All Blog
---- S u k h o t h a i - M a r a t h o n 2 0 1 5 ---

























































เวลา 48 ชั่วโมงสำหรับเสาร์ อาทิตย์นี้กับภารกิจเป้าหมายของเราเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษ ๆ สำหรับการวิ่งเพียงเสี้ยวมาราธอนของงาน สุโขทัยมาราธอน 2015 ครั้งนี้

ใช่แล้ว ฉันคือ 1 ใน 906 คนของนักวิ่งมินิมาราธอนที่วิ่งรอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยในเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เอาไว้ค่อยพูดถึงช่วงเวลาก่อนลงวิ่งจริงและอารมณ์ขณะวิ่ง 10.97 k ซึ่งฉันทำเวลาแบบนักวิ่งฟรุ้งฟริ้งไป 1:19 ชั่วโมง (ซึ่งนักวิ่งฝีเท้าดีจะอยู่ราว ๆ 40-50 นาทีประมาณนี้ที่รับรางวัล) ฉันหยุดเดินหนึ่งนาทีถึงสองครั้ง อันนี้จะลองวิ่งตามสูตรที่คิดเอง เวลาไม่ค่อยดีนักแต่ไม่แย่ไปกว่าวิ่งรวดเดียวหรือวิ่งอัดเต็มที่ช่วงห้ากิโลสุดท้าย ถือว่ากำลังเหลืออยู่แม้ไม่เหลือเฟือแต่ไม่บาดเจ็บอะไรเลย สบาย ๆ ตลอดเส้นทางและไม่ติดขัดหรือวิ่งไม่ออก บางงานดูสาหัสเมื่อเริ่มกิโลเมตรแรกอละอยากกลับบ้าน แต่วันนี้อยากวิ่งและวิ่งฉิวบนน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม หุ่นเหมือนนักทุ่มน้ำหนักมากกว่านักวิ่งซะอีก

แต่สิ่งที่ประทับใจและจำไม่ลืมสำหรับการมาสุโขทัยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ภารกิจ 1:19 ชั่วโมงที่เกริ่นไว้ แต่เป็นเรื่องราวในการพบเพื่อนในเฟซบุ๊กทั้งที่นัดหมายและไม่ได้นัดหมาย ตั้งใจจะแวะทักทายกันอยู่แล้วแต่ไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับการต้อนรับแบบเป็นกันเองและอบอุ่นอย่างนี้ มากกว่าคำขอบคุณก็คือขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ฉันบันทึกความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการมาเที่ยวสุโขทัยครั้งนี้ไว้เหมือนทุกครั้ง




































































หลังจากวิ่งเพื่อการกุศลที่แม่ออน 12 k แล้ว เราตกลงกันว่า หากพอมีเวลา เราไปวิ่งสนุก ๆ กันที่งานสุโขทัยมาราธอน เพราะเคยตั้งใจไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วแต่หาวันว่างไม่ได้เท่านั้นเอง

เมื่อตกลงจะไป ก็ต้องเตรียมตัวไว้ด้วยนั่นคือซ้อมวิ่งให้กำลังอยู่ตัว ซ้อมสม่ำเสมอแม้จะไม่ทุกวัน เราปรับเปลี่ยนการซ้อมของเราตามสะดวก เพราะเดือนนี้เกือบทั้งเดือนคนที่บ้านติดประชุม ทำให้ฉันไม่มีเวลาออกไปวิ่งนอกสถานที่ การซ้อมวิ่งจึงอยู่บนสายพาน แต่ฉันไม่ซ้อมทุกวัน อาทิตย์นึงซ้อมสี่่ถึงห้าวัน บางวันซ้อมสั้น บางวันซ้อมยาว บางวันวิ่งเร็ว บางวันเดิน บางวันเดินหนึ่งชั่วโมง บางวันสองชั่วโมง แต่ 7 ใน 10 วันจะต้องพยายามวิ่งให้ถึงระยะทางที่จะวิ่งจริงเพื่อดูความอึดของร่างกายและดูสภาพร่างกายหลังจากการวิ่งด้วย ซ้อมแบบง่าย ๆ แบบฉันเป็นแบบนี้ ไม่ทราบคนอื่นเขาซ้อมยังไง

การเตรียมตัวอีกอย่างคือเรื่องที่พัก เราไม่ได้สมัครวิ่งแบบแพ็คเก็ต นั่นคือ ทางคณะจัดวิ่งงานสุโขทัยมาราธอนนี้ ขายใบสมัครรวมที่พักให้พร้อม สะดวกสบายมาก เราจึงขลุกขลักตั้งแต่ต้นเดือนเมื่อตัดสินใจจะมาสุโขทัย เพราะหาที่พักไม่ได้เลย ที่ไหนก็เต็มเกือบหมด โทรถามเพื่อนของสามีซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เขาแนะนำที่พักรอบ ๆ อุทยานประวัติศาสตร์ เราก็บอกว่าเต็มทุกที่ โดยที่เขาไม่ทราบเช่นกันว่ามีการแข่งขันวิ่งประจำปีที่นี่ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 5 แล้ว เกือบถอดใจเรื่องไม่มีที่พัก ในที่สุด สามีก็เอ่ยถึงเพื่อนของฉันที่เป็นบาริสต้าที่สวรรคโลก ฉันเกรงใจที่จะโทรฯมารบกวนเขา อิดออดอยู่นานเพราะอยากมาวิ่งแบบเงียบ ๆ แต่ตั้งใจว่าจะแวะไปทักทายเขาที่ร้านกาแฟแน่นอน จนกระทั่งหาที่พักไม่ได้แน่แล้ว เลยต้องโทรฯขอคำแนะนำจากเจ้าถิ่นคนนี้อีกที แล้วสักพัก ภรรยาของเขาโทรฯกลับมาบอกว่า

'น้องจัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ที่ ศิลา รีสอร์ท ที่พักจะเป็นบ้านเป็นหลัง ๆ ค่ะ เพียงแต่อยู่ในเมือง พี่จะสะดวกมั้ยคะ -- สะดวกค่ะ สะดวก -- ที่นี่เป็นลูกค้าของทางร้านค่ะ พี่ไม่ต้องเกรงใจ น้องจองให้เรียบร้อยแล้วนะคะ -- ค่ะ ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ '

