น้องคิด 1 ขวบ 10 เดือน เด็กคือผ้าขาวที่มหัศจรรย์
11 มิถุนายน 2553

จริง ๆ แล้วน้องคิดจะครบ 1 ขวบ 10 เดือนวันที่ 15 ค่ะ เพราะน้องคิดเกิด 15 สิงหาคม แต่ก็ถือเอาคร่าว ๆ เนอะ

มาดูพัฒนาการอัพเดตของน้องคิดกันดีกว่า จะบอกว่าเยอะมาก ๆ ค่ะ (เวลาเลี้ยงลูก ไม่ต้องเปิดตำราเยอะมากนะคะ เลี้ยงไปเรื่อย ๆ เกิดความสงสัยค่อยหาข้อมูลค่ะ)

อย่างที่เคยเกริ่นไว้ ออยสอนภาษาอังกฤษให้น้องคิดด้วยนะคะ ตอนแรกว่าจะพูดอังกฤษ 100% แต่ติดที่ใจเราไม่แข็งพอ ในครอบครัวไม่มีใครพยายามพูดไทยกับน้องคิดเลยค่ะ โดยเฉพาะปาป๊าน้องคิด เห็นออยพูดและสั่งน้องคิดเป็นภาษาอังกฤษได้ก็เอาบ้าง ... ทำไปทำมาพูดแต่อังกฤษกันทั้งบ้าน (รวมถึงบ้านแม่ออยด้วย) เลยทำให้ออยต้องสอนภาษาไทยน้องคิดบ้าง โดยเฉพาะตอนดุ เป็นภาษาไทยดุได้ดีกว่าอังกฤษค่ะ

เล่าชีวิตประจำวันให้ฟังดีกว่านะคะ (Mom = ออย) ภาษาอังกฤษอาจจะไม่ค่อยถูกนัก

*** Bedroom ***
Mom : Good morning, Baby. (ออยเรียกน้องคิดว่า Baby หรือไม่ก็ Kiddy) How are you?
Kid : !@#$%^&* (ภาษามนุษย์ต่างดาว เคยพูดคำว่า ning ได้ทีนึง)
Mom : Take off your socks and go to take a bath (น้องคิดก็จะกลิ้งบนเตียงสิบแปดตลบ แล้วมากลิ้งต่ออีกหลายตลบบนเบาะข้าง ๆ เตียง) สุดท้ายต้องชวนไปหาปลาวาฬ
Mom : Do you want to say good morning to the whale?
Kid : ... ยอมให้จูงมือไปโดยดี แต่บางวันก็อิดออดหรือมีร้องไห้บ้าง

*** Bathroom ***
Mom : Let's take your chair and tub. น้องคิดก็จะหยิบเก้าอี้และยกกะละมังอาบน้ำเดินเข้าห้องน้ำเอง เปิดน้ำเอง
Mom : Let's say hi to the whale.
Kid : Hi พร้อมทั้งโบกมือทักทายสติ๊กเกอร์ปลาวาฬที่ติดอยู่บนฝาผนังในห้องน้ำ น้องคิดรู้จัก Duck, Fish, Pearl, Seaweed (อันนี้รู้จักจากที่ชอบกินสาหร่าย น้องคิดพูดตามได้ว่า Sea และ Weed แต่พอให้พูดติดกันจะพูดเป็น วีหวีด)
Mom : Wash your hands, shoulders, knees and toes (น้องคิดยังจำอวัยวะได้ไม่แม่นยำนัก อาจเป็นเพราะยังไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ แต่ชอบก้มจับนิ้วเท้าตอนเพลงร้องถึงคำว่า toes)
Mom : Ok, we've finished. Let's say bye bye to everyone.
Kid : Bye พร้อมทั้งโบกมือ
Mom : Oh, you have to pour out the water. น้องคิดก็จะเทน้ำออกจากกะละมังและเอาไปเก็บเอง

