(",) (",) (",) Traveling Mania (",) (",) (",)
Group Blog
 
All Blogs
 

ทริปชมใบไม้แดง@ญี่ปุ่น ตอนที่ 7 (จบ): ตะลอน Kobe กะชมความยิ่งใหญ่ของ Himeiji Castle

และแล้วก้อมาถึงตอนสุดท้ายของบันทึกการเดินทางไปญี่ปุ่นของเรา ตอนนี้จะพาเที่ยวโกเบกะฮิเมจิ ต้องนั่งรถไฟไปนานมากเลย เป็นชั่วโมงๆ นี่ระหว่างทางค่ะ



จุดหมายแรกคือฮิเมจิ อันนี้ถ่ายที่หน้าสถานีรถไฟ


นั่งรถคันนี้ไปปราสาทฮิเมจิค่ะ รถงามเชียว


หน้าปราสาทค่ะ ต้นนี้เหลืองอร่าม


ก่อนจะเข้าไป วันนี้ฟ้าไม่สวยเลย เจอฝนอีกแล้วอ่า


เข้ามาบริเวณข้างในแล้ว มีใบไม้แดงให้เห็นอีกแล้ว



ที่นี่ค่าเข้า 600 เยน














ปราสาทที่นี่ใหญ่โต อลังการมาก ได้เดินเข้าไปในปราสาทด้วย (เอาให้คุ้มค่าตั๋วเข้าชม) มีทั้ง 6 ชั้น เดินขึ้นบันไดจนเหนื่อย คนเยอะมากๆ วันที่เราไปเจอนักเรียนญี่ปุ่นมาทัศนศึกษาอีกแล้ว นี่เป็นวิวถ่ายตอนอยู่ในตัวปราสาท


เดินอยู่ในปราสาทประมาณ 2 ชั่วโมง เริ่มหิว ออกมาซัดไอติมกันหน่อย นี่เลยตู้กด มีทุกรส



แต่อาหารกลางวันจริงๆคือนี่ค่ะ ทามาโกยากิ ไปกินแถวย่าน Akashi



กินเสร็จออกเดินทางไป Kobe ค่ะ จุดมุ่งหมายจะไป Kobe Tower อันนี้ระหว่างทาง



ใกล้ถึงแล้ว


กว่าจะถึงพระอาทิตย์เกือบตกดิน ยังพอมีแสง ที่ Kobe Tower




ฝนทำท่าจะตกเช่นเคย เซ็งจริงๆ แต่ก้อยังบ้าถ่ายรูปอยู่




อันนี้ยามค่ำคืน ถ่ายจาก Harbourland


วันนี้จะพาไปกินบุฟเฟ่ต์ปูยักษ์ค่ะ อิอิ ปูที่นี่หวานมากๆ ไม่ต้องจิ้มใดๆทั้งสิ้น แกะแล้วมือก้อไม่เหม็นเหมือนกินปูทะเลบ้านเรา








กินกันเต็มคราบ ตกหัวละประมาณ 1600 บาท แพงเนอะ แต่เอาเหอะมาถึงถิ่นแล้ว เราต้องลองทุกอย่าง

++++++++++++++++++++++++++


จบแล้วสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเวลา 10 วัน เราหมดไปประมาณ 74000 บาท รวมทุกอย่าง รู้สึกว่าคุ้มค่าค่ะ อยากกินไรกิน อยากไปไหนไป เป็นประสบการณ์ที่ดีในการเที่ยวเองแบบไม่ง๊อทัวร์ แม้ว่าจะเหนื่อยหาข้อมูล แล้วก้อเดินเยอะมากๆก้อตาม

สิ่งที่ไม่ค่อยชอบคือคนญี่ปุ่นไม่พูดภาษาอังกฤษเนี่ยแหละ บางสถานีรถไฟก้อไม่ยอมประกาศเป็นภาษาอังกฤษ ตัววิ่งก้อมีแต่ภาษาญี่ปุ่น เรานะยืนรอชาตินึงก้องงว่าทำไมรถไฟไม่มาซักที (รถไฟมันเสียพอดี) พยายามจะฟังตอนเค้าประกาศ กะอ่านตามบอร์ดก้ออ่านไม่ออก ถามคนญี่ปุ่นเค้าก้อพูดอังกฤษไม่ได้ แอบเซ็ง ได้แต่ยืนรอความหวัง

