Group Blog
All Blog
### อานิสงส์ของความเมตตา ###
















“อานิสงส์ของความเมตตา”

การมีความเมตตาก็จะทำให้จิตใจของเราสูง

 เป็นจิตใจที่น่าเคารพรัก ดังที่มีในการแสดงในอานิสงส์

 ของความเมตตาอยู่ว่าผู้ที่มีความเมตตานี้

ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

 จะมีมนุษย์และเทวดาทั้งหลายคอยคุ้มครอง

 ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ นี่คืออานิสงส์ของการมีความเมตตา

 แล้วก็จะไม่ตายด้วยศาสตราวุธหรือยาพิษ

 เพราะว่าไม่มีศัตรู ไม่เคยคิดร้ายกับใครไม่เคยไปทำร้ายใคร

 ไม่เคยไปทำให้ผู้อื่นอาฆาตพยาบาทโกรธเกลียด

 เมื่อไม่มีใครโกรธเกลียดอาฆาตพยาบาท

เขาจะมาฆ่าเราด้วยอาวุธหรือยาพิษได้อย่างไร

 มีแต่จะกลับมาคุ้มครองมาคอยปกป้องรักษาเรา

การที่เราเเผ่เมตตากันไม่ออกก็เพราะว่าเราลืมความตาย

พอเราลืมความตายเราก็เลยเกิดความโลภ อยากได้มากๆ

อยากมีมากๆ ก็เกิดความหวงไม่ยอมให้ใคร

นี่แหละที่ทำให้แผ่เมตตากันไม่ออก

การแผ่เมตตานี้ไม่ได้แผ่ด้วยการสวดสัพเพสัตตา อะเวราโหนตุ

 เวลาไหว้พระสวดมนต์แล้วแผ่ อันนี้มันไม่ได้แผ่มันเป็นเพียงแต่สวด

 จะแผ่จริงๆ ต้องเอาเงินไปแจกชาวบ้านเขา

 อย่างนี้ถึงจะเรียกว่าแผ่ เห็นคนนั้นเดือดร้อนคนนี้เดือนร้อน

 เอาเงินเอาทองเอาข้าวเอาของไปให้เขา

 หรือว่าเวลาใครเขาทำอะไรให้เราไม่พอใจเราก็ให้อภัย

 คนขับรถชนท้ายเรา เราก็บอกไม่เป็นไร ไปเถอะ

อย่าจอดมาทะเลาะกันเสียเวลาเลยรถติดยาวเหยียด

 คุณไปเราไปก็แล้วกัน อย่างนี้เขาเรียกว่าแผ่เมตตา

คือไม่เอาเรื่องเอาราวกัน ยอมจ่ายยอมเสียค่าซ่อมรถ

 เสียเท่าไรก็เสียมันไป แต่ไม่อยากจะให้คนอื่นเขาเดือดร้อน

 ไม่อยากให้ชาวบ้านเดือดร้อน

บางทีรถเราชนกันมานั่งเถียงกันครึ่งชั่วโมง รถมันก็ติดอยู่อย่างนั้น

 แล้วก็ติดไปเป็นลูกโซ่ไปเลย ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 เสียค่าน้ำมันเท่าไรรถจอดเฉยๆไม่ได้ไปไหน

สร้างควันพิษให้กับโลกอีก แต่ถ้าเราบอกว่า ไม่เป็นไร

ชนแล้วจะมาเถียงกันทำไม ชนแล้วมันก็ต้องซ่อมอยู่ดี

ถ้าคุณไม่ยอมซ่อมเราก็ซ่อมก็ได้ แค่นี้ก็จบถือว่าเป็นการทำบุญไป

 ทำทานไป นี่แหละที่เรียกว่าเป็นการแผ่เมตตา

 ไม่ใช่เวลาสวดมนต์ก็แผ่เมตตา

เวลารถชนก็มานั่งเถียงกันปากเปียกปากฉีกไม่ยอมแพ้กัน

 ลืมคำว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมารไป

ผู้ที่แผ่เมตตาก็คือผู้ที่แพ้เป็นพระนี่เอง

ยอมแพ้ไม่เอาเรื่องเอาราว

 พระพุทธเจ้าสอนให้เราชนะตนอย่าไปชนะผู้อื่น

 เพราะชนะตนแล้วทุกอย่างจะดีไปหมด

คนอื่นก็ดี เราก็ดี ใจเราก็เย็น ใจเราก็สบาย

คนอื่นเขาก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้าเราเอาชนะผู้อื่น

