Group Blog
All Blog
### ความสงบที่หาได้ยาก ###














ความสงบที่หาได้ยาก

“ความสงบใจเป็นสิ่งที่ผู้คนปรารถนามากกว่าความสงบกาย

 เมื่อเราได้มาอยู่ในสถานที่สงบกาย ไม่มีเสียงดัง

 ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก แวดล้อมด้วยธรรมชาติ

ป่าเขา เรียกว่ามีความสงบกายแล้ว แต่ใช่ว่าจะสงบใจด้วย

 บางครั้งอยู่ในที่เงียบ ๆ อยู่ในป่าที่วิเวก

แต่ใจไม่ได้วิเวกตาม เพราะจิตใจว้าวุ่น ฟุ้งซ่าน

 มีความวิตกกังวล มีความกลัว

 หรือไม่ก็มีเสียงดังระงมอยู่ในหัว

เพราะมีความคิดต่าง ๆ มากมาย

 ดังนั้นถึงแม้จะมีความสงบกาย ก็ใช่ว่าจะสงบใจได้ทันที

ต่อเมื่ออยู่ไปนาน ๆ สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็ช่วยให้ใจสงบตาม

เช่นเวลาที่เรามาอยู่ท่ามกลางป่าเขา

 ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และไม่พูดคุยกันเอง

ใจเราก็จะค่อย ๆ สงบลงได้”



พระไพศาล วิสาโล









ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 30 ตุลาคม 2558
Last Update : 30 ตุลาคม 2558 20:49:02 น.
Counter : 355 Pageviews.

0 comment
### สุขได้ถ้าวางใจเป็น ###

















สุขได้ถ้าวางใจเป็น

"ความสุขที่แท้นั้นอยู่ที่การวางใจ
ของเราเอง โดยเฉพาะการรู้จักมอง
หรือการมีปัญญารู้เท่าทันความจริงของชีวิต
หากมีปัญญาหรือมองให้เป็นก็ย่อมเห็น
และสัมผัสกับความสุขได้ตลอดเวลา"

พระไพศาล วิสาโล










ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 28 ตุลาคม 2558
Last Update : 28 ตุลาคม 2558 11:05:34 น.
Counter : 483 Pageviews.

0 comment
### อุบายคลายโกรธ ###














อุบายคลายโกรธ
สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

พระไพศาล วิสาโล เขียนเล่าเรื่อง

หลวงพ่อโต พรหมรํสี

เป็นพระที่มีบุคคลิกโดดเด่นที่สุดในสมัยรัชกาลที่ ๔

แม้ได้รับสมณศักดิ์เป็นถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์

แต่ท่านกลับใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่มีพิธีรีตองราวกับเป็นพระธรรมดา

 ความรู้ทางพระธรรมวินัยของท่านจัดว่าแตกฉาน

แต่ท่านกลับไม่เคร่งครัดในแบบแผน ขนบธรรมเนียม

หลายอย่างที่ผู้คนยึดติดถือมั่น ท่านไม่สนใจเอาเลย

ปฏิบัติตนอย่างผ่อนคลาย เป็นกันเอง และเปี่ยมด้วยเมตตา

เป็นที่ร่ำลือกันว่า ใครมานิมนต์ท่าน ไม่ว่ายากดีมีจน

 ท่านไม่เคยปฏิเสธ แต่จะไปเทศน์เมื่อใด ท่านไม่เคยกำหนดเวลา

 บางคราวเจ้าของบ้านหลับแล้ว ท่านไปถึงก็นั่งเทศน์ที่ประตูบ้าน

 เทศน์ตรงหัวบันไดบ้านก็เคย

คราวหนึ่งท่านไปเทศน์ต่างจังหวัด ถึงที่หมายตอนยามสาม

 (ประมาณตี ๓-๖ โมงเช้า) ผู้คนนอนหลับกันหมดแล้ว

 ท่านสั่งให้คนแจวเรือตีกลองดังตูม ๆ แล้วก็เทศน์ชูชกอยู่แต่ผู้เดียว

 ชาวบ้านต้องลุกมาฟังท่านจนสว่าง

ท่านเคยนั่งเรือไปทอดกฐินที่อ่างทอง

ระหว่างทางได้แวะจำวัดบนโบสถ์แห่งหนึ่ง

กลางดึกขณะที่คนเรือนอนหลับ ขโมยได้ล้วงเอาเครื่องกฐินไปหมด

เมื่อท่านรู้ แทนที่จะโมโห กลับดีใจ ขณะที่นั่งเรือกลับ

ชาวบ้านถามท่านว่าทอดกฐินเสร็จ ท่านตอบว่า

 “ทอดแล้วจ้า แบ่งบุญให้ด้วย”

