Group Blog
All Blog
### เวลาภาวนาถ้าใจไม่ถึงอุเบกขา อย่าเพิ่งหยุด ###
















“เวลาภาวนาถ้าใจไม่ถึงอุเบกขา

 อย่าเพิ่งหยุด”

ธรรมะก็ต้องค้นคว้า ต้องศึกษา ต้องหาเหตุหาผลให้ได้

พอจับประเด็นได้แล้วนี้มันง่ายแล้ว

ที่มันยากเพราะมันยังจับหัวจับหางไม่ถูก ชอบไปจับผิด

แทนที่จะไปจับที่เหตุกลับไปจับที่ผล มันก็เลยไม่ค่อยได้

เพราะผลมันเกิดจากเหตุ

ถ้าเรามาจับที่เหตุกันมาเจริญสติกัน

เดี๋ยวผลต่างๆ มันก็ตามมาเอง

นี่เราชอบไปอ่านหนังสือธรรมะ

ธรรมะท่านก็แสดงผลต่างๆ ให้เห็น

 ก็เลยอยากจะได้ผลกัน นั่งแล้วผลก็ไม่ปรากฏสักที

เพราะนั่งรอผลกัน ไม่ได้นั่งทำผลกัน ไม่ได้เจริญสติกัน

หรือพอเกิดผลอะไรนิดๆ หน่อยๆ ขึ้นมาก็หลงไปกับผลนั้นแล้ว

 ยังไม่ได้ผลแท้ที่ต้องการ หรือมีผลอะไรไม่ดีก็ยอมแพ้เลย

 เลิกไปเลย บางทีนั่งไปแล้ว รู้สึกว่ามีใครมายืนอยู่ข้างหลังก็กลัวแล้ว

 ไม่กล้านั่งต่อไป จิตมันหลอกเรา จิตมันหลอน

จิตมันเป็นตัวหลอก นั่งนี้เพื่อให้มันถึงจุดว่างจุดสงบ

 ถ้ายังไม่ว่างอย่าเพิ่งหยุดภาวนา ภาวนาไปเรื่อยๆ

ถึงแม้มีอะไรดีขนาดไหนก็อย่าไปสนใจ

 น้ำตาจะไหล ไฟจะสว่าง แสงจะสว่าง

ขนจะลุกหรืออะไรก็อย่าไปสนใจมัน มันยังไม่ได้เป็นผลแท้

 มันเป็นผลเทียม เป็นผลข้างเคียง เป็นของแถม

เติมน้ำมันยังเติมไม่เต็มถัง พอเขาแจกของปั๊บก็ไปเลย

 พอไปจอดปั๊มเขายังไม่ทันเอาน้ำมันใส่ถัง เอาของมาให้ก่อน

 จ่ายเงินปั๊บไปเลย ไปเดี๋ยวเดียวก็จอด

ดังนั้นเวลาภาวนาถ้าใจไม่ถึงอุเบกขา อย่าเพิ่งหยุด

ถ้าใจยังไม่ว่างยังไม่สงบ ความคิดปรุงเเต่งยังไม่หายไป

อย่าเพิ่งหยุด ภาวนาเพื่อให้หยุดคิดปรุงเเต่ง

 มีอะไรมาให้รับรู้ก็อย่าตามไป อย่าไปสนใจ

บางคนก็รู้สึกว่ามีดวงวิญญาณมีดวงอะไรมาก็ไม่ต้องไปสนใจ

 อย่าไปรับแขก อย่าไปรับรู้ บอกตอนนี้ไม่ว่าง

 ตอนนี้กำลังภาวนาอยู่ ตอนนี้กำลังต้องการอุเบกขาอยู่

เพราะอุเบกขานี้จะทำให้ใจเราเฉย ทำให้ใจเรานิ่ง

 ทำให้ใจเราปล่อยวางไม่วุ่นวายไปกับสิ่งต่างๆ ที่มาให้เรารับรู้

ถ้าเรามีตัวนี้แล้วเราก็จะตัดตัณหากิเลสได้

 เวลาเกิดตัณหาเราก็เฉยกับมันเสีย มันอยากจะดื่มกาแฟก็ไม่ดื่ม

 พอมันอยากบ่อยๆ เข้าไม่ดื่มบ่อยๆ เข้ามันก็หายไปเอง

อุเบกขานี้มันเป็นอาหารใจ สมาธิเป็นเหมือนกับอาหารใจ

พอใจสงบแล้ว มันอิ่มใจสุขใจ ถึงแม้ว่ากิเลสยังไม่ตายไป

มันก็ไม่มาทำให้เราวุ่นวายใจได้ นอกจากเราไปตามใจมันเอง

 พอมันบอกอยากจะดื่มกาแฟก็ไปดื่ม ทั้งๆที่ไม่ดื่มก็อยู่ได้

เอานะไม่เป็นไรนะแก้วเดียว เวลาดื่มก็ดื่มก็ดื่มแก้วเดียว

 มีใครดื่มร้อยแก้ว บุหรี่ก็มวนเดียวเท่านั้น

ต้องบอกว่าไม่เอา ใจสบายแล้วไปดื่มทำไม คือมันจะมีกำลังปฏิเสธ

 ถ้าใจไม่มีอุเบกขานี้มันไม่มีกำลังที่จะปฏิเสธ

 พอนึกถึงปั๊บนี้มันต้องควานหากาแฟแล้ว ควานหาบุหรี่แล้ว

แต่ถ้ามีอุเบกขา ถึงแม้จะนึกถึงมันก็ใช้ปัญญาแยกแยะได้ว่า

 ทำไปแล้วมันดีหรือไม่ดี มันดีเดี๋ยวเดียว

 ดีแล้วก็ต้องติดมันเป็นทาสของมัน ก็ต้องหามาอยู่เรื่อยๆ

เวลาหาไม่ได้ก็หงุดหงิด รำคาญใจ สู้เลิกดีกว่าอย่าไปกินดีกว่า