แล้วอีกอย่างที่ไม่ชอบสุดๆ คือคนญี่ปุ่นเค้าไม่ลุกให้คนแก่นั่งอ่ะ ในรถไฟจะเห็นคนสูงวัยยืนกันสลอน แต่หนุ่มสาววัยรุ่นนั่งกันสบายใจเฉิบ

สิ่งที่ชอบมากคืออาหารญี่ปุ่น การคมนาคม และเมืองเกียวโต ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ




 

Create Date : 17 มีนาคม 2552    
Last Update : 17 มีนาคม 2552 22:30:18 น.
Counter : 825 Pageviews.  

ทริปชมใบไม้แดง@ญี่ปุ่น ตอนที่ 6: คอนเฟิร์มว่า Love Kyoto (^_^)

วันนี้ก้อยังคงเที่ยวเกียวโตอีกเช่นเคย บอกแล้วเกียวโตที่เที่ยวเยอะ แพลนของวันนี้คือไป Arashiyama เป็นแบบวิวสวยๆ ไม่ใช่ศาลเจ้าหรือวัด เปลี่ยนบรรยากาศมั่ง ขอชมวิว

นั่งรถไฟมาไกลพอควร แถมเดินอีกเป็นกิโลว่าจะถึง นี่ถ่ายที่สถานีแถว Arashiyama


ที่นี่มีขนมญี่ปุ่นขายด้วย มีดังโงะ กะไรไม่รู้แป้งแล้วมีไส้ข้างใน




ระหว่างทางเดินไปแม่น้ำ ใบไม้ต้นนี้แดงได้ใจมาก


นี่วิวรอบๆ


มาถึงริมแม่น้ำแล้ว แดดเปรี๊ยงมาก


ตอนแรกที่คิดไว้นึกว่าภูเขาข้างหลังจะเต็มไปด้วยสีแดง แต่ตอนที่ไปมันเพิ่งจะเริ่มแดง แอบเสียดายไม่เป็นอย่างที่หวัง เลยมองเผินๆเหมือนภูเขาธรรมดา ออกจะเขียวซะส่วนใหญ่





แต่วิวมันก้อสวยอยู่ เราก้อชอบ


นี่เรียก Togetsukyo Bridge (สะพานข้ามจันทร์)



บรรยากาศบนถนนแถวนั้น




เดินแถวนั้นเสร็จก้อปาไปบ่ายกว่า หิวข้าวและ แถวนั้นก้อมีร้านอาหารมากมาย รวมทั้งร้านขายของที่ระลึก เลือกได้ตามสบายเลย นี่คืออาหารเที่ยงของพวกเรา เห็นแล้วอยากจะกินอีก



กลับเข้ามาในบริเวณสวน จะเห็นใบไม้แดงเยอะมาก เรียกว่าถ่ายกันจนเบื่อไปข้าง








อันนี้มาเดินป่าไผ่ เรียกว่า Bamboo Groves อารมณ์เดินชมวิว



เดินๆอยู่เจอรถสองล้อลาก อยากลองนั่งเหมือนกัน ได้ข่าวว่าแพง ฉะนั้นเดินต่อไป


ต่อไปพามาเที่ยว Kinkakuji (วัดทอง) ค่าเข้าชม 400 เยน นี่เป็นสวนก่อนถึงวัดทอง



ชมวัดทองกันเต็มๆ






ชอบวิวนี้จัง


สถานีต่อไปคือ Ryoanji (สวนหินนิกายเซ็น) ค่าเข้าชม 500 เยน คนไปนั่งจ้องลานหินนี้กันใหญ่ ไม่รู้จะคิดอะไรๆออกรึป่าว เค้าบอกว่าต้องนับหินให้ได้ 12 ก้อน (รึป่าว)