กลางทางท่านซื้อหม้อบรรทุกเต็มลำ ใ

ครถามท่านว่าซื้อไปทำไมมากมาย ท่านตอบว่า

 “ไปแจกชาวบางกอกจ้า”

กว่าจะถึงวัดระฆัง ท่านก็แจกหม้อจนหมด

 ปรากฏว่าวันนั้นหวยออก

 ม หันหุนเชิด คนที่คอยดูหวยจากท่าน ถูกกันมากมาย

คราวหนึ่งท่านกำลังจำวัดในกุฏิที่วัดระฆัง

ขโมยได้เจาะพื้นกุฏิเพื่อล้วงเอาข้าวของที่วางเกลื่อน แต่ล้วงไม่ถึง

 ท่านเห็นแล้วก็สงสาร ช่วยเอาไม้เขี่ยของเหล่านั้นให้ใกล้มือขโมย

ได้ของไปแล้วก็ยังไม่พอใจ ขโมยยังจะเอาเรือใต้ถุนกุฏิไปด้วย

 ระหว่างที่เข็นเรืออยู่ ท่านก็เปิดหน้าต่างแล้วบอกขโมยว่า

“เข็นเบา ๆ หน่อยจ้า ถ้าดังไปพระท่านได้ยินเข้า

 ท่านจะตีเอาเจ็บเปล่าจ้า” ท่านยังแนะนำขโมยด้วยว่า

 “เข็นเรือบนที่แห้ง เขาต้องเอาหมอนรองข้างท้ายให้โด่งก่อนจ้า

 ถึงจะกลิ้งสะดวกดี เรือก็ไม่ช้ำไม่รั่วจ้า”

ขโมยได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกเกรงใจท่าน ไม่เข็นต่อ

แล้วค่อย ๆ ย่องออกไปพร้อมกับของที่ล้วงมาได้

หลวงพ่อโตมีวิธีสอนธรรมแปลก ๆ

ท่านเคยไปเทศน์คู่กับพระพิมลธรรม (ถึก) แห่งวัดพระเชตุพน

 ขณะอยู่บนธรรมาสน์ เจ้าคุณพิมลธรรมได้ตั้งประเด็นขึ้นว่า

“โทโสเป็นกิเลสสำคัญ พาเอาเจ้าของต้องเสียทรัพย์

เสียชื่อเสียงเงินทอง เสียน้องเสียพี่ เสียที่เสียทาง

 เสียเหลี่ยมเสียแต้ม ก็เพราะลุแก่อำนาจโทโส

ให้โทษให้ทุกข์แก่เจ้าของมากนัก”

จากนั้นก็ถามหลวงพ่อโต ซึ่งมีสมณศักดิ์สูงกว่าท่านว่า

 “โทโส(เมื่อ)จะเกิดขึ้น เกิดตรงที่ไหนก่อนนะขอรับ

 ขอให้แก้ให้ขาว”

ระหว่างนั้นหลวงพ่อโตแกล้งทำเป็นหลับ ไม่ได้ยินคำถาม

ซ้ำยังกรนเสียด้วย เจ้าคุณพิมลธรรมจึงถามซ้ำ ๒-๓ ครั้ง

ท่านก็นั่งเฉย เจ้าคุณพิมลธรรมจึงโมโห ตวาดเสียงดังว่า

“ถามแล้วไม่ฟังนั่งหลับใน” ว่าเช่นนี้ถึงสองครั้ง

 หลวงพ่อโตแกล้งตื่นแล้วด่าออกไปว่า

 “อ้ายเปรต อ้ายกาก อ้ายห่า อ้ายถึก กวนคนหลับ”

