อาเจียน แบบไหนอันตราย
อาเจียน แบบไหนอันตราย
บทความ จากนิตยสารดวงใจพ่อแม่
การแหวะนม อาเจียนเพราะแพ้อาหาร อาเจียนเพราะเป็นไข้และอีกหลายสาเหตุจากการอาเจียน ที่พ่อแม่ต้องสังเกตและทำความเข้าใจ พ.ญ.สุดา เย็นบำรุง จะมาให้ความกระจ่างค่ะ
ถ้าลูกอาเจียนเพราะ แหวะนม นับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ถ้าอาเจียน ด้วยสาเหตุอื่นๆล่ะ เราจะรู้ได้อย่างไร????
... เพราะ อาเจียน ของลูกเป็นที่มาของอาการอื่นๆได้ตั้งมากมาย....
ทำอย่างไรดีเอ่ยกับเรื่องอาเจียน เพราะมักเป็นอาการ ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ ต้องรีบพาลูก โดยเฉพาะ ลูกเล็กมาหาหมอกันบ่อยครั้ง และก่อให้เกิดอาการ วิตกกังวลได้อย่างสูง จึงเป็นปัญหาที่มีความสำคัญ ข้อสำคัญก็คือ เมื่อไหร่จะพอดูแลเอง ที่บ้าน ได้(อาเจียนไม่อันตราย) หรือเมื่อไหร่ ไม่ต้องรั้งรอ (อาเจียน อันตราย)เร่งรีบพามาหาหมอได้เลย
สิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องอาเจียนก็คือ ดูว่าลูกอาเจียนจนกระทั่งมีอาการขาดน้ำหรือไม่ ซึมหรือไม่…… ซึ่งอาการขาดน้ำนั้นพอจะสังเกตได้บ้างคร่าวๆ เช่น ปากแห้ง เพลีย กระหม่อมยุบ ไม่ฉี่เลย หลายๆชั่วโมง ถ้ามีอาการมากๆ เด็กก็จะซึม ตาโบ๋ ผิวตั้ง แต่อย่าปล่อยให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ อาจมีอันตรายจากการขาดน้ำได้เร็วและมาก ซึ่งเป็นข้อพึงต้องระวัง
เมื่อลูกอาเจียน..
ขั้นแรกเมื่อลูกเริ่มอาเจียน ควรประเมินความรุนแรงดูก่อน ขาดน้ำมากไหม เพลียมากไหม หรือซึม ถ้าดูไม่มากนัก เริ่มต้นด้วยการจิบน้ำเกลือแร่ทีละน้อย ถ้ามีไข้ก็เช็ดตัว กินยาลดไข้ แต่ถ้าเด็ก เล็กยังจิบน้ำเกลือไม่ได้ ซึม อ่อนแรงลง ยิ่งถ้าอาเจียนมีสีเขียว(อาจเป็นน้ำดี) หรือสีแดง(อาจเป็นเลือด) ก็แวะมาให้หมอดูสักหน่อยแล้วกัน ถ้าเป็นอาเจียนไม่อันตราย หมออาจให้กินหรือฉีด ยาแก้อาเจียน ตามความจำเป็น พยายามเลี่ยงนมและอาหารย่อยยาก ถ้าอาเจียนไม่มากในเด็ก ที่กินอาหารเสริม ได้ก็เริ่มตามวัย เริ่มอาหารอ่อนๆ กินข้าวต้ม น้ำข้าว โจ๊ก เป็นอาหารที่ดีช่วยชดเชยอาการขาดน้ำได้ อาจจะใส่เกลือหรือน้ำปลาหน่อย เพิ่มโปรตีนฉีก ไก่ใส่ หรือไข่เจียว หมูหยอง ปลาทูทอดอีกนิดก็ได้ ที่สำคัญก็ต้องกินทีละน้อย แต่บ่อยๆ ถ้าไม่มีเกลือแร่ซองๆ อาจเตรียมเองที่บ้านก็ได้
น้ำเกลือแร่ ทำเองได้ไม่ยาก
โดยการผสมเกลือสองหยิบมือและน้ำตาลสองช้อนชา ลงในน้ำต้มสุกที่เย็น 1 แก้ว(ประมาณ 8 ออนซ์) การชดเชยทางปากดีที่สุด แต่ถ้าเสียน้ำมากทั้งอาเจียน ทั้งถ่าย ป้อนทางปากไม่ทัน หรือไม่ยอม จิบอะไรเลย เพลียมาก อาจต้องพิจารณาให้น้ำเกลือเข้าเส้น หรือในกรณีคุณพ่อคุณ แม่รีบร้อน อยากให้หายเร็วๆ เพราะต้องรีบกลับไปทำงาน ไม่มีคนเฝ้าดูแล แบบนี้ก็ขอน้ำเกลือ เข้าเส้นก็มีค่ะ หากอยู่ในสถานที่ที่ไม่สามารถหาน้ำเกลือแร่ได้ ก็สามารถให้เด็ก จิบน้ำอัดลมสี ใสที่เปิดทิ้งไว้จนฟอง หมดแล้วทีละน้อยๆ ไม่ควรให้น้ำที่เป็นสีเช่น สีดำ สีแดง สีเขียว เพราะจะ ทำให้อ่านภาวะ ของอาเจียน ได้ลำบากค่ะ