*** Dress up ***
น้องคิดรู้ลำดับการใส่เสื้อ ใส่แขนข้างนึงแล้ว ต้องเอาแขนอีกข้างนึงใส่ด้วย (จริง ๆ มันคงเป็นเรื่องปกติ แต่ออยรู้สึกว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่ดี)
การใส่กางเกงต้องยกขาใส่ทีละข้าง รู้จักเอามือมาเกาะไหล่แม่ แต่พอจะใส่อีกข้างดันเอามือมาเกาะที่หัว เหอ ๆ
คำศัพท์ที่ใช้ก็พื้น ๆ Let's put on the shirt/pants/socks etc.
มีบางครั้งที่จะออกนอกบ้านก็จะถามเค้าว่า Do you want to wear this shirt? บางทีเค้าก็อยากใส่ทั้งสองตัวทับกัน ... หลัง ๆ เลยไม่ค่อยได้ให้เลือก เพราะไม่งั้นร้อนตับแลบ เคยไม่ให้ใส่สองตัว บอกเค้าว่าร้อน ... เค้าไม่เชื่อ ใส่ไปสองตัว เหงื่อแตกพลั่ก แถมผดขึ้นอีกต่างหาก

*** Meal ***
ตอนนี้ปวดหัวมาก อาจจะด้วยวัย ... น้องคิดเลือกทานอาหารมากขึ้น จากเมื่อก่อนป้อนอะไรก็กิน เคยกินอะไรก็จะกินอย่างนั้น แบบนั้น เหมือนเดิม เช่น
มักกะโรนี ซื้อยี่ห้อนึงมามีหลายแบบในถุง น้องคิดชอบกินแบบเป็นหลอด ๆ เอานิ้วจิ้มแล้วใส่ปาก (อันนี้ออยสอนเอง) กลายเป็นว่าถ้าต้มทุกแบบ น้องคิดก็จะเลือกแต่แบบหลอด จะได้เอานิ้วจิ้มได้ ที่เหลือไม่กิน แม่มานต้องกินเอง เมื่อก่อนยัดไส้ได้ เอาผักไปบด ๆ ก็เนียน ๆ ไป แต่ตอนนี้ไม่ได้ ร้องไห้น้ำตากระเด็น จะเอาแบบไม่มีไส้ ... ประท้วงไม่กินทั้งชาม เอาช้อนใส่กลับแถมเอาฝาปิดแล้วผลักออกจากหน้าเลย ก็ต้องหาทางกันต่อไป แต่อะไรที่ชอบเนี่ย ไม่ต้องให้เรียกเลย

น้องคิดตักอาหารกินเองได้หลายเดือนแล้ว (จำไม่ได้แล้วหละว่าเมื่อไหร่ แต่ส้อมเนี่ยใช้เป็นตั้งแ่ต่หนึ่งขวบ จิ้มข้าวเหนียวกิน) ถ้าเป็นข้าวสวยหรือข้าวต้มที่ไม่เหลวมาก ก็จะให้ตักกินเอง (ขี้เกียจทำความสะอาดบ้าน)

น้องคิดชอบกินสาหร่ายมาก ๆ ตอนแรกซื้อมาทำข้าวห่อสาหร่าย แต่น้องคิดเห็นแล้วอยากลอง ลองแล้วติดใจ ออยเลยเลือกซื้อแบบที่ไม่ใส่เกลือและผงชูรส อย่างน้อยก็ได้กินผักเนอะ (แต่ใจจริงอยากให้กินผักสดมากกว่า)

อ้อ อีกอย่างที่ชอบก็คือ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ชอบมาก เห็นแล้วมีเฮ ...

