พัฒนาการของน้องแคน 1 - 5 เดือน
มาเขียนรวมกันในหัวข้อนี้เลยละกันนะ

น้ำหนักแรกเกิด 3,360 กรัม เท่ากับเฮียคิดเลย

1 เดือน 4,750 กรัม
สบตา
จ้องหน้าแม่
ยิ้มด้วย

2 เดือน 6,600 กรัม
คุยอ้อแอ้
ชันคอในท่าคว่ำ
ชันคอได้ตรงเมื่ออุ้มนั่ง (2.5 เดือน)
ส่งเสียงโต้ตอบ (2.5 เดือน)

3 เดือน 7,420 กรัม
หัวเราะเสียงดัง
ชูคอขึ้นตรงในท่าคว่ำ
พลิกคว่ำ (3.5 เดือน)
วันที่ 10 ก.ค. เริ่มจากคว่ำเองทางซ้ายก่อน
วันที่ 18 ก.ค. คว่ำเองทางขวา

4 เดือน 8,100 กรัม
ไขว่คว้า (4.5 เดือน)
พลิกหงาย (4.5 เดือน วันที่ 18 ส.ค.)
คว้าของมือเดียว (4.5 เดือน)
ส่งเสียงต่าง ๆ (4.5 เดือน)

5 เดือน



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 21:52:57 น.
Counter : 418 Pageviews.

0 comment
ฝึกลูกนอนเอง (ยังไม่ได้ 100%)
สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์ประสบการณ์ฝึกลูกนอนเอง (เกริ่นยาวหน่อยนะคะ) ที่บอกว่าไม่ 100% เพราะลูกเราเพิ่งนอนได้เองเมื่อเย็นนี้เองค่ะ วู้ ๆ ดีใจมาก ไม่เสียแรงจริง ๆ นะนี่

ที่ต้องพยายามฝึกให้เค้านอนเองเพราะว่าตอนนี้ปวดไหล่ซ้ายเพราะว่าอุ้มน้องแคน ปัจจุบันอายุเกือบ 4 เดือน (เกิด 2 เมษายน) น้ำหนักน่าจะประมาณ 8 กิโลกรัม และกำลังเริ่มปวดข้อมือขวา (ที่ช่วยพยุงก้นลูก) และที่บ้านยังมีลูกชายคนโตอายุ 3 ขวบต้องดูแลอีกคนนึงค่ะ เลยเป็นที่มาของการฝึกให้เค้านอนหลับได้ด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้น้องแคนหลับได้ด้วยเปลโยกแบบมีล้อ จนย่างเข้าเดือนที่สาม น้องเริ่มคับเปล และกลัวว่าเปลจะคว่ำเพราะน้องแรงเยอะมากและคว่ำได้แล้ว เราเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องให้เค้านอนได้เองที่เตียง (ตอนนี้เราฝึกนอนที่เตียงใหญ่เพราะว่าเราไม่ถนัดที่เตียงเล็ก ไม่ว่าจะท่านั่งหรือยืน แต่กะว่าถ้าฝึกนอนได้เองแล้ว จะเริ่มไปฝึกอีกนิดหน่อยที่เตียงเล็กดู ก็ไม่น่าจะยาก)

หากใครที่เคยฝึกแล้วเริ่มท้อ เคยอ่านเจอและกำลังลังเลว่าจะฝึกดีมั้ย ลองอ่านประสบการณ์ของเราดูก่อนนะคะ แล้วก็ลงมือทำ ได้มากบ้างน้อยบ้างก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย และปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป เป้าหมายของเราคือให้ลูกนอนได้เอง จะทำให้ลูกนอนนาน เรามีเวลาทำงานบ้าน พักผ่อน หรือดูแลลูกชายคนโต

อุปสรรคสำคัญสำหรับการฝึกครั้งนี้คือแม่เราค่ะ ... แม่ไม่ชอบได้ยินเสียงเด็กร้อง แม่บอกว่าปวดหัวใจ แต่เราปวดไหล่และข้อมือ

แต่ครั้งนี้ที่ฝึกสำเร็จมาขั้นนึง (เรายังคิดว่าไม่ถึง 100% เพราะว่าเพิ่งนอนเองได้ครั้งเดียว) เพราะว่าอาทิตย์นี้แม่เราไม่อยู่ ไปต่างจังหวัดค่ะ เย้ ๆ ทีนี้ลูกเราร้องเราก็ไม่โดนดุแล้ว

เราขอขอบคุณแม่ ๆ ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ให้เราได้ลองฝึกลูกนะคะ แม่ท่านอื่น ๆ ก่อนจะฝึกก็ลองอ่านกระทู้ด้านล่างนี้ (ควรจะอ่านให้หมดและอ่านให้ละเอียด) และนำไปปรับใช้กับลูกของท่านเอง เพราะบางเทคนิคเหมาะกับเด็กคนนึง แต่ไม่เหมาะกับเด็กอีกคนนึง

คุณแม่อยู่ไกล
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2009/10/N8422116/N8422116.html

คุณคนเป็นแม่
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2009/07/N8106101/N8106101.html

สำหรับตัวเราเอง อ่านจากของทั้งสองท่านข้างบนนี้ และได้แรงบันดาลใจจากคุณคนดีคนหนึ่ง ที่ฝึกลูกนอนเองได้เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

วีดีโอที่อยู่ในความคิดเห็นนี้ คือผลลัพท์ที่เราฝึกมาเดือนกว่า ๆ (ฝึกตั้งแต่น้องอายุ 2 เดือนครึ่ง ฝึก ๆ หยุด ๆ) เราอยากบอกว่าถ้าฝึกแล้วเครียดก็ให้ผ่อน แต่อย่าหยุด อย่างเราคือเราทำทุกวัน วันละครั้งสองครั้ง เพราะว่าแม่เราอยู่บ้านช่วงเช้าจนถึงสาย ๆ และกลับมาบ้านตอนเย็น เท่ากับเรามีเวลาแค่ช่วง 11 โมง - บ่ายสี่โมงที่จะฝึกลูกในแต่ละวัน ทำให้เราฝึกได้ช้ามาก และมาถึงอาทิตย์นี้ เราฝึกได้สองวันเต็ม ๆ แล้ว (แต่ฝึกได้เฉพาะกลางวัน กลางคืนยังไม่ได้ฝึก เรานอนให้นมลูกและหลับไปพร้อมกัน แต่กำลังคิดว่าครบ 5 หรือ 6 เดือนที่เริ่มกินอาหารเสริม อาจจะฝึกได้ เพราะว่ากลางวันได้กินอาหารทำให้ท้องอิ่ม)

