Group Blog
All Blog
### การปฏิบัติเบื้องต้น ###
















“การปฏิบัติเบื้องต้น”

การปฏิบัติธรรมนี้ก็เริ่มต้นที่รักษาศีล ๘

แล้วก็หัดเดินจงกรมนั่งสมาธิเจริญสติไปก่อน

สตินี้เป็นธรรมที่สำคัญเป็นเหมือนกุญแจรถ

จะให้รถวิ่งได้ต้องมีกุญแจ เปิดประตูเข้าไปในรถแล้วก็สตาร์ทรถ

ถ้าไม่มีกุญแจก็เข้าไปในรถขับรถไม่ได้

ใจก็เหมือนรถ เราจะขับใจให้ไปพระนิพพาน

 ก็ต้องใช้สติเป็นผู้นำไป

ที่ไปปฏิบัติที่สำนักปฏิบัติเขาจะสอนให้ฝึกสติไปก่อน

ให้มีสติอยู่กับร่างกายก็ได้ มีสติอยู่กับพุทโธก็ได้ ให้ใจหยุดคิด

 เป้าหมายก็คือใจชอบลอยไปตามความคิด

 ลอยไปแล้วมันก็ไม่นิ่งมันก็ไม่สงบ มันก็ไม่มีความสุข

มันก็จะดิ้นหาความสุขทางจากตา หู จมูก ลิ้น กาย

แล้วมันก็จะไปเจอความทุกข์ นี่คือปัญหาของคนที่ไม่มีสติ

 ไม่มีสติใจมันจะไม่นิ่ง พอไม่นิ่งมันก็จะเกิดความหิว

ความอยากตัณหาต่างๆ ขึ้นมา อยากในรูป เสียง กลิ่น รส

อยากมีอยากเป็น อยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้

อยากไม่ได้ แล้วพอไปหามาก็ต้องมาทุกข์กับสิ่งที่ได้มา

 แล้วเวลาเสียไปก็ต้องทุกข์กับสิ่งที่เสียไป

ก็จะเวียนอยู่กับหาความทุกข์ ถ้าไม่มีสติ เพราะจะให้อยู่เฉยๆ

ไม่ไปหาความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กายก็ทุกข์อีก

อยู่เฉยๆก็ไม่ได้ อยู่เฉยๆ ความอยากดู อยากฟัง

อยากดื่ม อยากรับประทานมันคอยดันคอยผลัก

ทำให้ต้องไปหาสิ่งต่างๆ มา หามาแล้วก็ได้ความสุขเดี๋ยวเดียว

 แล้วก็หายไปแล้วก็ต้องหาใหม่ ถ้าหาไม่ได้ก็ทุกข์อีก

 แต่ถ้ามีสติแล้วใจจะนิ่งใจจะสงบ ใจจะอยู่เฉยๆ ได้

ใจจะสามารถควบคุมความอยากได้ เป็นการควบคุมชั่วคราว

คือคุมได้แต่ยังไม่สามารถที่จะทำลายมันได้

สตินี้หยุดความอยากได้ แต่ทำลายให้มันหายไปไม่ได้

 ต้องอาศัยปัญญา ถ้ามีสติแล้วขั้นต่อไปก็ใช้ปัญญาได้

เวลาเกิดความอยากก็ให้พิจารณาสิ่งที่เราอยากว่ามันไม่เที่ยง

มันไม่ถาวร มันไม่แน่นอน มันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

 มันมีเจริญมีเสื่อมมีเกิดมีดับ มีได้มีเสีย ได้มาแล้วก็ดีใจ

 เวลาเสียไปก็เสียใจ ก็กลับมาที่จุดเดิม จุดตอนที่ไม่มีอะไร

แล้วก็ต้องไปหาใหม่ หาใหม่ก็เจอแบบเดียวกัน

ได้มาแล้วเดี๋ยวก็เสียไปอีก

ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาถาวรก็ต้องเห็นว่ามันเป็นการไปหาความทุกข์