ท่านเจ้าคุณพิมลธรรมได้ยินเช่นนี้ก็โกรธจัด

คว้ากระโถนปามายังหลวงพ่อโต แต่พลาดไปโดนเสาศาลา

แตกดังเปรี้ยง ผู้คนแตกตื่นตกใจ

 แต่หลวงพ่อโตนิ่งสงบ แล้วกล่าวกับญาติโยมว่า

 โทโสโอหังเกิดขึ้นเมื่ออนิฏฐารมณ์ คือ

 รูปที่ไม่น่าดู เสียงที่ไม่น่าฟัง กลิ่นที่ไม่น่าดม รสที่ไม่น่ากิน

สัมผัสที่ไม่สบาย และความคิดที่ไม่ถูกใจ

มากระทบกับตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

“เมื่อสำรวมไม่ทันจึงดันออกข้างนอกให้คนอื่นรู้ว่าเขาโกรธ

 ดังเช่นเจ้าคุณพิมลธรรมเป็นตัวอย่าง

ถ้าเขายอท่านว่าพระเดชพระคุณแล้วท่านยิ้ม พอเขาด่าก็โกรธ”

อย่างไรก็ตามท่านได้ชี้ว่า แม้โทโสเกิดขึ้น

 “โทโสก็ไม่มีอำนาจกดขี่เจ้าของได้เลย เว้นแต่เจ้าของโง่เผลอสติ

 เช่น พระพิมลธรรมถึกนี้ โทโสจึงกดขี่ได้”

 หลวงพ่อโตสรุปด้วยการบอกญาติโยม

ให้ดูท่านเจ้าคุณพิมลธรรมเป็นตัวอย่าง

“ตัวท่านเป็นเพศพระ ครั้นท่านขาดสังวร

ท่านก็กลายเป็นโพระ กระโถนเลยแตกโพละ

 เพราะโทโสของท่าน....จงจำไว้ทุกคนเทอญ”

นอกจากมีความสามารถในการชี้ให้คนเห็น

ถึงสาเหตุและโทษของความโกรธแล้ว

 หลวงพ่อโตยังมีอุบายในการเตือนสติให้คลายความโกรธด้วย

ไม่เว้นแม้กระทั่งความโกรธของพระเจ้าแผ่นดิน

ปลายสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ได้นิมนต์พระมาสวดอภิธรรม

ในงานบำเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

 วังหน้า ซึ่งเพิ่งเสด็จสวรรคต

เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงพระที่นั่งซึ่งจัดงาน

พระทั้ง ๘ รูปก็ตกใจ ด้วยเกรงพระบรมราชานุภาพ

พากันวิ่งหนีไปแอบในม่านที่กั้นพระโกศ พระองค์จึงกริ้วมาก

 ตรัสว่า “ดูซิ ดูซิ ดูถูกข้า มาเห็นข้าเป็นเสือ เป็นยักษ์

เอาไว้ไม่ได้ ต้องให้มันสึกให้หมด”

ว่าแล้วก็ทรงมีพระราชหัตถเลขาไปยังหลวงโต

เพื่อให้ทำการสึกพระเหล่านั้น

หลวงพ่อโตอ่านแล้ว ก็จุดธูป ๓ ดอก จี้ที่กระดาษ

บริเวณที่ว่างจากลายพระหัตถ์ แล้วส่งคืน

โดยไม่พูดอะไร และไม่ได้ทำตามรับสั่ง

ครั้นพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นรู ๓ รูในกระดาษ

ก็ทรงทราบความหมาย รับสั่งว่า

 “อ้อ ท่านให้เราดับราคะ โทสะ โมหะ อันเป็นไฟ ๓ กอง

 งดที งดที เอาเถอะ ๆ ถวายท่าน”

จากนั้นทรงมีรับสั่งให้ไปนำตัวพระทั้ง ๘ มานั่งประจำที่

 แล้วทรงแนะนำสั่งสอนให้ท่านรู้ระเบียบจรรยา

ในการรับเสด็จหน้าพระที่นั่ง

เป็นอันว่าเรื่องนี้จบลงด้วยดี

เพราะปรีชาญาณของหลวงพ่อโต












ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตธรรมชาติที่พักใจ




Create Date : 27 ตุลาคม 2558
Last Update : 27 ตุลาคม 2558 15:05:15 น.
Counter : 388 Pageviews.

