Group Blog
All Blog
### บทเรียนจากหลวงพ่อชา ###

















เรื่องเล่าเช้าวันพระ:

บทเรียนจากหลวงพ่อชา
หลวงพ่อชา สุภัทโท

...................

พระไพศาล วิสาโล เขียนเล่าเรื่อง

พูดถึงวุฒิการศึกษาทางโลก หลวงพ่อชา สุภัทโท

จบแค่ชั้นป.๑ เท่านั้น แต่ท่านมีลูกศิษย์ที่จบปริญญามากมาย

ที่เป็นดอกเตอร์ก็มิใช่น้อย ยิ่งกว่านั้นยังมีชาวต่างประเทศ

ความรู้สูง มาบวชกับท่านเป็นจำนวนมาก

เรื่องหนึ่งที่ผู้คนสอบถามท่านเสมอก็คือท่านสอนฝรั่งได้อย่างไร

ในเมื่อท่านไม่รู้ภาษาอังกฤษเลย คำตอบของท่านก็คือ

 “ที่บ้านโยมมีสัตว์เลี้ยงไหม อย่างหมาแมว หรือวัวควายอย่างนี้

 เวลาพูดกับมัน โยมต้องรู้ภาษาของมันด้วยหรือเปล่า?”

สำหรับหลวงพ่อชา การสอนที่สำคัญมิใช่การพูด

แต่อยู่ที่การทำให้ดูและชวนให้ทำ ซึ่งใคร ๆ สามารถเรียนรู้ได้

โดยไม่ต้องอาศัยภาษาใด ๆ

“พาเขาทำเอาเลย ทำดีได้ดี ถ้าทำไม่ดีก็ได้ของไม่ดี

พาเขาทำดู เมื่อทำจริง ๆ ก็เลยได้ดี เขาก็เลยเชื่อ

 ไม่ใช่มาอ่านหนังสือเท่านั้นนะ ทำจริง ๆ นี่แหละ สิ่งใดไม่ดีก็ละมัน

 อันไหนไม่ดีก็เลิกมันเสีย มันก็เป็นความดีขึ้นมา”

การเรียนรู้จากการทำนั้นให้ผลที่ยั่งยืนกว่า

เช่นเดียวกับการเรียนรู้จากประสบการณ์

ไม่ว่าประสบการณ์นั้นจะดีหรือไม่ดี

ก็สามารถสอนใจเราได้ทั้งนั้น

 อยู่ที่ว่าจะรู้จักมองหรือเก็บเกี่ยวบทเรียนหรือไม่

พระอาจารย์สุเมโธ ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน

และเป็นพระฝรั่งรูปแรกที่มาอยู่กับหลวงพ่อชาเล่าว่า

มีคราวหนึ่งหลวงพ่อชาสั่งให้ท่านขึ้นเทศน์ ๓ ชั่วโมง

โดยไม่ทันได้เตรียมตัว ทั้งกำชับว่าห้ามลงก่อนหมดเวลา

 ช่วงแรก ๆ ท่านก็เทศน์ได้เรื่อย ๆ เพราะมีเรื่องพูด

แต่เมื่อเทศน์นานเข้า ก็ไม่รู้ว่าจะเทศน์อะไร

 ต้องพูดวนไปเวียนมา ตอนนั้นภาษาไทยก็ไม่คล่อง

ผลก็คือคนฟังนั่งหลับเป็นส่วนใหญ่

ใครที่เจอประสบการณ์แบบนี้ ย่อมรู้สึกแย่

 และอาจถึงกับสูญเสียความมั่นใจในการพูด

ตามมาด้วยความหงุดหงิดขัดเคืองใจ

 แต่สำหรับพระอาจารย์สุเมโธ

ประสบการณ์ครั้งนั้นมีประโยชน์มาก

 เพราะช่วย “แก้กิเลส” หรือลดอัตตาของท่านได้ดี

“นิสัยของชาวอเมริกันเรามีอัตตาสูง

ความเชื่อมั่นในตัวเองมีมาก

เวลาขึ้นธรรมาสน์ก็อยากจะเทศน์ให้น่าฟัง

อยากจะให้ทุกคนฟังด้วยความตั้งใจ

 แต่ถ้าเห็นใครง่วงนอนหรือไม่ตั้งใจฟังก็อยากจะหยุดพูดทันที

 เป็นเพราะจิตใจเรายังมีความหวั่นไหวกับโลกธรรมอยู่”