อาเจียนจากอะไรหนอ
ในขวบปีแรก
แม่ลูกอ่อนจะบ่นอยู่เสมอๆ เรื่องลูกอาเจียน ต้องดูให้ละเอียดว่าเป็นการแหวะหรืออาเจียน อาการ แหวะ พบได้บ่อยมาก เนื่องมาจากหูรูดที่ยังอาจทำงานไม่ดีนัก ลองนึกถึงลักษณะ กระเพาะ อยู่ใต้กระบังลม ด้านซ้าย ลักษณะคล้าย ลูกโป่งที่มีหนังยางรัดและมีท่อต่อจากปากลงมา พอเติม นมลงไป หูรูดในทารก เล็กๆ ยังพัฒนาได้ไม่ดีนัก ก็อาจจะมีการกระฉอก ออกมาได้หรือถ้าเติม นมมากล้นไป ในบางกรณีที่ลูก ร้องบ่อย แม่ก็จะให้ดูดตลอด จนล้นเกินความต้องการ
แต่ถ้าลูกดูดดี ไม่ซึม น้ำหนักขึ้นดี ลักษณะแหวะเป็นเพียงแค่นม ก็จับเรอหลังให้นม และอุ้มหรือ นอน หัวสูงสักพัก อาการของหูรูดจะทำงานได้ดีเต็มที่ประมาณ ขวบครึ่ง แต่มีการศึกษาในเด็ก ไทยโดย รศ.นพ. เสกสิต โอสถากุล จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอกว่าประมาณอย่างช้า หกเดือน อาการแหวะนมจากหูรูดทำงานไม่ดีในเด็กไทยก็แทบไม่พบแล้ว คุณแม่ก็ร้องเพลงรอ ไปพลางๆ ก่อนนะคะ แหวะนิด แหวะหน่อย น้ำหนักขึ้นดี ก็ใจเย็นๆ
แต่ถ้าอาเจียนพุ่ง มีสีเขียวๆ มีเลือด หรือมีอาการซึม ท้องอืด อาจต้องให้หมอดู เพราะอาจจะเป็น อาการ ของการอุดตัน ของปลายกระเพาะ (pyloric stenosis) หรือการอุดตันของลำไส้
ในแบบอื่นๆที่อันตราย ถ้าซึม ตัวร้อน สาเหตุที่ต้องระวังก็คืออาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ในสมอง หรือในระบบปัสสาวะ อาการดังกล่าวเป็นอาการอาเจียนอันตราย ต้องรีบเร่งไปพบแพทย์
ในทารกที่โตขึ้นมาหน่อย อาการอาเจียนที่พบบ่อยมักเกิดจากลำไส้อักเสบ (acute gastroen teritis) จากเชื้อไวรัส มักมีอาการคือ ตัวร้อนหรืออาจมีถ่ายร่วมด้วย ถ้าเด็กเอาแต่อาเจียนแถม มีอาการถ่าย มีมูกเลือด และท้องอืด ต้องระวังภาวะลำไส้กลืน ( intussusception ) ถือเป็นภาวะ ฉุกเฉิน ที่ต้องรีบ มาพบแพทย์ค่ะ
ส่วนภาวะแพ้อาหารโดยเฉพาะการแพ้นมวัว ก็เป็นอีกสาเหตุที่ต้องคำนึงถึง ถ้ามีอาเจียนร่วมด้วย กับ ผื่น หรือ น้ำหนักขึ้นไม่ดีร่วมด้วย ทางที่ดีคุณแม่ลุ้นให้นมแม่อย่างเดียวสัก 4-6 เดือนได้ ก็จะลดปัญหา แพ้นมวัวนี้ไปได้ หลังจาก 4-6 เดือนก็ให้นมแม่ร่วมไปกับอาหาร เสริมนาน เท่าที่แม่และลูกมีความสุข




Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2554 13:49:47 น.
Counter : Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
มนแพรวา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]