Group Blog
 
All Blogs
 

Trip เวียตนาม (7) ชมหุ่นกระบอกน้ำก่อนกลับ

อังคารที่ 25 มีนาคม วันสุดท้ายในเวียดนามแล้ว

วันนี้ตื่นแบบสบายๆครับ ไม่เร่งไม่รีบอย่างวันก่อน เพราะเหลือภารกิจเดียว คือไปชมหุ่นกระบอกน้ำ ที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ตอนบ่ายสองครึ่ง เลยมีเวลาว่างทั้งเช้า สำหรับจัดกระเป๋า เลยมีเวลาหาอาหารเช้าแบบไม่ระคายเหงือกมากอย่างแพนเค๊กทาน เพราะอาหารเช้าของทุกโรงแรมนี่เป็นแบบเดียวกันหมดเลยครับ คือ เจ้าขนมปังแข็งๆน่ะ




ส่วนมื้อเที่ยงไปทานร้าน TrangAn2 อาหารหลากหลายดีครับ ที่ชอบก็คือ เขาจะมีลูกอมผลไม้ให้ด้วย ติดตราของร้านเลย



หลังจากนั้นก็เริ่ม shopping ครับ แต่พอดีว่า ผมไม่ใช่ขาช๊อปเท่าไหร่ เลยซื้อของนิดๆหน่อยๆ เพราะแม่ค้าที่นี่ อย่างที่รู้ๆกันก็คือ ไม่ค่อยง้อลูกค้าเลย เวลาจะซื้ออะไรนี่ ต้องต่อๆๆๆๆๆด้วยนะครับ เพราะราคาขายนักท่องเที่ยวนี่ มันแพงเว่อร์มากๆ แต่คนที่ชอบ shopping ประจำ และต่อแหลก จะสนุกกับการจิ้มเครื่องคิดเลข หรือเขียนราคา ต่อรองกับแม่ค้าพ่อค้า ที่ไม่ค่อยจะพูดภาษาอังกฤษเท่าไหร่อย่างเมามันส์ ที่สำคัญ เวียดนามเป็นฐานการผลิตสินค้าแบรนด์เนมพวกเสื้อผ้า กระเป๋าหลายชนิดเลยเพราะที่นี่ค่าแรงถูกมาก สินค้าพวกนี้ จึงมีให้เลือกซื้อ เลือกต่อเยอะแยะไปหมดครับ

สำหรับผม หมดไปกับพวก DVD ครับ ราคาแผ่นละ 30 บาทนี่ จะไม่ทำให้ใจหวั่นไหวได้ยังไง ได้ series ที่เป็น box set เอาไว้ดูเวลากลับไปทำงานตั้งเยอะแน่ะ

เหลือเวลานิดหน่อย แวะหาอะไรดื่มฆ่าเวลาก่อนดูหุ่นกระบอกน้ำครับ





แล้วก็ถึง hilight ประจำวัน โชว์หุ่นกระบอกน้ำ ครับ

หุ่นกระบอกน้ำนี่เริ่มรอบแรกประมาณบ่ายสองโมงครึ่งครับ รอบสุดท้ายนี่ทุ่มนึงหรือสองทุ่มครึ่ง ชักไม่แน่ใจเหมือนกันครับ รู้แต่ว่า ถ้าจะชม ควรจะต้องรีบซื้อตั๋วไว้ หรือซื้อจองล่วงหน้าไว้ก่อนนิดนึงครับ เพราะทัวร์ชอบมาเหมาซื้อไปซะมาก เพราะที่นี่ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ของเวียดนาม

ส่วนราคาค่าตั๋ว นักท่องเที่ยวจะมีราคาเดียวครับ คือ 40,000 ดอง ( ประมาณ 80 บาท) การแสดงจะมี 17 ชุดย่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเองครับ





ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของเวียดนามผ่านหุ่นกระบอกน้ำ ถ้าจะให้วิจารณ์ ผมว่าหุ่นเขาหยาบๆน่ะครับ ดูพอขำขำ แปลกๆดี แต่ฝรั่งข้างหลังผมนี่ หัวเราะชอบใจใหญ่เลย นี่ถ้าไปดูหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ของเรานี่ ไม่กริ๊ดเลยเหรอเนี่ย