อีกคำที่พูดชัดมาก ๆ คือ Cheese เพราะชอบกินมาก ก็จะให้กินบ่อย ๆ กินกับขนมปังปิ้ง เอาชีสวางไว้ด้านบนแล้วหันเ็ป็นสี่เหลี่ยม บางทีก็ทำไข่เจียวบาง ๆ แล้วเอามาประกบเป็นแซนวิชด้วย น้องคิดก็ชอบนะ

ตอนนี้น้องคิดพูดคำว่า Bread ได้แล้ว แต่ยังไม่ค่อยชัดมาก เค้าทำท่าที่เค้าคิดขึ้นเอง เอามือปาดกันเหมือนเราปาดเนย เค้าคงเห็นตอนเราทาเนย

พูดคำว่า เกิร์ต ของโยเกิร์ตได้ชัด เพราะว่าชอบกิน ช่วงนี้เลยให้กินกับ Corn Flake แบบที่ไม่มีน้ำตาล สลับกับ KokoKrunch (เขียนถูกป่าวเนี่ย)

ส่วนผลไม้เนี่ยไม่ต้องพูดถึง ไม่ค่อยยอมกิน ต้องเอามาปั่นเป็นน้ำปั่นถึงจะยอมดูดบ้าง ผักก็อาศัยต้มให้นิ่ม ๆ แล้วบดไปกับข้าว แต่ก็ไม่ได้ทุกมือ เพราะถ้าเห็นหน้าตาแปลก ๆ บางทีก็ไม่ค่อยยอมกิน ทำให้มื้อนั้น (ที่อุตส่าห์ลงทุนประดิดประดอย) โดนปฏิเสธ

เรื่องกินนี่คุยกันไ่ม่จบแน่ ๆ เลย ข้ามไปเรื่องอื่นดีกว่า

*** กิจกรรมทั่ว ๆ ไป ***
Mom : Do you love Daddy?
Kid : Yes (เสียงใหญ่ ๆ หนักแน่นสำหรับพ่อ)
Mom : How much?
Kid : กางมือออกกว้าง ๆ (แม่พูดว่า A lot)

Mom : Can you say "Daddy"? (ตอนสอนลูกเรียกพ่อ)
Kid : Pa ...
Mom : Can you say "Daddy"?
Kid : Pa ... น้องคิดเรียกพ่อว่า ปา ... เราสื่อได้เองว่า Daddy กับ Pa คือคนเดียวกัน เพราะเวลาเห็นรูปถ่าย ออยถามว่า
Mom : Which one is Daddy?
Kid : ชี้ที่รูปพ่อแล้วพุดว่า "Pa"

จริง ๆ มีเรื่องเล่าอีกเยอะ กะว่าจะเข้ามาอัพเดตบ่อย ๆ แล้วหละ ไม่งั้นจำไม่ค่อยได้ อยากเก็บความประทับใจไว้เยอะ ๆ

เอาเรื่องล่าสุดวันนี้ละกัน

ป้าน้องคิดมาเที่ยวบ้าน ซื้อกาแฟเย็นมาหนึ่งแก้ว น้องคิดยืนจ้องตาเป็นมัน
Mom : Baby, it's coffee, not for baby.
Kid : เดินไปขอแก้วกาแฟจากป้า ... ไหว้ซะสวย (ทำเองไม่ต้องให้บอก)
Mom : Kiddy, not for baby.
Kid : ชี้แก้วกาแฟ แล้วเดินไปชี้ลุง ... แล้วเดินกลับมาไหว้อีกครั้ง ... แปลได้ว่า น้องคิดไม่ได้จะกินเอง จะเอาไปให้ลุงกิน ... โอ๊ย ป้ากับลุงเนี่ยยิ้มกันแก้มปริเลย หลานออกจะมีน้ำใจ