ปิดท้ายด้วยใบไม้แดงสุดสวย





หมดแล้วสำหรับเที่ยวเกียวโต คุ้มค่าดี ได้เห็นทั้งศาลเจ้าและวัดสวยๆ พร้อมกับวิวสวยๆที่อาราชิยาม่า มาเกียวโตนี่แทบจะเอียนใบไม้แดงเลย เห็นทุกที่ที่ไป ตอนแรกก้อตื่นเต้นนะ ถ่ายรูปใหญ่เลย หลังๆเห็นบ่อยเจอแล้วก้อเฉยๆ ไม่ได้วิ่งใส่เหมือนวันแรกๆ 5555

ตอนหน้าตอนสุดท้ายละ จะพาไป Himeiji & Kobe




 

Create Date : 16 มีนาคม 2552    
Last Update : 16 มีนาคม 2552 8:14:42 น.
Counter : 811 Pageviews.  

ทริปชมใบไม้แดง@ญี่ปุ่น ตอนที่ 5: ฉันหลงรักเกียวโต

วันนี้แพลนเที่ยว Kyoto ทั้งวัน รู้สึกที่เมืองนี้มีที่เที่ยวน่าสนใจเยอะมาก เลยต้องแบ่งเที่ยวเป็น 2 วัน

เริ่มต้นที่ Fushimi Inari Shrine เสาแดงเยอะมาก สีสันจัดจ้าน ชอบที่นี่มาก น่าสนใจ แถมเข้าฟรีด้วยนะ อิอิ สวยไร้คำบรรยาย







นี่เป็นแผนที่ค่ะ จะเห็นว่าทางเดินเสาแดงยาวมากกกกกก ไม่ไหวจะเดินอ่ะ เลยเดินอยู่แป๊บเดียว แล้วออกมา



เนื่องจากเป็นศาลเจ้า ก้อจะมีพวกแผ่นป้ายขาย เอาไว้เขียนคำอธิษฐาน ของที่นี่เป็นรูปหมาจิ้งจอก (คิดว่านะ) ถ้าจำไม่ผิดจะป้ายละ 500 เยน วาดหน้าตาด้านหน้า เขียนคำอธิษฐานด้านหลัง แล้วแขวนไว้


สถานที่ต่อมาคือ Tofukuji Temple อันนี้ค่าเข้าชม 400 เยน ระหว่างทางเจอร้านขายขนม อารมณ์แป้งทอดไส้ถั่วแหงๆ (เดาเอา ไม่ได้ซื้อ)



อันนี้ทางเข้าวัด


จุดเด่นของที่นี่คือสวนค่ะ เราเองก้อไม่ได้เข้าไปส่วนของวัดเลยค่ะ อยู่แต่ในสวน ใบไม้แดงเพียบเลยอ่ะ จุใจมากๆ ดูกันรวดเดียว














ช่วงบ่ายวันนี้ไปเที่ยวต่อที่ Kiyomitzudera (วัดน้ำใส)ระหว่างทางเดินไปวัดน้ำใส ก้อเจอเกอิชา (ตัวปลอม) ค่ะ ตอนแรกนึกว่าตัวจริง แต่จริงๆแล้วเค้าเป็นพวกนักท่องเที่ยวนี่แหละค่ะ แต่งตัวแล้วถ่ายรูป


มาถึงและ ด้านหน้าก่อนขึ้นวัด




หน้าตาบัตรเข้าชม ค่าเข้าชม 300 เยน


นี่เป็นพวกร้านขายเครื่องรางที่อยู่ในวัด แพงเหมือนกันนะ แต่พวกคนญี่ปุ่นต่อคิวซื้อกันใหญ่


ส่วนอันนี้เป็นแผ่นป้ายเขียนคำอธิษฐาน ที่นี่จะมีสัญลักษณ์เป็นหนูค่ะ มีให้เลือก 3 แบบ เขียนเสร็จก้อเอาไปแขวนเหมือนเคย


