สัมภาษณ์วีซ่า WAT2011
วันนี้ไปสัมภาษณ์วีซ่ามาค่ะ
แน่นอนว่า พริซซิลล่าไปไหน ย่อมเกิดวีรกรรมขึ้นทู้กกกที
วันนี้วีรกรรมจะเกิดขึ้นตอนไหน ติดตามได้เลยค่ะ

ช่วงเดือนที่แล้ว เอเจนท์จะแจ้งรายการเอกสารที่ต้องจัดเตรียมไปสัมภาษณ์นะคะ เสร็จแล้วก็ส่งทุกอย่างให้พี่เอเจนท์เรียบร้อย พี่เค้าก็จะเช็คเอกสารให้อีกรอบนึง พอถึงวันนัดสัมภาษณ์ก็เดินตัวปลิวมาเลยค่ะ พี่แยกเอกสารให้สองชุด ชุดแรกคือเอกสารที่ต้องยื่น ส่วนชุดสองเราเก็บสำรองไว้ ถ้าท่านกงสุลไม่รีเควสก็ไม่ต้องยื่นค่ะ

พริซได้คิวนัดสัมภาษณ์บ่ายโมง เอเจนท์นัดที่ตึกสินธรฝั่งตรงข้ามประมาณเที่ยงครึ่ง พริซก็เดินมาจากบีทีเอส (รู้อย่างนี้นั่งมอไซด์ดีกว่าค่ะ คือเราขาไม่ค่อยดี ปวดขามาก แต่ถ้าเป็นสภาพก่อนเคยขาหัก ระยะทางแค่นี้สบายมากค่ะ)
แกะรอยแผนที่ อ้า ต้องข้ามถนน ข้ามไปแล้ว เฮ้ย? ทำไมมีคนใส่ชุดน.ศ.อยู่ฝั่งนั้นล่ะ? (คือ schedule เด็กประมาณ 50 คนจากสามเอเจนซี่ค่ะ) ไม่จริงๆ เราเป็นนักอ่านแผนที่ตัวยง ไม่หลงๆ เดินต่อไปก่อนซิ ฮ่าาา ถูกต้องนะค้าบ ในที่สุดก็เจอพี่เอเจนท์ค่ะ
พี่แจกเอกสารอย่างที่พริซเล่าตอนแรก อธิบายขั้นตอนการไปสัมภาษณ์คร่าว ๆ ก็ไม่มีอะไรใหม่นะคะ เหมือนที่พี่เอเจนท์เคยอีเมลล์ให้ แล้วเราก็ปรินท์มาอ่านทบทวนแล้วเป็นอย่างดี
แล้วพี่ก็ถามว่าน้องสนใจซื้อบัตร International Student มั้ย? เริ่ดมาก ใช้เป็นส่วนลดเข้ามิวเซียมต่าง ๆ หรือช้อปปิ้งบางที่ได้ โอ๊ะเค่! พริซไปนิวยอร์ค มิวเซียมต้องเข้าอยู่แล้วล่ะ

เอกสารพร้อม น้องพร้อม เราก็ยกขบวนไปฝั่งตรงข้ามกัน หน้าสถานทูตอเมริกา มีเพื่อน ๆ ใส่ชุดนักศึกษายืนต่อแถวยาว ทราบทีหลังว่า มีมาจาก Global-X แล้วก็ Acadex ค่ะ (เอเจนท์ของเราคือ Itworks ค่ะ)

ยืนต่อแถวหน้าสถานทูตร้อนๆ เค้าเรียกเข้าไป batch ละ 5-7 คน
ก็ ยื่นเอกสารเซ็ตแรกที่พี่เอเจนท์เตรียมไว้ให้ พร้อมพาสปอร์ตเล่มเก่าเล่มใหม่ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้น เช็คชื่อเรากับลิสต์รายชื่อคนนัดสัมภาษณ์วันนี้ จดรหัสลงใบ confirmation (เป็นใบที่เราปรินท์ออกมาเมื่อกรอกข้อมูลขอวีซ่าออนไลน์เสร็จแล้ว) แล้วก็แจกใบสีฟ้ามา ใช้กรอกรายละเอียดและที่อยู่ส่งพาสปอร์ตแปะวีซ่ากลับค่ะ