ต่อไปก็เตรียมมุ่งหน้าสู่สนามบินครับ คราวนี้เพื่อความชัวร์ เลยนั่ง Taxi ไปสนามบิน ด้วยใจที่หวั่นๆ ว่าจะโดนฟันหัวแบะสั่งลารึเปล่าเนี่ย

แต่โชคดี ที่ไม่มีปัญหาครับ เสียค่า Taxi ไป 10 เหรียญ กับจ่ายค่าผ่านทางด่วนไปอีก 10,000 ดอง (บางคนโดนฟันไปแสนดองเลยนะครับ) อย่าลืมมองสีของแบ๊งค์ ที่คนขับ Taxi ยื่นจ่ายค่าผ่านทางด่วนด้วย

มาถึงสนามบินตั้งแต่ก่อนหกโมงเย็นเลย



กลับ flight 21.05 น. เวลานี่เหลือเฟือเลย เลยแวะขึ้นไปบนห้องอาหารชั้น 3 ของสนามบินครับ



ที่ต้องเล่านิดนึง เพราะ เจอหนูตัวเบ้อเริ่มเลยครับ ที่ห้องอาหารเนี้ย แถมมันสู้สายตาด้วยนะ จ้องกันอยู่ตั้งนานแน่ะ 555

ได้เวลาไป check in แล้ว



ลงมา check in ช้าหน่อยเดียว เจอกลุ่มทัวร์แถวยาวมาตัดหน้าก่อนหน้าซะแล้ว ทำให้เสียเวลามากๆเลยครับ เพราะแต่ละคนต้องแบ่งกระเป๋า แชร์น้ำหนักกันเป็นกลุ่มๆ แถมเข้าแถวไม่ค่อยเป็นระเบียบเท่าไหร่ เคาเตอร์เช็คอิน ก็มีแค่ 2 เคาเตอร์ ทำให้ผู้โดยสารอื่นๆ ที่เดินทางเพียงคนเดียว หรือ สองคนอย่างผม และฝรั่งหลายๆคน มีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนิดหน่อยครับ เพราะแทนที่จะเปิดช่องเช็คอินแบบ group check in แยกกับกลุ่มที่มาเดี่ยวๆ นี่พวกกลุ่มทัวร์เล่นจองซะหมดเลย แถมเสียเวลายืนคอยไปมากกว่าครึ่ง ชม.แล้วนะเนี่ย แต่โชคดีที่ ผจก.ชาวเวียดนามของ Air Asia มองเห็นลูกค้ากลุ่มนี้มั้งครับ เลยพยายามแยกผู้โดยสารที่มาเดี่ยวๆออกมา แล้วรับ check in ซะเอง ทำให้ผม และฝรั่งอีกกลุ่มนึง ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้

แวะซื้อของฝากใน duty free นิดหน่อยก่อนจะอำลาฮานอย ด้วยเที่ยวบิน FD 3705 ในเวลา 21.05 น.ครับ

ถึง สุวรรณภูมิ 22.50 น. แต่กว่าจะออกจากสุวรรณภูมิก็เที่ยงคืนพอดีครับ

จบ trip เวียดนาม ฮานอย-ซาปา-ฮาลองเบย์ 7 คืน 8 วันอันหรรษา (มั้ง) พอดีเลยครับ


ขอบคุณที่ติดตามครับ




 

Create Date : 14 เมษายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 15:59:30 น.
Counter : 1551 Pageviews.  