เดินเข้ามาในตัววัด จุดนี้จะเห็นความอลังการของวัดมากสุด วัดสร้างด้วยไม้ ใหญ่โตมาก


อันนี้ลงมาถ่ายข้างล่าง จะเห็นว่าตัวตึกของวัดสูงมาก


ที่นี่เรียกว่าวัดน้ำใส เอ อะไรคือน้ำใส นี่เลยค่ะ คนญี่ปุ่นมาต่อคิวรับน้ำศักดิ์สิทธิ์นี่กันใหญ่เลย บ้างก้อกิน บ้างก้อพรมตัว


ภาพสุดท้ายในบริเวณวัดน้ำใส


นี่มาสถานีเกียวโตเพื่อจะกลับโอซาก้า เหนื่อยมาทั้งวัน เที่ยวเกียวโตได้แค่ 3 ที่เอง นี่ถ่ายตอนอยู่ที่สถานีรถไฟเกียวโต


เที่ยวมาแล้ว 5 วัน ชอบเกียวโตที่สุด รู้สึกว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอ่ะ ที่ชอบมากๆ ก้อ Fushimi Inari Shrine กะ Kiyomitzudera

รู้สึกหลงรักเกียวโตเข้าแล้วสิ




 

Create Date : 15 มีนาคม 2552    
Last Update : 15 มีนาคม 2552 17:52:04 น.
Counter : 1789 Pageviews.  

ทริปชมใบไม้แดง@ญี่ปุ่น ตอนที่ 4: ย้ายถิ่นเที่ยวแถบคันไซ เริ่มที่นาราต่อด้วยโอซาก้า

ออกจาก Hakone แต่เช้าเลยค่ะ เพราะวันนี้ต้องไปขึ้น shinkansen ให้ทัน จุดหมายคือ Osaka ข้าวเช้าไม่เคยได้กินที่โรงแรม แอบเซ็งเพราะจ่ายค่าห้องไปแบบรวมอาหารเช้า ต้องอาหารข้าวกล่องที่สถานีรถไฟ เค้าเรียกว่า Ekiben หน้าตา packaging น่ากินมาก ยิ่งไปดู display หน้าร้านแล้ว อดใจไม่ไหว ถอยมากล่องนึง อันนี้ 880 เยน



เปิดมาเป็นแบบเบนโตะเซ็ตอะ พอจะอิ่ม


กินมันในรถไฟนี่แหละ ที่กว้างขวาง นอนได้สบายเลย


วันนี้มุ่งหน้าโอซาก้า นั่งยาวเลย กว่าจะถึงเกือบ 3 ชั่วโมงแหนะ ลืมบอกว่ากว่าจะถึงนะ นั่งรถหลายต่อมาก

Take a bus from hotel to Hakone Yumoto
Hakone Tozan Railroad (Hakone Yumoto --> Odawara)
Shinkanzen Higari 401 (Odawara --> Shin- Osaka Station)
Subway Midousuji for Nakamozu (Osaka --> Shinsaibashi)

ในที่สุดก้อมาถึงโอซาก้าค่ะ เราพักแถว Shinsaibashi ร้านรวงมากมาย พักอยู่ท่ามกลางแหล่ง shopping อิอิ



เราพักที่ Hotel Villa Fontaine - Shinsaibashi


ห้องนึงพักได้ 2 คน ตกคืนละประมาณ 4100 เยนรวมอาหารเช้า


นี่ห้องน้ำ


เกือบเที่ยงแล้ว ไปหาของกินดีกว่า กินแถวโรงแรมแหละค่ะ สะดวกมาก เดินไปเดินมาไปสะดุดตาร้านขายทงคัตสึ ทำ display ได้น่ากินมาก เป็นแรงดึงดูดให้เข้าไปลอง


เซ็ตนี้เป็นไก่ค่ะ


อันนี้หมู ถ้าจำไม่ผิดจะ 880 เยน


ร้านนี้ใช้ได้เลยค่ะ ทริปนี้กินไป 2 หน ฮ่าๆ ติดใจ

อิ่มแล้วเริ่มออกเดินทาง มีเวลาครึ่งวัน เลยไปเที่ยวเมืองนารา ใช้ JR PASS อีกตามเคย มาถึงละถ่ายป้ายซะหน่อย