เพราะว่ามันไม่อยู่กับเราไปตลอด ถ้าเห็นว่ามันเป็นทุกข์แล้ว

ต่อไปก็จะไม่อยากได้ ก็จะตัดความอยากต่างๆ ได้

พอไม่มีความอยากก็จะไม่มีอะไรผลักดันใจให้ไปหาสิ่งต่างๆ

 ใจก็จะอยู่สงบ อยู่นิ่ง อยู่อย่างมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องมีอะไร

ตอนเริ่มต้นนี้ฝึกสติ ต้องรักษาศีล ๘ ให้ได้

เพราะศีล ๘ จะทำให้เรามีเวลามีปฏิบัติ

ถ้าเราไม่รักษาศีล ๘ เดี๋ยวเราก็จะไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำกัน

ไปดูพวกมหรสพบันเทิง ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

 หรือไปทำอะไรต่างๆร้อยแปด

เพราะว่าศีล ๕ นี้ไม่ได้ห้ามไม่ให้ไปทำอะไรต่างๆ

แต่ถ้าถือศีล ๘ นี้ห้าม ห้ามไม่ให้ไปหาความสุข

ทางตา หู จมูก ลิ้น กายให้ไปอยู่วัด

 คนที่อยากจะได้ธรรมะอยากจะได้หลุดพ้น จากความทุกข์

จะต้องทิ้งโลกไป เพราะโลกนี้เป็นโลกของความทุกข์

ต้องทิ้งลาภยศ สรรเสริญ ทิ้งความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย

 ทิ้งสามีทิ้งภรรยา ทิ้งบุตรทิ้งธิดา ทิ้งไปหมดเลย

 เพราะของพวกนี้มันเป็นทุกข์มากกว่าเป็นสุข

 ถ้าอยากจะได้สุขแบบไม่มีทุกข์ต้องไม่มีอะไร

ความสุขที่ไม่มีอะไรมาให้ความสุข

ถ้าไม่มีอะไรมันก็ไม่มีอะไรที่จะต้องสูญเสีย

ถ้ามีแล้วมันก็ต้องมีการสูญเสียมีการพลัดพรากจากกัน

 ถ้าไม่มีมันก็จะไม่มีอะไรต้องสูญเสีย

 ถ้ามีสติก็จะสามารถอยู่กับความไม่มีอะไรได้

 อยู่กับความว่างเปล่าได้ จำเป็นจะต้องฝึกสติ

 จำเป็นจะต้องมีศีล ๘ เป้นธรรม ๒ ชนิดที่เริ่มต้นปฏิบัติ

จะต้องพยายามสร้างขึ้นมาให้ได้ พยายามรักษาศีล ๘ ให้บ่อยๆ

 มีเวลาว่างก็รักษาศีล ๘ไป แล้วจะได้มีเวลามาคอยเจริญสติ

คอยควบคุมใจไม่ให้ลอยไปตามความคิดต่างๆ

ให้อยู่กับพุทโธๆ ไป หรือจะให้เฝ้าดูการกระทำของร่างกาย

 ร่างกายกำลังทำอะไรอยู่ก็ให้อยู่กับการกระทำของร่างกาย

ไม่ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้มันก็จะนิ่งได้

 แล้วถ้านั่งเฉยๆ หลับตาจิตก็จะรวมเป็นสมาธิได้

นี่คือการปฏิบัติธรรมในเบื้องต้น ต้องปฏิบัติต้องเจริญสติ

ต้องรักษาศีล ๘ ต้องไปอยู่ที่ห่างไกลจากเรื่องราวต่างๆ

อยู่บ้านเรื่องมันมาก คนนั้นคนนี้สิ่งนั้นสิ่งนี้มันจะเข้ามาคอยรบกวน

ถ้าอยากจะปฏิบัติธรรม ก็ต้องไปอยู่วัดที่เงียบๆ

ที่ไม่มีกิจกรรมอะไรต่างๆ เช่นไปอยู่วัดอัมพวัน

เขาก็จะจัดตารางให้ปฏิบัติใช่ไหม ตื่นกี่โมง ตื่นแล้วต้องทำอะไรบ้าง

 ตอนเริ่มต้นก็เหมือนเด็กอนุบาลต้องให้มีคนสอนก่อน

แต่พอเรารู้จักวิธีแล้ว ต่อไปเราก็ไปปฏิบัติของเราเองได้

เพราะการปฏิบัติจะก้าวหน้านี้ต้องปฏิบัติตามลำพัง

เพราะว่าไปปฏิบัติพร้อมๆกันนี้ ก็จะต้องรอคนที่เขาช้ากว่าเรา

 แต่ถ้าเราเร็วกว่าเขา เราก็ไปปฏิบัติของเราคนเดียว

ถ้าเราก้าวหน้ากว่าเขา ถ้าเราไปเรียนตามหลักสูตรนี้

เขาก็จะให้เรียนรวมกัน คนใหม่ คนเก่าก็เรียนแบบเดียวกัน

 แต่ถ้าเราก้าวหน้าแล้ว เราปฏิบัติของเราเองได้แล้ว

 เรารักษาศีล ๘ เองได้ เจริญสติของเราเองได้

 เราก็ไม่ต้องมีใครมาคอยพาทำแล้ว เราต้องพาเราเองทำเอง

ต้องดันตัวเราเอง ต้องบังคับตัวเราเอง

ต้องกำหนดตารางการปฏิบัติของตัวเราเอง

ว่าเราจะปฏิบัติวันละกี่ชั่วโมง จะปฏิบัติเวลาไหนบ้าง

 เป้าหมายก็คือให้มันปฏิบัติได้จนกระทั่งมันปฏิบัติได้ทั้งวันทั้งคืน

 นอกจากเวลาหลับ เวลาตื่นขึ้นมานี้จะใช้อยู่กับการปฏิบัติ

 ถ้าได้ปฏิบัติถึงขั้นนี้แล้วก็รับรองได้ว่า

 ผลต่างๆ มันก็จะปรากฏขึ้นมา 

แล้วการปฏิบัติมันก็ต้องมีครูหรือมีหนังสือ

คอยแนะนำขั้นตอนของการปฏิบัติ

 เพราะมันก็มีหลายขั้นตอนด้วยกัน

แล้วก็มีปัญหามีอุปสรรคอะไรต่างๆ ที่จะต้องแก้ไข

การปฏิบัติจะปฏิบัติโดยที่ไม่มีหนังสือหรือโดยที่ไม่มีครูสอนนี้

ก็จะหลงทางได้ ก็จำเป็นที่จะต้องมีครูมีหนังสือ คอยบอกทาง

เหมือนเป็นแผนที่ เวลาเดินทางเราก็ต้องมีแผนที่

คอยเปิดดูว่าเราจะไปทิศทางไหนกัน เราจะได้ไม่หลงทาง

 เพราะทางนี้มันก็ไม่ใช่ทางเดียว มันมีทางแยกไปทางอื่นได้

 เช่นทางสมาธินี้ มันมีทั้งทางที่ไปสู่ความสงบ

กับทางที่ไปสู่การรู้เห็นอะไรต่างๆ

การไปเห็นนิมิตอะไรต่างๆ หรือการไปมีความสามารถพิเศษอะไรต่างๆ

เราต้องรู้ว่าทางไหนเป็นทางที่ถูก ทางไหนเป็นทางที่ไม่ถูก

 ถ้าไม่มีครูอาจารย์ไม่มีหนังสือ เราก็อาจจะหลงไปคิดว่า

ทางที่ไปเห็นนั่นเห็นนี่ไปมีความสามารถพิเศษนี้

 เป็นทางที่ไปสู่พระนิพพาน แต่มันไม่ใช่

ทางที่จะไปสู่พระนิพพานนี้คือความสงบความนิ่งความว่างของใจ

คนปฏิบัติถึงขั้นนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ

 เพราะว่ามันสำหรับสมาธิมันก็มีเท่านี้

สมาธิก็คือความนิ่ง ความว่าง ความสงบ

แต่มันจะเป็นเครื่องมือที่จะมาใช้ในการเจริญปัญญาต่อไป

 ถ้าใจไม่นิ่งไม่สงบ เวลาจะพิจารณาทางปัญญานี้จะไปไม่ได้

เพราะจะมีกิเลสมาคอยขัดขวาง.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

ธรรมะบนเขา วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

สนทนาธรรม















ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 19 ธันวาคม 2558
Last Update : 19 ธันวาคม 2558 17:56:28 น.
Counter : 365 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....