สำหรับเรื่องสถานที่ แม่เราก็เห็นไม่ตรงกับเราอีก แม่ชอบให้นอนชั้นล่าง ที่มีเสียงวิทยุดัง ๆ แม่บอกว่าลูกเราชอบ ... อืม นึกภาพเวลาเรานอนหลับแล้วมีคนมาเปิดทีวีหรือวิทยุดัง ๆ ใส่หู ... จะนอนหลับมั้ยนั่น เราเลยบอกไปว่า เราอยากฝึกให้เค้านอนหลับเองในห้องนอนก่อน ถ้านอนเก่งแล้วจะนอนที่ไหนก็คงได้ เลี่ยงไปนั่น

วีดีโอนี้ยาว 50 วินาที แต่จริง ๆ นับเวลาที่เค้าเริ่มกล่อมตัวเองหลับ น่าจะไม่เกิน 2 - 3 นาที และเป็น "ความบังเอิญ" เพราะว่าก่อนหน้านี้ปกติเราต้องนอนให้น้องแคนดูดนมจนหลับไป แต่เย็นนี้น้องแคนดูดไปสองข้างแล้ว ดูดแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างแรง (เราไม่แน่ใจว่าน้ำนมหมดหรือว่าง่วงนอน หรืออาจจะทั้งสองอย่าง เพราะว่าวันนี้เราเหนื่อยมาก) เราเจ็บจนต้องเปลี่ยนข้างไปมา สุดท้ายเราทนเจ็บไม่ไหวเลยลุกออกจากที่นอน ปล่อยเค้านอนอยู่อย่างนั้นแล้วเดินมาเปิดไฟ แล้วก็กะว่าจะเปิดเช็คเมล์นิดหน่อยก่อนจะไปอุ้มมากล่อม หรือทำวิธีใดวิธีหนึ่งให้เค้าหลับให้ได้

เพียงแค่เปิดหน้าพันทิพยังไม่ได้ทำอะไร หันไปมองอีกที เห็นน้องนอนตาปรือ ๆ เอามือใส่ปาก แต่ไม่ได้ดูดแบบจ๊วบจ๊าบ ก็ยังยืนมองอีกแป๊บนึง แอบลุ้นในใจ จะหลับมั้ยน้อ นึกได้เลยรีบหยิบกล้องมาถ่ายวีดีโอ เลยเป็นช่วงท้ายของการกล่อมตัวเองหลับ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นเลยตั้งแต่เค้าเกิดมาจนเกือบจะสี่เดือนในอาทิตย์หน้านี้

นับเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่จะชวนแม่ ๆ มาฝึก แต่ตอนแรกก็จะมีโยเยบ้างนะคะ เดี๋ยวจะบอกขั้นตอนของตัวเราเองใน คคห. ถัดไป พร้อมทั้งวีดีโอให้ดูด้วย (ไม่แน่ใจว่าจะโหลดขึ้นมั้ย เพราะยาว 3 นาทีกว่า ๆ)

ขออภัยที่วีดีโอไม่ชัด เราไม่กล้าเดินเข้าไปถ่ายด้านหน้ากลัวเค้าไม่ยอมนอน (ตอนกลางวันกล่อมนอน พอเห็นกล้องหันมายิ้มค่ะ อิอิ) ได้แต่ซูมกล้องเข้าไป สังเกตจากมือตอนแรกที่ส่ายไปมา และตอนสุดท้ายเรารู้วาเค้าหลับเพราะเค้ายิ้ม (เค้าชอบยิ้มเวลาหลับใหม่ ๆ)

ปล. วีดีโอไม่ชัดอย่างแรงค่ะ มองไม่เห็นหน้าเลย (ตอนเราดูในคอมมันเห็นนะ) แต่แปะไว้ให้ดูเล่น ๆ ละกันนะคะ

http://www.youtube.com/watch?v=YWoZA01Oujo&feature=player_embedded



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 21:39:35 น.
Counter : 753 Pageviews.

0 comment
ฝึกลูกฉี่และอึ
สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์เรื่องการฝึกลูกฉี่และอึ (แต่ไม่ได้ทุกครั้งนะคะ) ที่บังเอิญค้นพบตอนเลี้ยงลูกคนที่สอง

ก่อนฝึกต้องสังเกตว่าลูกคอเริ่มแข็งแล้วนะคะ เราคิดว่าที่น้องแคนคอแข็งเร็วกว่าพี่ชายเค้าเพราะว่าเราอุ้มในท่าตั้งบ่อยค่ะ ทั้งอุ้มพาดบ่าและอุ้มแบบนั่งหันหลังพิงเรา ตอนมีคนโตเจ็บข้อมือเลยได้แต่อุ้มในท่านอน ทำให้เค้าไม่ค่อยได้ออกกำลังคอเท่าไหร่ คนโตตอน 3 เดือน จับนอนท่าไหนก็อยู่ท่านั้น ส่วนน้องแคนนี่เค้าหันคอเองได้ตั้งแต่ประมาณ 1 เดือนครึ่ง

ตอนมีลูกคนแรก เจ็บข้อมือทั้งสองข้าง (เนื่องจากหัดถักโครเชต์แล้วเกร็งมือมากไป) ทำให้เจ็บข้อมือตั้งแต่ท้องเดือนที่ 7 จนน้องอายุประมาณ 6 เดือน ช่วงนั้นแค่อุ้มลูกก็น้ำตาไหลแล้วเพราะว่าเจ็บข้อมือมาก เลยมาฝึกตอนอายุ 1 ขวบครึ่งที่สามารถพูดได้แล้วว่า ฉี่ หรือ อึ แต่ก็ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะฝึกได้ บ้านและห้องนอนเหม็นไปหมดเลย (ถาจะฝึกเด็กโตต้องงดแพมเพิสเลย ยอมบ้านเหม็นค่ะ)

มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ... น้องแคน (เกิด 2 เมษายน 2554) แรกเกิด - 2 เดือน อึวันละ 10 กว่ารอบขึ้นไป ทั้งวันทั้งคืน อึเล็ดเวลาตดก็เยอะ และชอบตื่นมาอึ (เยอะมาก ๆ) ตอนตี 2 - ตี 5 ง่วงสุด ๆ เลอะเทอะประจำ พ่อแม่มือใหม่อดทนหน่อยนะคะ เดี๋ยวก็ดีขึ้นในเดือนที่ 3

ตอน 3 อาทิตย์แรกกินนมแม่เสริมนมผง พออาทิตย์ที่ 4 ก็เริ่มนมแม่ล้วน (เทคนิคอยากให้นมแม่ 100% คือ นมแม่เท่านั้นร้องเมื่อไหร่ก็ให้ดูดจนกว่าจะพอ แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยเสริมเฉพาะมื้อที่ดูดแล้วดูว่าไม่พอ หงุดหงิด วางนอนแล้วไม่หลับ ก็ให้นมผง 1 - 2 ออนซ์ ไม่ควรจะเกินนี้ หรือมื้อดึกที่เราเพลียมาก ๆ)

เมื่อน้องกินนมแม่ทำให้อึบ่อย เรียกว่าทุกครั้งที่กินนม (หมอบอกว่าปกติ) แต่พอย่างเข้าเดือนที่ 3 อยู่ดี ๆ ก็เหลืออึรอบดึกตอนประมาณตี 5 พร้อมกับนอนหลับได้ดี นมรอบค่ำตอนทุ่มไม่เกินสองทุ่ม รอบต่อไปก็เที่ยงคืนหรือไม่เกินตีสอง อีกรอบประมาณตีสี่ ส่วนตัวถือว่าโอเคนะคะ

*** ตอนที่ฝึกแค่ลองจับฉี่ตอนถอดแพมเพิส วันนั้น (จำไม่ได้แล้วว่าวันไหน แต่ประมาณสองอาทิตย์ก่อน) ลูกอึแล้วพาไปล้างก้นที่อ่าง (เราล้างก้นลูกก่อน แล้วเอาผ้าอ้อมเช็ดให้แห้ง ไม่งั้นกลัวลูกลื่นหล่น) ก็เลยลองจับลูกอุ้มหันหลังพิงหน้าอกเรา เอามือทั้งสองข้างจับต้นขา มือซ้ายจับต้นขาซ้าย มือขวาจับต้นขาขวา แล้วผิวปาก อยู่ดี ๆ น้องก็ฉี่ออกมาเลยค่ะ (เคยได้ยินแม่บอกว่า ถ้าเด็กอึเสร็จแล้วสุดท้ายจะเป็นฉี่ ...)

เราก็ดีใจนะ พอครั้งถัดไปที่ถอดแพมเพิสอีก ก็ล้างก้น เช็ดให้แห้ง แล้วจับฉี่แบบนี้อีกเช่นกัน ตอนนี้ฝึกได้ถึงขั้นว่า ถ้ากินนมแล้วหลับไปพักใหญ่ ๆ พอลูกหลับ ๆ อยู่แล้วตื่นมาร้องไห้ ลองจับฉี่ดูก็มีฉี่ ... เค้าร้องไห้เพราะปวดฉี่นี่เอง (วางกลับลงไปก็หลับอีก ... แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง บางทีก็ใช้วิธีผิวปากให้เค้าฉี่ใส่แพมเพิส จะได้ไม่ต้องอุ้มขึ้นมา อุ้มแล้วไม่ยอมให้วางนอนต่อ)

เมื่อเค้าคุ้นกับท่าอุ้มและเสียงผิวปากเค้าจะพยายามเบ่งทันที ถ้าไม่มีฉี่เค้าจะดิ้นหลังจากเบ่งไปซักพัก เราก็ต้องสังเกตด้วยค่ะ

*** มาต่อเรื่องอึ ... อันนี้ดีใจมากกว่า เพราะตอนนี้ประหยัดแพมเพิสได้วันละ 2 - 3 ชิ้นค่ะ ... วู้ ๆ

อย่างที่บอก พอน้องไม่อึกลางคืน ก็มามีเสียงอิ๊ ๆ อ๊ะ ๆ ตอนประมาณตี 4 - ตี 5 (เวลาที่เคยอึ เค้าคงอึดอัดท้อง) ถ้าประมาณตี 4 เราก็จะปล่อยให้ส่งเสียงไปก่อน (เรายังง่วงอยู่ รอไปก่อนนะลูก แล้วห้องน้ำอยู่ข้างนอก ยุงเยอะด้วยค่ะ) ถ้าไม่ถึงกับร้องไห้จะไม่อุ้มค่ะ รอจนประมาณตี 5 หรือ 6 โมงเช้า ก็อุ้มไปห้องน้ำเลย

ใครมีอ่างอเนกประสงค์หรืออ่างล้างหน้า ฯลฯ ที่ล้างก้นลูก ก็ไปตรงนั้นเลยค่ะ กลางคืนเรานอนชั้น 2 มีแต่ห้องอาบน้ำ ไม่มีอ่างอะไรเลย

เราให้ลูกอึใส่พื้นห้องน้ำแล้วราดน้ำเอา (ใครจะทำแบบเราควรจะเตรียมน้ำใส่ถังไวราดพื้นด้วยนะคะ เพราะถ้าเปิดจากก๊อกมันจะล้างไม่สะอาด) เราก็อาศัยนั่งที่เก้าอี้ซักผ้า (ซื้อแบบที่มีกันลื่นก็ดีนะคะ) แล้วจับขาลูกเหมือนตอนจะให้ฉี่ ...

