All Blog
--- วั น นี้ ซ้ อ ม วิ่ ง ร ะ ย ะ ฮ า ล์ ฟ ม า ร า ธ อ น ---







อาทิตย์ที่แล้วตื่นสายมาก ตัดสินใจออกวิ่งกันตอนเจ็ดโมงกว่า เจอแดดใสยามสายเข้าเต็ม ๆ เราวิ่งเล่นเกือบสองชั่วโมง กลับมาบ้านถึงรู้ตัวว่าหน้าไหม้เกรียม แต่ตอนนั้นสนุกสนานกับการถ่ายภาพสวนของชาวไร่แถวนี้ 'ข อ ง ดี ที่ ไ ช ย ป ร า ก า ร ' มีสารพัดสารพันอย่าง

แต่อาทิตย์นี้ เราตั้งใจจะซ้อมวิ่งยาว ความจริงฉันไม่พร้อมจะซ้อมวิ่งยาวสักเท่าไหร่เพราะระบบการเต้นของหัวใจยังไม่ดีนัก ดีอย่างเดียวที่ไม่ป่วยเหมือนเดือนที่แล้ว

การป่วยครั้งนั้นสอนอะไรไปไม่น้อย ทั้งที่เรากินยาและพักผ่อนอย่างเพียงพอ แต่อาการป่วยไข้ไม่ทุเลาลงเลย ความกังวลที่ทับถมใจมากคืออยากวิ่งนั่นเอง ถึงที่สุดแล้วเราก็ไปตามใจอยากเราไม่ได้เพราะสุขภาพไม่เอื้ออำนวย ใจอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้หรอก ฝืนก็ไม่ไหว ต้องทำใจอย่างเดียว แอบคิดถึงคนที่เขาวิ่งไม่ได้อีกแล้ว เขาคงรู้สึกแย่เหมือนกันในคราวแรก แต่เมื่อปรับใจได้ เขาก็รู้ว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาทำได้ดีไม่แพ้เรื่องวิ่ง เผลอ ๆ ดีกว่าด้วยซ้ำ คนเก่งนี่เก่งทุกอย่าง เก่งรอบด้านเลยนะ ตรงข้ามกับที่เราเคยท่องจำมาตลอดว่า 'อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่าเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล ' เพราะในความเป็นจริงนั้น ศาสตร์ทุกศาสตร์เชื่อมโยงกันจนแทบจะแยกไม่ออก ฉันยังระลึกถึงนักวิ่งซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันออกวิ่งคนนี้อยู่เสมอ


เช้านี้ เราตื่นตีสาม ฉันยังไม่ค่อยชินกับการตื่นเช้าแบบนี้มานานพอควร หรือความกระตือรือร้นลดน้อยลงไป เหมือนเจอปีศาจความขี้เกียจเข้าสิงอีกรอบ โยกโย้และอยากนอนต่อ ตื่นแล้วก็ยังมานอนไหลตรงโซฟาก่อนไปนั่งหลับตาเคี้ยวถั่วแระและมันนึ่งรองท้องและงดกาแฟก่อนวิ่ง


เราออกบ้านราว ๆ ตีสามครึ่งและใช้เวลาอุ่นร่างกายพอสมควรก่อนเริ่มวิ่งจริงตอนตี 4


เช้า ๆ อากาศดี พยายามตั้งสมาธิและค่อย ๆ ไปเพราะวันนี้ยังต้องใช้เวลาตรงนี้อีกนาน เดาไม่ได้ว่าจะวิ่งได้แค่ไหน จะทำสำเร็จสมความตั้งใจหรือไม่ จะเหนื่อยจนแน่นหน้าอกหรือเปล่า เดี๋ยวนี้ฉันฟังเสียงร่างกายมากขึ้น คอยไถ่ถามด้วยความใส่ใจ ทะนุถนอมทุกส่วนของร่างกาย ถึงไม่สามารถวิ่งไกล ๆ ได้ แค่วิ่งได้ก็ยังดี อย่างน้อยก็หมั่นทบทวนเสมอ ๆ ว่าเราวิ่งเพื่ออะไร เราสามารถเปลี่ยนแปลงเป้าหมายได้เสมอ ขอให้เราทำแต่ละอย่างให้สุดความสามารถของเราก่อน จะได้ไม่ค้างคาใจ

ระหว่างวิ่งก็เหมือนกัน ฉันเคยตั้งใจว่าถ้าวิ่งถึงระยะมินิมาราธอนจนข้ามเส้นชัยได้แล้ว ฉันอยากจะวิ่งรวดเดียวโดยไม่หยุดเดินเพราะไหน ๆ ก็จะเป็นนักวิ่ง ก็ไม่ควรเดิน

หรือตอนฝึกซ้อมเพื่อไปวิ่งระยะฮาล์ฟ ก็ตั้งใจอีกว่า จะไม่เดินเช่นกัน ดูเป็นการกดดันโดยใช่เหตุนะ เมื่อตั้งเป้าหมาย เราจะได้ฝึกซ้อมให้ร่างกายอดทนได้นาน เหนื่อยก็จ็อกกิ้งช้า ๆ พอหายใจเข้าที่ก็เร่งตัวเองต่อไป

เมื่อลงวิ่งระยะมาราธอนก็เช่นกัน เราเดาเหตุการณ์ข้างหน้าไม่ได้ยิ่งกว่าว่า เราจะวิ่งจบหรือเปล่า ไม่ทราบว่าจะเจออุปสรรคระหว่างทางอย่างไรบ้าง วิ่งมาราธอนเหมือนการใช้ชีวิตที่มีเป้าหมายเหมือนกันนะ มันไม่ไกลเกินฝันนักแต่ไม่รู้อุปสรรคข้างหน้าเราจะฝ่าไปได้หรือไม่