รถเมล์เค้าทำน่ารักดี อ่านไม่ออกหรอก แต่เดาว่าเป็นการเตือนให้ระวังภัยต่างๆ



จุดหมายแรกคือ Nara Park ที่ที่มีกวางเยอะมาก เป็นสวนสาธารณะ ได้เห็นใบไม้แดงเต็มไปหมด


เจ้ากวางพวกนี้ตะกละมาก ที่สวนนี้มีเซนเบ้ขาย สำหรับเป็นอาหารกวาง ถุงละ 100 เยน ซื้อเสร็จเจ้าพวกกวางตะกละจะมายืนจ้องน่าสลอนเลย น่ากลัวมากกก โดนกวางรุม


บรรยากาศในสวน ใบไม้แดงจุใจ








สถานีต่อไป คือ Todaiji Temple ที่มีพระใหญ่อ่ะค่ะ นี่ทางเข้า ดูอลังการดี



ต้นนี้งามมาก เหลืองทั้งต้น (ไม่แน่ใจใช่ใบแป๊ะก๊วยป่าวนะ)


ในนี้ก้อยังมีกวางอยู่อีก คือวัดนี้ไม่ไกลจากสวนสาธารณะเมื่อกี้เท่าไร เดินได้


เข้ามาข้างในมากขึ้นละ




นี่ค่ะวัดโทไดจิ




เข้ามาในตัววัดแล้ว มีแบบจำลองของวัด


ไฮไลท์ของที่นี่คือพระใหญ่ (Big Buddha)





ที่วัดโทไดจินี่คนเยอะมากๆ ตอนที่เราไปมีเด็กนักเรียนมากมายมาทัศนศึกษา เดินอยู่ซักพัก ก้อเปลี่ยนจุดหมาย ไปดูอีกหนึ่งศาลเจ้า/วัดในเมืองนารา ไม่รู้เรียกว่าอะไร เค้าเรียกกันสถูป 5 ชั้น







ขากลับจะเดินไปขึ้นรถไฟกลับโอซาก้า เดินตามท้องถนนจะเห็นฝาท่อน้ำน่ารักๆ อย่างอันนี้เป็นรูปกวางสัญลักษณ์ของเมืองนารา น่ารักดี


กลับมาแถวโรงแรม แสงสีสว่างไสว


เดินไป Namba ขอไปถ่ายคู่กะญาติผู้ใหญ่หน่อย ฮ่าๆ ไม่ใช่ใครที่ไหน Glico นี่แหละ กินมาตั้งแต่เด็ก



แวะกินราเมนแถวโรงแรม นี่สั่งแบบเผ็ดด้วยนะ เผ็ดของที่นี่นี่ไม่รู้สึกถึงความเผ็ดเลยอ่ะ ขนาดสั่งแบบ super spicy แล้วนะ เผ็ดของญี่ปุ่นนี่เทียบไม่ได้เลยกะเผ็ดของพี่ไทย




+++++++++++++++++++++


จริงๆ หมดวันแล้วเที่ยวนาราได้ครึ่งวัน แต่แอบขอเอาที่เที่ยวโอซาก้าอีกครึ่งวันมารวมในตอนนี้ดีกว่า จริงๆได้เที่ยวโอซาก้าครึ่งวันก่อนกลับ ออกจากโรงแรมแต่เช้าอะ แล้วก้อนั่งรถไฟไป Osaka Castle แต่เดินอยู่รอบนอก เพราะว่าไม่อยากเสียตังค์ 555

ก่อนจะเข้าใกล้ Osaka Castle จะต้องผ่าน Osaka Park ก่อน มีคนมาออกกำลังกายเต็มเลย



ต้นไม้ใบไม้ในสวนนี้ ยังออกเหลืองๆอยู่ สวยไปอีกแบบ


เห็นปราสาทอยู่ลิบๆ ค่อยๆซูม







ถ่ายรูปจนหนำใจ ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถไฟกลับโรงแรม ก้อเจองานเทศกาลออกร้านไรของญี่ปุ่นไม่รู้ อารมณ์งานกาชาดบ้านเรา มีเล่นเกมส์ แจกของ ขายของกิน เก็บบรรยากาศมาให้ดู






จบแล้วสำหรับตอนนี้ ตอนหน้าจะพาไปตะลุยเกียวโตค่า




 

Create Date : 14 มีนาคม 2552    
Last Update : 14 มีนาคม 2552 13:58:51 น.
Counter : 1982 Pageviews.  