นี่คือน้ำใจแรกที่เราได้รับและจะไม่ลืมเลย เพราะทำให้เรามีโอกาสมาเยือนที่นี่สมความตั้งใจ จากนั้น เราก็แทบไม่ได้ติดต่อหรือถามไถ่อะไรกันอีกจนกระทั่งก่อนการเดินทาง ฉันเห็นหน้าเฟซบุ๊กของเขาแจ้งให้ลูกค้าและบรรดาเพื่อน ๆ ทราบว่า ร้านปิด ซึ่งตรงกับวันที่ 27-28 มิถุนายนที่เราจะไปสุโขทัยนี้ ฉันจึงเขียนถามไปหลังข้อความว่า เสียดายที่ไม่ได้เจอกัน และอดไปร้านกาแฟน่ารัก ๆ ของเขา และบอกเขาว่า ไว้เจอกันโอกาสหน้าก็แล้วกัน

แต่เขารีบตอบกลับมาว่า เหตุที่ปิดร้านเพราะต้องยกเครื่องชงกาแฟไปที่งานแต่งงานของน้องอีกคน เป็นงานตอนเช้าวันอาทิตย์ เขาต้องเตรียมตัวเตรียมงานที่นี่ ฉันเข้าใจดีและคงไม่ได้มางานแต่งงานของน้องคนนี้ด้วยแม้จะได้รับบัตรเชิญแล้วก็ตาม บาริสต้าบอกเราว่า กินข้าวมื้อค่ำวันเสาร์ด้วยกันนะครับ ฉันตอบตกลงทั้งสองครั้งที่เขาชวน มั่นใจว่าชวนจริงไม่ได้ชวนไปตามมารยาทไปอย่างนั้น อันนี้เอาความรู้สึกตัวเองล้วน ๆ

ก่อนออกจากเชียงใหม่ ก็โทรฯบอกเขาว่า ราว ๆ บ่ายโมงน่าจะถึง ใกล้ ๆ สวรรคโลกจะโทรฯหาอีกที

การเดินทางวันเสาร์ของเราก็มาเรื่อย ๆ แวะกินก๋วยเตี๋ยวซี่โครงหมูตุ๋นร้านป้าแดง ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวดังร้านหนึ่งที่ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อร่อยสมชื่อเขา เราอยากชวนน้องที่ยังไม่เคยมาได้กินของอร่อยด้วยกัน เรายังแวะร้านกาแฟ ร้านเซรามิก (ที่แวะทั้งขาไปและกลับ)


ทริปนี้มีน้องอีกคนที่ขอตามมาเที่ยวสุโขทัยด้วย เธอไม่เคยวิ่งมาก่อน แต่อยากตามมาเที่ยวกับเราเหมือนทุกครั้ง เราเลยชวนวิ่งซะเลย เธออยากลงมินิมาราธอนแรกกับเรา จึงตั้งใจจะออกกำลังจริงจังเสียทีด้วยการเริ่มเดินวอร์มร่างกายและซ้อมวิ่งทุกวัน วันละสามกิโล เป็นเวลาหนึ่งเดือนนับแต่รู้ข่าว พอรู้ว่าเธอเอาจริงก็ชักไม่แน่ใจว่า จะไหวหรือเปล่า ก็เลยบอกว่า ลองฟันรันก่อนก็ได้ เพราะถ้าเธอบาดเจ็บจากการวิ่งครั้งแรก คงไม่ดีแน่ แต่เธอบอกเรา่า เธอจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนับจากนี้ เพราะถ้าตั้งใจว่าทำเพื่อสิ่งนี้มันต้องดีกับตัวเอง การไปวิ่งงานแข่งนั้นจะวิ่งสนุก ๆ ตามพี่ ๆ ไป เมื่อได้ยินอย่างนี้แล้วก็สบายใจกันทุกคน เธอเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีของเรามาหลายงานแล้ว กินเที่ยวด้วยกันจนคุ้นเคย


การเดินทางจากทุ่งสะเหรี่ยมจนถึงสวรรคโลก ฝนตกตลอดทาง อากาศสดชื่น และเส้นทางคุ้นตามากเพราะเหมือนทางกลับบ้านของเรา เป็นถนนแคบ ๆ แต่มีต้นไม้เขียวชอุ่ม สดชื่น

บาริสต้าโทรฯมา บอกว่า เดี๋ยวรอรับที่หน้าโชว์รูมโตโยต้านะครับ ทานอาหารที่บ้านกวีเจ้าของโรงนาบ้านไร่ด้วยกัน ฉันก็โอเคหมด เกรงใจอีกเช่นกันแต่ดีใจที่จะได้พบกันพร้อมหน้าพร้อมตา

เราขับรถฝ่าสายฝนปรอย ๆ จนกระทั่งถึงโรงนาบ้านไร่ ภาพทุกอย่างคุ้นตาเพราะเราเคยเห็นจากหน้าเฟซบุ๊กของเขา บ้านไม้ที่มีต้นไม้ล้อมรอบ เป็นทั้งบ้าน ที่ทำงาน ที่รับรองเพื่อนฝูงที่สนิทและคุ้นเคยและไม่เคยเจอหน้าเจอตากันอย่างพวกเราด้วย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

บ่ายวันเสาร์ เรากินข้าวกับเพื่อนและเจ้าของบ้านไร่ด้วย ภรรยาเจ้าของบ้านทำกับข้าวรอเรา เด็กหญิงแก้วยุ้ยยิ้มเก่งที่เป็นนางแบบปกหนังสือของโรงนาฯมาคอยต้อนรับและตักข้าวให้ป้าและลุง อาหารบนโต๊ะอร่อยทุกอย่างทั้งที่เราอิ่มท้องมาพอควรจากร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแดง เราชอบแกงขี้เหล็กมากเป็นพิเศษ และตักกับข้าวบนโต๊ะทุกอย่าง ไข่เจียวนี่ขาดไม่ได้เลย น้องกวีบอกเราว่า เดี๋ยวรอต้มยำร้อน ๆ ด้วยนะครับ คุณครู(ภรรยาของเขา)กำลังทำให้พวกเราทานอยู่