ต่อมาก็คือฝากอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ไว้กับเจ้าหน้าที่พร้อมบัตรประชาชน หรือบัตรนักศึกษา (เข้าใจว่า ถ้าลืมเอากลับ เจ้าหน้าที่จะได้เปิดถุงดู แล้วทราบว่าต้อง alert ใครที่ไหนน่ะค่ะ) ซึ่ง แม้กระทั่ง thumb-drive, ipod หรือ usb ก็ต้องฝากด้วยนะคะ เค้าจะใส่ถุงล็อกกุญแจให้ แล้วเอากุญแจผูกกับสายรัดข้อมือยืดๆให้คล้องค่ะ ทีนี้ก็เอากระเป๋าที่เหลือไปเข้าเครื่องสแกน ถ้าผ่านแล้วถึงให้คนผ่านประตูไปทีละคนค่ะ ถ้าไม่ผ่าน ก็ต้องเอาของออก แล้วเอากุญแจให้เจ้าหน้าที่เอาไปเก็บใหม่อีกรอบ
ซึ่ง แน่น้อน พริซไม่พลาด วีรกรรมแรกของวันนี้คือโดนตื๊ด งงมาก เจ้าหน้าที่บอก น้องมี thumb-drive อีกอันยังไม่ได้เอาออก งงจริงๆ เพราะชัวร์ว่าเอามาอันเดียว และดีแคลร์ไปแล้ว แต่ค้นไปค้นมาก็เจอค่ะ เป็นยูเอสบีเล็กๆ สำหรับต่อเครื่องเอ็มพีสามเข้ากับคอมพ์น่ะ โอ้โห!!!

ผ่านทัพหน้ามาได้ก็ผ่านประตู เดินไปตามทางเดินซ้ายมือเลยค่ะ ด่านแรก เราต้องกรอกข้อมูลในใบสีฟ้าให้เสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ถามว่า เคยได้วีซ่าไปอเมริกามั้ย จดรหัสเพิ่มเติมลงในใบคอนเฟิร์มนั่น แล้วจัดชุดเอกสารเข้าแฟ้มซองให้ถือคนละใบ ของเราเค้าใช้ยางมัดของรัดพาสปอร์ตสองเล่มติดกัน แล้วดึงรูปออกมาคืนใบนึง (คือเอเจนท์เราขอรูปมาเผื่อด้วยน่ะค่ะ)

ผ่านด่านแรกแล้วก็ไปด่านที่สอง ต่อแถวรอนานมาก (มองกลับมา อื้ม สถานทูตเค้าจัดการดีเนอะ ค่อยๆทยอยมาด่านแรกสบายๆ เสมือนคนน้อย อิอิ) ด่านที่สองมีสามช่อง เหมือน แบงค์เทลเลอร์ ปกติรับทีละคน พอเห็นมาจากเอเจนท์เดียวกัน จะรับทีละสี่ห้าคน จากแถวคอยคิว ให้มายื่นเอกสารพร้อมกันที่เคาเตอร์ เค้าจะตรวจดูของทุกคน ถามคำถามบ้าง แต่ที่แน่นอนคือ "ตรวจสอบเอกสารแล้วนะ ตามนี้หมดนะ" นอกจากนี้ก็เช่น "ตอนนี้เรียนอยู่ปีอะไร สอบไฟนอลริยัง ฯลฯ" พร้อมกับย้ำให้อ่านประกาศข้างๆ คือเมื่อแสกนลายนิ้วมือแล้ว สัญญาว่าสิ่งที่สัมภาษณ์เป็นความจริง เมื่อถามตามหน้าที่เสร็จแล้ว ก็ให้สแกนลายนิ้วมือ ครั้งแรกสี่นิ้วมือซ้าย ครั้งสองสี่นิ้วมือขวา และครั้งที่สามนิ้วโป้งทั้งสอง โดยขอย้ำว่าให้เช็ดมือแห้งๆ แล้วก็กดแรงๆค่ะ
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ปรินท์บัตรคิว ให้เดินเข้าห้องไปนั่งรอคิวสัมภาษณ์ได้

ในห้องนักศึกษาเยอะมากกก หาที่นั่งยากจริง สถานทูตเปิดแดจังกึม รีเพลย์สำหรับคุณแม่บ้านรอบบ่ายโมง โอ้ว! ซับจีนอีกต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆ

ซักพัก สถานทูตเริ่มปรับตัวต่อการบุกจู่โจมของนักศึกษาประมาณห้าสิบหกสิบคน นอกจากเปิดเคาน์เตอร์ขอบัตรคิวในห้องนี้เพิ่มอีกสองเคาน์เตอร์แล้ว มีการประกาศเรียกเด็กมายืนรอคิวสัมภาษณ์ครั้งละสิบคน มีสามเคาน์เตอร์ แปลว่ายืนทีละสามสิบคน ส่งผลให้เก้าอี้นั่งรอโล่งไปเยอะ

ระบบดูดเสียงดีนะ ตอนเรานั่งรอ ไม่ได้ยินเสียงสัมภาษณ์เลย (อ้อ! ขออธิบายก่อน คือการสัมภาษณ์เนี่ย ไม่ได้นั่งสัมภาษณ์เหมือนตอนสอบเข้า หรือตอนขอพาสปอร์ตนะคะ เป็นเคาน์เตอร์ให้เรายืนพูดกับเค้าเหมือนอยู่ที่ธนาคารน่ะค่ะ แต่กระจกกั้นเยอะมาก มีช่องเล็กๆให้สอดเอกสารระหว่างกันได้เท่านั้นเอง นึกถึงเจ้าหน้าที่ BTS ก็ได้ค่ะ) (พริซเคยไป AFS ตอนนั้นได้วีซ่าโดยไม่ต้องสัมภาษณ์ นี่เป็นครั้งแรกที่มาขอวีซ่าเองค่ะ)

ถึงคิวเราแล้ว เย้ ไปต่อแถวรวมกับเพื่อนกัน พอมายืนเนี่ย ได้ยินเสียงคำถามชัดเจน คำถามที่ได้ยินระหว่างยืนรอคือ "Where are you going to work?" อันนี้ไฟลท์บังคับจริงๆ แทบจะเป็นคำถามแรกของทุกคน นอกนั้นก็มี "Have you been to the US before?" "What are you studying?" "What's your major?" "When will you graduate?" แล้วก็ถามถ้าเกรดต่ำ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เหมือนในโพยที่เอเจนท์อีเมลล์ให้ (ไม่ได้อวยนะ.. แต่ Itworks นี่เวิร์คจริงๆ ;) เค้าเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้เราได้จริงๆ)

ระหว่างรอ เราก็เตรียมเอกสารออกจากแฟ้ม ก็มีแพลนไปเที่ยวของเราเผื่อเค้าถาม (เราบ้า organize น่ะ จัดทริปตัวเองทำปฏิทินเที่ยวเรียบร้อยแล้ว) แผ่นพับโครงการที่เรียนอยู่ เนื่องจากเราเรียนโครงการห้าปีจบโท ตอนนี้ปีสี่เทอมสอง แต่มันคือปริญญาโท อธิบายแล้วคนส่วนใหญ่จะงง แผ่นพับนี่จะมีไทม์ไลน์ให้ว่า สามปีครึ่งเรียนตรี แล้วปีครึ่งเรียนโทต่อได้เลย แล้วก็ไฟล์เวิร์ดที่เราปรินท์ข้อมูลสถานที่ที่เราจะไปทำงานออกมา

ถึงคิวเรา เอ่อ... เค้าไม่สนใจเท่าไหร่ คือเหมือนเค้ากำลังเทรนงานเจ้าหน้าที่กงสุลคนใหม่ซึ่งมายืนสังเกตการณ์ใกล้ๆน่ะ เค้าหันไปคุยกับคนนั้นตลอดเลย (ระหว่างการสัมภาษณ์ก็ถามเราคำสองคำแล้วหันไปสอนงานนานมาก แล้วหันมาคุย) อ้ะ ได้ฤกษ์ซะที ก็หันมา Hello!
คำถามแรกของเราคือ "Have you been to the US before?"
เรา ซึ่งงงมากว่า จะให้พูดใส่อะไร ไมค์อยู่ตรงไหน เลยตอบดังมาก (จะได้ทะลุกระจกไง) ว่า "Yes"
"Have you been on the Work & Travel program before?"
"No, I went for, like, high school exchange student."
"Where did you go?"
"Nevada. Reno, Nevada"
"Did you gambling?" (คือ รีโน่เป็นเมืองใหญ่ มีชื่อเสียงเรื่องกาสิโนค่ะ)
"No! I was underage"
"Have you been trying?"
"*giggle* No! I'm a good girl!"
"I believe you. Where are you going this year?"
"New York. I'll be working on Liberty Island. Anywhere better than this? *giggle*"
"I agree."
แล้วก็หันไปคุยต่อ

