Group Blog
All Blog
### สร้างที่พึ่งถาวรให้กับจิตใจ ###


















“สร้างที่พึ่งถาวรให้แก่จิตใจ”

ในบรรดาสรณะทั้งหลายไม่มีอะไรที่จะเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงได้

นอกจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ที่ พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงตรัสรู้ได้นำเอามาเผยแผ่สั่งสอน

และมีพระอรหันตสาวกผู้ที่ได้รับคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติ

และได้สร้างที่พึ่งที่ถาวรให้แก่จิตใจ

เป็นผู้นำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเผยแผ่

สั่งสอนให้แก่ผู้ที่ยังขาดที่พึ่งทางใจ

 เพราะว่าถ้าไม่มีพระธรรมคำสอน ไม่มีพระพุทธเจ้า

หรือพระอรหันตสาวกมาเป็นผู้เผยแผ่สั่งสอน

พวกเราก็จะไม่มีวันที่จะมีที่พึ่งทางใจได้

ที่พึ่งทางใจคืออะไร ก็คือที่หลบภัย

ที่เกิดจากความทุกข์ต่างๆของใจ

 ไม่มีอะไรในโลกนี้เป็นที่พึ่งของใจได้

ของต่างๆในโลกนี้เป็นที่พึ่งเพียงของร่างกายเท่านั้น

 เช่นเรามีบ้านอยู่ มีอาหารรับประทาน มีเครื่องนุ่งห่มมียารักษาโรค

สิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่งทางร่างกายแต่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจได้

เพราะว่าพวกเรามีปัจจัย ๔ กันครบทุกคน

มีบ้านอยู่อาศัย มีเครื่องนุ่งห่มมีอาหาร มียารักษาโรค

แต่ใจของเราก็ยังมีความทุกข์กันอยู่

นี่คือแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆในโลกนี้ไม่ได้เป็นที่พึ่งของใจ

 ไม่สามารถป้องกันความทุกข์ใจให้เกิดขึ้นได้

และไม่สามารถทำลายความทุกข์ใจต่างๆให้หมดไปจากใจได้

มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้ก็คือ

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ที่พระพุทธเจ้าเป็นพระองค์แรกที่ได้ทรงค้นพบ

พระธรรมอันเลิศอันประเสริฐที่ทำให้พระพุทธเจ้านั้น

ได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

หลังจากที่พระองค์ได้ทรงหลุดพ้นแล้ว

 พระองค์ก็ได้นำเอาความจริงอันนี้ วิธีดับทุกข์นี้มาเผยแผ่

 สั่งสอนให้แก่สัตว์โลกอย่างพวกเราผู้ที่มีจิตศรัทธา

 มีความเชื่อน้อมนำเอาไปปฏิบัติ

ก็สามารถหลุดพ้น จากความทุกข์ได้

เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าได้ทรงหลุดพ้น

 ท่านก็กลายเป็นพระอรหันตสาวกมาแล้ว

ท่านก็ช่วยพระพุทธเจ้า เผยแผ่สั่งสอนวิธีของการดับทุกข์นี้

ให้แก่ผู้อื่นต่อไป ผู้อื่นเมื่อมารับฟังนำไปปฏิบัติ

 ก็สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์

ได้เป็นพระอรหันตสาวกขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

แล้วก็นำเอาคำสอนนี้มาเผยแผ่ต่อ

นี่คือการสืบทอดพระพุทธศาสนา ทำมาตั้งแต่วันแรก

ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้

แล้วก็ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงปัจจุบันนี้

พระพุทธศาสนาคือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

จึงยังอยู่ในโลกนี้ได้ เพราะมีผู้ที่มีความศรัทธาความเชื่อ

ที่จะน้อมนำเอาไปปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วก็ได้รับผล

เมื่อได้รับผลแล้ว ก็นำเอาความรู้ที่ได้ปฏิบัติมานี้มาเผยแผ่

สั่งสอนให้แก่ผู้อื่นอีกต่อไป

นี่คือวิธีการรักษาสืบทอดพระพุทธศาสนา

 เพราะเป็นวิธีที่จะรักษาได้อย่างแท้จริง

การรักษาถาวรวัตถุต่าง เช่นโบสถ์ เจดีย์ วิหาร พระพุทธรูปต่างๆนี้

เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถรักษากันได้

 เพราะว่าถาวรวัตถุต่างๆนี้เป็นอนิจจัง เป็นของชั่วคราว

มีการสร้างขึ้นมาได้แล้วก็ต้องมีการพังทลายเสื่อมไปได้

 แต่การเสื่อมของถาวรวัตถุต่างๆนี้

ไม่ได้เป็นการเสื่อมของพระพุทธศาสนา

 การเจริญของถาวรวัตถุต่างๆ

ก็ไม่ได้เป็นการเจริญของพระพุทธศาสนา

 การเจริญหรือการเสื่อมของพระพุทธศาสนาอยู่ที่

พระธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้าว่ายังมีอยู่ในโลกนี้หรือไม่

