Never Ending Journey ....
Group Blog
 
All blogs
 

Mr.Panda จะไปเที่ยว Europe



เตรียมตัว เตรียมใจ และเตรียมตังค์

ตั้งใจมานานแล้ว ว่าจะไปตะลุยยุโรปกะเค้ามั่ง ไอ้ที่เคยไป German - Austria เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เมื่อครั้งยังทำงานที่เก่า แทบจะไม่ได้กระดิกตัวไปไหนเลย ได้ชื่อแค่ว่าไปเหยียบเท่านั้นเอง ตอนที่นั่งรถไปนั้น มองเห็นชายแดนประเทศอื่นอยู่แค่เอื้อม มองไปพร้อมกับน้ำลายหยดสามแหมะ

เมื่อโอกาสทองมาถึง หลังจากที่เก็บหอมรอมริบ ไม่ได้เที่ยวต่างประเทศมา 2 ปี เพราะกะว่างานนี้งานช้างแน่ ก็เลยอดมื้อกินสองมื้อ เพื่อเตรียมเอาไว้ลุยยุโรป ที่เค้าว่าสวยนักสวยหนา



ทุกอย่างเกือบจะพร้อม จัดตารางงานเอาไว้แล้ว... งานเอาไว้ก่อน ขอเที่ยวมั่งหลังจากที่เหนื่อยมาตลอด 2 ปี

เชควันลาของแฟนว่า ลาได้มากน้อยแค่ไหน ทีแรกกะว่าสัก 1 เดือน พอดีเป็นช่วงเมษา- พฤษภา มีวันลาแถมมาอีก เลยยืดไปอีกนิดนึง รวมเป็น 37 วัน



เตรียมหาข้อมูล ปริ้นแหลกจนปริ้นเตอร์หมึกแทบหมดตลับ ได้มาปึกเบ้อเร่อ จะมาตั้งกระทู้สดสอบถามจากใน BP ก็ Visa ยังไม่ได้เลย เดี๋ยวเกิด accident ขึ้นมาเสียเวลาเปล่าๆ

โทรสอบถามสถานทูตจนเจ้าหน้าที่แทบจะจำเสียงได้ เพราะถามบ่อยเหลือเกินเพื่อความชัวร์ บางทีเปลี่ยนเสียงให้แฟนเป็นคนโทรบ้าง มีข้อสงสัยร้อยแปด เพราะว่าต้องทำวีซ่าทั้งของ UK Visa และ เช็งเก้น Visa



ของ UK นี่เสี่ยงต่อการแห้วมาก เพราะว่ามีแค่อีเมล์คุยกับเพื่อนฝรั่งชาว Scotland เพื่อยืนยันการอนุญาติให้ไปพักที่ Oban พอดีแกมีภรรยาเป็นคนไทย และอยู่เชียงใหม่ รู้จักกันมาหลายปีแล้ว ได้แต่เปรยๆว่าจะไปเที่ยวอังกฤษ-สกอตแลนด์ พี่แกหลวมตัวเอ่ยปากให้พักฟรี เพราะว่าช่วงที่จะไปนั้น แกกลับไปเชียงใหม่พอดี แฟลตก็ว่าง ช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้



ดูวันที่จะไปทำวีซ่า UK แฟนไม่อยากต้องลางานหลายวัน เพราะว่าจะต้องไปทำวีซ่าเช็งเก้นอีกครั้ง อยู่ตจว.ก็ต้องมาทำที่กรุงเทพ เพราะไม่มีให้ทำที่เชียงใหม่

วันที่ 21 กุมภา ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ทางศูนย์รับคำร้องยื่นขอวีซ่าเค้าไม่หยุด ตรงกับความต้องการพอดิบพอดี ออกเดินทางจากเชียงใหม่ด้วยขบวนสปริ้นเตอร์ที่ยังไม่มีตัวเรือดแถม

ถึงหัวลำโพง ตรงดิ่งไปที่ศูนย์ฯ เลย แท๊กซี่เท่านั้นเพื่อความสะดวก แป๊บเดียวก็ถึงเพราะว่าเป็นวันหยุดและรถไม่ติด



ขอ UK VISA

หอบเอกสารคนละปึก เข้าไปยื่น เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงมีคนมาขอวีซ่าไม่มากนัก แต่ก็ทะยอยมาเรื่อยๆเพราะว่าผมไปเช้าสุด ใช้เวลาไม่นาน กรอกเอกสารมาจากบ้านหมดแล้ว กว่าจะเสร็จก็เล่นเอามึน ใบสมัครของ UK Visa นี่มันทำไมเยอะอย่างนี้ 20 กว่าหน้า แต่ว่ากรอกจริงๆในส่วนที่เราจะไปคือ Tourist Visa ก็ไม่เท่าไร