แล้วคำถามที่เรากลัวก็โผล่มา "When will you graduate?" คือด่านก่อนๆเราขี้เกียจพูดมาก ก็ตอบว่าปีสี่ จบมีนานี้ แต่กับคนนี้ เราก็อยากคอนเฟิร์มด้วยว่าจะกลับมาเรียนแน่ๆนะค้า (คือบางคนที่อยู่ปีสี่ ท่านกงสุลก็จะถามย้ำหน่อยว่า มีแพลนจะกลับมาเรียน หรือทำงานต่อยังไง เพื่อคอนเฟิร์มว่า จะไม่หนีไปอยู่อเมริกาถาวรแน่นอน) เราเลยตอบความจริงอันน่าสับสนออกไป

"Uh.. Actually I have just finished my Bachelor's degree. I have to show you this brochure. I'm on a fast-track program. Three and a half year for Bachelor's then a year and a half for master's."

"So, now you study Master's?"
"Yes."
"What's degree you're gonna get?"
"I'm gonna get both Bachelor's and Master's"
"Are you gonna get MBA?"
"Yes. Wait, Actually Master of Science, in Marketing Management."
แล้วเค้าก็หันไปคุยอีก ตอนนั้นเราคิดมากว่า เฮ้ยยย แล้วไงต่อออออ

พอซักถามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เค้าจะให้สแกนนิ้วยืนยันอีกทีว่าตรงกับที่สแกนมาข้างหน้ามั้ย โดยสุ่มเอานิ้วเดียว เช่น "Your right middle finger" ททีนี้ผลของการเป็นเจ้าแม่ออร์แกไนซ์ ท่องโพยที่พี่เอเจนท์เมลล์มาให้เป็นอย่างดี ทุกคนควรรู้ไว้ ดังนี้ค่ะ (สำคัญนะคะ มีคนนึงไม่ผ่านล่ะ คือฟังและตอบไม่ได้ พอให้วางนิ้ว ก็วางนิ้วผิดอีก ก็ไม่ผ่านเลยค่ะ อืม แต่ก็วัดดวงเหมือนกัน กงสุลบางท่านจะชูนิ้วตัวเองให้ดู ว่าอยากให้เราเอานิ้วไหนวาง วัดดวงจริงๆค่ะ ว่าได้กงสุลใจดีหรือซีเรียสแค่ไหน)
นิ้วโป้ง thumb
นิ้วชี้ index
นิ้วกลาง middle finger
นิ้วนาง ring finger
นิ้วก้อย little finger

ในที่สุดเค้าก็หยุดคุย แล้วดูเอกสารเรา แล้วยื่นพาสปอร์ตเล่มเก่าให้ (คือเก็บแต่เล่มใหม่ไปออกวีซ่าให้) "You may keep this. Now take the form to pay at the Thai Post. Have fun!" เราก็หมุนตัวออกมา ส่งยิ้มให้แถวเรา ซึ่งคงได้ยินเราพูดเสียงดังฟังชัด ไม่มีใครสงสัยอะไร
ทีนี้ แอบอยากเห็นหน้าเจ้าหน้าที่แถวสามอ่ะ คือ เราอยู่แถวหนึ่งน่ะได้ยินเสียงเค้าตลอดเลยไม่ว่าจะอยู่ในแถว หรือกำลังสัมภาษณ์อยู่ก็ตาม เสียงเค้าเพราะด้วย แล้วก็ชอบแกล้งเด็กว่า จะฝึกภาษาแต่ไปกับเพื่อนเป็นฝูง ก็ไม่ได้ฝึกพูดหรอกนะ อะไรงี้ พอดีน้องบิวอยู่แถวสามด้วย เลยเดินไปเนียนๆกับน้องดีกว่า (คือ สถานทูตเค้าขอว่า ใครสัมภาษณ์เสร็จให้ออกไปจ่ายเงินที่ไปรษณีย์ข้างนอกเลย เพราะถ้ายืนรอเพื่อน จะทำให้ข้างในแออัด)
เอ๊ะ? ไอ้การเดินตัดแถวสองนี่มันง่ายผิดสังเกตแฮะ? แล้วทุกคน แถวสองแถวสาม จ้องหน้าเราแปลกๆ จ้องนะ ไม่ใช่มอง จ้องแบบอยากจำหน้าเราให้ได้เลยล่ะ เราก็อึดอัดๆ คุยกับน้องบิวซักพัก หันกลับมาดูหน้าท่านกงสุลหญิง แล้วเดินออกไปข้างนอก