เราอร่อยกับมื้อเที่ยงท่ามกลางสายฝน บาริสต้าบอกว่า เรามาพร้อมสายฝนและความชุ่มฉ่ำเลยนะ สุโขทัยไม่มีฝนเลยก่อนหน้านี้ ดีใจจัง

เราคุยกันสัพเพเหระ เรื่องบัวในน้ำที่ดูเหี่ยวแห้งไม่สวยเหมือนในภาพถ่ายนั่นเพราะไม่ใช่ฤดูของมัน เราเองก็เลือกถ่ายภาพยามที่ดอกไม้สวยที่สุดที่บ้านเช่นกัน หลังโรงนาแห่งนี้สามารถสาดสายตาไปได้ไกล ๆ เงียบ สงบ เห็นสีเขียวดูสบาย ๆ ต้นไม้รอบบ้านและมีบ้านต้นไม้ด้วย เราคุยกันถึงเรื่องการทำหนังสือในปัจจุบัน แนวทางการทำหนังสือของเขาน่าสนใจ หนังสือของเขาขายดี สำนักพิมพ์เล็ก ๆ ของเขาอยู่ได้และได้รับการตอบรับจากคนในพื้นที่ ฟังแล้วอบอุ่นใจไปด้วย มันเป็นแนวทางหนึ่งหรือจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำหนังสือ ทีมงานก็คือเพื่อน ๆ ที่เขารัก ๆ กันอยู่ ลุยพื้นที่ หาข้อมูลเอง บางพื้นที่ก็ไม่โปรโมตมากนักเพราะก็อยากถนอมไว้ไม่ให้ช้ำเพราะคนอื่นนัก บางครั้งเราก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำบางพื้นที่ เพราะถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็ต้องมีการจัดการที่ดีกว่านี้ อะไรที่เป็นเชิงธุรกิจก็จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน บางครั้งเราก็มีความคิดที่สงวนบางมุมไว้ให้คนพื้นที่ดูแลและอนุรักษ์ไว้ ด้วยความตั้งใจดีของพวกเขาทำให้ได้รับการสนับสนุนกลาย ๆ จากคนที่รับรู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไร

บาริสต้าถามว่า หนังสือของฉันเป็นอย่างไรบ้าง ฉันก็ตอบตามตรงเท่าที่รู้ว่า ขายได้เพราะเจ้าของสำนักพิมพ์ประกาศขายในเฟซบุ๊ก 100 เล่ม นอกนั้นไม่รู้เลย ตัวฉันเองก็ไม่เคยเห็นหนังสือของตัวเองในร้านหนังสือสักที่ อาจจะไปวันไม่จับจังหวะมากกว่า แต่ลองถามหาหนังสือของฉันที่เคาเตอร์ ก็มีรายชื่อที่สามารถสั่งซื้อได้ถ้าต้องการ ถ้าว่าไปแล้ว หนังสือจัดพิมพ์สองพันเล่ม มีคนซื้อและคนอ่านถึงสองร้อยก็มากแล้วสำหรับฉัน แต่สำหรับสำนักพิมพ์คงไม่ค่อยดีแน่ แล้วเรื่องแบบนี้ ร้องขอใครมาช่วยซื้อมาอ่านก็ไม่ได้ มันจะดูน่าหดหู่มากกว่าทั้งที่งานเขียนไม่ใช่งานที่น่าหดหู่ แต่เรื่องที่ต้องทำความเข้าคือ ถ้าหนังสือเราขายไม่ได้ ใครจะกล้าเสี่ยงพิมพ์งานของเราอีกก็เท่านั้น


บาริสต้าชวนชมสวรรคโลกฉบับย่อ แต่จะพาเราไปเที่ยวบ้านเขาก่อน ดีใจจัง ไม่คิดเลยว่าเขาจะพาไป เขาเป็นคนน่ารัก พูดเก่งมาก ดวงตาขี้เล่น หัวใจร่าเริง คนอยู่ใกล้รู้สึกสบายใจไม่ต้องปรับตัวหรือพยายามสร้างบทสนทนา


ร้านกาแฟของเขาอยู่ในบริเวณบ้านและธุรกิจของบ้านที่ภรรยาของเขาดูแลอยู่ ร้านกาแฟคือตัวเขานั่นล่ะ มีความโปร่งสบาย เป็นกันเอง มีภาพวาดตามผนังเป็นเรื่องราวของเครื่องดีด สี ตี เป่า สักพัก เขาก็มีอย่างอื่นภูมิใจมานำเสนออีก ในเนื้อหาของร้านกาแฟ เขาออกแบบให้ดูโปร่งตาด้วยไม้ระแนงและบานเฟี้ยมกระจกยาวถึงพื้น ทาขอบประตูสีขาว ผนังบ้านแกะสลักลายเอง ดูแลร้านเอง ชงกาแฟ เสริฟลูกค้า เอนเตอร์เทนลูกค้าจนกระทั่งปิดร้าน เก็บกวาดเช็ดถูร้านเอง คือทำเองทุกขั้นตอน เขาบอกว่าถ้าร้านเปิดล่ะก็ จะได้ยินลูกค้าคุยกัน เสียงสนทนามีทุกอารมณ์ ไม่ได้นิ่งเงียบแบบวันนี้ที่ฉันว่าโชคดีนะที่เขาปิด เพราะเรามีเวลาคุยกันและถ่ายรูปแต่ละมุมในร้านได้สบายไม่ต้องเกรงสายตาใคร เขานำเสนอแม้แต่ห้องน้ำ มุมไหน ๆ ก็น่ารักไปหมด ฉันแอบคิดในใจว่า ฉันน่าจะทำอะไรแบบนี้ได้นะ ที่ทางก็มี ร้านกาแฟกับหนังสือที่ฉันลุยเอง คงต้องดูแลสุขภาพกายให้ดี จะได้มีแรงชงกาแฟเผื่อจะมีลูกค้าขาประจำดี ๆ น่ารัก ๆ อย่างร้านเขาบ้าง อันนี้ฝันไปพลาง ๆ ก่อนนะ ว่าแต่เสียดายที่มัวแต่เพลินชมนั่นนี่จนลืมกินน้ำและยาคูลท์ที่เขามารับรองเราเลย ขอบคุณมาก ๆ นะ