ยังมีผู้สามารถน้อมนำเอาไปปฏิบัติและได้รับผล

จากพระธรรมคำสอนจากพระพุทธเจ้าหรือไม่

นี่คือความเจริญหรือความเสื่อมของพระพุทธศาสนา

อยู่ที่พระธรรมคำสอน อยู่ที่การศึกษา อยู่ที่การปฏิบัติ

อยู่ที่การบรรลุผลที่เกิดจากการปฏิบัติ

ดังนั้นพวกเราถ้าอยากจะรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ไปนานๆ

พวกเราก็ต้องรักษาด้วยวิธีการศึกษา ด้วยวิธีการปฏิบัติ

ด้วยวิธีการบรรลุผล ด้วยวิธีการนำเอาผลที่ได้บรรลุแล้วนี้

 มาเผยแผ่สั่งสอนให้แก่ผู้อื่นต่อไป

ถ้ามีพระธรรมอยู่ในใจของพุทธศาสนิกชนนี้

ไม่มีใครสามารถที่จะทำลายได้ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เสื่อมได้

ถ้ามีการศึกษา มีการปฏิบัติ มีการบรรลุธรรม

เรื่องของถาวรวัตถุต่อให้เราสร้างขึ้นมามากน้อยเพียงไรก็ตาม

ก็จะต้องเสื่อมหมดไป และถาวรวัตถุ ก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจได้

 เช่นโบสถ์ เจดีย์ ศาลา วิหาร กุฏิ สิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่งทางร่างกาย

เพราะว่าผู้ที่ศึกษาผู้ที่ปฏิบัติธรรมจำเป็นจะต้องมีสถานที่

หลบแดดหลบฝนหลบภัยต่างๆ จึงมีการสร้างโบสถ์ สร้างเจดีย์

สร้างศาลา สร้างกุฏิ อันนี้มีไว้สำหรับร่างกายของผู้ศึกษา

ของผู้ปฏิบัติ ไม่ได้มีไว้เพื่อรักษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ในโบสถ์

 ไม่ได้อยู่ในเจดีย์ ไม่ได้อยู่ในศาลา ไม่ได้อยู่ในกุฏิ

 ไม่ได้อยู่ในพระพุทธรูป ไม่ได้อยู่ในพระธาตุ

ที่พวกเรากราบไหว้บูชากัน

แต่อยู่ที่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

 พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกก็อยู่ในพระธรรมคำสอน

 ดังที่ทรงตรัสไว้ว่าผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา

ผู้ที่เห็นเราก็คือผู้ที่เห็นธรรม

 ผู้ที่จะสามารถเห็นเราเห็นธรรมได้ ก็คือพระอริยสงฆ์สาวกทั้งหลาย

 นี่แหละคือแก่น นี่แหละคือศาสนาที่แท้จริง

อยู่ที่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่เกิดจากการศึกษา

เกิดจากการปฏิบัติ เกิดจากการบรรลุธรรม

และเกิดจากการเผยแผ่ธรรม ให้แก่ผู้อื่นต่อไป

สมัยพระพุทธกาลนี้พระพุทธเจ้าไม่ได้สร้างวัดแม้แต่วัดเดียว

 พระพุทธเจ้าสร้างแต่พระอรหันตสาวก

 พระอรหันตสาวกสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงมีชีวิตอยู่นี้

มีจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสน แต่สมัยนี้หาพระอรหันต์แต่ละองค์นี้

แทบจะหาไม่ได้กัน มีแต่วัดเต็มไปหมด

มีแต่โบสถ์ มีแต่เจดีย์ มีแต่กุฏิ

 มีแต่ศาลา มีแต่พระพุทธรูปเต็มไปหมด

แต่พระอรหันตสาวกนี่แทบจะหาไม่ได้

นั่นก็เป็นเพราะว่า ชาวพุทธเราหลงทางกันแล้ว

 แทนที่จะมาสร้างพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

 ให้เกิดขึ้นมาภายในใจ

เรามาสร้างพระพุทธรูปไว้ประดิษฐานในศาลาในโบสถ์กัน

 และคิดว่าเป็นที่พึ่งพวกเราก็มาศาลามาโบสถ์

มากราบพระพุทธรูปกันตลอดเวลา

 แล้วความทุกข์ภายในใจของพวกเรานี้

มันลดน้อยถอยไปบ้างหรือเปล่า หรือมีอยู่เหมือนเดิม

หรืออาจจะมีเพิ่มมากขึ้นเหมือนเดิม

เพราะว่าพระพุทธรูปนี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้า ไม่ใช่พระธรรมคำสอน

