Group Blog
All Blog
### พัฒนาอินทรีย์ 5 ให้เป็นพละ 5 ###

















“พัฒนาอินทรีย์ ๕ ให้เป็นพละ ๕”

การที่จะทำให้การปฏิบัติเป็นมรรคเป็นผลขึ้นมาได้นี้

อยู่ที่การพัฒนาอินทรีย์ ๕ ให้เป็นพละ ๕

อินทรีย์ ๕ คืออะไร ก็คือ

๑. ศรัทธา ความเชื่อ

๒. วิริยะ ความพากเพียร

 ๓. สติ ความระลึกรู้

๔. สมาธิ ความตั้งมั่น และ

 ๕.ปัญญา ความฉลาด

อินทรีย์ ๕ นี้มีอยู่ในผู้ปฏิบัติที่เริ่มต้นปฏิบัติคือในปุถุชน

 ยังไม่ได้เป็นพละ ๕ ถ้าเป็นพละ ๕ นี้ ก็จะเข้าสู่ระดับ

ของพระอริยบุคคล การปฏิบัติจึงต้องเน้นในการเจริญอินทรีย์ทั้ง ๕ นี้

ให้เป็นพละ ๕ ขึ้นมา อินทรีย์นี้กับพละนี้ เปรียบเหมือนกับร่างกาย

 อินทรีย์นี้เป็นเหมือนร่างกายของเด็ก

ที่ยังไม่มีกำลังวังชาเหมือนกับร่างกายของผู้ใหญ่

เด็กจะทำอะไรให้ได้ผลเหมือนกับผู้หลักผู้ใหญ่นี้ย่อมเป็นไปไม่ได้

 แต่ผู้ใหญ่ก็มาจากเด็กนี่เอง ก่อนที่จะเป็นผู้ใหญ่ได้

ก็ต้องเป็นเด็กมาก่อน แต่เนื่องจากได้รับการพัฒนาจากเด็ก

ให้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ตามลำดับ

พอเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้วก็สามารถทำอะไรต่างๆ ให้ได้ผล

 ให้ได้รับความสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดี

ใจของพวกเราก็เหมือนกัน

ใจของนักปฏิบัติในตอนเริ่มต้นก็มีเพียงอินทรีย์ ๕

 มีศรัทธาที่ยังไม่แน่วแน่ มีความเพียรที่ยังไม่แก่กล้า

มีสติที่ยังไม่ต่อเนื่อง มีสมาธิที่ยังไม่ตั้งมั่น

มีปัญญาที่ยังไม่รอบคอบไม่กว้างขวาง

ยังมองไม่เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามความเป็นจริง

จึงจำเป็นที่จะต้องมาพัฒนาศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ

 และปัญญานี้ ให้เป็นศรัทธาที่ไม่หวั่นไหว ที่แน่วแน่มั่นคง

ความเพียรที่แก่กล้า มีสติการระลึกรู้อยู่อย่างต่อเนื่อง

 มีจิตที่ตั้งมั่นอยู่ในความสงบตลอดเวลา

มีปัญญาที่คอยพิจารณาดูสภาวธรรมทั้งหลาย

 ตามความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา

นี่คือสิ่งที่เราจำเป็นจะต้องพัฒนากัน

การที่จะทำให้ศรัทธาที่เป็นอินทรีย์นี้เป็นศรัทธาที่เป็นพละหรือพลัง

 จำเป็นที่จะต้องศึกษาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ศึกษาพระประวัติของพระพุทธเจ้าอยู่เรื่อยๆ

ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่เรื่อยๆ

และศึกษาประวัติของพระอริยสงฆ์สาวกอยู่เรื่อยๆ

 ถ้าเราศึกษาไปเรื่อยๆ เราก็จะไม่หลงไม่ลืม

 แล้วจะทำให้เรา มีความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

จะทำให้เรามีความมั่นใจต่อการปฏิบัติ

เพราะเราจะมีความมั่นใจว่าถ้าเราปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้า