บาริสต้า กวีและหลานกวีพาเราสามคนไปที่สถานีรถไฟสวรรคโลก โชคดีอีกแล้วที่มีโอกาสชมของเก่าเก็บและมีคุณค่าให้ย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟไทยที่ชั้นสองของสถานี ย้อนวัยเด็กที่เราเคยอยากเป็นตะแล็บแก๊บหนีบตั๋วรถไฟที่เป็นการ์ดแข็ง ๆ ใบเล็ก ๆ ซึ่งเลิกใช้ไปกว่าสิบปีแล้ว เด็กรุ่นลูกของเราไม่เคยเห็นและไม่รู้จัก ในเมื่อสมัยก่อนไม่มีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์สะดวกสบายอย่างนี้ การให้รหัสสัญญาณจึงเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้สำหรับคนทำงานการรถไฟ เราจะเห็นสัญญาณไฟแดง เขียว เวลารถไฟจะจอดเทียบท่า เราจะได้ยินการเคาะระฆังเมื่อรถไฟถึงสถานีและเคาะเพียงแก๊งเดียวเป็นสัญญาณรถไฟจะออกจากท่า เด็กประจำรถไฟชั้นสามที่นั่งเป็นไม้หันหน้าเข้าหากันจะฝังใจกับทุกวันปิดเทอมใหญ่มาก เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีไปไกล การจองตั๋วผ่านคอมพิวเตอร์ง่ายมาก ไม่เหมือนการซื้อตั๋วรถไฟสมัยก่อนที่ต้องมารอซื้อ รอลุ้นว่าตั๋วจะเต็มหรือเปล่า ไม่มีการจองล่วงหน้าต้องมาที่สถานีและซื้อกันตรงนั้น คิดถึงอากัปรกิริยาของพ่อและพวกเราได้ทุกคน ทั้งพะรุงพะรังไปด้ยกระเป๋าและกล่องลังที่มัดเชือกปอ ทำหูหิ้วไว้ถือง่าย ๆ เราไม่มีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรอก ความทรงจำเก่า ๆ มีค่าสำหรับบางคน เป็นเรื่องของใครของมันที่จะเลือกจำ เหมือนกับบรรยากาศที่สถานีรถไฟแห่งนี้ที่ฉันมากับเพื่อนที่คุ้นเคยกันจากตัวหนังสือนั่นเอง

เราขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เปิดให้เราได้ชมสิ่งมีค่าของเมืองสวรรคโลก แต่เราได้ใบผ่านทางจากบาริสต้าและกวีแน่เลย พวกเขาเป็นคนพื้นที่ที่สามารถพาเราชมของดีเหล่านี้ได้ เป็นสิทธิพิเศษที่เราประทับใจอีกอย่างหนึ่ง เรายังพูดกันเลยว่า ถ้าเขามาบ้านเรา เราจะพาเขาไปชมอะไรดีนะ เราต่างพอรับรู้กันมาแล้วว่าแถวบ้านฉันมักตีข่าวแต่เรื่องไม่ดีซึ่งน่าเบื่อหน่ายที่สุก เรื่องดี ๆ คือมีดอกไม้บนดอยสวย ๆ มีที่ดูนกชื่อดังข้ามโลกที่ชักชวนให้นักดูนกจากทุกสารทิศมาเฝ้านกอพยพกัน แต่ใกล้ ๆ บ้านเราบ้านเราได้ข่าวดีอีกอย่างหนึ่งว่า นายอำเภอจะปลูกทุ่งปอเทืองแทนทิวลิปในไม่ช้านี้

บาริสต้า เป็นคนรอบรู้ อัธยาศัยดีและเป็นที่รู้จักของคนมากมาย ไม่ใช่แค่เขารู้จักใคร ๆ แต่ใคร ๆ ก็รู้จักเขา คงด้วยลักษณะเป็นมิตรของเขาด้วยที่ใครอยู่ใกล้ก็รู้สึกสบายใจ เรารับรู้ถึงความมีน้ำใจของเขา แต่เราไม่มีเวลาที่จะเที่ยวสวรรคโลกอย่างละเอียดในชั่วโมงเดียวาและอาจจะดูตัดรอนน้ำใจที่ต้องขอตัวไปตามนัดและกิจธุระของเราที่ยังไม่เรียบร้อย ฉันคิดว่าเขาเข้าใจเพราะเรายังนัดเพื่อนไว้อีกคนก่อนจะไปรับเสื้อสำหรับวิ่งเช้าวันอาทิตย์

ขอบคุณบาริสต้าที่สละเวลาส่วนตัวมาหาเรา พาเราไปเที่ยวบ้าน ยินดีที่จะพาเรารู้จักเมืองที่เขาอยู่ด้วยความยินดี ขอบคุณกวีจากโรงนาบ้านไร่มาก ๆ ที่ให้การต้อนรับที่บ้านของเขาพร้อมอาหารมื้ออร่อย เราไม่ค่อยกล้านัดใครเพราะเกรงใจ ไม่กล้าไปรบกวนใครแม้ทราบว่าเขาอยู่ตรงไหน

เราล่ำลากันที่หน้าสถานีสวรรคโลกแบบง่าย ๆ เพราะเชื่อว่าเราคงได้พบกันอีก ขอบคุณจากใจเราเลยค่ะ พวกเรายังพูดถึงพวกเขากันอยู่ บางสิ่งบางอย่างก็มีพลังส่งต่อความเชื่อมายังพวกเราหลายอย่าง ดีใจที่ได้พบกัน

































































































































คนที่บ้านมีนัดกับเพื่อนเภสัชกร เพื่อนร่วมรุ่นและเป็นคนสุโขทัย ปัจจุบันเขาทำงานที่โรงพยาบาลของจังหวัด นาน ๆ จะเจอกับสามีฉันตามการประชุมในเชียงใหม่ เสาร์อาทิตย์นี้เขามาบ้านแม่ ร้านของแม่เป็นร้านเก่าแก่ขายอาหารเจ เรากะจะแวะเอาลิ้นจี่มาฝากเท่านั้นและจะไปรับเสื้อวิ่ง เขาชวนเข้าไปสวัสดีแม่และพี่สาวในบ้านก่อนและบอกว่า วันนี้มีหมอกระดูกมาจัดกระดูกให้พี่สาวด้วย ฉันมีปัญหาเรื่องปวดไหล่และปวดนิ้วกลางมือซ้าย ปวดจนเหมือนกิ่งไม้แห้งที่เกี่ยวอะไรอีกนิดก็จะแตกออกหรือหักจากขั้ว จะด้วยความที่เขาเข้าใจอาการของฉันเร็ว เขาเลยบอกว่า น่าจะเกิดจากสะบักจมและเป็นพังผืด อยากให้หมอดูแลให้ พอมีเวลามั้ย ถามความสะดวกใจทั้งหมด ทุกคนตกลงยินดีที่จะรอฉันและลัดคิวพี่สาวของเพื่อนก่อน