Trip เวียตนาม (6) Halong Bay

วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม

วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยครับ เพราะซื้อ 1 day tour ไปฮาลองเบย์ ซึ่งต้องเสียเวลาเดืนทางค่อนข้างไกล แค่เดินทางไปฮาลองเบย์ก็ 3 ชม.เข้าไปแล้ว แถมเราเป็นกลุ่มแรกที่ไกด์นัดมารับตั้งแต่ 8 โมง เลยต้องรีบอาบน้ำด่วนเลยครับ เพราะต้องไปรอกลุ่มอื่นที่ไกด์จะไปรับอีก ออกเดินทางจากฮานอยประมาณ 9.00 น. ไปถึงฮาลองเบย์ประมาณเที่ยงกว่าๆ รถจะจอดแวะที่พักกลางทางให้เข้าห้องน้ำ หรือแวะซื้อของฝากด้วยครับ

สำหรับ 1 day trip นี้ (รวมอาหารกลางวัน) ราคาหัวละ 25 เหรียญครับ ที่จริงหาถูกๆกว่านี้ก็มีเยอะนะครับ แต่พอดีซื้อผ่านโรงแรมที่เราพักเลย (ราคาไม่ควรแพงไปกว่านี้นะครับ)

มาถึงท่าเรือแล้ว



ตั๋วขึ้นเรือครับ รวมค่าผ่านอุทยานของเขาแล้ว ราคา 40,000 ดอง (ประมาณ 80 บาท) ไม่ต้องไปจ่ายเพิ่มนะครับ ตั๋วนี่รวมอยู่ใน package tour อยู่แล้ว



นี่เรือที่เราจะใช้เดินทางครับ



ภายในเรือครับ จะรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 20-30 คนได้ แต่เที่ยวนี้ บนเรือผมมี 25 คนครับ เห็นบางลำ มีคนเหมาเรือทั้งลำเป็นส่วนตัวเลยนะครับ



ไปล่องเรือกันเลย







ระหว่างล่องเรือไปเรื่อยๆ จะเจอเรือมาขายผลไม้ ขายของ ประกบเรือที่เรานั่งเรื่อยๆครับ เรียกว่า direct hard sales เลย..555



พอแล่นไปซักพักนึง เดี๋ยวเราจะจอดแวะกระชังปลา ที่เขาเลี้ยงปลา กุ้ง ส่วนกระชังนี้เป็นปลาหมึกครับ ให้เราเลือกซื้อ เลือกต่อรองราคา เอาไปทำเป็นอาหารทะเลยได้เลย แต่ผมว่า การไปชี้ ไปเลือก แล้วเอามันขึ้นมาฆ่าสดๆต่อหน้านี่ มันคงไม่ทำให้น่าทานขึ้นมามากเท่าไหร่หรอกนะครับ เหมือนเป็นเพชฆาตรไปชี้ให้มันตายเลยน่ะ ที่สำคัญราคาก็แพงไร้เหตุผล ผมว่าอาหารทะเลบ้านเราราคาน่าควักตังค์จ่ายมากกว่านา





ต่อก็เป็นเวลาอาหารกลางวันครับ ไกด์เขาจะจัดให้ทานโต๊ะละ 5 คน เป็นข้าวสวยกับอาหารก็ประมาณเนี้ย ก็มีไข่เจียว ผัดปลาหมึก มันฝรั่งทอด ผัดกระหล่ำ ปลานึ่ง และยำอีกอย่าง ..กินไม่อิ่มหรอกครับ



ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปนี้ แสดงว่ามาไม่ถึงฮาลองเบย์นะเนี่ย 555



วนหัวเรือกลับแล้วครับ เดี๋ยวเราจะไปแวะถ้ำมรกตกันครับ อยู่บนเกาะในอ่าวน่ะแหละครับ

เรือเข้าเทียบท่าแล้ว



เตรียมเข้าถ้ำกันครับ



ภายในถ้ำ.. เหมือนจะสวยเลยนะ..



มีประดับแสงสี ไฟ พร้อมเลย..555



ออกมาจากถ้ำแล้วครับ ที่เห็นนี่เรือที่จอดรอรับนักท่องเที่ยวกลับ



จะกลับขึ้นฝั่งแล้วนา...