ถามหมดว่าจะไปแบบไหน ไปกี่วัน ไปพักที่ไหน ภายใน 10 ปีเคยออกนอกประเทศไปเที่ยวไหนมาบ้าง ทำงานอะไร และอื่นๆอีกมากมายตามระเบียบของการสอบถามในการทำวีซ่า



ข้อสำคัญคือ - เตรียมเอกสารทุกอย่างที่เค้าระบุมา แถมให้ด้วยว่า มีเอกสารอะไรที่มายืนยันว่าไม่ไปอยู่เมืองเค้าแน่ เช่นว่า มีบ้าน มีรถ มีกิจการ ( ถ่ายเอกสารไปให้หมด ) หนังสือรับรองการทำงาน หนังสือรับรองของแบงก์ ( สมุดตัวจริงด้วย ) รูปถ่ายตามที่ระบุมาทั้งขนาดและสี อย่าลืมสำเนาพาสปอร์ตด้วย ไม่ได้บอกมา แต่สุดท้ายขอเพิ่ม

ไปซื้อตั๋วแลกเงินที่เคาน์เตอร์ ประมาณ 4 พันกว่าบาท แล้วรอเรียก เพื่อเชคเอกสาร ที่ศูนย์รับคำร้องนี่ไม่ใช่สถานฑูต แต่เป็นตัวแทนในการรับยื่นเอกสาร สกรีนในชั้นแรกว่างั้นเถอะ

ถ้าไปพร้อมกันกี่คนก็แจ้งเค้าตั้งแต่แรก จะได้รวมทำในกรุ๊ปเดียวกัน ช่องเดียวกัน เมื่อถูกเรียกเข้าประจำที่ เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารว่าครบหรือไม่ อะไรที่สงสัยก็จะซักถาม หากเอกสารที่ต้องการครบแล้ว ก็รอเรียกปั๊มลายนิ้วมือ เป็นอันเสร็จพิธี เจ้าหน้าที่บอกว่าอีก 2 วันทำการ ซึ่งของผมเป็นวันจันทร์ที่ 25 กุมภา ให้มารับได้



ผมต้องรีบกลับเชียงใหม่ ไม่อยากเสียวันลาของแฟน ก็กลับคืนนั้นเลย ส่วนพาสปอร์ตซึ่งยังไม่รู้ว่าได้หรือไม่ได้ น้องสาวจะไปกรุงเทพวันที่ 28 กุมภาพอดีซึ่งก็อีกไม่กี่วัน เลยเซนต์ใบมอบอำนาจให้น้องสาวไปรับแทน บ่ายวันจันทร์โทรไปเชค สอบถามผล ทางเจ้าหน้าทีสถานฑูตบอกว่าให้เปิดซองดูเอาเอง ไม่สามารถบอกได้ว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

ต้องรอลุ้นระทึกอีกหลายวัน รวบรัดมาถึงวันที่ 28 กุมภา ซึ่งกำหนดให้เป็นช่วงบ่ายเท่านั้นสำหรับการรับวีซ่า น้องสาวก็จัดการไปรับมาให้ เป็นอันว่าได้มา 180 วันครับ เฮ้อ! ผ่านไปหนึ่งด่านแล้ว ยังเหลือ เช็งเก้นวีซ่าเป็นอันดับต่อไป



เอกสารการขอ UK VISA ที่ต้องเตรียม..