*** (เพิ่มเติมค่ะ) ... ตอนนี้ออยเปลี่ยนจากอึลงพื้นแล้วเอาน้ำราด เป็นนั่งเก้าอี้ซักผ้าแล้วให้น้องแคนอึใส่กะละมังใบขนาดย่อม ๆ แล้วเอาไปเทลงชักโครกแล้วค่ะ กลัวท่อน้ำที่บ้านตัน ***

ตอนแรกเราผิวปากให้เค้าฉี่ เพราะว่าวันแรกที่พามาล้างก้นตอนเช้ามืดน้องมีอึเต็มแพมเพิส ปรากฏว่าพอน้องเบ่งดันมีอึออกมาอีกรอบเลยค่ะ เราเลยคิดได้ว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะพามาอึอีกนะ (ถ้าล้างก้นเฉย ๆ แล้วจับไปใส่แพมเพิสใหม่ เค้าก็จะอึใส่แพมเพิสอีกหลังจากกินนมมื้อเช้า แม่รู้สึกงกขึ้นมาทันใด เสียดายตังค่ะ)

อ้อ เราหัดล้างหน้าลูกด้วยน้ำก๊อกเลยนะคะ เอาน้ำลูบ ๆ หน้าและล้างมือด้วย (เพราะตอนนี้ชอบเอามือเข้าปาก) แล้วก็เอาผ้าแห้งเช็ด สดชื่นดีค่ะ

ไม่ต้องรอถึงวันใหม่ บ่ายนั้นตอนพาไปอาบน้ำ ก็เลยลองจับฉี่ดู ปรากฏว่าน้องเบ่งอึออกมาอีก ... โอ้ ประหยัดไปอีกหนึ่ง ดีใจจัง

ตอนนี้ก็ลามมาถึงก่อนนอน ... ก่อนนอนเราก็จะพาไปที่ก๊อกน้ำแค่จะล้างหน้าและจับฉี่ ปรากฏว่า อึออกมาอีกแล้วค่ะ กะว่าจะฝึกไปเรื่อย ๆ

ทีนี้ก็มาถึงการสังเกตว่าลูกปวดอึตอนไหนก็พาเค้าไปอึตอนนั้น สำหรับน้องแคนชอบอึตอนดูดนมค่ะ (หมอก็บอกว่าปกติอีก) แต่ก็กะเวลาพอได้ ... วันละ 5 ครั้ง
รอบเช้าประมาณตี 5 - 6 โมง
แล้วก็จะเป็นประมาณ 9-10 โมง
เที่ยง ๆ
บ่าย 2 - 4 โมง (ตอนนี้น้องอาบน้ำวันละครั้งตอนบ่ายสี่โมง)
รอบก่อนนอนประมาณ 6 โมง - 1 ทุ่ม

หวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อและคุณแม่มือใหม่นะคะ มีอะไรมาคุยกันได้

*** อย่าลืมซับก้นให้แห้ง และทาวาสลีนที่ขาหนีบ แก้มก้น และร่องก้นให้ลูกก่อนใส่แพมเพิสนะคะ กันก้นแดงค่ะ น่าสงสารอ่ะ

***********************************************
ด้านล่างนี้จะเป็นความเห็นเพิ่มเติมค่ะ

*** (เพิ่มเติม) ขออนุญาตกลับมาโพสต์เพิ่มเติมเรื่องการฝึกอึและฉี่ของลูก หลังจากอ่านพบความคิดเห็นที่ 17 ของคุณกุ๊ดจัง เรื่องความพร้อมของเด็กแต่ละคน และพฤติกรรมในวัยต่าง ๆ ของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็เกิดความไม่สบายใจ เพราะคุณกุ๊ดจังเกรงว่าคุณพ่อและคุณแม่ท่านอื่น ๆ อาจจะอยากรีบกลับไปฝึกลูกเมื่อลูกอายุ 2 - 3 เดือน และทำให้ "เครียด" ... จะบอกว่าทุกท่านอย่าเครียดนะคะ (พูดง่ายแต่ทำยากเนอะ ...) เพียงแค่ลองทำดู ทำได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะอยากให้เลี้ยงเด็กแบบสนุก ๆ ขำ ๆ ค่ะ

*** (เพิ่มเติม) โดยส่วนตัวไม่ทันได้คิดว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นเครียด เพราะนึกไม่ถึงจริง ๆ ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะตั้งแต่เลี้ยงลูกคนโตมาก็เปิดพันทิพมาตลอด ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำได้ก็ดีใจ ทำไม่ได้ก็เอาไว้ลองใหม่เมื่อเวลาผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ตอนเลี้ยงคนโต ยอมรับว่าเครียดกับพันทิพจริง ๆ ค่ะ คิดว่าคนอื่นทำได้ เราก็น่าจะทำได้ แต่พอมาคนที่สองเลี้ยงแบบ ชิล ๆ (อืม ใช้ศัพท์วัยรุ่นก็พอเป็นเนอะ อิอิ) เลยทำให้สบายกว่าเดิมเยอะเลย คิดบวก ๆ (ตอนนี้กำลังฝึกเรื่องให้นอนเองด้วยค่ะ ใครอยากฝึกก็เปิดคลังกระทู้โลด มาฝึกเป็นเพื่อนกันนะ ส่วนตัวเวลาเปิดหาข้อมูลจะลองอ่านของหลาย ๆ ท่านแล้วเอามาปรับใช้กับตัวเองค่ะ ฝึกได้หลายทีแล้วนะ แบบว่าตบก้นหลับไม่ต้องอมเต้าหลับ)

*** (เพิ่มเติม) พอดีช่วงนี้เห็นว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี สามีทำงานเลี้ยงลูกคนเดียว ส่วนตัวเองเป็นแม่บ้านอยู่บ้านเลี้ยงลูก อะไรที่คิดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านได้ ก็ลองทำดู แพมเพิสวันละ 2 - 3 แผ่นก็ดีใจมากแล้ว

*** (เพิ่มเติม) พอฝึกลูกคนเล็กนี้ได้ โดยใช้ระยะเวลา 2 - 3 สัปดาห์ ก็เลยมาลองแชร์ประสบการณ์ให้พ่อ ๆ แม่ ๆ ท่านอื่น และคิดเอาเองว่าไหน ๆ ถ้าเลี้ยงลูกเองทั้งวันแล้ว เพิ่มเติมตรงนี้เข้าไปอีก มันเพิ่มความภูมิใจได้เล็ก ๆ คุณพ่อและคุณแม่ท่านอื่นคงจะได้นำไปลองใช้เช่นกัน "ทำได้ก็ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร" และอย่างที่บอก น้องแคนทำไม่ได้ 100% ค่ะ

*** (เพิ่มเติม) ตอนฝึกฉี่และอึลูกคนโต เราก็เปิดหาวิธีจากพันทิพนี่หละค่ะ ได้ผลด้วย ตามไปที่กระทู้นี้ได้เลยค่า คุณรุ่ง Jo_Smart เขียนไว้ดีมากเลยค่ะ ตอนนั้นเราเป็นแฟนคลับน้องวดีเลยนะคะ

