยายอากัปกิริยาเล็กน้อย เราจะเข้าใจความคิดตัวละครได้ดี โดยไม่ต้องอาศัยการบอกเล่าความรู้สึกนึกคิดให้มากความเลย ซึ่งเราชอบลักษณะอย่างนี้ของนิยายเอามากๆ 


ไมรอน เป็นคนมองโลกในแง่ดี  ใจดี มีเมตตา   แม้ว่าภายนอกจะไม่ได้ดูเป็นอย่างนั้นเลย   ส่วนวิน เป็นคน เย็นชา สีหน้าแทบไม่แสดงความรู้สึก และฆ่าคนได้อย่างเหี้ยมเกรียม    ไมรอนมีความรักให้กับเจสสิก้า แต่กับวิน อย่าได้คุยเรื่องความรัก ความรู้สึกอยากผูกพันรักใคร่กับใคร เพราะเขาจะไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้  ไมรอน เป็นคนที่ยังมีศีลธรรมอยู่มาก  เขาไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร ไม่เคยอยากให้ใครถูกฆ่า  แต่วินไม่ใช่  วินมีกฏของเขาเอง และเส้นแบ่งศีลธรรมของเขาก็เบาบางมาก เขาจะทำในสิ่งที่เขาเห็นว่าควรทำ โดยไม่จำเป็นต้องให้ไมรอนเห็นด้วย   

"นายไม่เห็นต้องฆ่ามันเลย"  ไมรอนว่า

"นายนี่บางทีก็ทำตัวเป็นเด็กๆ " วินกล่าว "ฉันทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ"

"นายไม่เห็นต้องฆ่ามันเลย"

"ไม่งั้น ..... ก็จะต้องฆ่าเราแน่"  วินบอก

---

"... เรามีทางให้เลือกอย่างชัดเจน  เผชิญหน้า....... แล้วเราก็จะถูกฆ่าในที่สุด หรือว่าจะกำจัดเจ้าถ่อยตัวนี้ซึ่งในที่สุดการกำจัดเจ้าสวะนี่ก็ทำให้เราไม่ต้องถูกฆ่า" 

"นายก็รู้นี่ .. แต่ยังไงฉันขอพูดอีกทีแล้วละกัน  การฆ่า ... แล้วทำให้เราพ้นเงื้อมมือ .....น่ะเป็นโบนัสแค่นั้น ยังไงฉันก็ต้องฆ่ามันอยู่แล้วล่ะ ฉันไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาอ้างหรอก" 

"เราให้มันชดใช้ด้วยวิธีอื่นก็ได้นี่นา" ไมรอนกล่าว

"ทำยังไง" วินเย้ยหยัน " จับมันหรือ  ไม่มีใครแจ้งความจับมันหรอก ..."


จากสิ่งที่วินพูดเย้ยหยันต่อมา บลา บลา บลา  เราไม่คิดเลยว่าจะมีน้ำตาซึมนิดๆ กับคำพูดเล็กๆ ที่วินเอ่ยขึ้น 

"เราไม่เหมือนกัน นายกับฉัน  เราก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไร"

"เป็นสิ"

"ไม่เป็นหรอก ไม่เป็นไร เพราะถ้าเราเหมือนกัน ก็คงจะไปไม่รอด  
ป่านนี้เราคงตายไปแล้ว หรือไม่งั้นก็บ้าไปเลย นี่เราต่างถ่วงสมดุลซึ่งกันและกัน 
นายถึงได้เป็นเพื่อนรักของฉันไง  ฉันถึงได้รักนาย"

เงียบ

"อย่าทำอีกละกัน"  ไมรอนบอก วินไม่พูดอะไร  "ได้ยินฉันไหม"

"เราต้องเดินหน้าต่อไป" วินกล่าว  "เรื่องนี้มันแล้วไปแล้ว นายก็รู้นี่นาว่าเราควบคุมเหตุการณ์ในอนาคตไม่ได้" 

เงียบงันไปอีก

โอ๊ย.. ฉากนี้นะ มันเล็กๆ แต่ so touchable ฟินนน  ' นายถึงได้เป็นเพื่อนรักของฉันไง ฉันถึงได้รักนาย'  นี่คือคำพูดของวินโหดที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น กำจัดเหี้ยมเกรียม หมดจด ไร้ร่องรอย เขาคือ  วินเซอร์ ฮอร์น ล็อควู้ดที่สาม คนที่ตำรวจไม่ชอบ  นักเลงกลัว มาเฟียเกรง คนที่น่ากลัวจนใครๆ ไม่อยากยุ่งด้วยอย่างวินเอ่ยคำว่า "รัก" อ่ะนะ  ไม่อยากจะเชื่อเลย ลองนึกเป็นภาษาอังกฤษสิ That's why I love you อะไรประมาณนี้ วุ้ย.. ขนลุก 

วินไม่ทำร้ายใครที่ไม่มีความผิด (ต่อเขา) แต่ก็ไม่ใช่คนที่มีเมตตา มโนธรรมกับใคร  ความเดือดร้อนของคนอื่นไม่ใช่เรื่องของวิน  แต่ถ้าถ้าไมรอนใส่ใจความเดือดร้อนของคนๆ นั้นจนเข้าไปยุ่งและกลายเป็นเรื่องของไมรอน มันถึงจะเป็นเรื่องของวินด้วย มีความรู้สึกบางอย่างแฝงอยู่ทุกครั้งเมื่อไมรอนได้รู้เห็นว่าวินลงมือฆ่าคนเพื่อปกป้องเขา (แม้วินจะไม่ใช้คำว่าเพื่อเขา แต่เพื่อเราก็เหอะ)  ความรู้สึกไม่สะอาด ไม่แน่ใจของไมรอน .. เราคิดว่ามันเป็นความเจ็บปวดลึกๆ นะ  วินเองก็เข้าใจดีว่าไมรอนเป็นคนอย่างไร เขาจึงไม่ได้อยากให้ไมรอนเห็น และบางทีก็ไม่ได้ขอความเห็นด้วย