แต่พอเข้าบ้าน แม่ของเพื่อนซึ่งอายุ 90 แล้ว ดวงตาเล็ก ๆ หน้าตาใจบุญ ท่านยิ้มแย้มแจ่มใสและกำลังทำกับข้าว พี่สาวกับแม่ทำกับข้าวเต็มโต๊ะเลย ชวนพวกเรากินข้าวเย็นอีกต่างหาก แต่สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้คือ พี่สาวทั้งสามคนของเพื่อนเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ใจดี เป็นครอบครัวคนจีนที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่ อบอุ่น เพื่อนของสามีเป็นที่รักของพี่น้องและแม่ แม่เล่าให้ฟังว่าเคยมาเที่ยวหนองบัว(ตำบลหนึ่งที่ไชยปราการ)เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน พี่สาวเพื่อนเป็นคนชงเรื่องให้แม่เล่าความอย่างต่อเนื่อง ข้อดีอย่างหนึ่งคือคนสูงวัยมีคนคุยด้วย การกระตุ้นให้ได้พูดคุยทำให้สมองทำงาน ไม่เฉาเพราะคนสูงวัยที่เคยเห็นจะอยู่คนเดียว บางทีไม่รู้จะทำอะไร ร่างกายและจิตใจก็ถอยหลังลงทุกวัน ได้ยินแม่เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน ดูแม่มีความสุขเมื่อเพื่อนลูกมาเที่ยวบ้าน คุยกันอย่างถูกคอ

ส่วนฉันก็เตรียมตัวนอนให้หมอจัดกระดูก ฉันกรอกแบบฟอร์มถึงสาเหตุความเจ็บป่วย ยกไหล่ไม่ได้ ไพล่หลังไม่ได้ กางแขนก็ปวดร้าวจนถึงต้นคอและปวดหัวมาก อธิบายถึงความเจ็บปวด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่เคยใช้ยาใด ๆ นอกจากพยายามยืดแขนและไปออกกำลังกายแทน

แต่ละท่าที่หมอจับจุดและไล่เส้นไปตามไหล่ หมอบอกสะบักจม บางส่วนที่กดลงไปก็อธิบายว่า ตรงนี้บวมมากเมื่อกดสะบักขวาให้รับรู้เปรียบเทียบ ฉันเกร็งนิด ๆ เพราะกลัวว่าวันรุ่งขึ้นจะสะบักสะบอมลงวื่งไม่ได้ เพราะไม่เคยให้ใครนวดหรือจับเส้นสักครั้งเดียว สามีฉันบอกว่า เพื่อนคนนี้แหละที่พาเขาไปหาหมอกระดูที่เชียงใหม่เมื่อครั้งที่กระดูกหลังเคลื่อนและหายเป็นปลิดทิ้ง เพื่อนเขารู้จักหมอกระดูกเก่ง ๆ หลายคน และหมอคนนี้ก็ลูกศิษย์อาจารย์ที่เคยดึงกระดูกให้เขาจนหาย ฉันพยักหน้า

ระหว่างนอนให้หมอจัดกระดูกนั้น ฟังสามีและครอบครัวเพื่อนคุยกันออกรส แม่ของเพื่อนน่ารักที่สุด การได้ยินได้ฟังเรื่องดี ๆ จากผู้ใหญ่นับเป็นพรอย่างหนึ่ง การเข้ามาอยู่ในวงล้อมคนที่คิดดี พูดดีเป็นความสบายใจ เสียงหัวเราะเหมือนเสียงดนตรี

ทุกคนได้ยินเสียงร้องโอ้กของฉันหลายยก ทั้งดึงคอเหมือนได้ยินกระดูกสองสามท่อนแยกออกจากกัน กลัวหัวหลุดจากบ่า แต่หมอเปลี่ยนท่าเร็ว อธิบายทุกขั้นตอนที่จัดกระดูกอยู่ ฉันสงสัยว่าทำไมฉันไม่เป็นมือขวา ไหล่ขวา นิ้วกลางด้านขวา หมอว่า มือขวาทำงานตลอดจนชิน เหมือนร่างกายไม่สมดุล ใช้งานข้างเดียวจนอีกข้างไม่มีกำลัง หมอกดไล่ความเจ็บปวดของไหล่ให้ฉันและวิธีชกออกกำลังแขน ชกบน ชกกลาง ชกลงล่าง บางขณะให้ชกแรง ๆ เพราะเส้นบวม ฉันกังวลเล็ก ๆ ว่า พรุ่งนี้ฉันจะลุกจากที่นอนได้ไหม เพราะมีช่วงหนึ่งที่หมอดึงนิ้วทั้งห้ามือขวา แต่มือซ้ายฉันขอว่าอย่าดึงนิ้วที่เจ็บนะ หมอคงอยากบอกว่า รู้แล้ว เธอไม่ต้องย้ำเตือนฉันหรอก อืม..ฉันคิดไปเองทั้งนั้น

ก่อนจบท่าสุดท้าย หมอจัดเรียงกระดูกหลังด้วยท่านอนตะแคง ได้ยินเสียงกระดูกเหมือนตีระนาดเลย หมอทำให้ทั้งสองข้าง ฉันร้องโอ้กส่งท้ายอีกสองครั้ง ทุกคนหัวเราะกัน คงเป็นเรื่องธรรมดานะ ก่อนจะลุกจากเตียงเล็ก ๆ เหมือนม้านั่งยาว (ขนาดเท่าลำตัวของเรา) มันเหลือเชื่อมากที่ฉันยกแขนขึ้นตรง ๆ ได้จนสุดแขน ไพล่มือไปด้านหลังได้ รวมถึงอาการบาดเจ็บน้อยลง อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ฉันรอดูวันรุ่งขึ้นอีกที

