Group Blog
All Blog
ทำบุญตักบาตร....อธิษฐานอะไรกันดีล่ะ






เราตักบาตรพระกันทุกเช้า
  เราอธิษฐานอะไรกันบ้างนะ
เมื่อฉันยังเด็ก 
 พระจะเดินมาบิณฑบาตถึงหน้าบ้าน 
 แม้จะเป็นบ้านทะเล
แต่พระท่านก็ยังเดินมาโปรด
   ฉันถูกบังคับให้ต้องตักบาตรพระทุกเช้า
ด้วยเหตุผลที่พ่อจะพูดเข้าหูว่า
" มันจะได้รู้ว่ามันถือศาสนาพุทธ เพราะ
นับวันมันก็จะเข้ารีดไปกับยายชีซะแล้ว" 
 พ่อคงจะเห็นฉันยกมือขึ้นแตะ
หน้าผาก แล้วมาแตะที่อก 
 ย้ายไปแตะบ่าขวา แล้วกลับมาแตะบ่าซ้าย
เป็นแน่แท้ ก็จะให้ทำอย่างไรล่ะ 
 เพราะพ่อนั่นแหละส่งฉันเข้าเรียน
ในโรงเรียนคอนแวนต์ตั้งแต่เล็ก
  โดยพูดกับแม่ว่า " ส่งไปให้ยายชีอบรม
สั่งสอน เพราะเราไม่มีเวลา"
  ก็เป็นอย่างนี้แหละทำให้ฉันเติบโต
มาโดยการเรียนรู้การสวดมนต์แบบศาสนาคริสต์
  ก็ไม่มีใครสอนฉันสวดมนต์
ของศาสนาพุทธเลยนี่นา 
   ฉันเรียนมาจนโรงเรียนไล่ให้ออกไปเรียนที่อื่น
เพราะไม่มีชั้นให้เรียนแล้ว 
 และเมื่อฉันได้ออกไปสู่โลกภายนอก
ณ. โรงเรียนแห่งใหม่ฉันต้องสวดมนต์ทุกเช้า 
 ทำให้ฉันได้รู้จักการสวดมนต์ของศาสนาพุทธบ้าง
   แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ 
 เพราะคำที่สวดนั้นฉันไม่รู้จะแปลอย่างไรดี
  แต่ก็เอาเถอะ ฉันก็สวดจนคล่อง
โดยใช้เวลาไม่นานนัก 
  เอาละๆๆเข้าเรื่องซะที ทุกเช้าฉันจะเห็นแม่
เตรียมข้าวสวย 1 ขันลงหิน 
  พร้อมกับ กับข้าวอีกสองอย่าง 
 ไม่ได้ใส่ถุงพลาสติกอะไรหรอก
พระท่านมีลูกศิษย์หิ้วปิ่นโตตามน่ะ
  แม่ตักกับข้าวใส่ปิ่นโต
แล้วยกขึ้นอธิษฐานในใจทุกครั้งก่อนส่งคืนเด็กวัด
  ส่วนข้าวสุกแม่ก็จะยกขันจบหัวทุกครั้ง
ก่อนตักข้าวใส่ลงไปในบาตรพระ ฉันไม่รู้หรอก
ว่าแม่อธิษฐานอะไร และไม่เคยสนใจด้วย

จวบจนฉันได้ย้ายเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ
หลังจากเรียนจบฉันก็ได้สอบเข้ารับราชการ
และกรมได้ส่งให้ไปทำงานในภาคเหนือ
   ซึ่งที่นี่เองฉันได้เห็นคนทางเหนือ
เขาทำบุญตักบาตรกันมากมาย 
  พุทธศาสนาช่างเบ่งบานดีแท้ ฉันได้แต่คิด
  และเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว 
 ฉันมักจะพูดคุยซักถามเรื่องพุทธศาสนากับหลายๆคน
  จึงได้ความกระจ่างมาบ้างแล้วว่า 
 ทำบุญตักบาตรแล้วทำให้จิตใจสดชื่นอิ่มบุญว่างั้นเถอะ
   ฉันเคยถามหลายคนว่าเวลาทำบุญตักบาตร
คุณอธิษฐานอะไรบ้าง 
  ก็ได้รับคำตอบที่คล้ายๆกันว่า 
 อธิษฐานให้เราพ้นจากภยันตราย
  ให้ครอบครัวเรามีความสุข 
 บ้างก็ว่าขอโชคลาภ 
 บ้างก็ว่าขอให้สมความปรารถนาในทุกสิ่งที่ตนหวังไว้ 
  บางคนว่าขอให้ตัวพ้นจากทุกข์
ทั้งหลายทั้งปวง ฉันได้ยินแล้วบอกตรงๆว่า
  "ทึ่งมากเลย" ฟังดูคล้ายกับว่า
ศาสนาพุทธนั้นอัศจรรย์มากขออะไรก็ได้
  ชักสนใจขึ้นมาอีกแล้วซิ
ฉันเริ่มเรียนรู้พุทธศาสนามากขึ้น
   ฉันเริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับพุทธศาสนามาอ่านมากมาย 
 รับแจกมาบ้าง ซื้อมาบ้าง ขอยืมเขามาอ่านบ้าง 
 ด้วยความอยากรู้ว่า ความจริงมันคืออะไรกันแน่