และพระอริยสงฆ์สาวกได้ปฏิบัติ เราก็จะได้รับผลเช่นเดียวกัน

กับพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์สาวก

นี่คือการสร้างศรัทธาขึ้นมาให้เป็นศรัทธา ที่แน่วแน่มั่นคง

 ไม่สั่นคลอน ถ้าเราไม่ได้ศึกษา เวลาที่เรามีความท้อแท้ เบื่อหน่าย

เราก็อาจจะหมดศรัทธาไปก็ได้

หรือเราไปเห็นอะไรที่ไม่ดีไม่งาม

 ก็อาจจะทำให้เราเสื่อมศรัทธาไปก็ได้

 แต่สิ่งที่เราเห็นนี้ที่ทำให้เราเสื่อมศรัทธานี้

มันไม่ได้เป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา

เช่นไม่ได้เป็นพระอริยสงฆ์สาวก ถ้าเป็นพระอริยสงฆ์สาวกแล้ว

 เราจะไม่มีวันที่จะเสื่อมศรัทธากับท่านไป

 เพราะว่าการประพฤติการปฏิบัติของท่านนี้จะเป็นที่ยอมรับ

 เป็นการปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสศรัทธา

ถ้าเราไปหลง ไปเคารพ ไปศรัทธาในพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่ง

ที่ยังไม่ได้เป็นพระอริยสงฆ์ โอกาสที่ท่านอาจจะพลาดพลั้ง

หรือประพฤติตนไปในทางเสื่อมเสียก็ย่อมมีอยู่

และเมื่อท่านไปประพฤติตน ที่ไม่น่าเลื่อมใสศรัทธา

ถ้าเรายึดในองค์ท่านเป็นสรณะเป็นที่พึ่ง

ก็อาจจะทำให้เราเสื่อมศรัทธาไปก็ได้

ดังนั้นการที่เรายึดหรือมีความเลื่อมใสศรัทธา

อยู่กับพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งนั้น เราต้องระมัดระวัง

ต้องพิจารณาหรือต้องคอยเตือนเสมอว่า เราอยู่ในโลกอนิจจัง

คือโลกที่ไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน

บุคคลที่เราเคารพเลื่อมใสศรัทธา

 อาจจะยังไม่ได้เป็นบุคคลที่จะไม่มีวันที่จะทำให้

เราต้องเสื่อมศรัทธาลงไป

บุคคลที่จะทำให้เราไม่เสื่อมศรัทธาลงไปนี้ ก็คือผู้ที่ปฏิบัติดี

 ปฏิบัติชอบและได้หลุดพ้นและได้จากพวกเราไปแล้ว

ดังนั้นบางทีเราต้องระลึกถึงผู้ที่เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ

ครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว

ถ้าเราไปยึดติดกับบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่

บางทีท่านอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

 และเวลาที่ท่านมีอะไรเป็นไปกับท่าน

 เราก็อาจจะเกิดวามเสื่อมศรัทธาขึ้นมา

 แต่ถ้าเราผูกศรัทธาของเราไว้กับพระพุทธเจ้า

กับพระอริยสงฆ์สาวกที่ได้รับการยืนยันแล้ว

เช่น ท่านมรณภาพไปแล้วกระดูกของท่าน

ได้กลายเป็นพระธาตุไปแล้ว อย่างนี้จะไม่ให้เราเสื่อมศรัทธา

 เราควรจะศึกษาประวัติของท่าน

 แล้วก็เอาแนวทางของการปฏิบัติของท่านนี้ มาเป็นแบบเป็นฉบับ

นี่คือเรื่องของการสร้างศรัทธาขึ้นมา

การที่เราจะเกิดศรัทธาได้เราก็ต้องรู้จักบุคคล

หรือสิ่งที่เรามีความศรัทธา เช่นบุคคลก็คือพระพุทธเจ้า

 และพระอรหันตสาวกทั้งหลาย

ที่กระดูกของท่านนั้นได้กลายเป็นพระธาตุไปหมดแล้ว

 แสดงว่าท่านเป็นผู้ที่ได้บรรลุมรรค ผล นิพพานแล้ว

 การปฏิบัติของท่านเป็นการปฏิบัติที่จะนำให้ผู้ปฏิบัติตาม

ได้รับมรรค ผล นิพพาน เช่นเดียวกัน

 นี่ก็คือเรื่องของการศึกษาประวัติของพระพุทธเจ้าก็ดี

 หรือของพระอรหันตสาวกก็ดี

 ศึกษาเพื่อให้เราเอามาเป็นแบบเป็นฉบับเอามาเป็นตัวอย่าง

 แล้วก็ศึกษาคำสอนของท่าน ท่านสอนให้เราปฏิบัติอย่างไร

ท่านก็สอนให้เรามีศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

สอนให้เรามีความเพียรพยายามที่จะปฏิบัติไม่ท้อถอย ไม่ย่อหย่อน

 ไม่หยุด ไม่ยอมแพ้ ท่านสอนให้เราหมั่นเจริญสติตลอดเวลา

ตั้งแต่ตื่นจนหลับ ท่านสอนให้เรานั่งสมาธิ เพื่อทำใจให้ตั้งมั่น

อยู่ในความสงบอยู่ในอุเบกขา แล้วพอถอนออกมาจากสมาธิ

ท่านก็สอนให้เราพิจารณาทางปัญญา

 ให้พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาในทุกสิ่งทุกอย่าง

ในสภาวะธรรมทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ตาม

 เป็นวัตถุหรือเป็นบุคคลล้วนเป็นอนิจจังทั้งนั้น

 คือเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ

 ช้าบ้างเร็วบ้าง มีการเกิด มีการดับ มีการเจริญมีการเสื่อม

 เป็นอนัตตาก็คือไม่ได้เป็นของใคร เป็นของธรรมชาติ

เป็นธรรมชาติที่ไม่มีใครที่จะไปสั่ง ให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้

 หรือสั่งไม่ให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ได้

ถ้าอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ก็จะต้องเกิดความเสียใจ

 เกิดความทุกข์ใจ เพราะจะไม่ได้ดังใจอยากนั่นเอง

นี่คือเรื่องของการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศรัทธา

ให้มีอยู่ในจิตใจอยู่เรื่อยๆ เพราะถ้าเสื่อมศรัทธาเมื่อไหร่แล้ว

 มันก็จะไม่มีกำลังใจที่อยากจะปฏิบัติจะไม่มีความเพียร

แต่ถ้าเรายังมีศรัทธาอยู่ ศรัทธานี้จะผลักดันให้เรามีความพากเพียร

 พากเพียรที่จะปฏิบัติอยู่อย่างสม่ำเสมอ

จะทำให้เราอยากจะปฏิบัติ ให้มากขึ้นไปตามลำดับ

และเมื่อเราปฏิบัติได้มากขึ้นไป ผลก็จะปรากฏมากขึ้นไปตามลำดับ

 เมื่อผลปรากฏมากขึ้นมาเท่าไหร่

ศรัทธาความเชื่อก็ยิ่งจะมีมากขึ้นไปตามลำดับ

เมื่อศรัทธามีความเจริญเติบโต

 วิริยะคือความพากเพียร ก็จะมีการเจริญเติบโตตามขึ้นมา

 มีศรัทธาแรงก็จะทำให้ปฏิบัติได้มาก

 มีศรัทธาน้อยก็จะปฏิบัติได้น้อย

ดังนั้นถ้าเราอยากที่จะให้การปฏิบัติของเรานั้นได้ผลมาก

เราก็ต้องหมั่นเจริญศรัทธาอยู่เรื่อยๆ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


....................................

ธรรมะบนเขา วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

“พัฒนาอินทรีย์ ๕ ให้เป็นพละ ๕”











ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 09 มกราคม 2559
Last Update : 9 มกราคม 2559 10:33:03 น.
Counter : 469 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....