พอจัดกระดูกเสร็จ เราต้องขอตัวลากลับเลยเพราะยังไม่ได้ไปรับเสื้อที่งาน ถ้าไม่มีธุระอาจจะได้ฝากท้องที่นี่แล้ว แม่ดูมีความสุขมาก เพื่อนของสามีเป็นชายหนุ่มที่แม่รักมากและเขาก็น่ารักกับแม่และพี่สาว ดูเป็นธรรมชาติของเขาจากอากัปรกิริยาทั่ว ๆ ไปแถมเป็นคนคุยสนุก รู้จักฟัง ทุกคนอยากให้อยู่กินข้าวด้วยกัน แต่เราต้องไปแล้ว รอลาแม่ซึ่งท่านกำลังล้างมือหลังจากคุยกับพวกเราด้วย เด็ดผักกองโตไปด้วย แต่เพื่อนสามีบอกว่า ไม่ต้องรีบ แม่เขาต้องออกไปส่งทุกคนที่หน้าบ้าน เขาช่วยประคองแม่ออกมาส่งเรา ภาพนี้เห็นแล้วต้องยิ้มชื่นใจกันทุกคน แม่สอนฉันว่า แม่ออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขวนขึ้นสูง ๆ และมาไพล่หลังอย่างนี้ทุกเช้า จะแกว่งอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องแกว่งลงมาจับมือกันด้านหลังด้วย แม่น่ารักจังเลย เราไม่มีบรรยากาศในการไปเยี่ยมหาญาติผู้ใหญ่อย่างนี้นานมาก แม่ฝากขนมผิงและบะจ่างให้เราอีกหลายลูกและบอกให้เราแวะมาหาอีกนะ











เราดิ่งไปที่งานเลย หาที่จอดรถยากพอควร ช่วงเวลานี้น่าจะมีนักวิ่งมาวิ่งจากทั่วสารทิศ มารับเสื้อและมางานเลี้ยงรับนักกีฬาด้วย ในงานก็มีเครื่องดื่ม 100 plus คาดว่าจะเป็นสปอนเซอร์งานวิ่ง มีอาหารรองท้องซึ่งไม่ทราบว่าอะไรบ้างเพราะยังอิ่มอยู่ ไม่อยากกินอะไรตอนนี้ เดินเก็บภาพในงานกันเพราะเราไม่เคยมาที่นี่ช่วงพระอาทิตย์ตกและตอนมีไฟสวยงามแบบนี้ ก็เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง หากให้มากันตามลำพัง คงต้องคิดดูอีกที ฉันขี้กลัว ฉันชอบความเงียบสงบแต่คงไม่ใช่โบราณสถานซึ่งเป็นมรดกโลกหรอก อาจจะวังเวงใจไปนิดนึง นะ อันนี้เป็นเรื่องของความคิด

เราออกจากงานไปหา ศิลา รีสอร์ทที่บาริสต้าจองไว้ให้ ต้องเปิดจีเนียสหานะ ทางไปรีสอร์ททุลักทุเลพอควรเพราะฝนตกใหม่และมีน้ำขัง ทางค่อนข้างมืด แต่ก็มาถึงที่พักสบาย ๆ และสามารถออกอีกทางหนึ่งได้ คืนนี้เรากินพิซซ่า อร่อยมากเพราะไม่ได้กินนาน แถวบ้านไม่มีซะด้วย ตลกดีนะ อยากกินพิซซ่าที่สุโขทัย

อิ่มแล้วก็รีบกลับที่พักเพราะจะตื่นตีสาม อยากไปดูการปล่อยตัวนักกีฬามาราธอนตอนตีสี่























เช้าวันอาทิตย์ เราตื่นตีสาม

ฉันเช็คสภาพร่างกายของตัวเองหลังจากที่เจอหมอจัดกระดูกเมื่อวาน ปรากฎว่า กล้ามเนื้อหัวไหล่ผ่อนคลาย ไม่ระบมอย่างที่กังวล โชคดีที่สุดเลย เพราะตามปกติแล้ว ฉันจะเมื่อไหล่มากหลังจากซ้อมวิ่งทุกครั้งหรือแม้แต่ละเช้าก็รู้สึกว่ายกไหล่ไม่ขึ้นและไพล่หลังไม่ได้

เราออกจากที่พักตีสามครึ่งมาหาที่จอดรถก่อน จะเห็นนักกีฬามาราธอนกำลังวอร์มร่างกายอยู่ประปราย ใกล้ตีสี่ เรามาดักรอเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก มองจากสายตา น่าจะมีนักวิ่งกว่าสองร้อยคน ไม่มากเท่าที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่น้อย

เรามากินบะจ่างกับกาแฟ ถึงไม่รู้สึกหิว เราก็ต้องกินเพราะเราจะต้องใช้พลังงานในการวิ่ง จากประสบการณ์ส่วนตัวบอกฉันว่า อย่าปล่อยให้ท้องว่าง หิวเกินไปมันระโหย วิ่งไม่สนุก อิ่มเกินไปก็จะจุก กินให้พอดีท้อง และกินก่อนวิ่งสักสองชั่วโมง แต่ก่อนนี้ฉันวิ่งสิบกิโลรวดเดียวไม่แวะจิบน้ำ ช่วงหลังจะจิบบ้าง มันไม่ได้เสียเวลาสักเท่าไหร่ เคยคิดว่าดื่มน้ำมากจะปวดฉี่กลางทางหรือจุกเสียด และวิ่งไม่ได้ แต่อาการนี้ยังไม่เกิด โชคดีไปเพราะจะทำให้กล้าจิบน้ำตามจุดต่าง ๆ