ไม่ใช่เป็นที่พึ่งทางใจ เป็นเพียงที่เตือนสติเท่านั้น

ที่เรียกว่าพุทธานุสติ

การที่เรามากราบพระพุทธเจ้า พระพุทธรูปนี้

เป็นการให้เรารำลึกถึงองค์แท้ของพระพุทธเจ้า

 ที่ได้ตรัสรู้ธรรมและได้ประกาศพระธรรมคำสอน

ได้สร้างพระอรหันตสาวกให้เป็นตัวแทน

ในการนำเอาพระธรรมอันเลิศอันประเสริฐนี้มาให้กับพวกเรา

 พวกเรากราบพระพุทธรูป เพื่อให้เรารำลึกถึง

 พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

ให้เรารำลึกถึงหน้าที่ของเราที่เป็นชาวพุทธ

ถ้าเราอยากจะต้องการที่พึ่งทางใจ

ต้องการดับความทุกข์ต่างๆที่มีอยู่ภายในใจให้หมดไป

เราต้องศึกษาพระธรรมคำสอน

และต้องปฏิบัติ ตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า

จนกว่าเราจะบรรลุธรรม

 เมื่อบรรลุธรรมแล้ว เราจะมีธรรมไว้ปกป้องคุ้มครองรักษาใจของเรา

 ไม่ให้ความทุกข์เข้ามาวุ่นวายสร้างความวุ่นวาย

สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใจของพวกเรา

 อันนี้แหละคือหน้าที่ของพระพุทธรูป

พระพุทธรูปไม่ได้มีหน้าที่มาให้พรกับพวกเรา

ให้สิ่งนั้นสิ่งนี้กับพวกเรา

วันที่ล๊อตเตอรี่ออก ก็มาโบสถ์มาวัดกันจุดธูปเทียน ๓ ดอก

 แล้วก็นั่งขอบารมีของพระพุทธเจ้า ให้ส่งเลขตัวเด็ดๆมาให้

เพื่อที่จะได้ไปแทงหวยแทงล๊อตเตอรี่

 เพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำมาหากินให้เหนื่อยยาก ให้ขี้เกียจ

ถึงวันก็ไปแทงหวยแทงล๊อตเตอรี่กัน

แล้วเงินทองก็จะไหลมาเทมา ถ้ามันเป็นอย่างนี้

ป่านนี้ คนไทยเราได้เป็นมหาเศรษฐีกัน

เต็มบ้านเต็มเมืองกันไปหมดแล้ว ล๊อตเตอรี่ก็คงจะเจ๊ง

เพราะว่าไม่มีรางวัลที่จะมาจ่ายให้คนที่ถูกหวยกันได้

แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะมันไม่ได้เป็นหน้าที่ ของพระพุทธรูป

 พระพุทธรูปไม่มีความสามารถที่จะให้หวย

 ให้เลขให้เบอร์กับพวกเราได้

ไม่สามารถที่จะให้เราร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาได้

หน้าที่ของพระพุทธรูปมีเพียงแต่ให้เราเข้าหา

พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ให้เราศึกษา

และให้เราปฏิบัติ ถ้าเราศึกษาและเราปฏิบัติแล้ว

เราจะกลายเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมาอย่างแน่นอน

มหาเศรษฐีที่แท้จริงนี้เป็นอย่างไร ก็คือผู้ที่มีความพอนั่นเอง

 ตราบใดที่ยังไม่มีความพออยู่จะไม่เรียกว่าเป็นมหาเศรษฐี

เพราะยังอยากได้เพิ่มขึ้นแสดงว่ายังรวยไม่พอ

ยังอยากจะได้เงินทองมากขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นแหละ

ต่อให้มีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน แต่ถ้ายังอยากได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นมหาเศรษฐี

แต่ผู้ที่มีธรรมอยู่ในใจนี้จะมีความพอ จะไม่อยากได้อะไรในโลกนี้

จะไม่อยากได้เงินทองข้าวของต่างๆ จะไม่อยากได้ลาภยศ สรรเสริญ

 จะไม่อยากได้ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

เพราะมีทรัพย์ภายใน อริยทรัพย์ มีมรรคผลนิพพานเป็นสมบัติ

 ผู้ใดมีมรรผลนิพพานเป็นสมบัติ ผู้นั้นจะมีความพอตลอดเวลา

 ผู้นั้นแหละเป็นเศรษฐีที่แท้จริง.

........................

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ธรรมะในศาลา วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘

“สร้างที่พึ่งถาวรให้แก่จิตใจ”














ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 08 ธันวาคม 2558
Last Update : 8 ธันวาคม 2558 10:10:39 น.
Counter : 397 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....