ทริปชมใบไม้แดง@ญี่ปุ่น ตอนที่ 3: เที่ยว Hakone กับความหวังอันเปี่ยมล้นว่าจะเห็นฟูจิซัง

วันนี้ check-out ออกจากโรงแรมที่ Otsuka พักที่เดิมมา 2 คืน ได้เวลา move แล้ว ออกแต่เช้าเหมือนเดิม แพลนของวันนี้คือไป Hakone ด้วยใจหมายจะได้ยลโฉมฟูจิซังซักครั้ง ก้อแหมไปญี่ปุ่นทั้งที่ ไม่ได้เห็นเจ้าภูเขาไฟฟูจิ มันก้อเหมือนไปไม่ถึงญี่ปุ่นเนอะ วันนี้ลากกระเป๋าใบโตขึ้น shinkansen ไป hakone ออกจากบ้านก้อเหมือนเดิมค่ะ 7 โมง ใช้ JR PASS ตามเคย

JR Yamanote Line (Otsuka --> Tokyo)
Tokyo --> Odawara by Shinkansen Kodama 539
Odawara --> Hakone Yumoto

ด้วยความที่ Hakone เป็นเมืองออนเซ็น ก้ออยากจะพักโรงแรมที่มีออนเซ็นให้บริการ หานานมาก เพราะราคาโรงแรมส่วนใหญ่แพงอ่ะ ไม่ไหว search หาข้อมูล ก้อไปเจอเรียวกัง Shunkoso ราคารับได้ ตกประมาณคนละเกือบ 7000 เยนต่อคืน ต้องเอาอ่ะ เพราะที่อื่นที่อยากไป มันเต็มอ่ะ

ตอนที่ถึงสถานี Odawara ก้อแวะซื้อ Hakone Free Pass ราคา 3900 เยน รวมค่ารถเมล์ รถไฟ กระเช้า

แวะเอากระเป๋าไปฝากที่เรียวกังก่อน นี่เป็นหน้าโรงแรมค่ะ เล็กๆ



ดูเป็นญี่ปุ่นๆดีอ่ะ


เก็บของเรียบร้อย รอรถเมล์หน้าบ้านนี่แหละ เพื่อจะไปล่องเรือที่ Lake Ashi คนเยอะมาก ยืนตลอดทาง แถมขึ้นเขาตลอด เกือบเมารถแหนะ ในที่สุดก้อมาถึง


วันนี้ฟ้าใส แอบมีความหวังว่าจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ


มาเข้าคิวเพื่อจะขึ้นเรือ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้วเนื่องจากมีบัตรเบ่ง


มีเรือหลายเจ้ามากๆ เอ เราจะได้ไปลำไหนน๊อออออ




สรุปแล้วได้ไปลำแรก สีเขียวทองนี่แหละ

นั่งเรือชมวิว วันนี้อากาศดีมาก ฟ้าเปิด ไม่มีฝน ลมเย็น คิดในใจว่าวันนี้ได้เห็นฟูจิแน่ๆ




มาถึง Togendai ละ เจอเรืออีกลำ




อันนี้มาขึ้นกระเช้า


กระเช้าลำนึงนั่งได้ประมาณ 6 คน

ระหว่างทาง ใจจดใจจ่อว่าจะได้เห็นฟูจิซังมั้ย อ่านตามหนังสือมา เค้าบอกว่าจุดนี้สามารถเห็นได้ เอ วันนี้ฟ้าก้อเปิดนะ แต่ไมไม่เห็นอ่ะ เศร้า อะฮึๆๆๆ