- ใบสมัคร สามารถดาวน์โหลดได้จากเวปของสถานฑูต http://www.vfs-uk-th.com กรอกให้ครบ
- รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ ( ดูตัวอย่างรูปได้จากในเวป ) อย่าให้ผิดจากที่ระบุเด็ดขาด
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า ถ้าเป็นท่องเที่ยวเข้าแบบครั้งเดียว เสีย 4,130 บาท
- สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรก ( รวมถึงหน้าต่ออายุ หรือหน้าที่แก้ไขชื่อ-สกุล )
- หนังสือเดินทาง ( เล่มเก่า )
- หลักฐานการทำงาน ถ้าเป็นบริษัท หรือราชการ ก็ให้ทางที่ทำงานออกใบรับรองการทำงานให้ ถ้าเป็นเจ้าของกิจการ ก็ใช้สำเนาใบทะเบียนการค้า
- หลักฐานทางการเงิน เช่น สำเนาสมุดแบงก์ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย หรือถ้าทำงานแบบมีเงินเดือนก็ใช้สำเนาบัญชีเงินเดือน 6 เดือนย้อนหลัง
** การขอ UK VISA จะขอสมุดแบงก์ตัวจริงไว้ด้วย **
- สำเนาตั๋วเครื่องบิน ที่ได้จองกับเอเยนต์ ( ยังไม่ต้องออกตั๋ว เป็นแค่สำเนาการจองเท่านั้น )
- โปรแกรมการเดินทางที่จะไปเที่ยว
- สำเนาการจองที่พักในอังกฤษ
- นอกนั้นก็เป็นสิ่งที่คิดว่าควรเตรียมไป เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีหลักฐานมั่นคงที่เมืองไทย เช่น สำเนาทะเบียนรถ / สำเนาการทำธุรกิจส่วนตัว / สำเนาการจ่ายบัตรเครดิต / สำเนาโฉนดที่ดิน / สำเนาการจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟประจำเดือน / สำเนาการอีเมล์ติดต่อกับเพื่อนที่โน่น ในกรณีที่มีการชวนเชิญให้ไปพักที่บ้าน / และอื่นๆ...ตามที่เห็นสมควร ว่าจะได้รับการพิจารณา



สถานที่ยื่น UK VISA..

- ศูนย์ยื่นคำร้องขอวีซ่าอังกฤษ 183 อาคารรีเจนท์ เฮาส์ ชั้น 2 ( ติด AUA ) ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.
ในเวลาทำการตั้งแต่ จันทร์ - ศุกร์ เวลารับใบสมัคร 08.30 - 15.00 น. และเวลาในการรับหนังสือเดินทาง 15.00-16.30 น.
สอบถามข้อมูลได้ทางโทรศัพท์ ที่ 02-8008050



Schengen VISA

ถึงคิวของเช็งเก้นวีซ่า ซึ่งจุดหลักของผมอยู่ที่ Netherland หรือเรียกง่ายๆว่า Holland ต้องไปขอที่สถานฑูต Holland ซึ่งก็ต้องไปทำที่กรุงเทพอีกนั่นแหละ เอาละไหนๆก็ไหนๆแล้ว โทรไปจองวันล่วงหน้า

ที่นี่ต้องจองวันนัดล่วงหน้าก่อน พอดีเราระบุไปในวันที่เราต้องการก่อน ( โทรล่วงหน้าประมาณ 2 อาทิตย์ ) ถ้าทางสถานฑูตว่าตรงกันกับวันที่เราขอ ก็ตามนั้นได้



ผมนัดได้ในวันที่ 13 มีนาคม เวลา 9.00 โมงเช้า ตอนที่โทรนัดนั้น จะมี reference number มาให้ด้วย เวลาจะติดต่อก็แจ้งเบอร์นั้นไป คราวนี้ใช้บริการของนครชัยแอร์ เพราะว่าพึ่งมีข่าวตัวเรือดบุกรถไฟสปริ้นเตอร์ เป็นอันสยดสยองมาก

นั่งรถนครชัยแอร์อันแสนสบายไปถึงกำแพงเพชร 2 ประมาณเกือบๆ 6 โมงเช้า แท๊กซี่เท่านั้น พาซิ่งไปยังสถานฑูต Holland ที่ซอยต้นสน แถวเพลินจิต แท๊กซี่สุดซิ่งสงสัยจะรีบไปส่งรถ ทำเวลาซะจนต้องนั่งเกร็งไปตลอดทาง 6.30 ถึงยังสถานฑูตด้วยความปลอดภัย



มีมารออยู่แล้ว 4-5 คน ผมว่าผมมาเช้าแล้วนะ ทุกคนที่มาเช้าๆน่าจะมาจากต่างจังหวัด เชคเอกสารเพื่อความชัวร์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ แต่ยังไงก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

8.15 ทางเจ้าหน้าที่เรียกให้ผู้ที่นัดมารับวีซ่าเข้าไปก่อน ส่วนของผมซึ่งเป็นคิวแรกนั้นก็ได้เข้าไปประมาณ 8.30 ต้องฝากทุกอย่างไว้ที่ลอคเกอร์ด้านนอกทั้งหมดรวมถึงโทรศัพท์ด้วย เอาเข้าไปได้เฉพาะเอกสารที่จะยื่นและกระเป๋าสตางค์เท่านั้น