ฉันใช้เวลาวันหยุดราชการ
ท่องเที่ยวไปตามวัดต่างๆ  เข้าไปพูดคุยกับพระบ้าง
   ชีบ้าง มรรคทายกบ้าง เด็กวัดบ้าง 
  คนเฒ่าคนแก่บ้าง 
 ไม่มีอะไรหรอกอยากรู้เท่านั้นว่า
   คนเหล่านี้เขาคิดอะไรเกี่ยวกับพุทธศาสนาบ้างก็เท่านั้น
    ฉันเก็บเกี่ยวข้อมูลมาเรื่อยๆ
 ทุกครั้งที่ฉันไปหาความกระจ่างแจ้งเรื่องพุทธศาสนา
  บอกตรงๆว่ายังไม่โดนใจเลย
เพราะฉันสรุปได้ว่า 
 แทบทุกคนมักจะเอาตนเป็นที่ตั้ง 
 ขอโน่นขอนี่ เมื่อยังไม่สมหวังก็โทษเอาว่า
ยังไม่หมดเวรหมดกรรมบ้าง 
 ทำบุญน้อยไปบ้าง และหลากหลายเหตุผล
ที่จะนำมากล่าวอ้างกัน 
  แต่ก็ยังไม่ละทิ้งการทำบุญตักบาตรกันแต่อย่างไร

ฉันเริ่มก้าวต่อไปอีก
โดยใช้วันหยุดราชการหลายวันติดต่อกัน
เดินทางไปยังจังหวัดอื่นที่ได้อ่านพบในหนังสือ
ว่ามีพระภิกษุที่เคร่งครัด
และเป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีชื่อคนรู้จักกันมากมาย 
 ฉันเข้าไปอธิษฐานจิต ขอเรียนรู้
และฝึกปฏิบัติในวัดดังกล่าว 
  ทำให้ฉันได้มีโอกาสได้สนทนาธรรมกับพระอาจารย์บ้าง
   ฉันถามท่านว่าเวลาคนตักบาตรพระ
ทำไมถึงนิยมอธิษฐานขอโน่นขอนี่
  แล้วเขาเหล่านั้นจะได้สมหวังหรือไม่คะ
พระอาจารย์ท่านฟังแล้วก็ยิ้ม กล่าวเบาๆว่า 
 การตักบาตรพระนั้น
ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง 
  ก็พระไม่มีอาชีพใดๆนี่ เห็นไม๊
ข้าวยังต้องขอบิณฑบาตจากญาติโยมเลย 
 เมื่อรับบาตรแล้วพระท่านก็ให้ศีลให้พรแก่ญาติโยมทุกครั้ง
  พรเหล่านั้นถือว่าเป็นพรที่ดี
  แค่ได้รับพรญาติโยมก็มีความสุขแล้ว
   แต่จะให้สมหวังสมปรารถนาตามที่ร้องขอนั้น
ไม่อาจเป็นไปได้หรอก 
  เพราะทุกคนเกิดมาพร้อมกับกรรม 
 ถ้ายังไม่ละเว้นการทำกรรมก็เท่ากับ
เสริมสร้างกรรมเพิ่มขึ้นไปอีก 
 แล้วเมื่อไรมันจะหมดกรรมซะทีล่ะโยม
   แต่ถ้าหยุดกระทำกรรมใดๆแล้ว 
 กรรมที่มีมาก็จะค่อยๆหมดไปในที่สุด 
 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องสุดแต่บุญและกรรมที่มีมานะ 
 ฉันจึงถามท่านว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่า
เราได้หยุดทำกรรมแล้ว  
พระอาจารย์ท่านยิ้มและตอบว่า 
 "แค่รักษาศีล 5 ให้ได้ครบถ้วนทุกวันก็ถือว่า
ได้ละเว้นจากกรรมไปมากโขแล้วละโยม" 
 ท่านได้ทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

ฉันเริ่มได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง
หลังจากรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ 
 สรุปได้ว่าหากเราจะขอพรใดๆ 
 จากการทำบุญตักบาตรของเราแล้วละก็
ถือว่าเรายังมีกิเลส มีตัณหา
ที่ทำให้เราเกิดความอยากมากมาย
แต่หากเราคิดง่ายๆเพียงว่า 
  การทำบุญตักบาตรของเรานี้
เพื่อเป็นการทำให้พระพุทธศาสนา
ยังคงมีความหมายและคงอยู่ตลอดไป 
 เพื่อเป็นเครื่องชี้นำทางให้ทุกคนเชื่อถือ
และปฏิบัติตนอยู่ในศีลธรรม ไม่เห็นแก่ตัว
และ ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีตลอดไปชั่วชีวิต
  แค่รักษาศีล 5 ทุกข้อไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
ก็นับว่า เราได้ทำบุญไม่เบียดเบียนผู้อื่นแล้วละ
สักวันผลบุญที่ทำไว้ก็จะแพร่แผ่กระจาย
มาสู่ตัวเราเองนั่นแหละ
ไม่จำเป็นต้องไปอธิษฐานจิตใดๆให้พระเจ้าช่วยหรอก
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเอง ทั้งนั้น





♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥



Create Date : 15 พฤษภาคม 2554
Last Update : 18 กันยายน 2557 22:28:07 น.
Counter : 1365 Pageviews.

1 comments
  
โดย: lalular วันที่: 30 ตุลาคม 2554 เวลา:9:31:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....