เรามารอดูเขาปล่อยตัวนักกีฬาฮาล์ฟมาราธอนตอนตีห้าครึ่ง นักวิ่งราว ๆ 400 กว่าคน จากนั้นก็พวกเรา นักวิ่งมินิมาราธอน 906 ชีวิตเตรียมเช็คอิน รอวิ่งแล้ว อารมณ์อยากวิ่งของฉันไม่ค่อยมี เฉื่อย ๆ ไม่ตื่นเต้นเหมือนบางครั้งที่จะวิ่ง ไม่ได้วอร์มร่างกาย เพียงยืดแข้งยืดขา พอใกล้เวลา น้องปาล์มนักวิ่งคนเก่งมาทักทาย เธอวอร์มร่างกายซะเหงื่อชุ่มเลย อย่างนี้ดีกว่าแน่เพราะสามารถเร่งเครื่องจากจุดสตาร์ทไปได้เลย ของเรากว่าเครื่องจะติดก็เลยกิโลเมตรที่ห้านั่นแหละ เราอาจจะต้องทบทวนเรื่องการวอร์มร่างกายอีกสักนิดนะ ต้องซ้อมเผื่อสัก 12-13 กิโลเผื่อวอร์มลงไปด้วย การเสียเหงื่อมากอาจเป็นตะคริวได้ เรากลัวแค่วิ่งไม่ถึงเท่านั้น ไม่สนเรื่องเวลาสักเท่าไหร่


ถึงเวลาของเราแล้ว บอกน้องที่มาวิ่งมินิมาราธอนแรกว่า ให้วิ่งให้สนุก ค่อย ๆ ไปไม่ต้องวิตกกังวล ดูใครสักคนไว้ จะได้วิ่งตามเขาไป ข้ามเส้นชัยก็เก่งมากแล้ว

เราสองคนก็ไปเรื่อย ๆ ของเรา สองกิโลเมตรแรกวิ่งเรื่อย ๆ ไม่เหนื่อยเลย แสดงว่าวันนี้ฉลุยแล้ว ไม่เกิดอาการวิ่งไม่ออกเหมือนงานวิ่งที่แม่ออน ทางวิ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ร่มรื่นมาก ฝนตกเมื่อวานทำให้พื้นถนนคลายร้อน ต้นไม้เขียวสะพรั่งจนเช้าวันนี้ เราผ่านกิโลเมตรที่ห้า หยุดจิบน้ำและเดินหนึ่งนาทีตามสูตรที่เราตั้งใจจะลองวิ่งดู อยากรู้ว่าจะต่างจากการวิ่งอึดรวดเดียวโดยไม่หยุดเลยนั้นต่างกันอย่างไร สรุปว่า เวลาต่างกันนิดเดียว แต่ที่ต่างคือความเหนื่อย แบบเดินนั้นไม่เหนื่อยเท่าวิ่งรวดเดียว ถ้าวิ่งระยะยาวกว่านี้คิดว่า วิธีนี้ใช้ได้แน่ คิดในใจว่า เราน่าจะวิ่งฮาล์ฟปลายปีนี้ได้นะ อยากลองที่เชียงใหม่นี่แหละ แต่เราต้องวางแผนเรื่องการซ้อมสักหน่อย ชีวิตเรามันเต็มที่กับงาน การออกกำลังกายคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้วจริง ๆ

เราถึงเส้นชัยที่ 1:19 ชม. 1.97 กม. เผาผลาญไป 890 แคลเลอรี่ เหนื่อยไม่มาก นั่นเพราะซ้อมมาด้วย สุขภาพดีทั้งคู่ ไม่เจ็บเข่า สะโพก ส้นเท้า โอเคหมด เรามาจิบน้ำรอน้อง จะไลน์ถามก็เกรงใจ อยากให้เธอมีสมาธิอยู่กับตัวเอง แต่รอไม่นาน เธอก็ข้ามเส้นชัยด้วยเวลา 1:34 ชม. เก่งมาก ๆ สำหรับมินิมาราธอนแรกของเธอ

และเจอน้องปาล์ม นักวิ่งฝีเท้าดีที่คอยแนะนำให้เราอ่านหนังสือ ไทย จ๊อกกิ้ง และคอยชวนเราไปวิ่งตามงานต่าง ๆ งานนี้เธอเข้าที่ 5 ในรุ่น 40 เก่งมาก ๆ

เรากลับไปอาบน้ำและเตรียมตัวกลับบ้าน นัดเพื่อนอีกสองคนที่ศิลา รีสอร์ทก่อนออกมาหาอะไรกินที่ร้านเจ๊แฮซึ่งเป็นร้าก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อร้านหนึ่งของที่นี่ เราอยากกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยต้นตำรับ ร้านเจ๊แฮมีจุดเด่นคือทำเส้นก๋วยเตี๋ยวเอง น้ำซุปอร่อย มีผัดไทยได้รางวัล เราก็สั่งมาชิม กินรองท้องก่อนออกเดินทาง







































พาเพื่อนมาไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุมก่อนกลับบ้าน


























































เรามาไหว้พระอจนะที่วัดศรีชุมเป็นครั้งที่สอง
รอบแรกมากับลูก ๆ
รอบนี้พาเพื่อนมาไหว้พระด้วยกัน เธอเพิ่งเคยมาสุโขทัยเป็นครั้งแรก
ฉันยังเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกมากมายเหมือนเดิม





















คนที่บ้านบอกว่า จะพามากินกาแฟอร่อย ห้องน้ำสะอาดระดับห้าดาวแถวลำปาง ฉันแทบไม่เชื่อเลยว่าจะมีร้านที่เขาออกปากว่าดีขนาดนี้ เพราะเราผ่านร้านกาแฟมาตลอดทาง ฉันก็ถามตลอดทางว่าถึงหรือยัง เขาก็ว่า ยัง ถามกันมาตลอดทาง ทั้งที่แต่ละร้านก็สวยน่านั่งทั้งนั้น กว่าจะเลี้ยวเข้าไปจอด เห็นป้ายชื่อร้านนำเสนออาหารและเครื่องดื่มที่ปักอยู่บนรถจิ๊ปดาวแดง โฆษณาห้องน้ำระดับห้าดาวบนป้ายซะด้วย นึกในใจว่า ห้องน้ำสะอาดนี่คือหัวใจของร้านอาหารหรือกาแฟที่ละเลยไม่ได้จริง ๆ ฉันยังย้ำถามเขาว่า มีกาแฟแน่นะ เขายังยืนยันว่า อาหารอร่อย กาแฟดีจริง ๆ