หลังจากนั้น ก็กลับฮานอยครับ ใช้เวลาเดินทางอีก 3 ชม.กว่าๆ เพราะการจราจรตอนเย็นๆนี่ ทำให้เดินทางได้ล่าช้ากว่าปกตินิดหน่อยครับ ระหว่างทางก็แวะจุดซื้อของฝาก (อีกแล้ว) เข้าห้องน้ำ ก่อนที่จะถึงฮานอยประมาณทุ่มกว่าๆครับ (หิวโซมาเลย)

เย็นนี้เลยแวะร้าน Bunta ที่อยู่ในตึก Ho Guom Plaza น่ะแหละครับ นี่ก็เป็นเรื่องขำขำอีกอย่างนึง คือ คนที่อยากมาฮานอยคิดว่า Bun นี่จะแปลว่า ขนมปัง หรือซาลาเปาน่ะครับ เพราะสโลแกนของร้านเขาคือ Bunta : Everything is Bun แต่ที่จริงไม่ใช่ครับ มันเป็นแบบนี้



คือเวียดนามเขาจะกินอาหารเป็นเส้นๆกันซะมากน่ะครับ

ถ้าเป็น เฝอ นี่ ทุกคนก็รู้จักใช่ไหมครับ คือเป็นเส้นแป้งข้าวจ้าว

ส่วน bun นี่ จะเป็นเส้นขนมจีนน่ะครับ

ส่วน noodle จะเป็นเส้นแบบมาม่าไปซะ

แล้วมันจะมีอีกอย่างนี่ จำไมได้ครับ


ส่งท้าย..ต้องไป hank out คืนสุดท้ายในฮานอยด้วย เบียร์หอย (Bia Hoi) ครับ



Bia Hoi นี่เป็นเบียร์สดของเวียดนามครับ หาดื่มได้ง่าย ทั่วไปตามท้องถนนเลย รสชาติยังกะน้ำแน่ะ 555 แถมราคาก็ถูกแสนถูก ที่เห็นนี่ราคาขายนักท่องเที่ยวนะ แก้วละ 3,000 ดองครับ (6 บาท) แถมกินเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะเมานะเนี่ย แอลกอฮอล์ต่ำมากๆๆครับ



ลองซักแก้วไหมครับ




 

Create Date : 13 เมษายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 16:00:33 น.
Counter : 685 Pageviews.  

Trip เวียดนาม (5) Back to Hanoi

เช้าวันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม

รถไฟมาถึงฮานอยก่อนตี 5 นิดหน่อย แต่ผมยังไม่ตื่นเลยครับ นอนหลับสบายจนต้องถูกสะกิดให้ตื่นเลยนะเนี่ย ได้นอนสบายขากลับ นี่ต่างกับขาไป ราวฟ้ากับดิน เลย



บรรยากาศยามเช้า ถนนโล่งๆ ต่างกับตอนกลางวันที่รถราขวักไขว่ พลุกพล่าน และหนวกหูมากๆครับ





รอเวลาให้ร้านอาหารเปิดครับ จนเจอร้านผู้โชคดี ที่ได้เราเป็นลูกค้ารายแรก แล้วตามมาด้วยฝรั่งอีก 2 โต๊ะครับ



มื้อเช้านี้ลองอาหารพื้นเมืองฮั้วครับ Banh Bot Loc (อะไรก็ไม่รู้) ส่วนคนอยากมาเวียดนาม สั่งข้าวเหนียวไก่ (ที่หน้าตาเหมือนกับข้าวมันไก่เลย)





เหมือนขนมเทียนเล็กๆ มีไส้ไก่ กับไส้กุ้งครับ 555

ถ่ายรูปบรรยากาศยามเช้าของฮานอยจากในร้านซะหน่อย



ต่อไปก็เดินหาโรงแรมครับ เพื่อฝากกระเป๋าก่อน เดินไปเดินมา เจอเด็กของโรงแรมนึง มาสะกิดแนะนำโรงแรม ค่าห้องแค่คืนละ 18 เหรียญเอง เลยลองไปชมห้องซะหน่อย (รร. Ocean Star ครับ)