มาถึงฝั่ง Owakudani ละ ยิ่งสูงยิ่งหนาวจริงๆ


ที่เห็นควันๆนั่นน้ำร้อนนะ แต่เห็นแบบนี้หนาวชะมัด



ก่อนจะเดินไปบ่อต้มไข่นั่น ก้อต้องมาถ่ายกะเจ้าเหมียว Kitty 2ตัวที่เป็นสัญลักษณ์ก่อน ไม่ได้ถ่ายเด๋วหาว่ามาไม่ถึง Owakudani




ได้เวลาเดินขึ้นเขาไปดูบ่อต้มไข่ อารมณ์เหมือนขึ้นภูกระดึง 5555




เหม็นกลิ่นกำมะถันชะมัดเลยอ่า


นี่เอาไข่ธรรมดาลงไป ยังขาวอยู่เลย


ผ่านไปแป๊บนึงเอาขึ้นมา สีดำปี๋


แล้วเค้าก้อแพ๊คขายเรา 500 เยน มี 5 ลูก เค้ามีความเชื่อว่ากินไข่ดำ 1 ลูก จะอายุยืนขึ้น 7 ปี


นั่งกินไข่ดำ กินลม ชมวิว อยู่พักนึง หายเหนื่อยละ ถึงเวลาเดินลง ระหว่างทางแอบเห็นอะไรแว๊บๆ หลังจากเพ่งดู ก้อพบว่าเป็นไข่ดำที่เค้าต้มข้างบนเนี่ยแหละ ลำเลียงไปขายข้างล่าง


ลงมาร้านขายของข้างล่าง แอบเห็นของแปลก คือซาลาเปาดำ อะไรๆที่นี่มันจะดำหมดเลยเรอะ



หลังจากใช้เวลาบนเขาซักพัก จนเริ่มเบื่อ ก้อนั่งรถไฟ ไป Gora รถไฟนี่วิ่งลงเขา


จุดหมายต่อไปคือ Hakone Gora Park มาถึงแล้ว (เดินจากสถานีรถไฟไกลเหมือนกัน) ต้นไม้ที่นี่สวยมาก เจอใบไม้แดงมากมาย ถ่ายรูปกันจนเอียนไปเลย








ขากลับจากสวน เดินลงเขา เริ่มหิว เลยแวะร้านชาวบ้านข้างทาง คนขายเป็นตายายแก่ๆ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ใช้แต่ภาษาใบ้ กะจิ้มตามรูป สั่งคัตสึดังกะราเมน (อาหารประจำทริป)





กลับถึงโรงแรมแทบจะหลับ เรียวกังนี่เป็นแบบดั้งเดิมอ่ะ พื้นปูเป็นเสื่อ ห้ามใส่รองเท้าขึ้นไป เราเผลอใส่ขึ้นไป เจอค้อนตาเขียวเลย นี่นอนเป็นฟูก มีออนเซ็นด้วย แต่สรุปไม่ได้แช่ แบบว่าเหนื่อยมาก ไม่อยากทำไรแล้ว (แล้วจะจ่ายแพงๆหาโรงแรมที่ออนเซ็นทำไมไม่รุ)




สรุปวันนี้ผิดหวังมากที่ไม่ได้เห็นฟูจิ อุตส่าห์ดีใจแล้วเชียวที่ฝนไม่ตกเหมือนเมื่อวาน แถมแดดแรงอีกตะหาก แต่เพื่อนก้อปลอบใจนะว่า บางคนมาตั้งหลายทีแล้วยังไม่เห็นเลย เป็นเรื่องปกติอ่ะ นี่อาจจะเป็นแรงบันดาลใจในการมาญี่ปุ่นอีก มาเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เห็นฟูจิ 5555

หลับเป็นตาย พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นเช่นเคย จะหนีไปโอซาก้าแล้นนนน




 

Create Date : 09 มีนาคม 2552    
Last Update : 9 มีนาคม 2552 9:31:00 น.
Counter : 1583 Pageviews.  

1  2  3  

นู๋ปรางฝันเฟื่องเรื่องเที่ยว
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add นู๋ปรางฝันเฟื่องเรื่องเที่ยว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.