ตกเย็นน้องคิดเริ่มง่วง เพราะวันนี้ไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เช้า ออยเตรียมอาหารเย็นอยู่ในครัว
Kid : เดินมาหยิบแก้วพลาสติก (คล้าย ๆ ถ้วยตวงข้าวสาร แต่เนื้อใส่และแตกได้)
Mom : Kid, don't touch it as it can be broken. แล้วแม่ก็เก็บไป
Kid : เดินมาหยิบอีกรอบแล้วเดินไปที่ถังใส่ข้าวสาร พยายามจะเปิดฝากถัง ... ป้าเดินมาเห็นและเข้าใจได้ว่าน้องคิดจะหุงข้าว เลยตะโกนบอกแม่ ...
Mom : Kid, I've already cooked the rice. It's here.
Kid : พยักหน้าหงึก ๆ ประมาณว่า อ้อ นู๋นึกว่าแม่ลืมหุงข้าว เดี๋ยวน้องคิดหุงเอง เพราะแม่สอนแล้ว (ปกติต้องพากันไปตักข้าว เอาข้าวไปซาว น้องคิดต้องเอามือลงไปซาวเองเลยนะ แรก ๆ ชอบไปกดปุ่มหม้อข้าว ต้องคอยเตือนบอกว่า Don't touch the rice cooker. It's very hot. เดี๋ยวข้าวไม่สุกอดกินนะ)

เวลาปาป๊ากลับมาบ้าน ต้องกระโดดเกาะแล้วกอดแน่น ๆ บางทีก็เกาะแข้งเกาะขา ... ไม่เห็นเคยรักแม่แบบนี้เลยนะเนี่ย

*** เรื่องขับถ่าย ***
จนถึงวันนี้น้องคิดก็ยังบอกฉี่ไม่ค่อยได้ อาศัยอุ้มไปฉี่หรือเอากระโถนมารอง บางทีฉี่เสร็จก็ค่อยพูดว่าฉี่ ตอนนี้เลิกแพมเพิสกลางวันแล้ว ยกเว้นตอนออกไปข้างนอกก็ยังใส่อยู่ เพราะบางทีก็ไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ (จริง ๆ ว่าจะลองไม่ใส่ดู แต่ขี้เกียจขนเสื้อผ้าไปเยอะ)

กลางคืนกำลังคิดว่าจะเริ่มอุ้มฉี่บ้าง ... แต่ติดที่ตอนนี้แม่มานหลับแล้วลืมตาอีกทีก็เช้าเลย

ส่วนอึเนี่ย บอกได้ด้วยท่าทาง เค้าจะวิ่งมาจ้องหน้าแล้วบางทีก็มีเสียง "อึ๊" ...

มีเรื่องเล่าอีกเยอะมาก แต่ว่าจำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ ดูรูปก่อนละกัน






Create Date : 11 มิถุนายน 2553
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 0:08:42 น.
Counter : 266 Pageviews.

2 comment
น้องคิดครบหนึ่งขวบแล้วคร้าบ...เลิกนมมื้อดึก เลิกขวดนม เดินได้แล้ว นั่งกระโถน นั่งชักโครก ฯลฯ
๑๘ กันยายน ๒๕๕๒

แปลกดีนะคะ ไม่เคยพิมพ์เลขไทยมาก่อน ก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเปลี่ยนภาษาไปมา แถมได้อนุรักษ์เลขไทยด้วย

กว่าจะได้มาเขียนบล๊อกน้องคิดก็ขวบหนึ่งเดือนไปแล้วค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าภายในหนึ่งเดือนนี้ น้องคิดมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ๆ มาดูกันเลยนะคะ ว่าน้องคิดทำอะไรได้บ้างแล้ว

เลิกนมมื้อดึก

ความจริงน้องคิดเลิกนมมื้อดึกไปรอบนึงแล้วตอนครบเก้าเดือน แต่เนื่องจากไม่สบายเข้า รพ. ไปสองคืน (อ้วกและท้องเสีย) กลับมาบ้านเลยยังต้องกินมื้อดึก แถมด้วยความงอแงเพิ่มเป็นทวีคูณ เวลาเห็นนมนี่ร้องไห้เลย เพราะกลัวไม่ได้กิน

ก็เลยมาเริ่มกันใหม่ตอนเกือบครบขวบ ใช้เวลาสองอาทิตย์เท่ากับครั้งก่อน เพราะใช้สูตรเดิม

เลิกขวดนม

ระหว่างนั้นก็เตรียมเลิกขวดนมไปพร้อมกัน โดยการเริ่มจาก "หลอดยาคูลท์" ก่อน เพราะว่าเล็กที่สุด ลงทุนซื้อยาคูลท์สองขวดด้วยหละ ...