สรุปว่า พักมันที่นี่น่ะแหละครับ







ว่าแล้วก็ทิ้งกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ก่อนจะขึ้นรถเมล์ไปคาราวะสุสานลุงโฮ



แวะมาสุสานลุงโฮ อีกครั้ง เพราะจะเข้าไปชมศพลุงโฮในอาคารครับ และจะเข้าไปดูบ้านพักทางด้านหลังด้วย ต้องฝากกล้องถ่ายรูป ก่อนเข้าตัวอาคารเลยขี้เกียจกลับไปเอา ตอนเดินชมด้านหลังเลยไมได้เก็บรูปมาเลยครับ



มองข้างหลังคิวยาวเหยียดเลย แต่ที่จริง เข้าแถว รอคิวไม่นานหรอกครับ ประมาณครึ่ง ชม.เอง ที่สำคัญ เข้าเยี่ยมชมฟรีครับ ตั้งแต่ 8.30 - 10.30 ทุกวัน ยกเว้น วันจันทร์กับวันศุกร์ครับ

president palace ครับ



แล้วก็ไปหาอะไรดื่มตรง West Lake ครับ






พอบ่ายนิดหน่อย ก็แบกท้องมาทานที่ร้านอาการเกาหลี บนตึก Ho Guom Plaza ร้าน Hao Long Quan ทานจนอิ่มตื้ออีกแล้ว จ่ายก็ไม่แพง



ก่อนจะแวะกลับไปงีบเอาแรงที่โรงแรม เพราะพรุ่งนี้มีแผนจะไปฮาลองเบย์ครับ แต่พอท้องเริ่มหิว มื้อเย็นก็ออกมาหาอะไรทาน

แวะร้าน sago ครับ ข้างๆตึก Ho Guom Plaza น่ะแหละครับ



ร้านนี้เครื่องดื่ม เยอะมากครับ ทั้ง cocktail และ mocktail ที่สำคัญอร่อยซะด้วยครับ นี่ขึ้นมานั่งบนชั้น 3 เลย..





ตบท้ายก่อนกลับโรงแรม ด้วยการไปนั่งดื่มที่ Le Bar คราวนี้ลอง Halida beer ครับ (ดื่มไม่เคยซ้ำยี่ห้อเลยนะเนี่ย)



ก่อนจะกลับไปพักผ่อนเอาแรง เดี๋ยวพรุ่งเราจะไปปฮาลองเบย์กันครับ




 

Create Date : 12 เมษายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 15:59:03 น.
Counter : 590 Pageviews.  

Trip เวียดนาม (4) Sick in Sapa

21 - 22 มีนาคม ณ ซาปา

....ป่วยครับ.... ทั้งคนอยากมา และคนคนจับพลัดจับพลูมาอย่างผม เป็นหวัด กันครับ คาดว่า เพราะอากาศที่เย็นของซาปา บวกกับวันที่เราไปสุสานลุงโฮ ขากลับบนรถเมล์ เราโดนจามใส่หัวเต็มๆ ด้วย แถมคนอยากมาเที่ยวก็ไมได้นอนหลับบนตู้รถไฟขามาเลย เลยทำให้แผนจะซื้อตั๋ว 1 day trip ไปน้ำตก ก็เลยต้องมาพักผ่อน แต่ก็ยังมีแรงออกไปเดิน chilled chilled ในซาปา ถือว่าเป็นการเก็บตกบรรยากาศก็แล้วกันครับ





มุมต่างๆของซาปาครับ





ข้างๆโบสถ์ จะมีร้านขายของนั่งยองๆทาน ประเภทไข่ปิ้ง มันเผา เนื้อ-หมูย่างด้วยครับ เข้าไปนั่งกินหาความอบอุ่นครับ อีกใจก็กลัวโดนฟันหัวแบะเหมือนกัน (กลายเป็นโรคหวาดระแวงคนเวียดนามจะฟันหัวไปแล้วนะเนี่ย 555)





ร้าน Baguette & Chocolat ร้านฮิต ทัวร์ชอบลง.. นี่แวะไป 2 มื้อเลยครับ อาหารว่าง ยามบ่ายวันที่ 21 และมื้อเช้าวันที่ 22 เพราะใกล้โรงแรม แถมราคาก็ไม่แพงมากครับ



มุมหน้าร้าน







อีกมื้อนึงครับ นี่ brunch นะเนี่ย..





