Group Blog
All Blog
### ช้างพระโพธิสัตว์ ###














ช้างพระโพธิสัตว์
หลวงพ่อปาน โสนนฺโท


........................

เรื่องเล่าเช้าวันพระ:
พระไพศาล วิสาโล เขียนเล่าเรื่อง

หนึ่งในบรรดาเกจิอาจารย์แห่งอยุธยา

 ที่มีสานุศิษย์ทั่วประเทศเมื่อ ๘๐ ปีที่แล้ว คือหลวงพ่อปาน โสนนฺโท

ท่านเกิดและบวชที่หมู่บ้านบางนมโค

แต่ออกไปแสวงหาความรู้จากครูบาอาจารย์ตามที่ต่าง ๆ

 ตั้งแต่หนุ่ม นอกจากวิปัสสนากรรมฐานแล้ว

ท่านยังมีความรู้เรื่องสมุนไพรและวิชาแพทย์แผนโบราณ

ช่วยสงเคราะห์ญาติโยมมากมายทั้งทางโลกและทางธรรม

 แต่ท่านไม่ค่อยอยู่ที่ใดที่หนึ่งนาน ๆ เพราะชอบธุดงค์

 ท่านไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางนมโคจนกระทั่งอายุ ๖๐ ปี

คราวหนึ่งท่านพาพระ ๔ รูปธุดงค์จากอยุธยา

ไปยังพระพุทธบาทสระบุรี ตลอดทางเป็นป่าทึบ

เย็นวันหนึ่งท่านเห็นทุ่งโล่งกว้าง เป็นทำเลเหมาะแก่การพักแรม

จึงปักกลดบริเวณใกล้ ๆ หมู่บ้าน

ไม่นานชาวบ้านก็พากันนำน้ำปานะมาถวาย พร้อมกับเตือนว่า

ทุ่งนี้มีช้างป่าโขลงหนึ่ง มักออกมาอาละวาดเสมอ

พระที่มาปักกลดในทุ่งนี้ตายมาหลายรูปแล้วเพราะช้างโขลงนี้

หลวงพ่อปานรับฟังด้วยอาการสงบ และยืนยันที่จะพักแรมในที่เดิม

ชาวบ้านจึงบอกท่านว่า ถ้าช้างออกมาอาละวาด

 ให้ท่านเคาะฝาบาตรเป็นสัญญาณ พวกเขาจะรีบออกมาช่วย

คืนนั้นหลวงพ่อปานสั่งให้ลูกศิษย์บำเพ็ญกรรมฐาน

 ตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหาร ๔ แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์

ทั่วสากลจักรวาล ประมาณ ๔ ทุ่ม ฝูงช้างป่าก็ออกมา

 จ่าฝูงเป็นช้างสีดอตัวใหญ่ งาสั้น ออกมาก่อนตัวอื่น

แล้วยืนคร่อมกลดหลวงพ่อปานเอาไว้

 เนื่องจากท่านปักกลดตรงทางออกจากป่าพอดี

ช้างตัวอื่นเมื่อจะออกมาก็ต้องเบียดช้างสีดอออกมา

 แล้วเดินข้ามทุ่งโดยไม่สนใจพระรูปอื่นเลย

เหตุการณ์ดูเหมือนจะเป็นปกติ ไม่น่ากลัวอย่างที่ชาวบ้านเตือนไว้

ช้างทั้งโขลงออกมาจากป่าโดยไม่มีท่าทีคุกคามแต่อย่างใด

แต่แล้วจู่ ๆ ช้างตัวสุดท้ายที่ออกมาก็เริ่มอาละวาด

ช้างตัวนี้ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้เก” เพราะงาของมันบิดเกข้างหนึ่ง