*** เอาเป็นว่าอ่านไว้ประดับความรู้ เปิดหาของหลาย ๆ ท่านดูว่าคนอื่นเค้าฝึกกันอย่างไร ขั้นตอนต่าง ๆ เป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ ๆ เริ่มฝึกเมื่อตัวเองและลูกพร้อม ตัวเองพร้อมคือมีกำลังใจ ร่างกายพร้อมและแข็งแรง ไม่เจ็บปวดข้อมือหรือหลังเพราะอาจจะเจ็บระยะยาว ลูกพร้อมคือคอแข็ง หรือถ้าลูกใครโตหน่อยก็รอหลังแข็งหรือนั่งได้แล้ว ฝึกนั่งกระโถนหรือโถส้วมไปเลยค่ะ ค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ ปรับกันไป

*** (เพิ่มเติมครั้งที่สอง) หลังจากได้อ่านความคิดเห็นที่ 27 ของคุณ elin ก็เพิ่งรู้สึกเช่นเดียวกันค่ะ "คุณ elin บอกว่าอ่านแล้วก็ไม่ได้คิดว่าเป็นการฝึกลูกอึฉี่ได้นะคะ
แต่เป็นการสังเกตของคุณแม่เองมากกว่า ว่าลูกจะฉี่เมื่อไร อึเมื่อไรยังไง เพราะธรรมชาติของเด็กวัยนี้ กล้ามเนื้อหูรูดยังไม่แข็งแรงค่ะ" เราเองเพิ่งได้คิดเรื่องกล้ามเนื้อหูรูดก็วันนี้เองค่ะ

*** (เพิ่มเติมครั้งที่สอง) และเป็นความโชคดีของเราที่พ่อบ้านอนุญาตให้อยู่บ้านเลี้ยงลูก ... เลยได้มีเวลาใกล้ชิดและสังเกตลูกเรียกว่า 24 ชั่วโมง ในขณะที่แม่ ๆ คนอื่นอาจจะต้องไปทำงานเมื่อครบกำหนดลาคลอด อย่างไรเสีย อ่านไว้ไม่เสียหายนะคะ ถึงเวลาที่พร้อมก็ดึงประสบการณ์ของแม่คนอื่น ๆ มาปรับใช้กับครอบครัวของเราเอง แล้วคุณจะรู้สึกว่าเลี้ยงลูกไม่ยากเท่าไหร่เลยนะ

ถ้าต้องการอ่านกระทู้ คลิ๊กตามลิงก์ได้เลยค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N10742586/N10742586.html



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 21:34:41 น.
Counter : 3445 Pageviews.

0 comment
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ยากอย่างที่คิด
วันนี้ขออนุญาตมาแบ่งปันประสบการณ์เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งส่วนตัวก่อนคลอดลูกชายคนเล็กนี้ เคยคิดหวั่น ๆ ว่าจะไปรอดมั้ย (อุตส่าห์ไปซื้อขวดนม BPA Free มาเกือบโหลตอนซื้อมีโปรโมชั่น 2 แถม 1 ก็ยังแอบแพงนะ ได้ใช้ไม่ถึงเดือนก็เก็บขึ้นแล้วค่ะ) เพราะตอนลูกชายคนโต ดูดนมแม่ไม่ได้ มีปัญหา "พังผืดใต้ลิ้น" ทำให้เราหัวนมแตกเป็นเดือน ๆ ใครมีปัญหาลูกดูดนมไม่ได้ ลองเข้าไปอ่านดูนะคะ เผื่อจะแก้ไขได้ทัน
น้องคิดไปขลิบพังผืดใต้ลิ้น
เลยทำให้กินนมแม่ด้วยการปั๊มใส่ขวดได้แปดเดือนร่วมกับนมผง ก็ยังถือว่าโชคดีค่ะ

ตอนนี้ลูกชายคนโต "เฮียคิด" 2 ขวบ 10 เดือนแล้วค่ะ คนเล็ก "น้องแคน" 2 เดือนครึ่ง คลอดเมื่อ 2 เมษายน 2554 ... รู้สึกว่าโชคดีที่ลูกกินนมแม่ได้ จะได้แข็งแรงอย่างที่เค้าว่ากัน (จะจริงป่าวยังไม่รู้ค่ะ เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมาเกือบติดหวัดจากพี่ชายเหมือนกัน) ... ที่สำคัญประหยัดเงินมากกกก ตอนลูกชายคนโต จำได้ว่าลูกกินนมผงอาทิตย์ละหนึ่งกระป๋อง ... ก็เกือบพัันบาทนะ

ก่อนอื่น แม่ ๆ ที่ต้องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทุกคนต้องท่องคำเหล่านี้ไว้ค่ะ "อดทน อดทน และอดทน" (ทำเป็นหูหนวกด้วยค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมต้องทำเป็นหูหนวก)

ของเราผ่าคลอดและให้หมอตัดไส้ติ่งด้วย ... สงสัยได้ยาเยอะเลยทำให้เบลอไปหนึ่งวันเต็ม ๆ กว่าจะเจอหน้าลูกก็เย็นอีกวันนึงแล้ว แน่นอน ลูกต้องได้รับนมผงไปเรียบร้อย ... อย่าไปคิดมาก ไม่งั้นลูกก็ร้องไห้หน้าดำหน้าแดง (เคยอ่านเจอเค้าบอกว่าลูกไม่ต้องกินนมก็อยู่ได้หลายวัน ... แต่ถ้าลูกร้องเยอะ ๆ ก็ปวดใจเนอะ)

ครั้งแรกที่เจอกัน ก็ตั้งหน้าตั้งตาให้ดูด ... วันแรกอาจจะยังไม่มีน้ำนม เค้าเรียกว่าไปให้ดูดกระตุ้นค่ะ ดูดข้างซ้าย 15 นาที เปลี่ยนมาให้ดูดข้างขวา 15 นาที ระหว่างนั้นถ้าลูกหลับให้พยายามปลุกโดยการเขี่ยแก้ม หรือจับเท้าลูก ขยับตัวไปมา ฯลฯ แล้วแต่เทคนิค ... หลับ ๆ ตื่น ๆ ก็ดูดกันไป (โชคดีที่น้องแคนไม่ร้องไห้เลย ดูดแบบผู้ดีมาก ดูดไปยิ้มไป แต่เด็กบางคนหิวจัด ... ดูดแล้วไม่มีนมก็ร้อง)

