Group Blog
All Blog
(•‿•) ♣♣♣ เสรีภาพแห่ง..."กรรม" ♣♣♣





พุทธศาสนา เป็นสิ่งที่เรียนรู้ยาก คนที่จะเข้าใจถ่องแท้หรือเรียกว่าจบหลักสูตรแห่งพระพุทธศาสนา น้้น
มีน้อยมาก และที่เรียกว่าจบหลักสูตรนั้น เราก็เห็นแต่พระภิกษุสงฆ์เท่านั้นที่ท่าน บำเพ็ญเพียรจนเรียกว่าบรรลุ หลายองค์
แต่ก็ยังมีคนบางคน อาศัยพุทธศาสนา มาเป็นช่องทางการทำธุรกิจเพื่อตนเองและเพื่อคนที่ตนรักอยู่ก็มาก
บุคคลพวกนี้เราจะไม่เรียกว่าเป็นบุคคลที่นับถือศาสนาพุทธ เพราะถึงแม้จะอยู่ในผ้าเหลืองเราก็ไม่กราบไหว้


เรื่องเล่าแห่งความเป็นจริงอันน่าเศร้าแห่งผู้มีพุทธศาสนาประจำใจ และยึดมั่นในคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อย่างเคร่งครัด และจริงจัง มันสะเทือนใจ และเสียใจกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาจนอดไม่ได้ที่จะเล่าสู่กันฟัง
อ่านแล้วจงตรึกตรองและพิจารณาดูเองเถิดว่า เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเพราะใคร ใครเป็นผู้ขาดสติ
อย่าลืมว่าทุกสิ่งในโลกนี้ มันเป็นธรรมดาที่จะต้องมีผู้เสนอ...และก็จะต้องมีผู้ตอบสนอง หากผลประโยชน์ลงตัว



วันนี้เรามาเฝ้าร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ลูกชาย มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าหลายอย่าง
คนๆนี้เคยมาซื้อของบ่อย ดูลักษณะเป็นคนดีและซื่อสัตย์ จากการที่เราชอบซักถามและพูดคุยอยู่หลายครั้ง
และเราก็รู้จากคนๆนี้เสมอว่า วัดไหนจัดกิจกรรมอะไรบ้างในขณะนี้ มันเป็นทางเลือกหนึ่งของเราที่จะได้ทำบุญ
เมื่อครั้งมีการจัดสอบนักธรรมของพระสงฆ์กว่า 500 รูปในจังหวัดชลบุรี เราก็ได้ข่าวจากคนนี้แหละ
เราจึงได้มีโอกาสชวนเพื่อนไปทำบุญเลี้ยงพระที่มาสอบนักธรรมกัน
และในวันนี้หนุ่มคนนี้ก็ได้มาพร้อมพระภิกษุสงฆ์ที่มีอายุแล้วหนึ่งรูป หลังจากสั่งอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดเสร็จแล้ว
ก็สั่งให้เราคิดราคาค่าของก่อน เพราะพระท่านจะเป็นผู้จ่ายเงินให้ ส่วนขอ่งนั้นชายคนนี้จะเป็นผู้รับไปดำเนินการเอง
เมื่อเราคิดเงินเสร็จ ก็ได้แจ้งราคาให้พระท่านทราบและบอกว่าให้ฝากเงินไว้กับชายผู้นี้ก่อน เมื่อเราจัดของเสร็จ
และเขียนใบเสร็จรับเงินให้แล้วจึงจะรับเงิน เมื่อพระท่านกลับไปเราจึงได้ถามกับชายหนุ่มว่า พระท่านจะนำไปใช้ที่วัดหรือ
ขณะถามใจก็คิดว่า เราคงจะได้ร่วมทำบุญกับท่านบ้างไม่มากก็น้อย เพราะของนี้นำไปใช้ในวัด



แต่ชายผู้นั้นกลับตอบว่า ไม่ได้ไปใช้ที่วัดหรอก พระท่านออกเงินให้เพื่อนำไปใช้ที่บ้านปลูกใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของภรรยาท่านเอง
เราจึงถามไปว่า ท่านบวชมากี่พรรษาแล้ว เขาก็ตอบว่า นี่ก็เข้าพรรษาที่ 3 แล้ว แต่เพราะรายได้ดีท่านจึงยังไม่สึก
เราจึงถามต่อไปอีกว่า ท่านทำอะไรถึงมีรายได้ดี ชายผู้นั้นก็ตอบว่า ท่านเป็นนักเทศ นักสะเดาะเคราะห์
มีผู้คนเชื่อถือท่านมาก เรียกว่าท่านดัง มีคนทำบุญกับท่านมากมาย รายได้ท่านดีกว่าเราซึ่งทำมาหากินทุกวันมากนัก
เราจึงถามอีกว่า แล้วท่านเทศและสะเดาะเคราะห์ให้แก่คนทุกวันหรือ ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดไหนล่ะ
ชายคนนั้นก็ตอบชื่อวัดมา แล้วก็บอกอีกว่า ท่านไม่ค่อยได้อยู่วัดหรอกเพราะท่านต้องเดินสายทุกวัน
วัดน่ะเป็นที่จำวัดและเป็นสถานที่หลักในการติดต่อเท่านั้นเองแหละ
เราอดสนุกไม่ได้ เลยถามชายผู้นั้นไปว่า กับเบิร์ด ธงไชย น่ะใครดังกว่ากัน เขาก็เลยหัวเราะและเล่าสรุปให้เราฟังว่า