ถ้าว่างๆหลังจากเดินรอบน้ำพุ แล้วอยากหาร้านนั่งดื่มเครื่องดื่ม ร้าน Le Petit Gecko เลยครับ น้ำพันช์อร่อยมาก มากินทุกวันเลยครับ





กินอีกแล้ว



มีกิน ก็ต้องมีดื่ม...





ซาปายามค่ำคืน



ร้านนี้ไม่แนะนำครับ อาหารน้อยมากๆๆๆ ไม่รู้ว่า Lonely Planet แนะนำได้ยังไง (แขวนป้ายหน้าร้าน ยังกะเซลล์ชวนชิมเลย) หรือว่ากระเพาะเรามันใหญ่ไปหว่า...



อำลาซาปา เกือบลืมรูปภูเขาขั้นบรรไดที่เขาเอาไว้ทำนาเลย สัญลักษณ์นึงของซาปาเลยนะเนี่ย



นั่งรถตู้จากโรงแรมกลับไปสถานีรถไฟ Lao Cai ครับ



มีคนอยากกินสตอเบอรรี่ เลยไปซื้อ มีคนเวียดนามยืนซื้ออยู่ก่อนแล้วครับ เห็นแม่ค้าขายกิโลละ 20,000 ดอง (40 บาท) แต่พอเราซื้อแค่ ครึ่งกิโล คิด 15,000 ดองครับ หัวแบะอีกแล้ว นักท่องเที่ยวเอ๋ย... นี่ขนาดเห็นตำตานะ



หวยบนดินครับ เหมือนบ้านเราเลย พบได้ทั่วๆไปในเวียดนามครับ



อาหารร้านตึกแถว ตรงที่รถตู้ของโรงแรมมาส่งน่ะครับ มีเมนูและราคาติด รสชาติใช้ได้ ราคาไม่แพง ที่สำคัญ ไม่โดนฟันหัวแบะครับ



สำหรับตั๋วรถไฟขากลับ เราเลือกซื้อผ่าน agency ครับ ก็จะเป็นตู้นอนพิเศษของเอกชน ที่ซื้อได้เป็น Ratraco Express ครับ ราคา 260,000 กับ 280,000 ดอง (ก็ประมาณ 500 กว่าบาท) แพงกว่าขามานิดหน่อย กลับอย่างราชาครับ เพราะคนที่อยากมาเวียดนาม ไมได้นอนเลยขาขึ้นรถไฟมาจากฮานอย เลยต้องการนอนตู้พิเศษมากๆครับ แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ



ออกเดินทาง 20.15 น. ถึงฮานอยประมาณตี 4 ครึ่งครับ (ถ่ายรูปโชว์เตียงล่าง แต่นอนเตียงบนครับ )



เป็นตู้นอน 4 คนต่อตู้ เป็นส่วนตัวกว่ามากๆ อ้อ..มีน้ำให้คนละขวดด้วยนะครับ เหมือนโรงแรมเลย เลยได้นอนเต็มอิ่มหน่อย เดี๋ยวค่อยไปตื่นที่ฮานอยวันพรุ่งนี้นะครับ




 

Create Date : 11 เมษายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 15:58:47 น.
Counter : 988 Pageviews.  