วิธีการต้องให้ลูกอมหัวนมให้มิดลานนมนะคะ ... ลานนมคือวงกลมดำ ๆ ... รอลูกอ้าปากกว้าง ๆ แล้วเอาเข้าเต้าเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวลูกเจ็บ) เค้าว่ากันว่าถ้าดูดถูกวิธีหัวนมจะไม่แตก ... แต่มันจะรู้สึกหนึบ ๆ (อาทิตย์แรกจินตนาการไม่ออกเลยว่าถูกหรือเปล่า) แต่เท่าที่เราสังเกตตัวเอง ทำยังไงก็ไม่มิด แต่เห็นแค่ขอบ ๆ ค่ะ เอาเป็นว่าถ้าไม่เจ็บแสบ ๆ หรือเป็นแผลก็น่าจะโอเคนะ นี่เลยค่ะ วีดีโอ วิธีการให้ลูกดูดนม

ตอนอยู่โรงพยาบาลก็เริ่มคัดแล้ว (นั่นไง แสดงว่าลูกดูดถูกนะ น้ำนมเริ่มมา) พอดีน้องแคนตัวเหลืองต้องเข้าตู้อบ 48 ชั่วโมง ก็เลยอยู่ต่ออีกสองวัน ... ระหว่างนั่นคัดมาก เลยขอพยาบาลเอาที่ปั๊มนมมาปั๊ม ถ้าใครคลอดเอกชน ส่วนใหญ่จะมีไว้บริการค่ะ เค้าจะนึ่งขวดนมเอาไว้ เราก็ขอเครื่องและขวดนมมาปั๊ม เวลาปั๊มให้พยาบาลสอนก่อนก็ดีนะคะ เริ่มจากปั๊มเบา ๆ ก่อน ถ้าปั๊มแรงหัวนมจะแตก แถมน้ำนมไม่ออกด้วย ... คืนแรกที่คัด ปั๊มได้ไม่มาก แต่เป็นสีเหลือง นั่นเป็นส่วนที่ดี (บางคนปั๊มไม่ออกเลยนะคะ ก็ไม่เป็นไร ... ) แนะนำให้ปั๊มแค่ข้างละ 5 นาทีก็พอ นึกเอาว่าลูกเราดูดได้แค่ห้านาทีก็หลับแล้ว ...

อ้อ อาทิตย์แรกที่กลับบ้าน นมของแม่ ๆ น่าจะคัดเต้านะคะ เราใช้วิธีปั๊มใส่ขวดนม (ตอนแรกเราไม่เอาขวดนมเลย เราเลยใส่ถุงเก็บนมแม่ฟรีซเอาไว้ ตอนนี้ยังไม่ได้เอาออกมาใช้เลย) พอดีเรามีเครื่องปั๊มนมซื้อไว้ตั้งแต่ลูกชายคนโต ... แต่ใครไม่มีก็เอามือบีบเลยค่ะ

วิธีบีบคือ สมมติข้างซ้าย ... เอามือซ้ายบีบเต้าซ้าย ใช้นิ้วสี่นิ้ว (ชี้ กลาง นาง ก้อย) วางบริเวณใต้ลานนม นิ้วหัวแม่มืออยู่เหนือลานนม ค่อย ๆ บีบ แล้วปล่อย บีบแล้วปล่อย
วิธีบีบน้ำนมด้วยมือ

แต่ถ้าใครคัดมาก ประคบด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นจัด หรือ กระเป๋าน้ำร้อนก็ได้ค่ะ แล้วค่อยปั๊มหรือบีบ ... แต่จริง ๆ วิธีที่ดีมากคือ เอาเข้าเต้าให้ลูกดูดค่ะ ... ออกไม่ออกก็ดูดกันไป

สองอาทิตย์แรกเรามีให้นมผงตามด้วยนะคะ ถ้ารู้สึกว่าลูกหงุดหงิด กินไม่อิ่ม (โรงพยาบาลให้กระป๋องเล็กมาสองกระป๋อง ใช้ไปกระป๋องเดียว) แต่เราให้แค่ 1-2 ออนซ์ต่อมื้อ วันนึงเราให้ไม่เกิน 2 ขวดค่ะ ... ส่วนใหญ่จะเป็นมื้อบ่ายและช่วงสองทุ่ม ที่เราต้องการพักผ่อน (ได้ยินว่าบ่ายและค่ำจะน้ำนมน้อยเพราะแม่เหนื่อย) ...

ตามทฤษฎี ถ้าให้นมผง จะทำให้ร่างกายคิดว่าน้ำนมเพียงพอแล้ว (ร่างกายไม่รู้ว่าเราแอบให้นมผงลูกไปกี่ออนซ์) เลยยิ่งทำให้น้ำนมไม่พอไปใหญ่ ถ้าให้ลูกดูดบ่อย ๆ พอบ้างไม่พอบ้าง ร่างกายจะสั่งการให้ผลิตน้ำนมมากขึ้นเพื่อให้ลูกกินอิ่ม

แต่เมื่อเราได้พักผ่อนจนเพียงพอ ... เราให้ลูกดูดทุกครั้งที่ร้องค่ะ (บางทีลูกร้องก็ไม่ใช่ว่าหิวนมนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกหยุดร้อง เอานมใส่ปากซะเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ได้ผลค่ะ หยุดร้องทันที)

แต่ก็ต้องคอยดูเวลานะคะ พยายามกะให้ทุกสองชั่วโมง แต่บางทีก็ไม่ถึงสองชั่วโมง ... กินไปอึไป วันนึงก็เปลี่ยนผ้าอ้อมไปเกิน 12 ชิ้นค่ะ (เราใช้แบบสำเร็จรูปเพราะสงสารแม่ที่มาอยู่ช่วย ขนาดใช้แบบสำเร็จรูป ก็มิวายเลอะผ้าอ้อมที่รองก้น หรือเช็ดก้นอยู่ก็อึใส่มือเราเฉยเลยค่ะ แม่เราซักไปบ่นไป เครียดไปตาม ๆ กัน)