มีบู๊ทไปรษณีย์เล็กๆ เราก็ยื่นฟอร์มสีฟ้าที่เขียนไว้แต่แรกให้เค้า พร้อมกับจ่ายเงินค่าไปรษณีย์ไป เค้าจะให้ซองสีเหลืองไซส์เอสี่ จ่าหน้าซองผู้ส่งเรียบร้อยกลับมา ให้เอามากรอกชื่อและที่อยู่ผู้รับ ระบุว่า ชื่อภาษาอังกฤษ (จะได้แมทช์กับวีซ่าได้มั้ง?) แต่ที่อยู่ภาษาไทย (กันบุรุษไปรษณีย์อ่านไม่ออก?) แต่ของเด็กเวิร์คสบายมาก เอเจนท์ต่าง ๆ จะพิมพ์ชื่อที่อยู่ให้แล้ว (จะได้ส่งกลับมาที่เอเจนท์) แค่ลอกเทปสองหน้าที่แปะอยู่ด้านหลังออก แปะซองแล้วก็จบเลย

ระหว่างรอจ่ายเงิน มองดูแฟ้มตัวเองแล้วยูเรก้า!!!
ภาพแฟลชเข้ามาเป็นซีนาริโอ้
แว้บแรก "เรามาจ่ายเงิน เพื่อให้เค้าส่งพาสปอร์ตกลับไป"
แว้บสอง "วีซ่าเล่มเก่าของเรา อยู่บนกองแฟ้ม" (คือ เราเอาแฟ้มกล่องไปด้วย เอกสารจะได้ไม่ยับน่ะค่ะ)
แว้บสาม "จากโพยที่เอเจนท์อีเมลล์มาให้ระบุว่า โปรดอย่าให้สถานทูตคืนพาสปอร์ต เพราะถ้าคืนแปลว่าไม่ผ่าน แต่ถ้าไม่คืน แปลว่าเอาพาสปอร์ตไปออกวีซ่าให้"

ยูเรก้าาาาา

สายตาประหลาดยี่สิบกว่าคู่
พวกเธอนึกว่าช้านขอวีซ่าไม่ผ่านกันใช่ม้ายยยยยยย
โอ้ววววววววววว

Bad image ฟรีๆเลยนะเนี่ย

(พอคนที่ยืนใกล้เรามาจ่ายเงิน เค้าบอกว่า ไม่หรอก ที่มอง เพราะเราตอบฉะฉาน ชัดเจนเสียงดัง.. ใจชื้นมานิดนึง แต่เมื่อกี๊เฟซบุ๊คถามน้องบิวที่เราเดินไปคุยด้วย เค้ายืนยันความคิดเรา ทุกคนตกใจมากว่ายัยคนนี้ไม่ผ่าน ฮ่าๆๆๆๆๆๆ นี่ชั้นทำให้ยี่สิบคนสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองเหรอเนี่ย??? โอ๊ยยยย ยัยโก๊ะ 555555+)

ว่าแต่.. จะมีหนึ่งในยี่สิบคนมาอ่านบล็อกเรามั้ยนะ? คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ

*เพิ่มเติม
วีซ่าสมัย AFS ที่หมดอายุของเราในเล่มเก่านี้ เค้าจะประทับตรา "Cancle Without Prejudice" ให้ คือ ยกเลิกวีซ่า เนื่องจากหมดอายุ หรืออาจเป็นกรณีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเรา และไม่มีผลต่อเครดิตเราค่ะ



Create Date : 09 ธันวาคม 2553
Last Update : 29 กรกฎาคม 2554 12:29:38 น.
Counter : 287 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการ1มกราคม ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ

โดย: Don't try this at home. วันที่: 1 มกราคม 2554 เวลา:10:08:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Praew Priscilla
Location :
ลำปาง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Hey!

Thanks for dropping by my blog! I'm Praew Priscilla.
Just the sweetest travelista mermaid living her happy life and keeping positive vibes.

Follow me at Instagram "PraewPriscilla"
Contact me at praewpriscilla@gmail.com
New Comments