Trip เวียดนาม (3) Lazy in Sapa

เช้าวันพฤหัสบดี 20 มีนาคม

มาถึงสถานี Lao Cai ตอนหกโมงเช้ากว่าๆครับ



เจอกับอากาศที่หนาว... ผมยิ่งแพ้อากาศเย็นซะด้วยสิ แค่ 15-16 องศานี่ผมก็หนาวยะเยือกแล้วนา แถมผู้ร่วมเดินทางผม เพลียจัดเพราะไมได้นอนมาทั้งคืน เมื่อเจอโต๊ะขายตั๋วรถตู้ไปซาปา เป็นของ รร. Darling ที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟ เราก็ซื้อตั๋วเลยครับ เพราะไม่อยากถูกรถตู้ข้างนอกฟันหัวแบะอีก ตั๋วใบละ 25,000 บาท (50 บาท) ก็ถือว่าถูกครับ



(รถแบบนี้น่ะครับ แต่นี่รูปตอนขากลับ)



รถตู้มันจะวนในซาปานิดนึง ตรงจุดที่จอดรถที่นึง ก่อนจะตรงไปโรงแรม darling ที่อยู่บนเขาเลยร้าน Baguette & Chocolat ไปหน่อยครับ ซึ่งก็เป็นมุมที่ ok อยู่ ที่สำคัญ ผู้ร่วมเดินทางผมอยากจะนอนมากๆ เลยเลือกพักมันซะที่นี่เลย เพราะห้องที่เราได้ เป็นห้องหัวมุมบนชั้น 3 พอดี ราคาแค่คืนละ 10 เหรียญเองครับ ถูกมาก จนเราคิดว่าจะโดนฟันแบะหัวอีกรึเปล่าหว่า แต่ไม่โดนแฮะ ที่ราคาค่าห้องพักมันถูก เพราะไม่ได้รวมอาหารเช้าน่ะเอง







ต่อไปเป็นรูป่ถ่ายจากในห้องบนโรงแรมครับ






ถนนเส้นหลัก ที่ไว้หาที่กินเลยครับ กินแทบทุกร้านบนเส้นนี้เลยมั้งเนี่ยครับ



ถนน Cau May




มื้อแรกของซาปา แวะที่ร้านนี้ครับ



ชาวเขา มาแร่ขายของ พบได้ทั่วๆไปครับ



ภูเขา หลังทะเลสาปครับ ผมว่าน้อยคนที่จะแวะมาทางนี้นะเนี่ย





วนกลับไปทางมุมทะเลสาป ที่ทุกคนหลงใหลครับ







ประมาณ หกโมงเย็นนะเนี่ย ฟ้ายังไม่มืดดี แต่อากาศเย็นมากๆๆ (สำหรับผม) หมอกก็เริ่มมาแล้ว



เลยไปหาอะไรอุ่นๆทานที่ร้าน Little Sapa กินครับ (แนะนำร้านนี้เลย เพราะราคาแพง แถมค่อนข้างจะมี service mind ในการให้บริการ แตกต่างไปจากร้านทั่วๆไปในเวียดนามครับ)



Hot Pot นี่เหมือนอะไรหว่า... แจ่วฮ้อนชัดๆเลย อ้อ ในเวียดนามนี่ ถ้าสั่ง noodle มันจะหมายถึง เส้นแบบมาม่าเนี่ยแหละครับ



สั่ง spring rolls อีกด้วย พร้อมกับ ขวดนี้ ..เจริญอาหารซะสุดๆเลย..



ไวน์แดงพื้นเมือง Van Dalat รสชาติดีกว่าที่คิดครับ เลยซื้อติดมือ กลับโรงแรมอีก 1 ขวดเลย (แอบซื้อที่ duty free มาชิมที่เมืองไทยด้วยอีกขวดนะเนี่ย) มื้อนี้เลยฉลองมาถึงซาปา ด้วยราคาที่แพงนิดนึงครับ 480.000 ดองแน่ะ (960 บาท) แต่ได้ทั้งหม้อไฟ 1 หม้อ ปอเปี๊ย อาหารอีก พร้อมกับไวน์ 2 ขวด แน่ะ

คืนนี้ กลับไปนอนที่โรงแรม อย่างมีความสุขครับ




 

Create Date : 10 เมษายน 2551    
Last Update : 1 มิถุนายน 2553 15:58:25 น.
Counter : 1213 Pageviews.  

1  2  

prapasawat
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




Friends' blogs
[Add prapasawat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.