... ทีนี้หละ ที่บอกว่าต้องทำเป็น "หูหนวก" เพราะ ... พอลูกร้อง คนรอบข้างที่หวังดีก็จะบอกให้เราชงนมให้ลูกกินเถอะ ... เราต้องทำเป็นไม่ได้ยิน ... เอาลูกเข้าเต้าต่อไปทุกครั้งที่ร้อง

... กลางคืนเราเหนื่อยและง่วงมาก แม่ก็บอกว่าให้เอานมใส่ขวดให้ลูกกินเถอะ ... เราก็เอาลูกมานอนข้าง ๆ แล้วนอนให้นม (เราใช้วิธีนอนตะแคง สมมติว่าตะแคงขวา เอาลูกนอนทางขวา กะอยู่ใต้รักแร้ ยืดมือขวาของตัวเองออกไปในท่านอน จับลูกตะแคงซ้ายหันหน้าเข้ามาตรงเต้านม พยายามขยับให้ตรงกัน แล้วหาหมอนข้างเด็กหรือม้วนผ้าเช็ดตัวหนุนหลังลูกไว้) นอนให้นมกันไปหลับกันไปทั้งคืนค่ะ แต่จริง ๆ ถ้าพอรู้ตัว กะว่าดูดไปซัก 15 นาทีแล้ว ฝืนขึ้นมาอุ้มลูกเรอหน่อยนะคะ ไม่งั้นท้องอืดค่ะ

ระหว่างนี้ก็ทำเป็นหูหนวกค่ะ ใครบอกให้ชงนมก็ไม่ต้องชง ... ไม่ต้องไปสนใจ (เราทะเลาะกับแม่ทุกวันเรื่องชงนม บังเอิญเป็นแม่ตัวเองเลยผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ถ้าคนที่สั่งให้ชงนมเป็นแม่สามีก็คงลำบากใจนิดหน่อย ... ตอนนี้แม่ดีใจค่ะ ไม่ต้องช่วยล้างขวดนม แถมประหยัดเงินโขเลยค่ะ)

แบ่งหัวข้อเรื่อง "ลูกร้องไห้" ในความคิดเห็นถัดไปนะคะ

ปล. ขอแนะนำคุณแม่ที่จะปั๊มนมให้ลูก ควรผ่านเดือนแรกไปแล้วนะคะ เดือนแรกพักผ่อนให้เพียงพอ ถึงแม้จะมีคนช่วยเลี้ยงก็ตาม กินอาหารเยอะ ๆ (กินให้เกินอิ่มเลย ตอนนั้นเราเซ็งแม่มาก ทำกับข้าวเยอะมากกกกกก แต่ตอนนี้ขอบคุณแม่ค่ะ เพราะอาหารที่เรากินเข้าไปจะไปกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูก ... ทำให้ลูกโตเร็ว) พอเข้าเดือนที่สอง (น่าจะประมาณ 1 เดือนครึ่ง) ก็ค่อยเริ่มปั๊มนมให้เป็นเวลา ทุก 2 ชั่วโมง ... ก็จะทำให้น้ำนมเยอะขึ้น และทำสต๊อกได้ค่ะ)

ที่เค้าบอกว่าเวลาลูกหลับให้หลับพร้อมลูก ก็จริงนะคะ แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าไม่มีคนช่วยเลี้ยงก็คงลำบาก แม่เรามาช่วยแค่ทำงานบ้าน ส่วนลูกเราดูแลเองเกือบทั้งหมด เดือนแรกนี่แทบไม่ได้นอนเลย ... ก็เลยบอกว่าทำไมควรจะปั๊มนมตอนเข้าเดือนที่สอง

ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงลูกนะคะ

ขอขอบคุณ
ห้องชานเรือน สำหรับข้อมูลที่นำมาแบ่งปัน
เว๊บไซต์ที่ดีมาก ๆ แนะนำ ๆ
http://www.breastfeedingthai.com
เว๊บนี้ไม่เคยเข้า แต่ก็น่าจะดีไม่แพ้กัน http://www.thaibreastfeeding.org/content/view/548/108/

ถ้าต้องการอ่านกระทู้ คลิ๊กตามลิงก์ได้เลยค่ะ
http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N10714738/N10714738.html



Create Date : 30 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 21:36:07 น.
Counter : 279 Pageviews.

0 comment
แรกเกิด - หนึ่งเดือน
7 เมษายน 2554

กลับบ้านวันแรก ก็ลำบากกันพอสมควร เพราะปาป๊าติดลูกค้าสำคัญมารับไม่ได้ เลยไหว้วานให้โซ้ยโกวโซ้ยเตี๋ยมารับ ระหว่างนั้นอาม่าก็อยู่บ้านกับเฮียคิิด

มียี่โกวกับยี่เตี๋ยมาคอยรับด้วย อบอุ่นจังเลย

8 เมษายน 2554

เช้าวันแรกที่บ้าน น้องแคนนอนยิ้ม



20 เมษายน 2554


ลักยิ้มชัดมาก


เตรียมตัวไปหาหมอครบหนึ่งเดือน


วันนี้เป็นการย้อนกลับมาเขียนบันทึกเรื่องราวของน้องแคน เพราะมัวแต่ยุ่ง ๆ ทั้งเฮียคิดและน้องแคน

"ถูกรางวัลที่ 1 สามครั้ง"

ตั้งแต่น้องแคนคลอดมาและปลอดภัย ก็นึกในใจว่า เรานี่โชคดีมาก ๆ เลยนะ ที่ได้มีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นนี้

รางวัลที่ 1 ครั้งที่หนึ่ง
ปาป๊าน่ารักมาก เป็นห่วงเป็นใยลูกและครอบครัว เป็นคนดี เหล่าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ตั้งใจทำมาหากิน เป็นคนดีมาก ๆ ถ้าตอนนั้นไม่ได้แต่งงานกับป๊า ก็ไม่รู้ว่าจะได้เจอคนดีแบบนี้อีกหรือเปล่า

รางวัลที่ 1 ครั้งที่สอง
เฮียคิด เป็นเด็กที่มีน้ำใจ ถึงแม้บางครั้งจะงอแงบ้างตามประสาเด็ก แต่ก็ถือว่าโอเค เริ่มพูดกันรู้เรื่อง แถมยังรักน้องมาก ๆ ด้วย