ยิ่งมีอัตตา ก็ยิ่งจำเป็นต้องถูกถอนอัตตา

 ในทำนองเดียวกัน ยิ่งกลัวความล้มเหลว ไม่อยากได้คำตำหนิ

ก็ยิ่งจำเป็นต้องเจอความล้มเหลวและคำตำหนิ

 จิตใจจะได้มั่นคงไม่หวั่นไหวกับสิ่งนั้น

 นี้เป็นหลักการสอนข้อหนึ่งของหลวงพ่อชาก็ว่าได้

พระฝรั่งอีกรูปหนึ่งที่ได้บทเรียนดังกล่าวจากหลวงพ่อชา

 ก็คือพระอาจารย์ญาณธัมโม ชาวออสเตรเลีย

วันหนึ่งท่านมีเรื่องขัดใจกับพระรูปหนึ่งที่วัด

 รู้สึกหงุดหงิดตลอดทั้งวัน

 วันรุ่งขึ้นระหว่างเดินบิณฑบาตก็ครุ่นคิดอยู่กับเรื่องนั้นตลอดทาง

พอกลับเข้าวัดก็เห็นหลวงพ่อชาเดินสวนมา

ท่านยิ้มให้และทักทายเป็นภาษาอังกฤษว่า กู๊ดมอร์นิ่ง

 เพียงเท่านั้นอารมณ์ของพระญาณธัมโมก็เปลี่ยนไปทันที

ความหงุดหงิดขุ่นมัวหายไปเป็นปลิดทิ้ง มีความปลื้มปีติมาแทนที่

ตกเย็นหลวงพ่อชาสั่งให้ท่านเข้าไปถวายการนวดที่กุฏิ

เป็นการส่วนตัว ท่านรู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก

เพราะโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดสองต่อสองเช่นนั้นหาได้ยากมาก

 เพราะท่านยังเป็นพระใหม่ ท่านถวายการนวดอย่างตั้งอกตั้งใจ

ด้วยความปลื้มปีติ แต่จู่ ๆ โดยไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว

 “หลวงพ่อชาก็ถีบเปรี้ยงเข้าที่ยอดอก

ซึ่งกำลังพองโตด้วยความรู้สึกภาคภูมิของอาตมา

จนล้มก้นกระแทก”

ความตกใจและมึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นหายเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อได้ยินคำตำหนิของหลวงพ่อชาว่า

“จิตใจไม่มั่นคง พอไม่ได้ดังใจก็ขัดเคือง หงุดหงิด

เมื่อได้ตามปรารถนาก็ฟูฟ่อง”

เพียงเท่านั้นพระญาณธัมโมถึงกับร้องไห้

 ไม่ใช่เสียใจเพราะถูกด่า

 แต่เพราะซาบซึ้งในบุญคุณของท่าน

“หลวงพ่อเมตตามากที่ชี้กิเลสของเรา

 ไม่เช่นนั้นเราก็คงมืดบอดมองไม่เห็น

คงเป็นคนหลงอารมณ์ไปอีกนาน”

นี้เป็นบทเรียนสอนใจให้มั่นคงจากหลวงพ่อชา

ที่พระอาจารย์ญาณธัมโมไม่เคยลืมเลือน

การเรียนรู้ที่ดีนั้นต้องเกิดจากการเจอ “ของจริง”

แม้เป็นของจริงที่ไม่พึงปรารถนา แต่มันก็สามารถสอนใจ

และฝึกใจเราได้มาก จะว่าไปแล้วคนเราเรียนรู้

จากสิ่งที่ขัดใจได้มากกว่าสิ่งที่ถูกใจด้วยซ้ำ




........................................








ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโตเพื่อธรรมะและธรรมชาติ
ขอบคุณเจ้าของภาททุกภาพค่ะ




Create Date : 25 ธันวาคม 2558
Last Update : 25 ธันวาคม 2558 10:55:57 น.
Counter : 275 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....