ก่อนหน้านี้น้องคิดก็ดูดหลอดเป็นแล้ว แต่ก็เพราะไม่สบายอีกนั่นแหละ (ก่อนหน้าท้องเสีย) ดันเป็นหวัด เลยดูดหลอดไม่ขึ้น กว่าจะหายก็ลืมไปแล้วว่าดูดยังไง

พอดูดหลอดยาคูลท์ได้ ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นหลอดนมกล่อง และเป็นหลอดเซเว่น จนตอนนี้หลอดกาแฟใส ๆ ก็ดูดได้ค่ะ แต่ต้องตัดให้สั้นหน่อยนะ ยาวไปดูดไม่ไหว หมดแรงซะก่อน



เลิกขวดนมได้ยิ่งเร็วยิ่งดี หมอบอกว่าอายุที่เหมาะสมคือ ๑ - ๑.๕ ปีค่ะ เนื่องจากฟันเริ่มขึ้นเยอะ เด็กบางคนดูดขวดแล้วหลับทำให้นมที่หวาน ๆ ติดอยู่ที่ฟันและทำให้ฟันผุค่ะ (ลูกน้องสาวต้องไปอุดฟันสองซี่ตอนสองขวบ เสียไปสามพันกว่าค่ะ แถมลูกยังร้องไห้งอแงด้วย)

ระหว่างที่เลิกขวดนม เราต้องกอดเค้าบ่อย ๆ นะคะ เค้าจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ยิ่งเวลากินนมใส่แก้วแรก ๆ นี่กอดไว้เลยค่ะ

น้องคิดเลิกได้ประมาณวันที่ ๑๘ สิงหาคมค่ะ เลยวันเกิดมาสามวัน

ส่วนคุณแม่ที่น้อง ๆ ยังเลิกไม่ได้ ไม่ต้องเครียดนะคะ ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากให้ดูดน้ำที่ชอบก่อน พวกน้ำผลไม้ก็ได้ค่ะ หาแก้วสวย ๆ น่ารัก ๆ มาให้ใช้ แก้วแบบมีที่จับสองข้างก็ดีนะคะ หรือเป็นแก้วพลาสติกทรงสูงก็จะไม่ต้องกลัวนมหกออกมา

น้องคิดเดินได้แล้วครับ
๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

น้องคิดหัดเดินมาตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนแล้วค่ะ แรก ๆ ก็ก้าวสองก้าว เค้าจะคอยมองไปรอบ ๆ ตัวว่ามีอะไรให้เกาะได้มั้ย พอเริ่มไม่มั่นใจเค้าจะนั่งลงแล้วคลานเอาเร็วกว่าค่ะ

ช่วงที่หัดเดินโดยมีคนจูง เค้าวิ่งเหมือน "ปังคุง" เลยค่ะ ก็ลิงชิมแปนซีใน "ขำกลิ้งลิงกับหมา" ไงคะ ตลกมากค่ะ นึกภาพขาไปก่อนตัวนะคะ แล้วมือก็ชูอยู่เพราะแม่จับไว้

มีเรื่องมาเตือนด้วยค่ะ น้องคิดหัวโนไปหนึ่งที เนื่องจากใช้ของเล่นหัดเดินที่มีล้อคล้าย ๆ แบบนี้ค่ะ (พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมา เด็กในรูปมะช่ายน้องคิดเด้อ)



ขอบอกว่าล้อมันหมุนเร็วมาก ขนาดว่าออยเอาเทปกันกระแทกไปแปะไว้ที่ล้อ กะให้มันหนืด ๆ หน่อย ... น้องคิดเดินด้วยของเล่นนี้คล่องมากเลยตั้งแต่ครั้งแรก มีการก้มขึ้นก้มลงด้วยนะ

แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นจนได้ น้องคิดวิ่งถึงฝาผนังก็หยุด แต่พอดีโน้มตัวไปข้างหน้า ล้อหลังของของเล่นก็เลยยกขึ้น ทีนี้ก็ทรงตัวไม่อยู่ ล้มหน้าไปชนฝาผนัง หัวโนบวมปูดเลยค่ะ



ออยตกใจมาก ไม่รู้จะทำไงดี เลยอุ้มไปเปิดตู้เย็น หยิบช็อคโกแลตให้กินค่ะ ได้ผลดีเกินคาด หยุดร้องไห้ทันที ... แหะ ๆ ใครจะเอาเทคนิคนี้ไปใช้บ้างก็ไม่สงวนสิทธิ์นะคะ แต่ต้องอย่าให้น้องติดใจนะ อิอิ

ก่อนวันที่จะเดินได้หลาย ๆ ก้าว น้องคิดหัดใช้ตะกร้าผ้าค่ะ น้องคิดชอบเล่นตะกร้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แบบนี้หละค่ะ เอาของใส่ให้หนักหน่อยแล้วให้น้องคิดเดินไถไปไถมา (แต่น้องคิดชอบรื้อของออกจากตะกร้าให้หมดก่อนแล้วค่อยไถเดิน) มันดีตรงที่ไม่เร็วมากเพราะไม่มีล้อค่ะ



และแล้วก็มาถึงวันที่ถ่ายวีดีโอนี่หละค่ะ ที่ถือว่าเค้าเดินได้เองจริง ๆ ลองแวะไปดูคลิปนะคะ แล้วก็ยังมีคลิปอื่น ๆ อีกเยอะเลยค่ะ ถ้าพอมีเวลาลองเปิดดูขำ ๆ คลายเครียดนะคะ

http://www.youtube.com/watch?v=oq84G6vyR_g

นั่งกระโถนสำเร็จ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒

น้องคิดไม่ยอมนั่งกระโถนเลย ชอบเอามาเล่น ขนาดว่าไปซื้อใบใหญ่หน่อยที่เป็นเก้าอี้ (ก็ดันใหญ่ไป เพราะโถเป็นรูทรงกลม ไม่ใช่ทรงรี ทำให้ก้นหล่นลงไปในโถ เพราะตอนซื้อมีแพมเพิส นึกว่านั่งได้ พอกลับมาบ้านแกะแพมเพิสออก ก้นหล่นตุ๊บลงไปเลยค่ะ)

วิธีฝึกจะฮา ๆ หน่อยนะคะ ออยนั่งบนกระโถนพร้อมกับทำเสียงอึ๊ ๆ ๆ ให้ดูทุกวันเป็นเวลาเกือบสองเดือนมั้ง ... แล้วก็ให้น้องคิดผลัดกันนั่ง (ทั้ง ๆ ที่ใส่กางเกงและแพมเพิส) เล่นกันสนุกไปเลยค่ะ

อยู่มาวันหนึ่ง น้องคิดก็ร้องโวยวาย (คงเรียกแม่บอกว่าหนูปวดอึ) พอหันไปมองก็เห็นทำท่าเบ่งอึอยู่ เลยรีบวิ่งไปหยิบกระโถน แล้วก็จับให้นั่งทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถอดกางเกงนั่นหละ น้องคิดก็ทำท่าเบ่งใหญ่เลย ซักพักนึกว่าเสร็จแล้ว ก็เลยให้ยืนแล้วก็ถอดกางเกงกับแพมเพิสออก ... อ้าว ยังไม่อึนี่นา ก็เลยจับนั่งลงใหม่ แล้วก็กอดเค้าไว้ค่ะ บอกว่าอึ๊นะลูก จะได้สบายท้อง