"ไปซะ"

"ไม่  ฉันจะอยู่ด้วย"

"ไปซะเถอะน่า"

"ไม่  ฉันจะอยู่ด้วย"

ฉากนั้นในเล่มแรก เราก็ชอบมากนะ วินชอบเรื่องอย่างนี้  จะบอกว่าไงล่ะ ชอบใช้กำลัง ชอบฆ่าคน .. เอ่อ แรงไปหรือเปล่านะ  แต่วินไม่ได้ชอบสั่งสอนคน จัดการคือจัดการให้จบเรื่อง ไม่ใช่แค่ให้เข็ดหลาบ ไมรอนรู้ว่าวินชอบจึงอยู่ด้วย เพราะวินรู้ว่าไมรอนไม่ชอบ ถ้าไม่จำเป็นหน้าสิ่วหน้าขวานเขาจะไม่หนักมือให้ไมรอนเห็น  ถ้าไมรอนขอให้พอ วินก็จะพอ ขอแค่ไหนให้แค่นั้น (น่ารักจริงๆ)   แต่กรณีที่วินเห็นว่าไม่ควรอ่อนข้อ เขาก็จะจัดการไปโดยไม่บอกไมรอน เพราะรู้ว่าไมรอนจะไม่เห็นด้วย 

ตัวละครที่มีด้านมืดอย่างวิน .. มีเสน่ห์มาก ชอบมากค่ะ 

จึงยังคงคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  แค่ไมรอนมีเพื่อนวินที่น่ารักคนนี้ เราก็ไม่รู้สึกว่าต้องการนางเอกของเรื่องเลยสักนิด   เจสสิก้า เป็นคนรักเก่าที่หวนคืนมาในเล่มแรก เล่มสองนี้คืนดีกันเรียบร้อยเปลี่ยนสถานะเป็นคนรักกันอีกครั้ง  ไม่ได้เกลียดเธอ แต่ก็ไม่ได้ชอบเธอ   คนที่เราชอบ คือ เอสเปอรันซ่า Smiley หากเอ่ยว่าไมรอนสามารถไว้ใจฝากชีวิตไว้กับวินได้  กับเอสเปอรันซ่า ก็คงเป็นการฝากความคิด ผู้ช่วยฯ เลขาฯ และ เพื่อนสนิทคนนี้ เธอทั้งหัวไว รู้ใจ รู้ความคิดของไมรอน จนสามารถจัดการสิ่งต่างๆ รอบตัวเขาได้รวดเร็วทันใจ และบางครั้งก็จัดการให้ล่วงหน้าก่อนไมรอนจะเอ่ยปากขอให้ทำให้เสียด้วยซ้ำ อยากให้พัฒนาเป็นนางเอกเสียจริงๆ  ของใครก็ได้ระหว่าง ไมรอน กับ วิน  (เชียร์วินมากกว่า) 

แต่เอาเหอะถ้าเป็นแค่เพื่อนกันสามทหารเสือมันก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่ยืดยาวดี




กลลวง (Drop Shot) ก็เช่นเดียวกับ หลง (Deal Breaker) คือ มีฉากที่แสดงถึง "ความเฉียบคม" ให้ชอบเยอะแยะไปหมด  แต่ที่ชอบเป็นพิเศษ ชอบสุดๆ ของเรื่องนี้ คือ ตอนที่ไมรอนต้องเผชิญหน้ากับมาเฟียสุดเลว  แฟรงค์ เอค ปฏิกิริยา การตั้งสติของไมรอนในยามที่ต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตเป็นที่ถูกอกถูกใจอีกแล้ว  แต่ก็นะ .. นี่คือฝีมือของฮาร์ลาน โคเบน .. อะไรๆ มันก็หักมุม พลิกได้อย่างคาดไม่ถึงเสมอ    อีกฉากหนึ่งคือ  "กฏขั้นพื้นฐานของวินด์เซอร์ ฮอร์น ล็อควู้ด"  ที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ความเป็นความตายเข้าด้ายเข้าเข็ม แต่มันก็หักมุมให้เราได้หัวเราะลั่นออกมา ฮาจริงๆ 

ปมสืบสวนฆาตกรรมของเรื่องแรกสนุกดี  ชอบ  
แต่เรื่องที่สองนี้สนุกกว่า ขอเพิ่ม ไก่อีกสองตัว ชอบมากกก Smiley






Create Date : 04 ตุลาคม 2558
Last Update : 11 ตุลาคม 2558 23:43:22 น. 1 comments
Counter : 843 Pageviews.

 
เจอหนึ่งเรื่องที่ยังไม่เคยอ่านแล้วค่ะ … จดไว้ๆ
เชียร์ให้ จขบ. อ่านครบชุดนะคะ
(กะว่าจะมารอลอกดูด้วยว่าเรื่องไหนยังไม่ได้อ่าน 555)


โดย: polyj วันที่: 5 ตุลาคม 2558 เวลา:15:18:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

prysang
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 96 คน [?]




จำนวนผู้ชม คน : Users Online
New Comments
Friends' blogs
[Add prysang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.