Chapter 1 : ท้องฟ้าจำลอง 2016




อ่าห์... อากาศร้อนเเบบนี้ ไปหาที่เย็นๆเดินดีกว่าไหม ? 

เเต่ถ้าเดินห้าง คงไม่ใช่ทางเราล่ะ คงต้องหาที่สงบ เงียบ เเละที่สำคัญต้องได้ความรู้ด้วย... 

วันนี้จะพาไป "ท้องฟ้าจำลอง"  

ความจริงเราเคยมาที่นี่เเล้ว เมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ซึ่งในยุคนั้น ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ยังไม่ได้ตกเเต่งอะไรเหมือนในปัจจุบัน... 



เปิดมาก็ Check-In ด้วยสมุดบันทึกเล่มเล็กๆนี้ก่อนเลย คิดเอาเองว่า เป็น "Facebook" เวลาจะไปไหน ก็เอาไปด้วย จะได้ยืนยันสถานที่ที่ตัวเองได้ไปถูก...





จุดจำหน่ายตั๋ว ต้องเเยกออกเป็น 2 ใบ คือ

ตั๋วใบที่ 1< ใบเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งจะเป็นเเบ่งออกเป็น 3 อาคาร ได้เเก่ 
1.1< พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 
1.2< โลกใต้น้ำ
1.3< ธรรมชาติวิทยา (ไม่ได้เข้าชม ข้ามไป)

ทั้ง 3 ที่นี้ก็อยู่คนละตึก คนละอาคาร เเละที่ถ่ายรูปมาความจริงมีเยอะกว่านี้ เเต่ที่ลงในบล๊อกนี้ ถือว่าไม่เยอะ เอาให้ดูคร่าวๆเเล้วเนอะ...

ตั๋วใบที่ 2< บัตรเข้าชม ท้องฟ้าจำลอง... เเน่นอนล่ะ เป็นไฮไลน์ของที่นี่เลยนะเธอ...

เราจะเริ่มเล่าเรื่องด้วยภาพ เฉพาะส่วนบัตรที่ 1 ก่อนนะครับ...



อาคารที่ 1 : พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 

เข้ามาก็มาเจอเครื่องเเรงโน้มถ่วงก่อนเลย ถ้าใครไม่เป็นโรคหัวใจก็ลองเล่นได้นะครับ ส่วนตัวเคยเล่นเเล้ว...





ตรงนี้ คือจุดจำลองเเผนที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด เอามาให้ผู้สนใจเข้ามาชมเเละเดินเข้าไปได้ ไปดูเอาสิว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน ? ถ้าใครเคยดูภาพยนต์ "รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" คงจำได้นะ ว่า คริส หอวัง ได้เคยมาเหยียบตรงนี้เเล้ว...



กระดูกไดโนเสาร์ ไม่น่าเชื่อว่าจะค้นพบในประเทศไทย ...



ฟอสซิลต่างๆ ก็มีให้ชม เเต่ไม่เเน่ใจว่า เป็นของจริง หรือของจำลอง เพราะบางชิ้นดูเหมือนเป็นพลาสติกเเข็งๆ...



ฟอสซิลปลา อีกเช่นกัน...



พอจะขึ้นไปชมข้างบน ก็มองไปข้างล่าง คนเริ่มจะมากันเเล้ว โดยเฉพาะครอบครัวที่พาเด็กๆมาด้วย (11.00)...





มุมสูงจากชั้น 3 ต่อไปเราจะไปดูห้องโลกล้านปีกัน...



เดินมาถึงก็เห็นเจ้าไดโนเสาร์คอยาว ยืนยิ้มหวานทักทายผู้เข้าชม น่ารักดี...



คนเเต่ละยุค... คิดดูว่าต้นตระกูล บรรพบุรุษ เมื่อหลายหมื่น หลายเเสนปีก่อน ต้องลำบาก ยากเข็นกว่าจะเอาชีวิตรอด เเละสืบเผ่าพันธ์มาได้ เเต่พอมายุคนี้เห็นหลายคนเเล้ว น่าเสียดายที่ไม่รู้จักการใช้ชีวิตให้มีคุณค่า... 



ไม่รู้สมัยไหน ที่เริ่มมีเสื้อผ้าใส่...





ห้องต่อไป เป็นห้องระบบสุริยะ เดินผ่านๆ ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ...