อย่าไปดื่มดีกว่า แล้วเป็นอิสระ

ต่อไปเวลาไปไหนมาไหนไม่ต้องหอบของพลุงพลัง

ไปไหนต้องมีของประจำตัวเองติดไป กาฟงกาแฟน้ำตงน้ำตาล

ถ้วย กระตกกระติ๊ก นี่เราปฏิบัติเราต้องรู้ว่าปฏิบัติเพื่อตัดสิ่งเหล่านี้

 ถ้าเรายังไม่อยากตัดสิ่งเหล่านี้ก็อย่าไปปฏิบัติเลย

เราต้องเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นโทษมันเป็นยาเสพติด

เพียงแต่ว่ามันไม่รุนแรงเหมือนยาเสพติดเท่านั้นเอง

 แล้วคนส่วนใหญ่ติดกันก็เลยถือว่าไม่เป็นไร

ถ้าไปอยู่วัดปฏิบัติจริงๆ เขาไม่มีให้ดื่มหรอก

 วัดป่าบ้านตาดสมัยก่อน ท่านไม่มีน้ำปานะให้ดื่ม ฉันเสร็จแล้วก็จบ

เพราะสมัยครูบาอาจารย์ท่านไปธุดงค์ในป่าท่านก็ไม่มีน้ำปานงปานะกัน

ท่านก็บิณฑบาตจากชาวบ้าน บิณฑบาตจากชาวเขา

ได้อะไรก็ฉัน ชาวบ้านเขาก็ไม่มีกาฟงกาแฟมาถวาย

ท่านก็อยู่กันแบบนั้น ท่านก็ดื่มน้ำต้ม ต้มน้ำสมุนไพร

วันไหนมีคนเอาน้ำตาลมาถวายหน่อย โอ๊ย ใส่เข้าไปนี้แหม อร่อย

มีน้ำตาลอย่างเดียวก็พอ เอาแก่นไม้ที่เป็นยามาต้ม

แล้วก็ใส่น้ำตาลไปหน่อย แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่มีก็ภาวนาเอา

 ทำใจให้อิ่ม ทำใจให้อิ่มแล้วมันก็ลืมเรื่องการดื่มการอะไรได้

 และเดี๋ยวเวลามันก็ผ่านไป ผ่านไปแล้วมันก็ลืม

อยู่ห่างไกลจากสิ่งต่างๆ ได้ ต่อไปมันก็ไม่ติด

ไม่ติดแล้วมันก็สบาย ไปไหนมาไหนไม่ต้องมาพะวงกับเรื่องราวต่างๆ

 สิ่งต่างๆ ไอ้นั้นจะขาดไหม ไอ้นี่จะขาดไหม

เลิกเป็นคนติดยาเสพติด เลิกติดรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะก็เป็นยาเสพติด

มันมีหลายระดับไง อย่างที่ยาเสพติดนี้มันรุนแรง

ระดับที่พอติดแล้วถ้าขาดนี้มันจะลงแดงเลย มันจะตายเอา

 แต่ระดับน้ำชากาแฟนี้มันไม่ถึงกับตาย

 ระดับขนมนมเนยมันไม่ถึงกับตาย แต่มันจะตายเพราะกินแหละ

ไม่ใช่มันตายเพราะไม่ได้กินนะ

กินขนมนมเนยเข้าไปมากๆก็ไขมันอุดตัน เบาหวานขึ้น

ความดันขึ้น น้ำหนักขึ้น โรคเก๊าท์

มีแต่โรคภัยไข้เจ็บ โรคภัยไข้เจ็บเกิดจากการกินของเรานี่แหละ

ไม่ได้เกิดจากอะไรหรอก คนกินมากโรคก็มาก

เราต้องมาต่อสู้กับความอยาก เราเป็นทาส

ถ้าเราต้องการอิสรภาพเราก็ต้องฆ่ามัน

ฆ่าตัวที่มาคอยสั่งให้เราไปหาโน้นหานี่มาให้มัน

 หามาได้เท่าไหร่มันก็ไม่พอ เวลาหาไม่ได้ก็ถูกมันลงโทษให้เครียด

 ให้หงุดหงิดให้รำคาญใจ มาเจริญสติมาหยุดความคิด

 พอไม่คิดถึงเรื่องราวต่างๆ ความอยากก็เกิดไม่ได้

ไม่มีความอยากใจก็ว่างเย็นสบาย นั่งสมาธิใจก็จะสงบ

สงบแล้วก็อิ่มพอไม่หิวไม่ต้องการอะไร

ถ้าเกิดความอยากมันขึ้นมาก็ใช้ปัญญาสอนใจอย่าไปอยาก

 อย่าไปทำตามความอยาก

ถ้าไม่ทำตามความอยากไปสักระยะหนึ่งก็หายไปเอง.

........................

ธรรมะบนเขา (สนทนาธรรม) วันพระที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๗

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต










Create Date : 27 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2558 14:55:57 น.
Counter : 269 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....