Group Blog
All Blog
### เร่งความเพียร ###













“เร่งความเพียร”

วันนี้เป็นวันพระ วันที่เรามาเร่งความเพียรกัน

 เพราะวันเวลามีแต่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ ทุกวินาทีที่ผ่านไป

 ก็แสดงว่า ชีวิตของเราก็หดลงไป

 เรากำลังเดินเข้าสู่ความแก่ความชรา

เข้าสู่ความเจ็บไข้ได้ป่วย เข้าสู่ความตายกัน

โอกาสที่เราจะได้ตักตวงให้เกิดมรรคผลนิพพานขึ้นมา

ก็จะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ ถ้าเราไม่รีบเร่งความเพียร

 เราอาจจะไม่ทันกับเวลาที่ค่อยๆผ่านไป

 เวลานี้ไม่หยุดไม่คอยใคร เวลาเขาเดินไปเรื่อยๆ

ถ้าเราปล่อยให้เวลาผ่านไป โดยไม่ได้เร่งความเพียร

 ไม่ได้เจริญมรรค มรรคผลนิพพานที่เป็นสิ่งที่ประเสริฐ

 ก็จะไม่เกิดขึ้นกับเรา

 แล้วถ้าชีวิตเราชาตินี้หมดไป

 ชาติต่อไปอาจจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่

 ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่

และกลับมาแล้ว จะได้พบกับพระพุทธศาสนาอีกหรือไม่

 ก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน

 เพราะการปรากฏของพระพุทธศาสนาในแต่ละครั้งนั้น

 ก็เป็นเวลาที่ห่างไกลกันมาก ยากที่จะเกิดขึ้นมา

 การได้เกิดเป็นมนุษย์ก็ยากเช่นเดียวกัน

โอกาสที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบกับพระพุทธศาสนา

 จึงเป็นโอกาสที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

โอกาสที่จะได้อย่างที่เราได้อยู่ตอนนี้นั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก

 พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า มีสิ่งที่ยากอยู่ ๔ ประการ

 คือการปรากฏของพระพุทธศาสนา

 การปรากฏของพระพุทธเจ้า การได้เกิดเป็นมนุษย์

การได้ศึกษาปฏิบัติธรรม

 การดำรงชีพของมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่ยาก

นี่คือสิ่งที่ยาก ตอนนี้เราได้ ๒ ข้อแล้ว

 ก็คือได้เกิดเป็นมนุษย์ได้พบกับพระพุทธศาสนา

ข้อที่ ๓ ก็คือการศึกษาปฏิบัติธรรม

อันนี้ถ้าเราไม่ผลักดันตัวเราเองให้ศึกษาให้ปฏิบัติ

 มันก็จะเป็นของยาก ของที่จะไม่เกิดขึ้นเองได้ง่ายๆ

 ไม่เหมือนกับการไปแสวงหาลาภยศสรรเสริญ

 หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำที่ง่ายมาก

 เพราะมันฝังอยู่ในใจของเรา เราทำกันมาจนติดเป็นนิสัย

 แทบจะไม่ต้องมีใครสอน แทบจะไม่ต้องมีใครบังคับ

 ถ้าให้ไปหาเงินหาทองนี่ ไปได้

หาลาภหายศหาสรรเสริญ

หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 อันนี้ไปกันได้อย่างง่ายดาย

 แต่ให้ไปเจริญมรรคให้ไปทำทานให้ไปรักษาศีล

 ให้ไปภาวนานี้เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

 อย่างน้อย ๗ วันนี้ทำได้กันก็วันหนึ่ง บางคนนี้ทำไม่ได้เลย

 ปีหนึ่งจะทำบุญสักสองสามสี่ห้าครั้งตามโอกาส

 ตามวันสำคัญต่างๆ ตามวันเกิดบ้าง

 ตามวันครบรอบของการตายของพ่อแม่

หรือวันสำคัญทางศาสนา วันขึ้นปีใหม่

 ถึงจะได้ทำบุญให้ทาน นี้ก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อย

ส่วนที่สำคัญก็คือ การศึกษาปฏิบัติธรรม

 เช่นการเข้าวัด อยู่วัด ฟังเทศน์ฟังธรรม

เจริญสมถภาวนา เจริญวิปัสสนาภาวนา รักษาศีล ๘

อันนี้จะเป็นสิ่งที่ยากแสนยาก

จึงไม่ค่อยได้พบกับมรรคผลนิพพานกัน

ก็จะได้แต่ลาภยศสรรเสริญ ได้แต่รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 ที่เป็นความสุขเพียงชั่วคราว