เเหม... บรรทัดข้างบน บอกไม่น่าสนใจ เเต่พอเดินไปเห็นเครื่องๆหนึ่ง กลับยืนดูเฉย เเถมยังเดินขึ้นไปเหยียบ ทดลองเล่นอีก อ๋อ... เจ้าเครื่องนี้เป็นเครื่องจำลองการเกิดเเผ่นดินไหว  เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่เคยเจอประสบการณ์ภัยพิบัติเเบบนี้... เครื่องสั่นยิกๆ น่ากลัวเลยล่ะ ถ้าไม่ลง ก็ไม่หยุดสั่นนะ...







พอเเล้วล่ะ สำหรับอาคารเเรก ความจริงมีที่เดินชมอีกเยอะ โดยเฉพาะเรื่องราวเฉพาะวิทยาศาสตร์ เเต่เราไม่ค่อยสนใจ ก็เลยไม่ได้เข้า เเล้วเมื่อไม่ได้เข้า ก็ไม่ได้รูป...



อาคารที่เราจะต้องเข้าไปชม นิทรรศการอวกาศ ตอน บ่ายโมงตรง ที่นี่เขาจะเเบ่งเป็นรอบๆ ซื้อตั๋วเเล้วเลือกเวลาซะ... ตอนนี้ (11.50) ยังเข้าไม่ได้ ก็เลยเดินดูรอบๆภายอาคารเสียก่อน... 





เมื่อเข้ามาถึง ก็จะเห็นพระบรมรูปรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาเเห่งวิทยาศาสตร์ไทย... 



ถึงเเม้ว่า ตอนนี้จะยังเข้าไปดูดาวไม่ได้ ก็ชมของพวกนี้ไปพลางๆก่อนเเล้วกัน เเอร์เย็นมากนะ ขอบอก... 



อาคารที่ 3 โลกใต้น้ำ...



เข้าไปเเล้ว ก็เหมือนพิพิธภัณธ์ที่เลี้ยงสัตว์น้ำดีๆไว้นี่เอง ไม่ได้พิเศษอะไรมากมาย... ทางเดินก็เเคบๆ เเต่ก็เหมาะสำหรับผ่อนคลายได้ดีทีเดียว ได้เดินคุยกับปลา ทักทายสัตว์น้ำไปเรื่อย อืม... 



หวัดดีจ๊ะ น้องปลาปั๊กเป้า... ไม่เห็นพองตัวเลย ขนาดเคาะกระจกให้มันตกใจเเล้วนะ หรือว่ามันเห็นเข้ามนุษย์พวกนี้ จนไม่เกิดอารมณ์กลัวเเล้ว...



ปลากรายจ๋า... เนื้อเจ้าคงอร่อยมากเลยนะ อยู่ตัวเดียว ไม่มีเพื่อน น่าสงสารจัง...



ปลาเเรดตัวนี้ ดูท่าน่าจะหลายปีมากเเล้ว เพราะเท่าที่จำได้ ตอนที่มาเมื่อปี 52 เจ้าสองตัวนี้ ก็อยู่นะ ไม่เบื่อหรอ ? อยู่เเบบนี้มาหลายปี...



โลมา เพื่อนยาก ทำไมเจ้าไม่ลงไปอยู่ในน้ำ... 

อ้อ เป็นหุ่นจำลองนั้นเอง ถ้าทางพิพิธภัณฑ์ได้เลี้ยงไว้ เราก็อยากจะลองเล่นกับเจ้าปลาโลมาเสียเหลือเกิน อยากรู้ว่ามันจะฉลาดจริงหรือเปล่า...



พอเเล้ว... ตอนนี้ก็เที่ยงกว่า อากาศร้อนก็ร้อน ท้องเริ่มหิวเเล้ว ไปหาอะไรกินไหม ?... เห็นป้ายบอก ตรงนั้นเป็น "โรงอาหาร" ซึ่งเเน่นอน หิวข้าวก็ต้องไปหาอะไรกิน ฉะนั้น ไปกันเลย... 

โรงอาหารที่นี่ เล็ก กระทัดรัด เห็นมีนักศึกษามากินกันเยอะเหมือนกัน นักท่องเที่ยวก็มี ทั้งชาวไทยเเละชาวต่างชาติ เเละมารู้ว่าทำไมคนกินเยอะ ก็เพราะว่า อาหารที่นี่ ไม่เเพงเท่าข้างนอก... 



บะหมี่เกี๋ยว ชามนี้ ราคา 35 บาท บอกเลยว่า อร่อยมากๆๆๆ โดยเฉพาะน้ำซุปที่ร้อน เเละหอมอร่อยมาก ข้างในเกี๋ยวก็มีเนื้อหมู ที่เพิ่งห่อเมื่อตะกี้... 