ท่านทำกันเป็นทีม จะมีคนธรรมดานี่แหละเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด คนกลุ่มนี้เขาจะเที่ยวสืบหาพระที่เทศเก่งๆ
และพอทำพิธีได้ โดยอุปกรณ์ในการทำพิธีนั้นคนกลุ่มนี้จะเป็นผู้จัดหามาให้ทั้งหมด พระท่านเพียงแต่ไปเทศและทำพิธีสะเดาะเคราห์ เท่านั้น
ทุกครั้งที่ไปก็จะมีผู้คนมาฟังเทศจากท่านและทำพิธีสะเดาะเคราะห์กันมากมาย บางครั้งผมก็เป็นผู้ขับรถไปส่งท่าน
ท่านว่าจ้างให้ผมไปส่งน่ะ นอกจากค่าเช่าแล้วท่านก็ให้ทิปทุกครั้งที่ไปส่ง มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่รายได้ท่านในแต่ละครั้ง
เราฟังด้วยความสงสัย จึงถามไปว่าแล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าคนที่นั่นที่นี่อยากสะเดาะเคราะห์ เขามานิมนต์ท่านหรือ
เปล่าเลย ชายผู้นั้นตอบ บอกแล้วไงเขาทำงานกันเป็นทึม ท่านไม่ไปรู้เห็นอะไรกับเขาหรอก เพราะเขามีค่าตัวให้กับท่านอยู่แล้ว
แต่มีข้อตกลงอีกอย่างหนึ่งก็คือ เงินที่ญาติโยมถวายเป็นการส่วนตัวกับท่าน ทีมงานไม่เกี่ยว
สำหรับเงินกัณฑ์เทศ และเงินค่าสะเดาะเคราะห์นั้น เป็นของทีมงาน เพราะท่านได้ค่าตัวไปแล้ว
ส่วนเรื่องค่าพาหนะนั้น ทึมงานเป็นผู้จ่ายให้ ทั้งหมด รายได้ท่านมากน้อยขึ้นอยู่กับแรงศรัทธาที่เขาจะถวายโดยตรงกับท่าน
บางครั้งท่านต้องเดินทางไกลถึงภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน ก็แล้วแต่ว่าเขาจะไปจัดกันที่ไหน นั่งเครื่องบินไปก็เคย



เราจึงถามอีกว่า แล้วท่านไปบวชอย่างนี้ภรรยาท่านทำอย่างไรล่ะ โอ๊ย...เขาไม่ว่าหรอกได้เงินมาเลี้ยงครอบครัวก็ดีแล้ว
ท่านส่งลูกเรียนสูงๆ และยังปลูกบ้านให้อีก นี่ท่านก็เพิ่งขายบ้านในหมู่บ้านคนรวยไปเมื่อไม่นานนี้เอง ได้เงินมามากโขอยู่นะ




ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ท่านอ่านเรื่องนี้แล้วท่านมีความคิดเห็นเช่นไร สำหรับเราคิดว่า พระพุทธศาสนานั้นเปิดกว้าง
ให้คนได้ศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเอง ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่ที่จิต ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นจิตสำนึก จิตใต้สำนึก หรือจิตว่าง
ก็แล้วแต่จะคิดนะ ใครจะถูกหรือผิดนั้น มันก็แล้วแต่การกระทำ หรือกรรมที่ตนเองเท่านั้นเจาะจงทำและสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง
ไม่มีใครไปบังคับได้หรอก ปัจจัยแห่งความหลงนั้นมันยิ่งใหญ่ไพศาลนัก และอุปกรณ์ที่จะทำให้เกิดความหลงก็คือเงิน
นี่ละมั๊ง....ที่บทบัญญัติแห่งพระธรรมยุต คือห้ามพระสงฆ์หยิบจับเงิน เพราะเงินมันคือไฟอันร้อนแรงน่ะเอง ฮ่าๆๆๆ



สำหรับท่านที่มีทุกข์มากมาย ซึ่งท่านเชื่อว่าเป็นเคราะห์กรรมนั้น เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว
ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมชตากรรมในการเพิ่มกรรมให้กับท่านเองหรือเปล่า ลองคิดดู เคยเขียนบอกไว้แล้วว่า
กรรมคือการกระทำ อย่าไปโทษใคร มันเป็นการกระทำของตัวเราเองทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดหรอกที่จะสะเดาะเคราะห์กรรมให้กับท่านได้
นอกจากท่านจะตกเป็นเหยื่อซะเอง สิ่งที่จะแก้เคราะห์กรรมให้กับท่านได้ก็คือ
ท่านต้องหยุดและตั้งสติให้ดี ยึดมั่นถือมั่นในการทำแต่กรรมดี อย่าโลภ อย่าหลง
เงินไม่ได้ช่วยอะไรท่านได้หรอก นอกจากจะช่วยให้ท่านหลงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเท่านั้นหลงคิดว่ามันคือความสุข
มันคือเกียรติยศ มันคืออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะ หากท่านหยุดและใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ต้องอวดใคร
มีกินมีใช้เพื่อเลี้ยงชีพให้อยู่ในโลกอันศิวิไลนี้ต่อไปได้ นั่นมันก็คือความสุขแล้วละ
แต่หากท่านยังมีแต่ "ความอยาก" ไม่สิ้นสุด ท่านอยู่ในโลกนี้ก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นนั่นแหละ เอวังดีกว่า......








Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 10 เมษายน 2555 6:56:49 น.
Counter : 664 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....