อีกทั้งมีพฤติกรรมเกเรด้วย

 หลังจากที่เดินออกมายังทุ่งกว้างได้สักพัก

 มันก็หันกลับมาและวิ่งเข้าใส่กลดหลวงพ่อปานทันที

หลวงพ่อปานเห็นไอ้เกพุ่งเข้ามา แต่ท่านนิ่งสงบ ท่านเล่าว่า

 “ตอนนั้นฉันมีอารมณ์ปกติ ฉันคิดถึงพระโพธิญาณเป็นอารมณ์

คิดว่าตายเมื่อไหร่ ฉันก็จะสบาย คือไปนอนรอเวลาที่สวรรค์ชั้นดุสิต”

ส่วนพระอีก ๔ รูปก็นิ่งสงบเช่นกัน

แต่ก่อนที่เจ้าเกจะเข้ามาทำร้ายหลวงพ่อปาน

จ่าฝูงคือเจ้าสีดอก็เอางวงฟาดเจ้าเก ๓ ครั้งติดต่อกัน

ฟาดแต่ละครั้งเจ้าเกหัวซุนเกือบทิ่มดิน เท่านั้นไม่พอ

 เจ้าสีดอยังจับงาเจ้าเกบิดจนเจ้าเกเสียหลักล้มลงอย่างแรง

หลวงพ่อปานสันนิษฐานว่าที่เจ้าเกมีงาบิดข้างหนึ่ง

คงเพราะถูกจ่าฝูงกำราบเป็นประจำ

เจ้าเกลุกขึ้นมาอย่างหมดแรง หายพยศ เดินอย่างไร้สง่า

ตามฝูงไปยังป่าตรงข้าม ส่วนเจ้าสีดอยังคงเดินวนเวียนแถวนั้นพักใหญ่

เมื่อเห็นพระทุกรูปปลอดภัย ไม่มีใครมารบกวน

มันก็หันมาหาท่าน แล้วคุกเข่าลง ชูงวงขึ้น ทำท่าเหมือนจะไหว้

แล้วก็เดินตามโขลงช้างลูกน้องไป

หลวงพ่อปานเห็นช้างตัวนี้แล้ว อดชื่นชมไม่ได้

ท่านถึงกับออกปากว่า “สงสัยช้างตัวนี้จะเป็นช้างพระโพธิสัตว์”

วันรุ่งขึ้นชาวบ้านพากันมาหาท่านเพราะได้ยินว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเห็นทุกท่านปลอดภัยก็มีความเลื่อมใสศรัทธามาก

 และเชื่อว่าท่านต้องมีเวทมนตร์คาถาหรือของขลังอย่างแน่นอน

 จึงขอของดีจากท่าน เพื่อปกป้องอันตรายจากเจ้าเก

หลวงพ่อปานจึงให้คาถาแก่เขา คาถานั้นมีแค่ “พุทโธ”

ข้อสำคัญคือ “ก่อนท่องคาถาก็ขอให้นึกถึงบารมีของพระพุทธเจ้า

แล้วแผ่เมตตาถึงเจ้าเก ประกาศเป็นสัมพันธไมตรีต่อกัน”

ปรากฏว่าคาถาของท่านได้ผล นับแต่นั้นมา

เจ้าเกไม่เคยอาละวาดอีกเลย เวลามันมา

 ก็เดินก้มหน้าก้มตาผ่านไปเฉย ๆ ไม่มองหน้าคนเลย

 ผิดกับแต่ก่อนที่ชอบทำลายฟ่อนข้าวและทรัพย์สิน

อีกทั้งไล่แทงผู้คน

ความสงบได้กลับคืนสู่หมู่บ้านนี้อีกครั้งหนึ่ง

คงไม่ใช่เพราะอานุภาพของคาถาของหลวงพ่อปาน

และเมตตาภาวนาของชาวบ้านเท่านั้น

หากยังเป็นเพราะคุณธรรมของช้างสีดอแสนรู้ตัวนั้น

ซึ่งให้บทเรียนสำคัญแก่เจ้าเกอย่างไม่มีวันลืม



.............................







ขอบคุณที่มา fb. วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 03 ธันวาคม 2558
Last Update : 3 ธันวาคม 2558 12:31:46 น.
Counter : 228 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....