ที่นี่ก็เหมือนกัน ถ้าจะไปทำพร้อมกันกี่คน ก็แจ้งเค้า จะให้ใบนัดมาเป็น 1 คิวเท่านั้น ถ้าไม่แจ้งก่อนจะเสียเวลาทำทีละคิวซึ่งยุ่งยากกว่า

ขั้นตอนแรกจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารครั้งนึงก่อน พร้อมทั้งจ่ายตังค์ตามวีซ่าที่ระบุไป ของผมทำแบบ Multiple ซึ่งก็ไม่รู้ว่าค่าทำเท่าไร กะไปว่าประมาณพันกว่าบาท พอเอาเข้าจริงๆ โดนไป 2,800 บาท รอคิวจนกว่าจะถูกเรียกชื่อ

ขั้นตอนที่สองต่อไปคือ ถูกเรียกเข้าไป พร้อมทั้งยื่นเอกสาร ถูกซักมากมายก่ายกอง ทีแรกคิดว่าที่นี่จะง่ายกว่าของ UK เพราะว่าที่ Holland มีเพื่อนฝรั่งเป็นคนออกใบรับรอง หนังสือเชิญชวน และใบสปอนเซอร์ทั้งหลายให้หมด ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมีปัญหา



เอกสารที่ต้องเตรียม สำหรับ Schengen Visa ( Netherlands)

- แบบฟอร์มการขอวีซ่า มีแค่ 2 แผ่น กรอกให้ครบถ้วน
- รูปถ่ายติดบัตร (สี ) จำนวน 2 นิ้ว 2 ใบ รูปต้องตามที่ระบุมาเท่านั้นว่าเป็นแบบไหน ไม่งั้นโดนไปถ่ายใหม่ เสียตังค์แถมเสียเวลาอีกต่างหาก
-หนังสือรับรองนายจ้างอนุญาติว่าให้ลางานได้ ถ้าเป็นเจ้าของกิจการเองก็เอาสำเนาใบประกอบการค้าไปด้วย
-สำเนาบัญชีธนาคารตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย หรือหนังสือรับรองเงินเดือนบัญชีเงินฝาก 3 เดือนย้อนหลังจากทางแบงก์
-สำเนาการจองตั๋วเครื่องบินจากเอเยนต์
-หนังสือหรืออีเมล์ที่ติดต่อกับเพื่อนหรือผู้ค้ำประกัน
-โปรแกรมการเดินทาง
- ค่าธรรมเนียม สำหรับ Multiple Visa 2,870 บาท
** ที่นี่ไม่ต้องใช้สมุดแบงก์ตัวจริง **



ถ้ามีผู้ค้ำประกันใน Holland ก็ต้องให้เค้าเตรียมเอกสารเหล่านี้
-หนังสือค้ำประกันซึ่งมีตราประทับจากทางอำเภอของ Holland
-จดหมายเชิญจากผู้ค้ำประกัน ระบุถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นมาอย่างไร
-พาสปอร์ตของผู้ค้ำประกันตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย
-หลักฐานรายได้ของผู้ค้ำประกัน



สถานที่ยื่นวีซ่า Netherlands ยื่นได้ที่สถานฑูตเนเธอร์แลนด์ 15 ซอยต้นสน ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพ
-ต้องจองวันนัดล่วงหน้าก่อน ที่ 02-3095240
-ยื่นเอกสารในเวลา 9.00-
-เวลาทำการ จันทร์ - ศุกร์ 8.30 - 16.00 น.
โทรสอบถามผลการขอได้ในบ่ายวันรุ่งขึ้นของวันทำการ



*** วันที่ไปรับเอกสาร ให้เอาตั๋วเครื่องบินตัวจริง หรือถ้าปริ้นท์ e-ticket ต้องมีเลขที่การจองระบุมาด้วย รวมถึงเอกสารการทำประกันการเดินทาง ที่ทางสถานทูตระบุบริษัทรับทำเอาไว้ หากนอกเหนือจากนี้จะไม่ได้ อย่าทำมาล่วงหน้าเด็ดขาด ให้รอจนกว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติแล้ว ***



เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร และเรียกเพิ่มเติมตามที่ต้องการ (ควรเตรียมให้พร้อมไปก่อน จะเรียกอะไรทีหลัง เค้าก็จะซีรอกซ์ให้ - ผู้หญิงถ้าสมรสแล้วให้ถ่ายสำเนาใบทะเบียนสมรสด้วย ) เค้าจะให้เลขรับเอกสารมาอีก พร้อมทั้งระบุว่าให้เอาตั๋วเครื่องบินของจริง ที่ขาดไม่ได้คือประกันการเดินทางซึ่งทางสถานฑูตจะระบุบริษัทที่ทางสถานฑูตรับรองมาให้ เราก็ไปซื้อมาตามนั้นให้ครอบคลุมจำนวนวันที่เดินทาง เป็นอันเสร็จพิธี

เจ้าหน้าที่บอกว่ารุ่งขึ้นให้โทรไปสอบถามผล ในช่วงบ่ายได้เลย ... ถึงตอนนี้ก็เป็นนาทีลุ้นระทึกครั้งที่ 2 บ่ายวันรุ่งขึ้นรีบโทรไปถาม ได้มาเรียบร้อยครับ แต่ว่าตามโปรแกรมของผม-ตั๋วเครื่องบิน ระบุว่าเดินทางวันที่ 21 เมษายน กลับวันที่ 26 พฤษภาคม ผมก็ได้มาวันแรก 21 เมษายนพอดิบพอดี เลื่อนขึ้นมาเร็วกว่าวันนึงก็ไม่ได้ ส่วนวันกลับนี่ใจดีหน่อย ยังให้โอกาสยาวไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายน

ติดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งยังไงต้องรีบกลับเชียงใหม่ ก็เขียนใบมอบอำนาจให้เพื่อนที่กรุงเทพไปรับให้ จะไปวันไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก แต่ว่าจะต้องเป็นเวลา 8.30-9.00 เท่านั้น



โทรแจ้งเอเยนต์ตั๋วที่จองไว้ ( แต่ยังไม่ได้จ่ายตังค์ เพราะว่าต้องทราบผลวีซ่าก่อน ) ให้เค้าออกตั๋วให้ พอดีว่าจองกับ KTC ครับ ไม่โดนชาร์จเพิ่มด้วย แถมยังมีประกันตามที่ระบุมา ก็จัดการให้หมดเลย แล้วให้ massenger เอาเอกสารไปส่งให้เพื่อนที่จะไปรับวีซ่าแทน ( 2 ชุด สำเนาให้สถานฑูต - ตัวจริงเก็บให้เรา )

อีก 2- 3 วันเพื่อนจึงไปรับให้ เห็นบอกว่ามีบางคนก็มารับแทน แต่เจ้าหน้าที่ไล่กลับไป เพราะว่าหนังสือมอบอำนาจไม่แจ้งว่าทำไมถึงมารับเองไม่ได้ ( ยังไงก็ระวังตรงนี้นิดนึง เขียนไปว่าติดธุระหรือต้องไปต่างจังหวัดอะไรก็ได้ )
เรื่องยากผ่านไปหมดแล้ว ต่อไปก็เรื่องการทำใบขับขี่สากล

การทำใบขับขี่สากล


เอกสารที่ต้องเตรียม....สำหรับ International Driving Permit
-สำเนาพาสปอร์ต 1 ชุด
-สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
-สำเนาใบขับขี่ 5 ปีหรือตลอดชีพ 1 ฉบับ
-สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
- รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบ
-ทะเบียนสมรส
-ค่าธรรมเนียม 505 บาท
นำไปยื่นที่ ...กรมการขนส่งทางบก สวนจตุจักร หรือ ถ้าอยู้ต่างจังหวัด ก็ติดต่อได้ที่ขนส่งจังหวัด แต่อาจจะใช้เวลาหลายวันหน่อย ถ้าเป็นที่กรุงเทพ ทำเสร็จก็ได้รับเล่มมาเลย เป็นอันครบถ้วนของการเตรียมเอกสารจากเมืองไทย ....