รางวัลที่ 1 ครั้งที่สาม
น้องแคน ตอนแรกที่ท้องก็ตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีน้องเร็วขนาดนี้ แต่พอได้เห็นหน้าลูกก็ดีใจมาก และยิ่งเลี้ยงก็ยิ่งรัก น้องแคนเป็นเด็กเลี้ยงไม่ยากเพราะเป็นลูกคนที่สองแล้ว

"รักแม่มากกว่าเดิม"

ตั้งแต่ก่อนไป รพ. มาม๊าก็มาอยู่เป็นเพื่อนก่อน 2 - 3 วัน (จำไม่ได้แล้วว่าวันไหน) มาช่วยดูแลคิดเพราะว่าท้องแก่มาใกล้คลอด

พอคลอดแคนแล้วก็ย้ายมาอยู่บ้านเราเลย ไม่ได้กลับบ้านเป็นเดือน ๆ มาทำกับข้าวให้กิน 3 มื้อ ขอบอกว่ากับข้าวเยอะมากกกกกกก ไม่อยากกินก็ไม่ได้ กลัวแม่เสียใจ แต่มาม๊าจะพูดตลอดเวลาว่า ต้องกินเยอะ ๆ เพราะว่าจะให้ลูกกินนม ต้้อง "กินเพื่อลูก"

อยากบอกว่าขอบคุณนะคะที่บังคับให้กิน (มีทะเลาะกันด้วย เพราะมาม๊าทำเยอะมากกกก กินแต่ละมื้อ อิ่มถึงหัวเลย แถมงานการก็ไม่ให้ทำ ยังไม่ทันย่อย ต้องกินมื้อต่อไปแระ พอกินเหลือก็โดนว่าของดี ๆ ทั้งนั้นเลย ทำไมไม่กินให้หมด ตอนเค้าท้องพวกเราพี่น้องไม่มีจะกิน บลา ๆ ๆ) ตอนนี้น้องแคนจ้ำม่ำมากเลย หลัก ๆ ก็มาจากอาหารที่มาม๊าทำให้ออยกินแหละค่ะ ผ่านไปทางน้ำนมให้น้องแคนกิน "หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย" (ห้ามเปิดเพลงนี้นะ เดี๋ยวเค้าร้องไห้)

มาม๊าช่วยดูแลน้องคิดให้ทุกวันเลย ตื่นเช้าพาอาบน้ำ กินข้าว พาไปโรงเรียน ตกเย็นก็ไปรับกลับ ป้อนข้าว อาบน้ำ พาเข้านอน (วันที่พี่ยงกลับดึก)

แต่ก็มีขัดใจกันบ้างเล็กน้อย เราอยากให้นมแม่ 100% ก็พยายามให้ดูด แต่มาม๊าเห็นเราเหนื่อยก็อยากให้พักผ่อน มีแต่เรียกให้ชงนมผง แต่เรารู้มาว่ายิ่งให้กินนมผง นมแม่จะยิ่งน้อยลง เราก็ดื้อ ... ให้บ้างเป็นบางมื้อเอง ในที่สุดก็ให้นมแม่ 100% สำเร็จตอนสามสัปดาห์ ใช้นมผงกระป๋องเล็กไปหนึ่งกระป๋อง

มาม๊าเที่ยวไปบอกใครต่อใครว่า ดีใจมากที่ไม่ต้องล้างขวดนม ... ถือเป็นคำชมนะคะ

นี่มาม๊าก็มาอยู่กับออยจนจะห้าเดือนแล้ว เห็นบอกว่าจะอยู่ถึงแค่เดือนตุลาคม แง ๆ แล้วนู๋จะไปทะเลาะกับใครหละนี่ ฮี่ ๆ ๆ คิดแล้วก็ใจหาย เพราะทุกวันนี้มาม๊าตื่นมาทำกับข้าวให้กินทุกเช้าเลย มื้อเย็นด้วย (มื้อกลางวันส่วนใหญ่ซื้อกินแล้ว แต่เดือนแรกมาม๊าทำให้กินสามมื้อเลยนะ กับข้าวดี ๆ ทั้งนั้นเลย)

"เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ยากอย่างที่คิด"

มีไปเขียนกระทู้เอาไว้ในห้องชานเรือน ตามไปอ่านได้นะคะ
เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ยากอย่างที่คิด

หรือไม่ก็คลิ๊กเมนูด้านล่างซ้ายมือ จะมีกระทู้ที่ออยเคยตั้งเอาไว้ ลองเข้าไปอ่านเป็นไอเดียไว้เลี้ยงลูกค่ะ

"แคนปิ้ง"

ดีนะที่จดหัวข้อเอาไว้ ไม่งั้นก็จำไม่ได้ว่าจะเขียนว่าอะไร เรื่องนี้ขำนิด ๆ เดือนแรกน้องแคนกินนอนไม่เป็นเวลา ตื่นเป็นร้องไห้ ไม่รู้จะทำไงก็ให้ดูดนม ดูดเสร็จหลับคาเต้า ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น แต่พอวางเท่านั้นหละ ร้องไห้เลย ทำไงดี เลยเอามานอนด้วยข้าง ๆ ที่เตียงซะเลย

แรก ๆ ก็ลุกขึ้นมานั่งให้นม หลัง ๆ ก็เริ่มหาวิธีนอนให้นม หลับไปพร้อมกันเลย ตกดึกเริ่มไม่ค่อยมีสติ ไม่ค่อยอยากลุกขึ้นมาอุ้มลูกกลัวทำลูกตก ทำไงดีหละ ง่วงก็ง่วง เลยใช้วิธีพลิกตัวลูกไปทางซ้ายทีนึง พอตื่นอีกทีก็พลิกไปทางขวา ตอนนั้นน้องแคนยังตัวเล็กมา การพลิกเลยเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่พอเริ่มเข้าเดือนที่สาม ก็ทำไม่ไหวละ ตัวใหญ่มากอ่ะ




Create Date : 01 สิงหาคม 2554
Last Update : 30 สิงหาคม 2554 20:57:02 น.
Counter : 386 Pageviews.

1 comment
1  2  

คุณรักผมและผมรักคุณ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]