สำหรับเครื่องดื่ม ก็มีให้เลือกหลากหลาย เเต่ที่เราได้ลองชิม คือน้ำกระเจี๋ยบ ราคาเพียง 10 บาท เเก้วใหญ่ด้วยล่ะ ถ้าข้างนอกขายคง 20 บาทสินะ...



เมื่อฟาดอาหารจากนั้นเสร็จ ก็ถึงเวลาอันสมควร ที่เราจะต้องไปที่ที่นัดหมายเเล้ว คนมากันเยอะ ทั้งเด็กเเละผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กท่าทางเยอะกว่า เพราะตอนนี้ปิดเทอมเเล้วล่ะ...



เข้าไปภายในโดม ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง สมกับที่ปรับปรุงใหม่เเบบยกเครื่อง เเอร์เย็น ที่นั่งเยอะ ไม่เเออัด ความจุน่าจะ 300+ มั้ง คนค่อยๆทยอยมา เลือกที่นั่งกันตามสบาย...



ทันทีที่ก้นนั่งลงบนเก้าอี้ ก็ถึงเวลาเงยหน้ามองข้างบนกันเเล้วล่ะ ระยะมุม คือ 360 องศา เห็นรอบๆหมด เเถมภาพที่ฉายก็เป็นเเบบ 3D ด้วยนะ ตื่นตามากเลย มันสะกดจิตให้เราต้องนั่งเงยหน้าจนลืมเมื่อยไปช่วงขณะ... 



คิดดูเเล้วกันว่า รูปที่ฉายใหญ่ขนาดไหน...



เครื่องฉาย รูป 360 องศา น่าจะเป็นเครื่องใหม่ หลังปรับปรุงนะ ดูอลังการมาก ถึงเครื่องอยู่กลางห้อง มันก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการชม เสียเลย คิดซะว่าเป็นกล้องโทรทัศน์ ขนาดใหญ่สำหรับดูดาวเเล้วกัน...

เเต่ละมุมของห้องนี้ จะเเสดงสัญลักษณ์ของทิศเอาไว้ด้วย ได้เเก่ ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก เเละทิศตะวันตก... ทิปสำหรับการนั่ง ควรนั่งตรงใกล้ๆทิศเหนือ (N) เข้าไว้ เพราะจะได้รับชมเเบบไม่ต้องหันหน้าไปตรงนู้น ตรงนี้มาก โดยเฉพาะภาพยนต์สุดท้ายที่ฉาย จะได้ชมเเบบสบายคอ (ลืมบอก ตำเเหน่งที่นั่งไม่จำเป็นต้องนั่งที่เราเเนะนำไปหรอก เพราะหนัง หรือภาพยนต์นั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อย - นั่งมุมไหนไม่สำคัญ เเต่บางครั้ง ก็ต้องเอียงคอดูกันนิ๊ดดดด)... 


เวลาในการเเสดงชมในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 50 นาที...

บอกเลยว่า อลังการงานสร้างมาก ภาพเป็น 3 มิติ ทั้งหมด เด็กๆเข้าไปดูนี่ร้องกันใหญ่ ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่เเล้ว ก็ยังอดตื่นเต้นด้วยไม่ได้...

ภายในโดม สามารถถ่ายรูปได้ตลอดเวลา เเต่ไม่ควรเปิดเเฟรช เราก็ถ่ายมานะ เเต่เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้เข้าชมท่านอื่นๆ ก็อาจต้องเเอบถ่ายรูปมากันบ้าง...



จบไปเเล้วนะ สำหรับกิจกรรมในวันนี้... ใช้เวลาไม่นานหรอกไม่เกิน 3 ชั่วโมง ก็เบื่อเเล้ว... 

เดี๋ยววันหลัง ถ้ามีเวลา จะพาไปเที่ยวที่อื่นกันต่อ ไม่พ้นกรุงเทพฯหรอกนะครับ...



ลาก่อน ท้องฟ้าจำลอง 8 เมษายน 2559...

** กลับมานั่งอ่าน มีบางคำพิมพ์ผิด เรียบเรียงไม่ถูก เลยขอเเก้ไขข้อความใหม่ ( 23-6-59)**

ขอบคุณที่รับชมครับ...



Create Date : 08 เมษายน 2559
Last Update : 23 มิถุนายน 2559 1:02:56 น.
Counter : 450 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

mr.องค์ชายเต้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



อิ อิ
หวัดดีจ้า
หวัดดีนะ
หวัดดีคับ

บ๊าย บาย ค่ะ....