0 comment
### วิถีชีวิตพอเพียง ###


















“ความพอเพียง”

ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า

เมื่อหาได้พอเพียงกับการบริโภคแล้ว

ก็หยุดแค่นั้น เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ

“พอเพียง”หมายความว่ากินน้อยใช้น้อยแต่ยังขยันอยู่

 และที่หามาได้เกินความต้องการ ก็ไม่ใช่เพื่อการบริโภคส่วนตัว

 แต่เพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม

เพื่อนำเอาส่วนเกินไปช่วยเหลือสังคม

 เหมือนคนไทยสมัยก่อนมักจะบริโภคน้อย บ้านก็หลังเล็กๆ

 แต่ขยันทำงานเพื่อที่จะเอาเงินที่ได้มาไปช่วยเหลือสังคม

 เช่น ช่วยสร้างวัด ช่วยเหลือคนยากคนจน

นี่คือความคิดเรื่อง เศรษฐีในสมัยพุทธกาล

ซึ่งก็ได้รับการสืบทอดมาในสังคมพุทธมาเป็นลำดับ

 คือ “บริโภคพอเพียง แต่ว่าทำงานเต็มที่”

พอเพียงไม่ได้หมายความว่าทำแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ

 ฉันกินข้าวเท่านี้ฉันก็ตำเท่านี้

มีบางคนวันหนึ่งทำงาน ๘ ชั่วโมงได้ ๓๐ บาท ก็พอดีกับที่ต้องการ

แต่วันดีคืนดีปรากฏว่าค่าแรงมันขึ้นจากได้วันละ ๓๐ บาท

ก็ได้มาเป็นวันละ ๔๕ บาท เขาก็เลยทำแค่ ๓ ใน ๔ ของวัน

 ก็คือ ๖ ชั่วโมง ก็เพราะว่าทำ ๖ ชั่วโมงก็ได้ ๓๐ บาท

เท่ากับที่ฉันต้องการ อย่างนี้ยังไม่เรียกว่าวิถีพอเพียง

ความพอเพียงก็คือว่า คุณยังต้องทำเหมือนเดิม

ทำ ๑ วัน คุณได้มา ๔๕ บาท คุณใช้ ๓๐ ที่เหลืออีก ๑๕ บาท

คุณไม่ได้เอามาใช้ในการบริโภคเพิ่มเติม

 แต่ว่าเอาไปใช้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม

เอาไปให้วัดให้วา ทำบุญทำกุศลหรือว่าช่วยเหลือคนที่เดือนร้อน

 นี่คือ “วิถีชีวิตพอเพียง” ในความหมายของหลักพุทธศาสนา

คือ บริโภคน้อยแต่ทำมาก มีเวลาอยู่กับครอบครัว

 มีเวลาช่วยเหลือสังคมด้วยและก็มีเวลาอยู่กับตัวเอง

ในการปฏิบัติธรรม

พระไพศาล วิสาโล











ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
วัดป่าสุคะโต ต.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ
ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ




Create Date : 27 ตุลาคม 2558
Last Update : 27 ตุลาคม 2558 14:33:22 น.
Counter : 222 Pageviews.

0 comment
### นายเหนือหัว ###


















นายเหนือหัว

นายของตน คนที่หนึ่ง คือท้องปาก
ยามท่านอยาก ท่านเรียกร้อง ต้องรีบหา
มาป้อนท่าน ให้ทัน แก่เวลา
ท่านชื่อว่า “นายกิน” เก่งสิ้นดี

นายของตน คนที่สอง คือเนื้อหนัง
ท่านไม่ฟัง เสียงใคร ใฝ่เสียดสี
แต่ในเรื่อง นุ่มเนื้อ เหยื่อโลกีย์
ชื่อท่านมี ว่า “นายกาม” ตะกลามจริง

นายของตน คนที่สาม คือหูหัว
เฝ้ายกตัว เรื่อยไป คล้ายผีสิง
ทั้งยกหาง แกว่งไกว ไวกว่าลิง
มีชื่อพริ้ง ว่า “นายเกียรติ” ใครเกลียดเอยฯ

พุทธทาสภิกขุ











ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตธรรมชาตืที่พักใจ
ขอบคุณ fb. Zen Sukato




Create Date : 26 ตุลาคม 2558
Last Update : 26 ตุลาคม 2558 15:36:19 น.
Counter : 211 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....