สำเร็จค่า ... แล้วก็เรียกเค้าดูว่า นี่ไงอึของคิด จะได้ไม่รำคาญก้นนะ

ก็ทันบ้างไม่ทันบ้าง (ส่วนใหญ่ไม่ทันเพราะทำงานบ้านค้างอยู่ ไม่เห็นไม่ได้ยินเสียงเค้าเบ่งอึ) ดีนะคะ ประหยัดแพมเพิสไปได้วันละอย่างน้อยหนึ่งผืน

ฝึกนั่งชักโครก ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒

ต้องยกความดีให้น้องวดีแห่งห้องชานเรือนที่เป็นแรงบันดาลใจให้น้องคิดฝึกนั่งกระโถนจนสำเร็จ แถมเลยไปถึงการฝึกนั่งชักโครกด้วย และต้องขอบคุณคุณรุ่ง แม่ของน้องวดี ที่มีคำแนะนำดี ๆ มาบอกเล่าเยอะมากค่ะ

ออยเป็นคนใจร้อนค่ะ ในเมื่ออึกระโถนได้แล้วก็ลองฝึกชักโครกเลยละกัน (กระโถนไม่พอด้วย ที่ใช้ดีมีอยู่ใบเดียว ไม่อยากซื้อเพิ่ม) พอดีไปได้ที่รองนั่งชักโครกของเด็กเป็นมรดกกันมาหลายทอด ยังดี ๆ อยู่เลย จัดการเอามาล้าง

เมื่อวานอาบน้ำตอนเช้า เลยลองให้นั่งดู ชอบมากค่ะ ตื่นตาตื่นใจ นึกว่าเป็นของเล่นชิ้นใหม่

พอตอนเย็นก็เลยให้นั่งเล่นอีกรอบนึง แต่ทีนี้มีเสียงร้องด้วยค่ะ เสียงเหมือนจะร้องไห้แต่ไม่ได้ร้องนะ แล้วก็มีเสียงหล่นไปในชักโครกดัง "จ๋อม" เย้ สำเร็จแล้ว ... (แต่เราไม่รู้ว่าอึลูกแข็งมั้ย เพราะมันหล่นไปในชักโครกแล้วอ่ะ แต่เดาเอาว่าคงแข็งเพราะฟังจากเสียง อิอิ) ดีใจมากเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าน้องคิดจะทำได้แล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววมาก่อนเลย

แต่ไม่รู้เป็นเพราะการฝึกด้วยหรือเปล่า ทำให้เค้าอึไม่หมด ก็เลยเป็นผลทำให้อึแข็ง เพราะวันนี้เค้านั่งกระโถนแล้วก็ร้องอีก อึแข็งมากค่ะ (ครั้งก่อนอึนิดเดียว) เหมือนเราไปรบกวนการเบ่งอึเค้าจนหด ... แต่ก็ต้องฝึกกันต่อไปนะคะ

การฝึกนี้ทำให้ออยรู้ว่า เด็กวัยนี้อยู่ในวัยของการเรียนรู้ค่ะ เค้าถึงเปรียบกันว่า "เด็กเหมือนผ้าขาว" อยู่ที่เราจะแต่งแต้มสีอะไรให้เค้า "สดใส" หรือ "หม่นหมอง"

อ้อ มีอีกสิ่งนึงค่ะที่ออยสังเกตได้ นั่นคือ น้องคิดรู้จักการใส่เสื้อและกางเกง เวลาใส่เสื้อพอสวมหัวเสร็จ เค้าก็จะยกมือซ้าย (หรือขวา) ขึ้นมาเพื่อสวมแขน และพอข้างนึงเสร็จก็จะยกมืออีกข้างนึงขึ้นมาเพื่อสวมแขนข้างที่เหลือ ... มันเป็นอัตโนมัตินะคะ (เด็กคนอื่น ๆ อาจจะทำได้เหมือนกันเนอะ ชมลูกซะ)

แล้วจะมาอัพเดตเรื่องราวของน้องคิดใหม่นะคะ



Create Date : 17 กันยายน 2552
Last Update : 18 กันยายน 2552 23:42:30 น.
Counter : 763 Pageviews.

9 comment

คุณรักผมและผมรักคุณ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]