วิ่งระยะไกลนี้ ฉันเคยคิดว่า อยากจะวิ่งตลอดเส้นทางโดยไม่เดินอีกเช่นกัน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ฉันทำไม่ได้หรอก มันเหนื่อยจนต้องเดิน ยิ่งหลังกิโลที่ 35 ไม่มีปีศาจไหนมารังควานหรอก ขาไปไม่ไหวแม้ใจอยากจะจบ แต่ฉันวิ่งอย่างต่อเนื่องไม่ไหว จะเป็นวิ่งสลับเดินไปเรื่อย ๆ

แล้วใครบอกล่ะว่า เป็นนักวิ่งแล้วห้ามเดิน

เราจะตั้งข้อแม้ให้รัดคอเราไปทำไม

นักวิ่งเก่ง ๆ เขาทำได้เพราะปีกการบ้านเขาหนักหนากว่าเรามาก ขณะที่เราซ้อมไม่ถึง แรงน้อยแล้วยังคิดจะทรมานตัวเองอีก ทำไปทำไมกันนะ ไม่สงสารตัวเองหรอกหรือ เดินบ้างก็ได้ถ้ามันเหนื่อย บนสนามชีวิตก็แบบนั้น เหนื่อยยังต้องพัก หายเหนื่อยก็ไปต่อ เราไปถึงเป้าหมายเหมือนกันแต่ต่างกันที่ระยะเวลา เราชื่นชมพวกเขาได้และเราสามารถยินดีกับสิ่งที่เราทำได้ด้วย มันแค่นั้นจริง ๆ


วันนี้เราวิ่งกันไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดพักนอกจากแวะจิบน้ำทุกสามกิโล ซ้อมก็เหมือนวิ่งจริง เราพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนลงสนามจริง ไม่งั้นจะเหนื่อยฟรี โชคดีที่ร่างกายพร้อมพอจะวิ่งยาวได้ เราวิ่งกันจนจบระยะฮาล์ฟมาราธอนตามที่ตั้งใจ แต่วัดระดับการเต้นของหัวใจ ยังอยู่ในโซนที่ 5 อยู่ ทำให้ความกังวลกลับมาเยือนอีกรอบ ทั้งที่ไม่เหนื่อยนะ แปลกใจมาก !!



ฉันบันทึกความเป็นไปในแต่ละวันเพื่อจะดูการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง อย่างวันนี้ปีที่แล้ว ฉันกำลังเข้าโปรแกรมซ้อมวิ่งฮาล์ฟของครูดิน ฉันทำสำเร็จเกินครึ่ง วิ่งเพซ 6 กว่า ๆ ถึง 7 ให้คะแนนความมีวินัยดีแต่ความแข็งแกร่งของร่างกายไม่ผ่าน

แต่ปีนี้วิ่งช้ากว่าปีที่แล้วเยอะเลย สาเหตุคือป่วยและแก่




ปีที่แล้ว ฉันใช้แอพพลิเคชั่นจับเวลาวิ่ง พอให้รู้คร่าว ๆ เท่านั้น หรือบ่อยครั้งที่ฉันนับรอบสนามเอา ลืมไม่ได้ ถือว่าเป็นการใช้สมาธิอย่างหนึ่ง

ปีนี้ใช้นาฬิกาจับเวลา จับการเต้นของหัวใจ ใช้ได้สารพัดอย่าง แต่กลับกังวล กดดันตัวเองแท้ ๆ แทนที่จะใช้ประโยชน์กับมันให้สนุกสนานเต็มที่ หาเพื่อนฝูง ชาเลนจ์กัน แต่ก็เกิดเชื่อมันมากเกินไปและกลัว ฉันยังไม่เข้าขากับนาฬิกาแต่ก็หวังว่าจะพยายามใช้มันให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องทดลองด้วยตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หาจุดเด่น จุดด้อยของมันให้ได้


หรือเพราะสุขภาพร่างกายของฉันปีนี้ดูแย่กว่าปีที่แล้ว ป่วยตั้งแต่ต้นปีมาเลยทีเดียว เลือดจะไปลมจะมาของชีวิตก่อนที่จะเริ่มต้นด้วยเลข 5 ในปีหน้านี้ ได้แต่หวังว่า มันเป็นธรรมชาติของวัยทอง สังขารเสื่อมสภาพจนกว่าร่างกายจะปรับตัวได้ เชื่อว่าอย่างนั้น



หลังจากวิ่งเสร็จ กลับบ้านมาดูแลหมาป่วย ต้องพาเขาเดินทุกเช้า ขืนปล่อยให้เขานอนทับขาตัวเอง ขาจะลีบไปทุกวัน แต่ทำใจไว้หมดแล้วว่า เขาคงจะเดินไม่ได้ในไม่ช้า เราจึงต้องรักษาร่างกายให้ดี สุขภาพแข็งแรงสมวัย อย่างน้อยก็ได้ดูแลสิ่งมีชีวิตในบ้านให้ดีที่สุดเพราะเขาคือสมาชิกของครอบครัวที่เรารักและผูกพันมาก





ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
6 พฤศจิกายน 2559
















Create Date : 06 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2559 8:08:50 น.
Counter : 306 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาทักทาย สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: nokyungnakaa วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:17:05:15 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]