โปรแกรมการเดินทาง

Mr.Panda สะพายกล้องท่องยุโรป ( 21 เมษายน – 26 พฤษภาคม 2551 )

วันจันทร์ ที่ 21 เมษายน 2551 - ออกเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่

วันอังคารที่ 22 เมษายน 2551 - ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินสคิปโพล Amsterdam - เข้าบ้าน Rotterdam เที่ยวรอบๆ

วันพุธที่ 23 เมษายน 2551 – Keukenhof ตลอดวัน - พัก Rotterdam

วันพฤหัสที่ 24 เมษายน 2551 - ไปดูมรดกโลก Kinderdijk - Utrecht - Guada - พัก Rotterdam

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2551 – ดูประมูลชีสที่ Alkmaar - หมู่บ้าน Zaanse Schan - พัก Rotterdam

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2551 - ไปดู Flower Parade ที่ Voorhout และสวนทิวลิป Lisse - Leiden - พัก Rotterdam

วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551 – ไปเที่ยวหมู่บ้านชาวประมงที่ Marken -Edam - Volendam - พัก Rotterdam

วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2551 - ข้ามประเทศไป Brugge ( Belgium) - Antwerpen พัก Antwerpen

วันอังคารที่ 29 เมษายน 2551 - เที่ยว Gent - Brussel พัก Brussel

วันพุธที่ 30 เมษายน 2551 – ไปชอปปิ้ง outlet Maasmechelen ชายแดน เบลเยี่ยม/เยอรมัน - ข้ามไป Trier, Germany พัก Trier

วันพฤหัสที่ 1 พฤษภาคม 2551 - เที่ยว Luxemburge กลับ Rotterdam - พัก Rotterdam

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2551 – เที่ยวใน Rotterdam - พัก Rotterdam

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม – ออกเดินทางไป Paris ด้วยรถไฟ Thalys – เที่ยวปารีส ประตูชัย - หอไอเฟล - นั่งเรือชมเมือง – พักปารีส

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551 - ออกจากปารีส ด้วยรถไฟ Eurostar เข้า London - เที่ยว Hamton Court Garden – พัก London

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2551 - พระราชวัง Windsor - พัก London

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2551 – รับรถเช่าที่ Guildford - เที่ยว Oxford – บ้านเชคสเปียร์ Stratford upon avon พัก South Shefield. ( Travelodge )

วันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2551 - เที่ยว York - พัก Edinburgh. ( Days Inn )

วันพฤหัสที่ 8 พฤษภาคม 2551 - เที่ยว Edinburgh – ไป Oban - พัก Oban

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2551 – ไป Inverness – Loch Ness - พัก Oban

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม 2551 - เที่ยวสุดชายแดน Malliag - พัก Oban

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551 – ไป Glasgow – Sterling - พัก Oban

วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2551 – เที่ยว Estdale / Stalker Castle #2- Oban - พัก Oban

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2551 – เดินทางกลับ London - พัก London

วันพุธที่ 14 พฤษภาคม 2551 – ไป Stonehenge - Bath - พัก London

วันพฤหัสที่ 15 พฤษภาคม 2551 – ไป Seven Sister East Sussex - พัก London

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม 2551 – ไป Anfield , Liverpool / Old Trafford , Manchester - พัก London

วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551 – เอารถไปส่งคืนที่ Guildford เข้าไปเที่ยว London / Natural Museum - Madame Tussauds – พัก London

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2551 – เที่ยวใน London , Changing guard - Wesminster Abbey - British Museum - Harrords - Trafalgar Square - พัก London

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2551 - เที่ยว London - London Eye - House of Parliament – Horse Guard - British Museum - นัดเพื่อนกินเป็ด Four Seasons - พัก London

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม 2551 - เก็บตก London - Changing guard # 2 – Greenich - London Bridge - Piccadelli Circus - พัก London

วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2551 – นั่งรถไฟ Eurostar กลับปารีส – เที่ยวพระราชวังแวร์ซายส์ – พัก Paris

วันพฤหัสที่ 22 พฤษภาคม 2551 – เที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูฟ - Norther Dam – -ขึ้นชมหอ Effle – พัก Paris

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม 2551 – นั่งรถไฟ Thalys กลับ Rotterdam – พัก Rotterdam

วันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2551 - เที่ยวเมืองชายทะเล Scheveningen - ศาลโลก Den Haag - Delft เมืองเซรามิค - Schiedam กังหันสูงที่สุดในโลก – พัก Rotterdam

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2551 - เที่ยว Amsterdam -Canal Boat - Dam Square - Red Light District - พัก Rotterdam

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม 2551 - กลับบ้าน !!!!!





 

Create Date : 24 มีนาคม 2551    
Last Update : 6 มิถุนายน 2551 16:13:17 น.
Counter : 693 Pageviews.  


calpoppy
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่ใช่คนเชียงใหม่ แต่มาอยู่แล้ว รักเชียงใหม่จนไม่อยากย้ายไปไหนอีก ...

I LOVE CHIANGMAI ....
Friends' blogs
[Add calpoppy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.