ผู้ที่เขาแพ้เราเขาก็จะโกรธจะเกลียดเราอาฆาตพยาบาทเรา

 เวลาเราแพ้เขาเราก็จะโกรธ จะเกลียดอาฆาตพยาบาทเขา

แล้วก็จะต้องมีการจองเวรจองกรรมกันไปไม่รู้จักจบจักสิ้น

อันนี้แหละ แต่ถ้าเราระลึกถึงความตาย

สมมุติว่าเรากำลังขับรถจะไปเมรุ ไปเข้าวัด จะไปตายอย่างนี้

เราจะไปมีเรื่องกับใคร หรือเปล่า เราลืมตายกันเข้าใจไหม

ถ้าคิดถึงความตายว่าเราขับรถนี้เราไม่ไปไหนหรอก เราจะไปเมรุ

จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเราก็คือเมรุนี่เอง

ไม่ได้ไปที่ไหนกัน ถ้าเราคิดอย่างนี้แล้วเราก็จะได้ไม่มีเรื่อง

 ไม่มีราวกับใคร เราจะเเผ่เมตตาได้

 เราจะไม่หวงจะไม่ห่วงอะไร แล้วเราก็จะมีจิตใจที่หนักแน่น

 จิตใจที่สงบ ถ้าเรามีจิตใจที่สงบ จิตใจของเราก็จะมีความสุข

แล้วจะไม่มีความหวาดกลัวจะไม่มีความทุกข์กับความตาย

เพราะความตายนี้ไม่ได้อยู่ที่จิตใจ ความตายนี้อยู่ที่ร่างกาย

จิตใจของเรานี้ไม่มีวันตาย มีแต่ร่างกายเท่านั้นที่จะต้องตาย

 แต่จิตใจของเราหลงคิดว่าร่างกายนี้เป็นตัวเราของเรา

 พอร่างกายเป็นอะไรเราก็เกิดความเดือดร้อนขึ้นมา

แต่ถ้าเรารู้ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา

ตัวเรานี้ไม่มีวันตาย แต่ของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้มา

ผ่านมาทางร่างกายนี้ มันไม่ได้เป็นของเรา

 และไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องจากทุกสิ่งทุกอย่างไป

 ถ้าเรารู้อย่างนี้เราก็จะได้ไม่ทุกข์กับการจากของทุกอย่างที่เรามีอยู่

 นี่แหละจะทำให้เราสามารถทำบุญได้ ทำทานได้ ให้อภัยได้

 แล้วเราก็จะอยู่อย่างสงบสุข

 ใครจะโกรธจะเกลียดเรามันก็เป็นเรื่องของเขาเราไปห้ามเขาไม่ได้

แต่ถ้าเราไม่โกรธไม่เกลียดเขาแล้ว เราก็ไม่มีปัญหา

ปัญหาอยู่ที่ตัวเราอยู่ที่ความโกรธของเราไม่ใช่อยู่ที่ผู้อื่น

 เพราะความโกรธของผู้อื่น ไม่สามารถทำให้ใจของเราทุกข์

ทำให้ใจของเราร้อนได้ มีแต่ความโกรธของเราต่างหาก

 ที่ทำให้ใจของเราทุกข์ ที่ทำให้ใจของเราร้อน

แต่ถ้าเราไม่โกรธ เพราะเราไม่หลง

 เพราะเรารู้ว่าเราจะต้องตายไปไม่ช้าก็เร็ว

แล้วเราจะไปโกรธเขาทำไม โกรธแล้วได้อะไร

แล้วสิ่งที่เราได้มาเราเอาไปได้หรือเปล่า

 เวลาที่เราตายไปแล้ว นี่คือการระลึกถึงความตาย

 ถ้าระลึกถึงความตายแล้วมันจะทำให้ความคิดของเรา

เปลี่ยนแนวไปเลย คิดเป็นแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย

 เคยเอาเป็นเอาตายกับใครก็จะไม่เอาเป็นเอาตายกับใคร

จะกลับมาเอาเป็นเอาตายกับความโกรธของเราเอง

จะต้องระงับความโกรธนี้ให้ได้

เพราะความโกรธนี้ต่างหาก ที่เป็นตัวอันตราย

ที่เป็นพิษเป็นภัยกับจิตใจของเรา แต่การไปโกรธผู้อื่น

การไปชนะผู้อื่นนี้ มันไม่ได้ทำให้ใจของเราหายโกรธ

การที่เราจะชนะความโกรธของเราได้

 เราต้องยอมแพ้ เราต้องให้อภัย

นี่แหละคืออานิสงส์ที่เราจะได้รับ

จากการที่เราระลึกถึงความตายอยู่เรื่อยๆ

 จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ที่เราไม่ควรลืม ไม่เชื่อลองทำดู

ถ้าเรามีความตายอยู่ในความรู้สึกนึกคิดของเราตลอดเวลา

ไม่ว่าเราจะทำอะไร เราระลึกถึงความตายควบคู่ไปด้วย

 เราจะไม่มีความเสียอกเสียใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

เพราะเรารู้ว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร

เช่นวันนี้จะจัดงานวันเกิด พอจัดไปแล้วมันไม่สนุกสนาน

 มันขาดสิ่งนั้นสิ่งนี้มันขาดคนนั้นคนนี้ ก็ไม่เป็นไร

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริง ว่าเราจะไม่ตาย

 แต่ถ้าเราจัดงานวัดเกิดวันนี้แล้วมันจะทำให้เราไม่ตาย

เราก็น่าจะจัดงานกัน แต่จัดแล้วมันก็ตายเหมือนเดิม

จะจัดหรือไม่จัดมันก็ตายเหมือนเดิม

คนนั้นคนนี้จะมางานเราหรือไม่มา มันก็เหมือนเดิมทุกอย่าง

 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องเล็กน้อย

สิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่เป็นสำคัญนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 แต่ถ้าเราไม่ระลึกถึงความตายเราจะลืม

 แล้วเราก็จะเอาเรื่องเล็กๆน้อยๆ มาเป็นปัญหา

มาสร้างความปวดหัว สร้างความทุกข์ให้กับเราไป.

............................

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะบนเขา แผ่นที่ ๗ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๗

“ความตาย”












ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 11 ธันวาคม 2558
Last Update : 11 ธันวาคม 2558 11:19:50 น.
Counter : 362 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....