เราชอบตั้งแต่เสาไม้หน้าร้านเป็นหน้าคนแล้วล่ะ แกะสลักสวยดี เราเลือกนั่งด้านนอกของร้านกาแฟถิ่นไทย ชื่อร้านกาแฟไท๊ยไทย สวนกระแสชื่อกาแฟชื่อฝรั่งทั้งหลาย เห็นหน้าร้านครั้งแรกเหมือนร้านอาหารไทยมากกว่าจะเป็นร้านกาแฟหรู (เขารู้เขาจะโกรธเรามั้ยเนี่ย) นึกไม่ออกว่าข้างในร้านจะเป็นยังไง

ข้างในก็ไม่หรูหราเท่าไหร่ แต่ใหญ่และกว้างขวาง ที่สำคัญไม่ทำให้คนเข้าไปเก้อเขินแต่กลับรู้สึกสบายใจเป็นกันเองทั้งที่คนขายดูไฮโซมาก โต๊ะ เก้าอี้ทำด้วยไม้แผ่นใหญ่ ตกแต่งด้วยโทนสีไม้ เก้าอี้สีเขียววืนเทจตัดกับโทนสีส้มได้สวยงาม ทุกซอกทุกมุมมีที่นั่งกินกาแฟสบาย ๆ เป็นส่วนตัว มีต้นไม้ร่มรื่น หน้าฝนไม่รู้ว่ายุงจะเยอะหรือเปล่า แต่ด้านในติดแอร์ นอกจากกาแฟยังมีอาหารตามสั่งมากมาย

ขนมเค้กหลากหลายมาก ขนมปังอื่น ๆ ก็น่ากินไปทุกอย่าง อยากจะชิมเสียทุกอย่าง ถ้าอยู่แถวนี้คงมีโอกาสมาบ่อยครั้ง กาแฟขมเข้ม อร่อยใช้ได้

การบริการดี ไม่มองป้าแบบหัวจดเท้าพร้อมคำถามดูถูกในดวงตาว่าอย่างป้ากินกาแฟเป็นด้วยเหรอ ข้อนี้ถือว่าผ่าน เพราะถ้าเจอสายตาแบบนี้ ไม่กินก็ได้ คราวหน้าก็มาแวะซ้ำได้อีกนะ

อดไม่ได้ที่จะสำรวจห้องน้ำซึ่งตกแต่งได้สวยงาม ชอบตั้งแต่โลโก้หน้าห้องน้ำ และห้องน้ำสะอาดสมคำโฆษณาว่า 5 ดาว

ราคากาแฟอยู่ที่ 75 น่าจะพอ ๆ กับแบล็คแคนย่อน พี่โน้สไม่ต้องค่อนแคะนะฮะเพราะสองวันนี้ ข้าพเจ้าและเพื่อนใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มาก เริ่มตั้งแต่เป็นนักแวะ นักชิม นักช้อป มาตลอดทางทั้งขาไปและขากลับ








































เรายังแวะพาเพื่อนชิมเมลอนปั่นที่ร้านเดลิเซีย เขาปลูกเมลอนเอง หวานธรรมชาติ ก่อนจะมาตบท้ายด้วยอาหารอีสานร้านพิกุล ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอีสานหลายอย่าง มีไส้ทอดอร่อยมาก เราสั่งปลาเผา ไส้ทอด ส้มตำ ต้มแซ่บ ลาบดิบ เห็ดชุบแป้งทอด รู้สึกจะเจริญอาหารกันทุกคน

เราสามคนคุยกันสนุกสนานมาตลอดทาง เราเที่ยวที่ไหนก็หอบความสุขไปด้วย ฉันสนใจเรื่องไปกับใครมากกว่าไปที่ไหน และใส่ใจเรื่องเพื่อนร่วมทางมากกว่าสถานที่เที่ยวเสมอซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเรื่องโชคดีของเราหรือเปล่าที่การเดินทางราบรื่น ไม่ติดขัดอะไรเลย เจอเพื่อนดี กินอาหารอร่อย ได้ที่พักซึ่งเพื่อนจองไว้ให้ เพื่อนพามาชมบ้านและร้านกาแฟของเขา อบอุ่นใจและอิ่มท้องกับมื้อกลางวัน เจอหมอกระดูกเก่งที่สามารถบอกต้นเหตุความเจ็บปวดที่ไหล่ซ้ายของฉันได้ ที่สำคัญพบเพื่อนของสามีและครอบครัวที่น่ารัก ได้ยินเรื่องดี ๆ รู้สึกเจริญหูเจริญใจเหมือนเรามีบุญมาก ๆ ที่เจอแต่คนดี ๆ ได้แวะร้านกาแฟชื่อดังของเมืองลำปางระหว่างกลับบ้าน เราไม่ได้ใช้ชีวิตปกติแบบนี้หรอก วันพักเราก็อยากกินอร่อยที่แถวบ้านไม่มี เติมความสุขใจให้ชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนกลับบ้านดอยและเข้าสู่วิถีปกติของเรา











ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ขอบคุณมิตรภาพดี ๆ ที่เรามีโอกาสได้พบกัน
ขอบคุณครอบครัวดี ๆ ของเพื่อน เห็นความรักความอบอุ่นและการให้ความสำคัญของคนในครอบครัว เผื่อแผ่มายังคนใกล้และรอบข้าง โลกจึงน่าอยู่ขึ้น
ขอบคุณสุขภาพดีที่ทำให้เรามีโอกาสตะลอน ๆ เปิดโลกใบใหม่ให้เรา
ขอบคุณ ขอบคุณและขอบคุณ

ภูพเยีย
๒๗-๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๘












Create Date : 30 มิถุนายน 2558
Last Update : 30 มิถุนายน 2558 11:57:04 น.
Counter : 474 Pageviews.

3 comments
  
ขอบคุณที่คิดถึงกัน ^_^
โดย: Bewcoffee IP: 223.207.249.193 วันที่: 2 กรกฎาคม 2558 เวลา:8:47:36 น.
  
ขอบคุณที่มาร่วมวิ่งกับยูนิครันนิ่ง หวังว่าจะได้พบกันอีกที่อยุธยามาราธอน ช่วงต้นธันวาคมนะคะ
โดย: พัชรี IP: 49.230.89.48 วันที่: 9 กรกฎาคม 2558 เวลา:22:03:30 น.
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: peepoobakub วันที่: 14 มีนาคม 2560 เวลา:12:31:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]