แล้วก็เป็นความทุกข์ตามมา

 เพราะความสุขที่ไม่ได้ทำให้ความอยากลดน้อยลงไป

แต่เป็นความสุขที่ทำให้ความอยากเพิ่มมากขึ้น

เวลามีความอยากแล้วจะอยู่ไม่เป็นปกติ อยู่ไม่ได้

กระวนกระวายกระสับกระส่าย หงุดหงิดรำคาญใจ

 ก็เลยต้องออกไปทำตามความอยาก

 ไปทำตามความอยากก็ไม่ได้ทำให้ความอยากหายไป

 ระงับความหงุดหงิดรำคาญใจไว้ชั่วคราว

 แล้วก็เกิดความอยากขึ้นมาใหม่

เกิดความหงุดหงิดรำคาญใจตามมา

นี่คือความสุขที่ได้จากการแสวงหา ลาภยศสรรเสริญ

 หารูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะชนิดต่างๆ

ไม่เหมือนกับความสุขที่ได้จากการทำทาน รักษาศีลภาวนา

 ความสุขนี้เป็นความสุขที่จะลดความอยากให้น้อยลงไป

ทำแล้วก็จะทำให้มีความสงบ มีความสบายใจ

 มีความพอใจที่จะอยู่เฉยๆ ไม่มีความอยากมาคอยกระตุ้น

ให้ไปทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้ไปหาสิ่งนั้นสิ่งนี้

ดังนั้นเราต้องคอยสอนตัวเราเอง คอยบังคับตัวเราเอง

ให้ทำในสิ่งที่เป็นความสุขที่แท้จริง

อย่าปล่อยให้นิสัยคอยฉุดลาก

ให้เราไปหาความสุขที่เป็นความทุกข์

เราต้องบังคับตัวเราเอง บังคับให้ทำทานให้มากๆ

รักษาศีลให้มากๆ เจริญจิตตภาวนาให้มากๆ

ถ้าเราไม่บังคับมันจะไปไม่ได้

ถ้ารอให้เกิดความรู้สึกเกิดอารมณ์ที่อยากจะทำแล้วค่อยทำนี้

มันก็จะเกิดอย่างที่พูดนี่ ต้องวันสำคัญจริงๆ

 เช่นวันเกิด วันขึ้นปีใหม่วันเทศกาลต่างๆ

 ตอนนั้นก็อาจจะเกิดอารมณ์อยากที่จะทำบุญ

 อยากจะรักษาศีล อยากจะปฏิบัติธรรม

 แต่มันจะน้อยเกินไป จะไม่เพียงพอ

ต่อการที่จะทำให้เกิดผลขึ้นมา

 การที่จะทำให้เกิดผลขึ้นมานี้ มันต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 ทำอยู่ทุกๆวันทุกเวลานาที ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนหลับ

ควรจะทุ่มเทชีวิตจิตใจ ทุ่มเทความพากเพียร

ให้กับการปฏิบัติให้กับการศึกษา

ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่เพียงพอ

ต่อการที่จะทำให้เกิดผลขึ้นมา

 เราจึงต้องกำหนดว่าเราจะรักษาศีลเท่าไหร่

จะภาวนาเท่าไหร่ คือควรจะมีจุดเริ่มต้น

จะมากจะน้อยไม่สำคัญ ขอให้มีจุดเริ่มต้น

แล้วก็ขอให้มีแผนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆตามลำดับไป

เบื้องต้นก็อาจจะเอาวันพระเป็นจุดเริ่มต้น

 วันพระจะถือศีล ๘ จะปฏิบัติธรรม

เจริญสตินั่งสมาธิเดินจงกรม ฟังเทศน์ฟังธรรม

เจริญวิปัสสนาเจริญปัญญา จะไม่ทำภารกิจอย่างอื่น

 จะไม่หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

เบื้องต้นก็เอาวันพระก่อน แล้วก็ค่อยเพิ่มขึ้นไป

 เป็น ๒ วัน ๓ วัน ๔ วัน เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆสัก ๗ วัน

 ถ้าครบ ๗ วันแล้วก็จะถือว่าได้ปฏิบัติอย่างเต็มที่แล้ว

ไม่มีช่องให้ไปกระทำกิจอย่างอื่นที่ไม่สำคัญ

ที่ไม่ได้เอื้อต่อการบรรลุมรรคผลนิพพาน

ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเป็นที่พึ่งของเราได้

นอกจากมรรคผลนิพพานนี้เท่านั้น

ผู้ที่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน

 จะเป็นผู้ที่อยู่อย่างปราศจากความทุกข์

จะไม่มีความทุกข์ต่างๆเข้ามาเหยียบย่ำทำลายจิตใจ

 ดังนั้นอย่าไปหลงกับการหาลาภยศสรรเสริญ

หารูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 เพราะจะไม่สามารถดับความทุกข์ต่างๆ

 ไม่สามารถป้องกันไม่ให้ความทุกข์ต่างๆเกิดขึ้นได้

ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐี เป็นประธานาธิบดี

เป็นนายกรัฐมนตรี หรือเป็นอะไรก็ตาม

จะไม่สามารถที่จะอยู่เหนือความทุกข์ไปได้

 จะต้องถูกความทุกข์บีบคั้นอยู่ตลอดเวลา

 เพราะความทุกข์นี้เกิดจากความอยาก

และความอยากไม่ลดน้อยลงไป

จากการได้ลาภยศสรรเสริญ

ได้รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 แต่กลับจะทำให้เกิดความอยากเพิ่มมากขึ้น

ก็ยิ่งเกิดความทุกข์

 เป็นความทุกข์ที่ไม่รู้สึกตัวเลยว่าเป็นความทุกข์

เช่นเวลาอยากได้อะไรก็ต้องไปขวนขวาย ไปต่อสู้

 ไปเอาสิ่งที่อยากได้มา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

กัณฑ์ที่ ๔๖๒ วันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖

“เร่งความเพียร”








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 01 มีนาคม 2559
Last Update : 1 มีนาคม 2559 11:21:52 น.
Counter : 253 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....